Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-07-27 16:49:24

หลี่กงกงเห็นนายตนเสียกิริยาก็รีบกระแอมกระไอ ลดเสียงเป็นกระซิบให้ผู้เป็นนายได้ยินสองคน

“อะแฮ่ม! ขออภัยที่กระหม่อมต้องเสียมารยาท สายพระเนตรของพระองค์ชัดเจนเกินไปแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”

“หลี่กงกง เจ้าชักจะรู้มากเกินไปแล้ว”

สองนายบ่าวกระซิบกระซาบกันจบ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่คนบนเตียงมีความเคลื่อนไหว

ไป๋เหลียนฮวากะพริบตาเชื่องช้า หัวสมองพลันระลึกได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดสิ่งใดขึ้น ร่างบางพลันหยัดกายขึ้นนั่งแต่ถูกหมอหลวงห้ามไว้ ถามไถ่อาการอีกเล็กน้อยจ้าวหลงเหว่ยก็สั่งให้ข้ารับใช้ทุกคนออกไป เหลือเพียงตนเอง หลี่กงกง เจ้าเมืองไป๋ และม่อหลันฮวา

“ท่านแม่ ท่านลุง”

“เจ้ามิเป็นอันใดใช่หรือไม่ แม่บอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าพายเรือไปกลางสระบัวตามลำพัง คราวหน้าถ้ายังมีเรื่องเช่นนี้อีก แม่จะลงโทษสาวใช้ของเจ้า”

ม่อหลันฮวาตีสีหน้าดุดัน ทว่าน้ำเสียงยังคงอ่อนโยน แต่คนบนเตียงรู้แล้วว่ามารดากำลังคาดโทษนาง

“เรื่องนี้เหลียนเอ๋อร์ผิดเอง ไม่เกี่ยวกับผู้อื่นเจ้าค่ะ ต่อไปเหลียนเอ๋อร์จะระวัง ไม่ทำให้ท่านแม่เป็นห่วงอีก”

จ้าวหลงเหว่ยมองท่าทีโอนอ่อนผ่อนตาม ขัดกับท่าทางยามดวงตากลมขยิบส่งสัญญาณให้ท่านลุงของนางไม่หยุด เขานึกขบขันอยู่ในใจจนเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมา นั่นเป็นการเรียกความสนใจจากทุกคนในห้องได้เป็นอย่างดี

ไป๋เหลียนฮวาเบิกตาโตจ้องตรงไปทางบุรุษแปลกหน้า ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ป้ายห้อยเอวสลักลวดลายมังกร ในมุมหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น ริมฝีปากสวยยกยิ้มสมใจออกมาครู่หนึ่ง ไม่ผิดแน่ นี่แหละโอรสสวรรค์!

“เหลียนเอ๋อร์ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชี... อ๊ะ!”

ร่างเล็กรีบร้อนลุกจากเตียง หมายจะคารวะผู้มีพระคุณ แต่ดูเหมือนว่านางจะลุกเร็วเกินไป ร่างกายที่เพิ่งฟื้นคืนสติจึงซวนเซไปด้านหน้า

จ้าวหลงเหว่ยมองนางอยู่ก่อนแล้ว กายหนาถลาเข้าไปรับตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดได้ทันท่วงที ท่ามกลางแววตาตกตะลึงของม่อหลันฮวาและไป๋จงซาน

ไป๋เหลียนฮวาหลับตารออยู่นาน กลับสัมผัสได้แต่ความแข็งแกร่งเจือความอบอุ่น พลันดวงตากลมลืมขึ้นทันทีอย่างตกใจ เป็นเวลาเดียวกับที่ชายหนุ่มก้มลงมามองนางพอดี

ราวกับสรรพสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง ดวงตาสองคู่สบประสานเนิ่นนานไร้วาจา ตาคมดุจเหยี่ยวทอประกายลึกล้ำมัวหม่น จ้องมองนัยน์ตากลมใสที่สั่นไหวราวลูกกวางน้อยกำลังตื่นกลัว กอปรกับเรือนร่างอุ่นนุ่มกรุ่นกลิ่นหอม ส่งผลให้ส่วนลึกภายในใจร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด

“เหลียน...เหลียนเอ๋อร์เสียมารยาทแล้ว”

คนตัวเล็กเอ่ยติด ๆ ขัด ๆ ดวงหน้าหวานแดงซ่านลามไล้ไปถึงใบหู เป็นฝ่ายก้มหน้างุดหลบสายตาร้อนแรงเขาไปก่อน แม้ในใจชายหนุ่มจะนึกเสียดายที่ต้องปล่อยร่างนุ่มนิ่มนี้ไป แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายยกมือน้อยดันแผ่นอกของเขาออก

“เจ้ามิเป็นอันใดก็ดีแล้ว นั่งลงเถอะ อย่ามากมารยาทเลย”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางค่อย ๆ นั่งลงไปบนเตียงตามแรงประคองของเขาอย่างว่าง่าย

มือใหญ่อ้อยอิ่งบนท่อนแขนกลมกลึงลื่นมืออยู่เป็นนาน ครั้นนางเอนกายลงไปแล้วเขาถึงได้ละมือออกมาด้วยใจที่ไม่ยินยอม

“พี่เขย ท่านผู้นี้ก็คือ...”

“ท่านผู้นี้...”

“ข้าเป็นขุนนางตรวจการ พวกเจ้าเรียกข้าว่าไต้เท้าจ้าวก็ได้”

จ้าวหลงเหว่ยเอ่ยขัดเจ้าเมืองไป๋ที่กำลังจะเปิดเผยฐานะแท้จริงของตนออกไป ไม่ทราบเพราะเหตุใด แต่หากสาวน้อยบนเตียงได้รู้ความจริง ก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ตนอีก นั่นเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

“ไต้เท้าจ้าว ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งที่ช่วยชีวิตเหลียนเอ๋อร์เอาไว้ หากไม่ได้ท่าน เหลียนเอ๋อร์คงมิได้มาอยู่ตรงนี้”

น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้ง ใบหน้ายังคงแฝงอารมณ์เขินอาย แต่ดวงตาหวานใสกลับเจิดจ้ามีแววเทิดทูนบูชาอย่างปิดไม่มิด

พลันในใจคนฟังรู้สึกพองฟูอย่างประหลาด ที่แท้ความรู้สึกของวีรบุรุษช่วยสาวงามก็เป็นเช่นนี้

“ไต้เท้า ตัวท่านเองก็อยู่ในสระมานาน ผู้น้อยว่าไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์สักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ”

หลี่กงกงทนมองผู้เป็นนายกลายเป็นบุรุษแรกรักมิได้อีกต่อไป กอปรกับวรกายโอรสสวรรค์นั้นสำคัญยิ่งจึงต้องเอ่ยตักเตือน

“ตายจริง ท่านแม่ ที่ห้องยังมีเสื้อผ้าของท่านพ่ออยู่ ลูกว่าให้หลิงเอ๋อร์ไปนำมาให้ไต้เท้าจ้าวเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ ดูสิ แม่ก็ลืมไปเลย ไม่ต้องให้หลิงเอ๋อร์ไปหรอก แม่ไปเอาเองจะดีกว่า ไต้เท้าโปรดรอสักครู่ ผู้น้อยจะไปนำมาให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

คล้อยหลังม่อหลันฮวา จ้าวหลงเหว่ยก็ผินใบหน้าหล่อเหลากลับไปพินิจหญิงงามบนเตียงอีกครั้ง

เส้นผมดำขลับถูกปล่อยสยายดุจม่านน้ำตกไล้รอบกรอบหน้าหวานที่ดูจะมีสีเลือดขึ้นมาแล้ว ไหล่มนกลมกลึงที่แอบสัมผัสก็ให้ความรู้สึกดียิ่ง ลำคอยาวระหงตรงราวลำไผ่นวลเนียนกรุ่นกลิ่นหอมจาง ๆ ซึ่งเขายังจำได้ดี เนินอกขาวอวบที่หายลับเข้าไปในสาบเสื้อนั่นอีก....ช่างนุ่มหยุ่นใหญ่โตเกินสตรีใด

ลูกกระเดือกชายหนุ่มเผลอขยับขึ้นลง รู้สึกลำคอแห้งผากประหนึ่งขาดน้ำมาแรมปี

เหมือนหญิงสาวจะรับรู้ได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของใครอีกคน ใบหน้าหวานแม้จะก้มงุด แต่ทว่าใบหูเล็กกลับขึ้นสีแดงก่ำน่ากลัวว่าจะหยดเลือดออกมาได้

“เอ่อ...เห็นทีว่าหากไต้เท้าเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อย คงจะต้องเดินทางกลับจวนผู้น้อยโดยไว มิเช่นนั้นอาจถึงจวนค่ำมืดเอาได้นะขอรับ”

“หืม...ท่านว่าอะไรนะ”

ชายหนุ่มที่มัวแต่จดจ้องเรือนร่างน่ามองบนเตียง หันมาถามไป๋จงซานด้วยน้ำเสียงงุนงงดวงตาฉายชัดถึงความไม่เข้าใจ

“ไต้เท้าไป๋กล่าวว่าให้ไต้เท้ารีบกลับจวนโดยไวก่อนฟ้าจะมืดขอรับ” หลี่กงกงกล่าวอธิบายอีกครั้ง

“ผู้ใดจะกลับจวนท่านกัน “

“เอ่อ...ผู้น้อยโง่เขลา หากไม่กลับจวนแล้วไต้เท้าจะพักที่ใดเล่าขอรับ”

จ้าวหลงเหว่ยส่งสายตาดูแคลนไปให้เจ้าเมืองไป๋ เป็นเชิงว่า ท่านนี่ช่างโง่งม ก่อนจะเอ่ยวาจาที่ทำเอาคนฟังตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

“เราจะพักที่นี่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 76

    เถียนเถาฮวารู้สึกราวกับว่าร่างกายไม่ใช่ของตัวเอง เพียงถูกเขาดูดกลืนก็ถึงกับครางเสียงหลง น่าอายเกินไปแล้ว!“เถาเถาเด็กดี ไยไม่ร้องแล้วเล่า”“พี่ชาย อย่าแกล้ง...อื้อ” จางจื่อรุ่ยรระรัวลิ้นร้อนละเลงเล่นยอดปทุมถันจนมันวาววับไปด้วยหยาดน้ำ ทั้งชูชันและสั่นระริกดูเร้าอารมณ์อย่างประหลาด“ให้พี่ชายดูหน่อยว่าเจ้าพร้อมแล้วหรือไม่” เสียงทุ้มแหบพร่ากล่าวพลางเคลื่อนขยับมือแกร่งว่องไว ปลดซับในตัวบางซึ่งเป็นอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปให้พ้นทาง บุปผางามฉ่ำน้ำค้างที่ซุกซ่อนอยู่พลันเผยให้เห็นสู่สายตา“งดงามเหลือเกิน”“ท่าน....อื้อ อย่ามองเจ้าค่ะ” “ไม่มองเช่นนั้นให้พี่ชายลิ้มลองดีหรือไม่” จางจื่อรุ่ยใช้น้ำเสียงล่อลวงราวกับว่านางยังเป็นเด็กสาว จนเถาเถียนฮวานึกค้อนเขาอยู่ในใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ตอบสิ่งใด กลางกายกลับรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่ลากไล้รุกราน“อื้อ...มะ ไม่”“อืม...หวานจริงเสียด้วย” จางจื่อรุ่ยไล้ปลายลิ้นปาดเลียตามร่องธารรัก ขณะนั้นก็ช้อนสายตาสบประสานกับคนตัวเล็กที่นอนราบอยู่บนเตียง เห็นใบหน้างามแดงจนเป็นสีโลหิตเขาก็ยิ่งเร่งระรัวปลายลิ้นเข้าใส่จนนางกรีดร้องเสียงหลง“อ๊า!! อื้อ

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 75

    หญิงสาวไม่ตอบทำเพียงเดินไปยังกระถางกำยานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ครั้นใส่ตัวยาทั้งหมดลงไปพร้อมทั้งจุดไฟและปิดฝาครอบ กลิ่นหอมละมุนเจือความยั่วเย้าก็แผ่กำจายอบอวลประหมึ่งมีหมอกควันบางเบากำลังกระตุ้นเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นตัว“ข่าวดีก็คือข้า… อ๊ะ ท่านทำอะไรกัน” เถียนเถาฮวาที่กำลังจะหันมาพูดกับชายหนุ่ม ต้องหยุดเสียงอุทานขึ้นมาก่อนที่ใบหน้าจะแดงระเรื่อแทบจะเป็นสีโลหิต ใครเลยจะรู้นางเพียงเดินไปจุดกำยานครู่เดียวเขาที่แต่งกายชุดขุนนางเต็มยศจะปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมดกันเล่า“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องคิดค้นตัวยาออกมาได้แล้วเป็นแน่…ใช่หรือไม่เถาเถา” “เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่…” จางจื่อรุ่ยเลิกคิ้วเป็นคำถาม แม้หญิงสาวจะมองมาด้วยท่าทีเอียงอาย เขาก็ยิ่งไม่คิดปกปิดเรือนกายกำยำของตนเอง “ข้าต้องบอกก่อนว่ากำยานนี้ต้องใช้เวลาสิบห้าวันถึงจะรู้ผลเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นเราต้องร่วมหอกันตลอดสิบห้าวันเลยหรือไม่!”สิ้นประโยคนั้นคนทั้งคู่ต่างก็นิ่งงันไปในทันที เถียนเถาฮวาอยากจะหัวเราะให้กับความคิดนี้ แต่อีกทางกลับร้อนผ่าวไปทั่วทั้งสรรพางค์ จางจื่อรุ่ยเองก็รู้สึกว่าความคิดของตนเหลวไหลเข้าไปทุกที“ท่านไม่ต้องกังวล

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 74

    หลังจากความสนิทสนมคืนนั้นผ่านไป เถียนเถาฮวาก็ศึกษาตัวยาที่ใช้ในรักษาอาการของเสียนหลงฮ่องเต้ทันที พร้อมกันนั้นก็ตรวจคนไข้ที่ลงขื่อเอาไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนจะติดป้ายเอาปิดทำการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเอาไว้หน้าร้าน ทำให้ยามนี้นางมีเวลามากพอจะปรุงกำยานออกมาสำเร็จ“คุณหนูช่างร้ายกาจ เพียงสามวันก็สามารถคิดค้นตัวยาสำหรับการรักษาได้แล้ว” “ข้าบอกแล้วอย่างไร ไม่มีโรคใดที่กำยานของคุณหนูของเจ้ารักษาไม่ได้” ลี่ชุนพยักหน้าหงึกหงักพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี“เช่นนี้คุณหนูก็ไม่จำเป็นต้องทดลองยาแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ฮื้ม เหตุใดจะไม่ต้องทดลองเล่า ถ้าไม่ทดลองแล้วข้าจะมีบุตรกับพี่ชายจื่อรุ่ยได้อย่างไร หึ ๆ” เถียนเถาฮวาไม่คิดจะบอกความจริงเรื่องนี้กับชายหนุ่มเด็ดขาด หากเขาไม่ยอมทดลองยากับนาง มิใช่ว่าท่าทีที่นางพยายามแสดงออกไปจะเสียเปล่าหรอกหรือ“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะหุบปากให้สนิทไม่แพ่งพรายเรื่องนี้เด็ดขาด” “เด็กดี วันข้างหน้าบุตรของข้าต้องฝากให้เจ้าช่วยเลี้ยงแล้ว” นายสาวหยอกเย้าสาวใช้ของตนอย่างอารมณ์ดี ที่นางไม่ปิดบังความจริงกับเด็กสาวก็เพราะรู้ดีว่านางไม่มีทางนำเรื่อง

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 73

    ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าในใจก็นึกกระดากไม่น้อยที่ต้องมาพูดเรื่องระหว่างเขาและนางให้ผู้อื่นฟัง“เช่นนี้นี่เอง แต่เดี๋ยวก่อน ท่านเป็นบุรุษที่มีบุตรได้เช่นนี้แล้วจะทดลองยาอย่างไรเล่า” “กระหม่อมคิดว่าจะให้หมอหลวงจ่ายยาไร้บุตรให้พ่ะย่ะค่ะ” “เหลวไหล! เจ้ากำลังกล่าวสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่” พระสุรเสียงทุ้มกร้าวก้องกังวานทั่วห้องทรงพระอักษรทำให้ฝูกงกงที่ยืนรับใช้อยู่ข้างกายโอรสสวรรค์ถึงกับสะดุ้งตกใจเตรียมจะย่อกายคุกเข่า หากแต่จางจื่อรุ่ยยังคงนิ่งสงบ กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ดีว่าพระองค์เป็นห่วงเรื่องใด แต่หากการที่กระหม่อมไม่สามารถมีบุตรได้ทำให้ข่าวลือที่แพร่กระจายอยู่ภายนอกสงบลงทั้งยังเป็นการหาวิธีรักษาฝ่าบาทได้ด้วยก็ถือว่าคุ้มค่านะพ่ะย่ะค่ะ ที่สำคัญกระหม่อมเชื่อในฝีมือของนาง…” จางจื่อรุ่ยมีลางสังหรณ์ว่าการทดลองยาในคราวนี้ต้องออกมาสำเร็จแน่นอน นอกจากฝ่าบาทจะได้ทายาทแล้ว จวนราชครูของเขาก็จะมีผู้สืบทอดไม่เช่นกัน“ยังคงเป็นท่านอาที่หวังดีกับข้าที่สุด ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้วข้าเองก็จะไม่ขัดขวาง” เสียนหลงฮ่องเต้ยิ้มบางพลางกล่าวคำเรียกขานสมัยย

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 72

    หลังจากการประชุมเช้าอันวุ่นวายสิ้นสุดลง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างก็ทยอยแยกย้าย เห็นจะมีเพียงผู้สำเร็จราชการอย่างจางจื่อรุ่ยที่ถูกรั้งไว้เพียงผู้เดียว“ราชครูจาง ฝ่าบาทรอท่านอยู่ที่ห้องทรงพระอักษร โปรดตามข้าน้อยมาทางนี้ขอรับ” “รบกวนฝูกงกงแล้ว” “มิกล้า ๆ” ขันทีคนสนิทข้างพระวรกายหลงเสียนฮ่องเต้กล่าวเกรงใจค้อมกายด้วยความเคารพ เขารู้ดีว่านายเหนือหัวให้ความสำคัญกับคนผู้นี้มากเพียงใด หากตนไม่ล่วงเกินได้ก็จะเป็นการดีที่สุด“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าบาท” “ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมากพิธี ท่านนั่งลงก่อนเถอะ” เสียนฮ่องเต้ประทับลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทรงพระอักษรกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง จางจื่อรุ่ยเองก็ไม่คิดเกรงใจอีก ทำเพียงค้อมกายแล้วนั่งลงตามคำสั่งของอีกฝ่ายทันที“ทูลฝ่าบาท ที่กระหม่อมมาวันนี้ก็เพื่อจะแจ้งข่าวว่ากระหม่อมหาตัวหมอเทวดาพบแล้ว” “จริงหรือ! แล้วตอนนี้หมอเทวดาอยู่ที่ใดเล่า ท่านได้พามาด้วยหรือไม่” เสียนหลงฮ่องเต้มีท่าทีดีใจยังปิดไม่มิด นี่เรียกว่าข่าวดีที่สุดตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าได้“เวลานี้กระหม่อมยังพานางมาพบพระองค์ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” “นาง…สตรีหรอกหรือ ว่าแต่เหตุใดจึงพา

  • ราคะสามบุปผา   บทที่ 71

    จางจื่อรุ่ยนอนหลับได้เพียงไม่นานท้องฟ้าด้านนอกก็กลายเป็นสีพุงปลา เสียงสกุนาขับขานร้องรับกันเป็นทอดฟังดูไพเราะจับใจ ชายหนุ่มตัดใจผละจากร่างในอ้อมกอดที่ตนคลอเคลียอยู่ค่อนคืนด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมนัก ทว่าหากช้ากว่านี้ก็เกรงจะไปราชสำนักล่าช้าเอาได้“เถาเถา…พี่ชายจะไปแล้วนะ” ไร้เสียงตอบรับจากคนงามที่หลับตาพริ้ม คาดว่านางคงจะอ่อนเพลียอยู่มาก เมื่อคืนนี้นางเองก็ปลดปล่อยไปไม่น้อยไปกว่าเขา…คิดมาถึงตรงนี้กลางกายก็พลันปวดหนึบขึ้นมาอีกคราจนต้องเบนสายตาหนีจากเรือนร่างอ่อนนุ่มตรงหน้าไปเสีย “อื้อ…พี่ชาย ทะ ท่านเหตุใดยังอยู่อีก” “รอเจ้าตื่นก่อน เป็นอย่างไรบ้างยังอ่อนเพลียอยู่ใช่หรือไม่” เถียนเถาฮวาใบหน้าซับสีเลือดในทันทีที่เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ นางไหนเลยจะหน้าหนาพอจะตอบคำถามเขาชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงไปจะจรดปลายจมูกลงบนแก้มนวลพลางกระซิบเสียงพร่า“เถาเถาเด็กดี พี่ชายจะรีบกินยาไร้บุตรโดยเร็ว เจ้าก็เร่งมือปรุงกำยานให้เสร็จเล่า”หญิงสาวย่นคอหนีลมร้อนจากริมฝีปากร้ายที่เขาจงใจยั่วยุอารมณ์นางแต่เช้าอย่างเอียงอาย ไม่คิดเลยว่าการทำความคุ้นเคยของเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status