เข้าสู่ระบบวันที่เมียจ้างชั่วคราวอย่างเธอรู้ว่าท้อง ก็พบว่าพ่อของลูกมีคนรักอยู่แล้ว และกำลังจะแต่งงาน
ดูเพิ่มเติมตฤณ (ตฤณภัทร) อายุ30ปี สูง 186 CM
มีธุรกิจโรงแรมห้าดาว ที่มีอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ เรย์ อายุ22ปี สูง 160 CM ร้องเพลงอยู่ในร้านอาหารเพื่อเลี้ยงชีพและส่งเสียตัวเองเรียนตั้งแต่ ม.4 จนเรียนจบปริญญา . . . ตัวอย่าง “วันนี้เรย์เห็นคุณกับแฟนไปเลือกชุดแต่งงาน…” เธอหยุดไปครู่หนึ่งพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ “คุณกับแฟนจะแต่งงานกันแล้วใช่ไหมคะ” “อืม” “ถ้าอย่างนั้น…คุณกับเรย์ก็ต้องหย่ากัน…” “คุณจะไปหย่าให้เรย์เมื่อไหร่คะ” “เรื่องหย่าฉันค่อยบอกเธออีกที” . . . . “ถ้าฉันไม่มารู้เอง เธอคิดจะบอกฉันตอนไหนว่าท้อง” “เรย์ไม่ได้คิดจะบอกค่ะ” “ทำไม?” “เรย์คิดว่าไม่จำเป็นต้องบอก ถึงยังไงคุณกับเรย์ก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว ต่างคนก็ต่างไป ต่างคนต่างอยู่” . . . . . . . . . . . . . . . “สองปีแล้วนะที่หนูหลินนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา” คนเป็นแม่เอ่ยกับลูกชายที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “…” เขาก็นิ่งไม่ตอบโต้อะไรกลับไป เพราะรู้ดีว่าที่แม่พูดแบบนั้นเพราะแม่อยากให้เขาได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝากับ ทอรุ้ง หญิงสาวที่พ่อกับแม่หามาให้ “ลูกเลิกหวังเถอะว่าหนูหลินจะฟื้นขึ้นมาได้อีก นอนเป็นผักมาสองปีแบบนั้น คงยากแล้วละที่จะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้” “แต่ผมยังไม่หมดหวัง ผมคิดว่าหลินต้องฟื้นกลับมาได้อย่างแน่นอน” เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ และยังมีความหวัง “ลูกจ่ายค่ารักษาไปกี่สิบล้านแล้วล่ะกับเรื่องหนูหลิน” “จะกี่สิบล้านผมก็ไม่เกี่ยงหรอก เพราะหลินเป็นแฟนของผม ผมกับหลินพูดกันไว้แล้วว่าจะแต่งงาน ยังไงผมกับหลินก็ต้องได้แต่งงานกัน” เขาพูดอย่างมุ่งมั่นและหนักแน่นว่าเขาจะรอหลินฟื้นและจะแต่งงานกับเธอ หลินคือแฟนของตฤณภัทร ตฤณภัทรกับหลินเป็นแฟนกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตฤนภัทรกับหลินเรียนรุ่นเดียวกันและเรียนสาขาเดียวกัน ทั้งคู่เป็นแฟนกันตั้งแต่ขึ้นปี4 เมื่อสองปีก่อนหลินไปงานแต่งของเพื่อนสมัยเรียน โดยหลินไปกับรถของเพื่อนสมัยมัธยมปลาย ขากลับเพื่อนของหลินขับรถมาส่งหลินที่บ้าน แต่ระหว่างทางก็มีรถยนต์คันหนึ่งเกิดเสียหลักแล้วพุ่งเข้ามาชนกับรถที่หลินนั่ง เพื่อนของหลินที่เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อย แต่หลินได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะค่อนข้างรุนแรง จึงอยู่ในภาวะเจ้าหญิงนิทรา ตฤณภัทรให้หลินได้รักษาในโรงพยาบาลที่ดีที่สุด หาหมอที่เก่งที่สุด เพราะเขาหวังว่าหลินจะฟื้นคืนกลับมาได้ถ้าได้รับการรักษาอย่างดี กระทั่งหลินนอนแบบเจ้าหญิงนิทรามาหนึ่งปีกับหกเดือน พ่อกับแม่ของเขาที่คิดว่าหลินคงไม่ฟื้นกลับคืนมาได้อีกจึงหาผู้หญิงมาให้เขา และเขาก็ปฏิเสธมาตลอด รวมเวลาก็หกเดือนแล้วที่พ่อกับแม่ของเขารบเร้าให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่พวกท่านหาให้ “งั้นเอาอย่างนี้นะ แม่จะยืดเวลาให้อีกหกเดือน ถ้าภายในหกเดือนนี้หนูหลินยังไม่ฟื้น ลูกก็ต้องแต่งงานกับหนูทอรุ้ง พ่อกับแม่จะไม่ยอมให้ลูกต้องรอคนที่นอนเป็นผักไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว มันเสียเวลามากนะ” ดลฤดีพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สีหน้าจริงจัง “แต่แม่ครับ…” “แม่จะให้เวลาแค่หกเดือนเท่านั้น ถ้าหนูหลินฟื้นกลับมา แม่ก็ไม่ขัดถ้าลูกจะแต่งงานกับหนูหลิน แต่ถ้าหกเดือนแล้วยังไม่ฟื้น ลูกก็ต้องเชื่อฟังพ่อกับแม่” “แม่…” เขาจะโต้กลับ แต่ดลฤดีก็สวนกลับมา “ลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ เพราะฉะนั้นลูกควรจะทำตามคำขอของพ่อกับแม่บ้าง” ดลฤดีพูดอย่างเด็ดขาดพลางใช้สายตากดดัน “…” ตฤณภัทรที่เห็นความเอาจริงเอาจังของแม่ก็ไม่กล้าจะโต้เถียงกลับไป “ตกลงตามนั้นแล้วกันนะลูก” “…” “ตฤณ” “ครับ” เขารับคำอย่างไม่เต็มเสียงเพราะไม่เต็มใจ ตฤณภัทรอยู่คุยกับคนเป็นแม่จนเกือบหกโมงเย็นจึงขอตัวกลับ พอเขาขึ้นรถก็โทรหา ฌอน เพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตู๊ด “มีไรมึง” (ไปหาอะไรกินแก้เครียดกันดีกว่านะ) “มึงจะกินข้าวหรืออยากกินเหล้า” (กินข้าวก่อนดีกว่า กูยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง เอาไว้ดึกๆเราค่อยไปกินเหล้ากัน) “ได้ งั้นกูขอเสนอร้านอาหารเองแล้วกันนะ” (ว่ามา) “กูเคยพาแฟนไปกินร้านนั้น มันเป็นร้านอาหารที่มีนักร้องด้วย เป็นนักร้องผู้หญิง น้องเขาเสียงดีมาก กูรู้กับพนักงานในร้านว่าน้องคนนั้นร้องเพลงอยู่ที่นั่นตั้งแต่เรียนอยู่ม.4” (น่าสน งั้นกูไปร้านที่มึงว่าแล้วกัน ชื่อร้านอะไร) “ร้านร่มไม้” (อืม แล้วเจอกัน) ว่าแล้ว ตฤณภัทรก็กดวางสายแล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่เพื่อนแนะนำมาหนึ่งอาทิตย์ต่อมา หลังจากที่ตฤณภัทรพาเรย์ไปนอนค้างที่บ้านของเขาเมื่อวันก่อน นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่ตฤณภัทรกับเรย์ไม่ได้เจอกัน กระทั่งวันนี้ เมื่อเรย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปจากห้องอพาร์ทเม้นท์เพื่อลงไปขึ้นรถหมายจะเดินทางไปทำงานยังบริษัทขายวัสดุก่อสร้างของปราณ ก็เจอกับคนตัวสูงที่เธอไม่ได้เจอมาหนึ่งอาทิตย์แล้วสาวเท้าเข้ามาพอดี ตฤณภัทรที่เห็นจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนน้ำเสียงนุ่มนวล “จะไปทำงานเหรอ” “ค่ะ” “ไปขึ้นรถสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง” ว่าแล้วเขาก็เอื้อมไปจับมือเรียวแล้วสาวเท้าพาไปยังรถหรูของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล ร่างสูงเปิดประตูให้หญิงสาวเข้าไปนั่งและปิดประตู ก่อนที่คนตัวสูงจะออกรถมุ่งหน้าไปยังที่ทำงานของเธอ “กินอะไรบ้างหรือยัง” ใบหน้าหล่อหันถามร่างบางที่นั่งข้างๆด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมีความเอาใจใส่ “กินแล้วค่ะ” “ตอนเย็นฉันจะไปรับเธอที่ทำงาน” “คุณไม่ไปหาแฟนเหรอคะ” “ฉันไม่ได้ไปหาหลินมาหลายวันแล้ว คิดว่าต่อไปคงจะไม่ต้องไปแล้ว เพราะต่อไปฉันจะมาหาเธอและอยู่กับเธอทุกวัน” เมื่ออาทิตย์ก่อนเขาได้พูดคุยกับหลินและเคลียร์เรื่องทุกอย่างกับหลินเรียบร้อยแล้ว “คุณจะมาอยู่กับเรย์ทุกวัน?” ใบหน
บ้านตฤณภัทร ร่างสูงสาวเท้านำคนตัวเล็กเข้ามาในบ้าน ตฤณภัทรหย่อนตัวนั่งบนโซฟาราคาแพงในห้องรับแขก ร่างบอบบางเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยพร้อมกับจดจ้องใบหน้าเรียวสวยด้วยแววตาเคืองขุ่น “รุ่นพี่คนสนิทของเธอคงจะว่างมากสินะ ถึงได้พาเธอไปกินข้าวเย็นกันบ่อย” น้ำเสียงกึ่งประชดประชัน “ก็เหมือนกับคุณที่ว่างพาแฟนออกไปกินข้าวกันบ่อยนั่นแหละค่ะ” เธอพูดสวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “…” จนทำเอาร่างสูงชะงักพลางแววตาไหววูบเมื่อเธอพูดเรื่องจริงสวนกลับมา “เรื่องที่คุณจะคุยกับเรย์คือเรื่องนี้ใช่ไหมคะ” “…” ร่างสูงนิ่งมองเธอพลางคิดว่าเรื่องที่เขาจะพูดกับเธอก็มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เรย์ที่เห็นว่าเขาไม่พูดต่อจึงคิดว่าเรื่องที่เขาจะคุยกับเธอคงมีแค่เรื่องพี่ปราณพาเธอไปกินข้าว ดังนั้นเธอจึงพูดเรื่องที่เธอจะพูดกับเขาขึ้น “เรย์ก็มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกันค่ะ” “เรื่องอะไร” “เรย์อยากหย่าค่ะ คุณพร้อมจะไปหย่าให้เรย์เมื่อไหร่” “อยากหย่ามากนักเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเข้ม ดวงตาคู่คมฉายแววขุ่นเคืองเมื่อได้ยินคำว่าหย่าออกมาจากปากของเธอ “ใช่ค่ะ อยากหย่า” “ฉันไม่หย่า” เสียงทุ้มบอ
วันต่อมา ตฤณภัทรตื่นก่อนคนตัวเล็กแล้วเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว เสร็จแล้วออกมาจึงเห็นว่าร่างบางกำลังหยัดตัวขึ้นจากเตียง เห็นอย่างนั้นร่างสูงจึงก้าวเดินเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยออกไป “ฉันต้องกลับก่อนนะ วันนี้ต้องเข้าบริษัทเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องเข้าไปจัดการ” “ค่ะ” “เธอจะไปทำงานไหม” “ไปค่ะ” “ไปทำงานไหวเหรอ ยังอ่อนเพลียอยู่หรือเปล่า” “ก็เพลียนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าและแววตาอ่อนล้า ร่างสูงที่เห็นจึงบอกไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วง “งั้นวันนี้เธอก็หยุดอยู่ห้องเถอะ อย่าไปทำงานทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อมเลย ที่สำคัญเธอท้องอยู่ด้วย ควรอยู่ห้องพักผ่อนมากกว่านะ” “เรย์ไปทำงานไหวค่ะ” เขาถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นว่าเธอจะไปทำงานให้ได้ทั้งที่ร่างกายไม่พร้อมจะทำงาน ก่อนจะเอ่ยออกไป “งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเธอก่อน แล้วค่อยไปบริษัท” “ค่ะ” คนตัวเล็กหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เสร็จแล้วก็ออกมาสวมใส่ชุดเดรสโดยตฤณภัทรนั่งมองร่างบางอยู่บนโซฟาด้วยความรู้สึกกังวลใจเมื่อคิดว่าเธอต้องไปทำงานทั้งที่กำลังท้องอยู่ จนเรย์แต่งตัวและแต่งหน้าทำผมเสร็จ ร่างแกร่งก็ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนทั้งสองจะพากันลงไปขึ้นรถห
อพาร์ทเม้นท์ Sky Line หลังจากตฤณภัทรไปส่งหลินที่บ้านแล้ว จากนั้นเขาก็ขับรถมายังอพาร์ทเม้นท์ของเรย์ ในขณะที่ร่างสูงยืนพิงรถหรูสูบบุหรี่รอคนตัวเล็กอยู่นั้น รถเก๋งราคาแพงของปราณก็ขับเข้ามาจอดไม่ไกลกับรถของเขา ทันทีที่เห็นร่างบางลงจากรถ มือหนาก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วสาวเท้าตามคนตัวเล็กเข้าไปในตึกใหญ่ของอพาร์ทเม้นท์ เรย์ที่เห็นจึงเอ่ยถาม “คุณมาที่นี่ทำไมอีกคะ” น้ำเสียงของเธอแฝงด้วยความระคนสงสัย “มานอน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบพลางจดจ้องใบหน้าเรียวสวยด้วยแววตานิ่งคาดโทษเมื่อคิดไปถึงภาพที่เธอยิ้มร่าเริงกับชายหนุ่มคนที่เธอบอกว่าสนิทกันตั้งแต่เด็ก “…” เรย์ที่เห็นสายตาคมที่จ้องมองมาอย่างจะเอาเรื่องก็ชะงักไป กระทั่งประตูลิฟต์เปิดทั้งสองจึงเดินเข้าไปพร้อมกันโดยภายในลิฟต์ตกอยู่ในความเงียบงันจนลิฟต์พาคนทั้งสองขึ้นมายังชั้นที่เธอพักอาศัย เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องร่างแกร่งก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างถือวิสาสะ เรย์ที่เห็นจึงถอนหายใจเบาๆพร้อมกับส่ายหน้าให้กับอีกคนที่ทำอย่างกับเป็นห้องของตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนเข้าห้องน้ำไป ร่างบางออกจากห้องน้ำมาด้วยชุดนอนแบบกระโปรงแล้วจ้องมองไปยังร่างสูง