LOGINเธอสดใส เธอน่ารัก เธอเป็นเหมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืดที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างต้องเดินเข้ามาหา รวมถึง... นักฆ่าอย่างเขาด้วย เขา มาพร้อมกับความ "อันตราย" และ "เลือดเย็น" หยาดเลือดที่เปื้อนมือยังคงมีกลิ่นคาวแม้จะถูกชะล้างไม่เหลือคราบแล้วก็ตาม... เธอ เปรียบเสมือน "แสงสว่าง" จุดเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมิด กระต่ายน้อย ท่ามกลางฝูงหมาป่าที่มีจ่าฝูงเป็น นักล่า(ฆ่า)ผู้เลือดเย็น จะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร...
View Moreท่ามกลางสายฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองโปลินาโน เอ มาเร ประเทศอิตาลี เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่วิ่งท่ามกลางสายฝนพร้อมกับเสียงตะโกนโหวกเหวกแข่งกับเสียงสายฝนสาดปะทะหลังคาเรือนดังเซ็งแซ่
ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่มีอาวุธพร้อมมือครบครันเหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่างท่ามกลางความโกลาหล ก่อนจะมีชายร่างท้วมสวมสูทดูดียกมือกุมหัวอาบชุ่มไปด้วยเลือดผสมกับน้ำฝนเดินออกมาด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียมดุดัน
"มันหายไปแล้วครับนาย"
"กูเลี้ยงสวะแบบพวกมึงมาได้ยังไงวะ! แม่งเอ๊ยเสียข้าวเสียเงินที่พวกมึงเอาไปเล่นในบ่อนชายแดนฉิบหาย"
"ขอโทษครับนาย"
"หามันให้เจอถ้าไม่เจอกูจะค่อยๆ ฆ่าพวกมึงทีละคนจนกว่าจะเจอมัน อ้อ... ห้านาทีกูจะฆ่าหนึ่งคน"
"ครับ"
เสียงเกรี้ยวกราดตวาดลั่นก่อนจะหมุนตัวหันเดินกลับ แต่ยังไม่ทันได้เดินออกไปได้ไกลก็เป็นอันต้องชะงักเท้าไว้เป็นถอยหลังแทน ดวงตาค้างนิ่งใบหน้ากระตุก
"จัดการมันสิวะยืนมองทำซากอะไรวะ!!" ตวาดเสียงลั่นขึ้นอีกก่อนจะแย่งอาวุธมีดในมือลูกน้องที่อยู่ใกล้ที่สุดมาถือไว้ ถอยออกมาปล่อยให้ลูกน้องเป็นคนจัดการแทน
ดวงตาคมกริบราวหมาป่าปรายขึ้นมองบุคคลด้านหน้านิ่งๆ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแต่กลับมีความน่ากลัวแฝงไว้ผมดกดำเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนตกลงมาสู่ใบหน้าและร่างกายกำยำ มือหนามีเพียงประแจเลื่อนขนาดยี่สิบสี่นิ้วเป็นอาวุธป้องกันตัว
ร่างสูงสวมใส่ชุดสีดำคลุมทั้งตัวช่วยอำพรางตัวในยามค่ำคืนให้สะดวกแก่การหลบหลีก ปราดตามองคนที่กำลังพุ่งตัวเข้าหานิ่งๆ
เสียงเครื่องมืออาวุธในมือกระทบร่างพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนแข่งกับสายฝนดังขึ้นไม่ถึงห้านาทีก็เงียบไป เหลือเพียงชายร่างท้วมกับศัตรูตรงข้ามที่ยืนท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งโชยขึ้นตามกลิ่นอายฝน
"มึงเป็นใคร ใครจ้างมึงมา"
"...."
"กูจ่ายให้สิบเท่าของที่มันจ่ายมึงถ้ามึงปล่อยกูไป"
"...."
"มึงอย่าเข้ามาถ้ามึงก้าวมาอีกก้าวเดียวกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่"
"...."
ยังคงมีเพียงความเงียบเป็นคำตอบ เท้าหนักบนรองเท้าหนังสีดำขลับก้าวเข้ามาช้าๆ ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกดวงตาคมกริบยังคงจ้องมองคนที่ก้าวถอยหลังหนีนิ่งๆ ในมือมีประแจเลื่อนขนาดใหญ่มีเลือดสีเข้มหยดลงสู่พื้นไหลรวมกับน้ำสีเดียวกันบนพื้นน้ำนองกว้าง
"มึงอย่าเข้ามา!"
"...."
"กูจะจัดการมึงซะไอ้เศษสวะเอ๊ย! ย๊าก!!" ร่างท้วมพุ่งเข้าหายกอาวุธมีดในมือเข้าหาฝ่ายตรงข้ามตวัดลงบนร่างใหญ่กว่า
นักฆ่าร่างสูงเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับยกมือถืออาวุธในมือสาดใส่ร่างท้วมเข้าเต็มแรงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ตามด้วยคว้าคอเสื้อยกขึ้นมาสาดใส่อาวุธเข้าหาอย่างหนักก่อนจะจบลงด้วยใช้มีดในมือของมันปาดหลอดลมลำคอจนขาดสะบั้นออกจากกันก่อนจะปล่อยร่างนั้นร่วงหล่นลงพื้น
ปรายหางตามองด้วยแววตาไร้ความรู้สึกปล่อยอาวุธในมือตัวเองลงพื้นโดยไร้ความสนใจก่อนจะเดินออกมาจากสถานที่เกิดเหตุมา
ครืน~ครืน
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ภายในกระเป๋ากางเกงทำให้มือหนาลดลงสอดเข้าไปควานหาขึ้นมากดรับ ริมฝีปากบางเฉียบยังคงเม้มปิดรอจนปลายสายเป็นคนเปิดประเด็นก่อน
'ทำงานเรียบร้อยดีไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ'
"...."
'ค่าจ้างอยู่ที่เดิม จำไว้เก็บปากไว้ให้เงียบที่สุดอย่าแม้แต่จะพูดอะไรออกไปไม่งั้น... มึงที่จะเป็นคนที่จะถูกเก็บเป็นคนต่อไป'
"...."
มือหนาเลื่อนโทรศัพท์ออกจากใบหู ยื่นมือขึ้นไปคว้าเสื้อกล้ามสีดำจากเสาแขวนขึ้นมาสวมใส่ตามด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเดียวกัน ถุงมือหนังถูกสวมลงบนมือทั้งสองข้าง
โดโนแวนนักฆ่าเลือดเย็นที่ถูกขนานนามว่าเป็นหมาป่าโลกันตร์หรือไดร์วูล์ฟ ด้วยความโหดเหี้ยมและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบวกกับการลงมือที่ไม่ทิ้งหลักฐานไว้เลยมักจะถูกจ้างวานให้จัดการกับคนตำแหน่งใหญ่โตที่กฎหมายเข้าไม่ถึงโดยเฉพาะ มาเฟียและบุคคลในความมืด
เสียงฝีเท้าหนักเดินออกจากใต้อาคารที่พักชั่วคราว กวาดสายตาไร้ความรู้สึกมองความวุ่นวายรอบตัวด้วยใบหน้าเรียบนิ่งก่อนจะเดินไปขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์คันใหญ่สตาร์ทเร่งเครื่องเสียงดังเรียกความสนใจจากผู้คนใกล้เคียงให้หันมองด้วยความสนใจ แล้วพุ่งทะยานออกสู่ถนนเส้นหลักไปยังที่หมายซึ่งเป็นล็อกเกอร์ที่ไปรับงานมาก่อนหน้านี้
.
.
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังกระทบพื้นภายในสนามบินโคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์ก ฮันน่านางแบบสาวสวยลูกครึ่งไทยอังกฤษพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวก้าวเดินออกมาด้านนอกตัวอาคาร กวาดสายตามองหารถของเอเจนซี่ที่ติดต่องานกันอยู่
"พี่เมลลี่หนูขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ"
"ได้ๆ อย่าช้านะ"
"โอเคค่ะ"
เสียงหวานตอบกลับผู้จัดการร่างสูงใหญ่ใจสาวน้อยพร้อมกับรอยยิ้มหวาน หมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้านในตัวอาคารเพื่อเข้าห้องน้ำตามที่บอกไปก่อนหน้า
เท้าเล็กเดินตามป้ายมายังห้องน้ำจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เตรียมตัวจะเดินกลับไปหาผู้จัดแต่กลับต้องชะงักหยุดนิ่งไปกับภาพที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่โล่งแจ้งผู้คนมากมายแบบนี้
เสียงร้องเงียบลงพร้อมกับร่างสูงของชายคนหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้นโดยมีเลือดสีเข้มไหลออกมาจากหัวของเขา...
"ละ.. เลือด"
ร่างเล็กขาอ่อนยวบล้มลงบนพื้นดวงตากลมโตเบิกกว้างมองตามเสียงฝีเท้าหนักก้าวเดินออกมาจากภายในห้องน้ำชาย เลื่อนจากปลายเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ ตามความยาวของช่วงขา เสื้อโค้ตตัวใหญ่สีดำก่อนจะหยุดลงเมื่อเผลอสบเข้ากับดวงตาคมกริบไร้ความรู้สึกน่ากลัวของคนที่เดินออกมา ใบหน้าคมหล่อเหลาไม่ได้ช่วยให้เขาดูน่ากลัวลดลงเลยสักนิด
เธอเกือบจะกรีดเสียงร้องออกมาหากว่าคนที่ล้มลงจมกองเลือดบนพื้นเมื่อครู่ไม่ร้องเสียงโอดพร้อมกับพยายามดันตัวลุกขึ้นมา
เขา... ยังไม่ตาย เขายังไม่ตาย...
ครั้นพอสติกลับคืนคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเมื่อครู่กลับหายไปแล้ว หันมองรอบกายก็เหมือนมีแต่เธอที่มองเห็นเขาเมื่อครู่นี้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่สวนกันไปมา
ปึง!
ประตูเปิดออกด้วยแรงไม่เบามากนักดึงความสนใจของฮันน่ากลับมามองตรงไปด้านหน้าอีกครั้ง ดวงตากลมโตจ้องมองร่างสูงอาบชุ่มเลือดก่อนจะค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนโดยที่ชายร่างสูงก็มองเธอด้วยความมึนๆ เช่นกัน
"มะ... ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษออกไป หรี่ตาจ้องมองปฏิกิริยาตอบรับ
"...."
"อ้าว!?" อุทานออกมาเบาๆ กับตัวเองมองร่างสูงของชายผิวขาวเดินออกไปเงียบๆ เหมือนไม่ต้องการเอาความหรือเดือดร้อนอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเองเลยสักนิด
เขายกมือขึ้นใช้ผ้ากดปิดแผลบริเวณหัวแล้วเดินเร็วรี่ตรงออกไปยังด้านนอกทันที
"แปลกจังเลยทั้งที่หัวเต็มไปด้วยเลือดแต่ทำไม..."
นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากพึมพำด้วยความมึนงง ก่อนจะสะบัดหัวเลิกให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เจอ ในเมื่อคนเจ็บยังปล่อยผ่านไม่เดือดร้อนอะไรแล้วเธอมีสิทธิ์อะไรจะไปเอาความล่ะ
ฮันน่าเดินกลับออกมาหาผู้จัดการหนุ่มใจสาว พยายามสลัดแววตาคมกริบน่ากลัวที่เจอเมื่อครู่ให้หลุดออก โดยใช้รอยยิ้มเป็นการส่งสารแทนแต่เหมือนมันเป็นฝันร้ายที่ไม่ว่าจะสลัดยังไงก็ยังย้อนกลับไปนึกถึงมันอีกอยู่ดี
"ฮันนี่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวล้ม"เสียงทุ้มตะโกนออกมาจากด้านในตัวบ้านจนคนที่กำลังจัดขนมของว่างอยู่ในสวนถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็กวัยขวบเศษวิ่งนำเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยความชอบใจ ผมจุกสองจุกกระเซอะกระเซ็นปากจิ้มลิ้มเปิดอ้าทำให้สามารถมองเห็นฟันเล็กสองซี่บนได้อย่างชัดเจน"ฮันนี่!""อ๊าก! มัมมัม!"เสียงใสตะโกนเรียกแม่วิ่งฝ่าสนามหญ้าเขียวเปิดแขนอ้าออกเข้าหาร่างบางของผู้เป็นแม่โดยมีน้องชายฝาแฝดนั่งอยู่บนตักของคนเป็นยายข้างกันเงยหน้าขึ้นมองมาอยู่ฮันน่าเปิดแขนรับลูกสาวตัวเล็กด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยวิ่งเข้ามาซุกเข้าหาอกปีนไต่ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักบางโดยยังคงหันหลังระแวงคนที่วิ่งไล่ตามมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความสุข เสียงหัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊ากดังลั่นทั่วบริเวณมือบางยกขึ้นกอดร่างเล็กของลูกสาวบนตักไว้เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างสูงของโดโนแวนวิ่งมาถึงพอดี ร่างสูงยืนเท้าเอวหอบหายใจหนักด้วยความเหนื่อยในมือยังคงถือผ้าอ้อมเด็กที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตัวเล็กบนตักของผู้เป็นแม่แล้วส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ"แสบจริงๆ เลย ดูสิที่รักลูกฉี่ใส่เสื้อพี่เปียกหมดเลย ไม
"คืนนี้นอนที่นี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยพาเดินเล่นรอบบ้าน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งสองนั่งทานอาหารค่ำที่เขาได้สั่งมาจากร้านอาหารชื่อดังเข้ามาก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว พร้อมกับจับผ้าขึ้นเช็ดปากเรียบร้อยแล้ววางลงกลับบนโต๊ะ"พี่จะนอนที่นี่เหรอคะ""เราจะนอนที่นี่คืนนี้""งั้นหนูไปเดินดูรอบๆ ในบ้านก่อนได้ไหมคะ อยากเดินดู""พรุ่งนี้จะพาทัวร์ คืนนี้ขึ้นไปพักก่อน""แต่ว่า...""....""ก็ได้ค่ะ แต่เราไม่มีเสื้อผ้านี่คะแล้วจะเปลี่ยนชุดยังไง"โดโนแวนยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูในความสงสัยไปทั่วของคนตัวเล็ก หยัดกายขึ้นเต็มความสูงเดินมาหาคนตัวเล็ก โน้มตัวลงยื่นมือเช็ดคราบอาหารบนมุมปากอวบอิ่มออกแล้วจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา"ขึ้นไปข้างบนกัน""...." แววตาหยาดเยิ้มส่อไปในทางที่ไม่สามารถคิดดีได้เลย แต่ฮันน่าก็ยอมลุกขึ้นเดินตามขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านหลังใหญ่ โดยมีเจ้าของร่างสูงจูงมือพาเดินขึ้นไปสองร่างเดินเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่นักฆ่าหนุ่มตั้งใจออกแบบเองด้วยความสามารถที่มี โดยมีนักออกแบบคอยให้คำแนะนำถึงความเหมาะสมของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ และสีพื้นรวมถึงสีภายในห้อง"พี่ออกแบบเองเห
ฮันน่าใช้เวลาพักรักษาจิตใจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มจึงได้กลับมารับงานตามเดิม แต่ที่ผิดไปจากเดิมคืองานที่เธอรับจะไม่เน้นโชว์วาบหวิวมากเป็นเสียส่วนใหญ่ ตอนแรกเมลลี่ผู้จัดการส่วนตัวมีการบ่นให้อยู่หลายครั้งมากเพราะโดยปกติงานที่เธอรับจะเป็นแนวนั้นเกือบทั้งหมด แต่พอได้สบสายตาคมกริบไม่พอใจและน้ำเสียงสั่งเสียเป็นการเด็ดขาดจากคนรักของเด็กในความดูแล เธอจึงต้องฝืนกลืนน้ำลายปฏิเสธงานทั้งหมด และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่จะได้รับก็ลดฮวบลงไปด้วยเช่นกัน ส่วนโดโนแวนตอนนี้ได้ใช้พื้นที่ในส่วนของท่าเรือของเพื่อนสนิทเพื่อเป็นศูนย์ฝึกกองกำลังอารักขาความปลอดภัยหรือเรียกง่ายๆ คือ บอดี้การ์ดรับจ้าง ซึ่งจะรอการเปิดบริษัทเป็นของตัวเองที่กำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยมีเขาที่เป็นคนเลือกทำเลที่ตั้งของบริษัท และมีเพื่อนสนิทคอยเป็นคนให้คำปรึกษาคราแรกหัวเด็ดตีนขาดเขาก็จะไม่รับความวุ่นวายที่จะต้องไปเลือกทำเลที่ตั้งเองโดยเด็ดขาด แต่เพราะถูกหว่านล้อมจากคนรักและเหตุผลต่างๆ จากเพื่อนสนิทที่เหมือนจะเข้าขาได้ดีกับสาวเจ้าทำให้เขาต้องมีหน้าที่ที่ต้องวุ่นวายมากขึ้นนอกจากฝึกกองกำลังบอดี้การ์ดรับจ้างเท่านั้นร่างสูงกำยำยืนตระหง่านห
"มากันแล้ว... ทำไมอยู่ในสภาพนั้นล่ะลูก"ผกากรองที่นั่งใกล้กับสามีเงยหน้าขึ้นมองไปยังลูกสาวกับคนตัวสูงที่เดินตามกันมาก่อนจะชะงักคำพูดแล้วไล่สายตามองสภาพของคนตัวสูงข้างลูกสาว ผมหนายุ่งเหยิงเล็กน้อย เศษผงเล็กๆ น้อยๆ เกาะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของเจ้าตัวเต็มไปหมด และพอสังเกตดีดีตามตัวมีจุดสีแดงเล็กๆ จุดบริเวณที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาเต็มตัวไปหมดพอมองเลยมายังมือหนาที่มีลูกมะม่วงลูกใหญ่สองลูกอยู่ในอุ้งมือถึงได้รู้ว่าทำไมคนรักของลูกสาวถึงได้อยู่ในสภาพนี้ เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนเจ้าของร่างบางในวัยกลางคนจะหันมองคนเป็นสามีที่นั่งยิ้มร้ายกาจอย่างไม่สนใจมองสภาพของร่างสูงข้างลูกสาวเลยสักนิดราวกับว่ารู้อยู่แล้ว"ฝีมือคุณใช่ไหมคะ" เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำจนนิคาซิโอ้ที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่เงยหน้าขึ้นมา โดยปกติแล้วภรรยาจะใช้ภาษาบ้านเกิดตัวเองในการสื่อสารกับเขาเสียมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ และการที่เธอใช้ภาษาอังกฤษในการถามครั้งนี้ เขารู้ว่าจุดประสงค์คงจะหมายให้ใครอีกคนรู้เรื่องด้วยเป็นแน่"คุณนิคาซิโอ้""คุณแม่คะ หนูว่าทานข้าวกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย เดี๋ยวหนูขอทายาให้พี่เขาแป๊