Mag-log inในเมื่อเธอต้องการจะหนี เขาก็ปล่อยให้เธอหนี หนีไปให้ไกล “ลลิสา” ขออย่างเดียวอย่ากลับมา ไม่อย่างนั้นจะไม่มีโอกาสได้หนีอีกเลย!
view more
ความรู้สึกตอนนี้ไม่ต่างกันเลยกับตอนเดินแบบครั้งแรก ตอนที่เท้าอยู่บนส้นเข็มสูง ที่พร้อมจะหักได้ทุกเมื่อหากก้าวพลาด
จำได้ว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น รองเท้าของเธอไม่เคยทรยศกัน เท้าของเธอรักเธอมากที่สุด มันพาเธอเดินไปไกล มายืนอยู่จุดนี้ได้เพราะมัน
ถ้าจะหาสิ่งที่ทรยศ เธอว่าหัวใจเธอต่างหาก
“ลลิสา” จำได้ดี จุดเริ่มต้นได้มาอย่างไร และวันนี้เป็นอย่างไร
การก้าวขึ้นสู่เวที NYFW สำหรับเธอมันไม่ง่ายเลย
จะต้องแลก เพื่อได้มา และสูญเสียไป
และสิ่งที่เสียไปคืออิสระของเธอเอง
“หาเจอแล้ว” รอยยิ้มร้ายจากริมฝีปากหยัก ทำเธอกลัวจนตัวสั่น “พี่บอกแล้วไง..คนดี ว่าอย่าให้รู้..ยังมีชีวิต”
“หะ เหมันต์”
“ลากคอเธอมา!”
หกเดือนก่อน
“งานต่อไปเป็นงานเทศกาลเวนิสนะสา”
เสียงพี่เลี้ยงของเธอพูดราบเรียบ ขณะเช็คความเรียบร้อยของทรงผม และเครื่องแต่งกายของเธอ สำหรับการเดินแบบอีกยี่สิบนาทีข้างหน้า งานนี้ใช้เวลาแค่แปปเดียว แต่สามารถตัดสินความมืออาชีพของเธอได้ ดังนั้นจะต้องเต็มที่ ห้ามขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว
“สาอยากพักบ้าง”
เธองอแง เนื่องจากไตรมาสนี้เธอรับงานติดๆกันจนไม่มีเวลาพัก และตอนนี้เหมือนกำลังจะเป็นไข้อีกด้วย
“ขออีกงานนึงได้ไหมสา แล้วค่อยพักยาวๆ งานนี้สำคัญจริงๆ เห็นว่ามีผู้คุมกฎมาด้วย แน่นอนว่ารายนั้นเรียกนักลงทุนอีกมากมาย”
พี่จิ๋วหว่านล้อม เธอเข้าใจดีต่อเจตนานั้น เนื่องจากผลลัพธ์ของมันมหาศาลจริงๆ หากนักลงทุนแบรนด์ต่างๆ ทั้งใหม่และเก่าเห็นความสามารถ โอกาสที่จะถูกทาบทามต้องมาแน่ เอื้ออำนวยต่อนางแบบอิสระ ไร้สังกัด แต่โคตรจะดังอย่างเธอ
“ก็ได้ค่ะ.. พี่จิ๋วว่ายังไงสาก็ว่าอย่างนั้น แต่เสร็จงานนี้สาขอพักสักวันสองวันนะ ไม่ไหวจริงๆ”
เธอหมายถึงงานในตอนนี้ ที่อีกเดี๋ยวจะต้องออกไปเดิน และยืนเฉิดฉาย รู้เลยว่าวันนี้ร่างสูงปราดเปรียวจะต้องเดินตัวลอย เหตุจากพิษไข้อ่อนๆ เล่นงาน
“ขอบใจมากค่ะยัยคนสวย ว่าแต่ช่วงนี้นอนน้อยเหรอ”
“ใช่..สานอนไม่ค่อยหลับ ขอยาแก้ปวดหน่อย”
“จะกินตอนนี้? ตัวนี้มันง่วงนะ”
“กว่าจะออกฤทธิ์เดินเสร็จพอดี แต่ไม่กินตอนนี้อาจจะตาย สาจะให้พี่บีไปส่ง เอารถจอดทิ้งที่นี่ อีกสองวันจะมาเอา”
ยาแก้ปวดไมเกรนชนิดรุนแรงของเธอแต่ฝากเอาไว้กับจิ๋ว จะกินเฉพาะตอนปวดหนัก ส่วนมากตอนเธอหยุด ซึ่งนานๆทีจะสักครั้ง ถูกวางบนฝ่ามือบาง พลางถอนหายใจพรืด
“กะนอนข้ามวันเลยรึไง”
ตามด้วยน้ำแร่เปิดขวดใหม่ยื่นให้ คนปวดหัวงับยาในมือ กระดกน้ำเกือบหมดขวด
“คงอย่างนั้น เหนื่อยมากนะพี่”
“อือ เข้าใจ แต่อย่าลืมกินข้าวล่ะ”
“คุณสาคะ ไลน์อัพ ค่ะ”
เจ้าของชื่อหันไปพยักหน้าให้กับสตาฟที่โผล่มาแต่หน้า หลังเคาะประตูแล้ว พลางลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเบาๆ
“ไหวแน่นะ”
พี่เลี้ยงลุกขึ้นยืนตามถามด้วยความห่วงใย เธอปรายตามอง ยิ้มบางๆ และพยักหน้า
“มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ไหวได้เหรอพี่”
“จ้า แม่คนเก่ง อย่าสะดุดก็แล้วกัน”
จิ๋วกลั้วหัวเราะ เก็บของแล้วเดินตาม
ในช่วงวันหยุดลลิสาใช้ชีวิตอยู่ในเพนท์เฮาส์ ที่ซื้อเอาไว้ไม่ค่อยได้อยู่ในกรุงเทพ เธอทำอย่างที่บอกกับจิ๋วไว้จริงๆ นอนอย่างเดียวไม่ติดต่อใคร โทรศัพท์ถูกเมินเฉยนอนแอ้งแม้งตั้งแต่นั้นผ่านไปสองวัน
และเวลาแห่งความสงบสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ โทรศัพท์ถูกเปลี่ยนโหมดจากส่วนตัวเป็นปกติ ก่อนจะเข้าไปเช็คข่าวสารต่างๆ
เธอเป็นนางแบบไร้สังกัดจึงไม่ต้องเข้าออฟฟิศ รับงานและข้อตกลงผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ก็เบอร์ได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่มาจาก DM ผ่านแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์มีระบบแชตและระบบชำระเงินที่ปลอดภัยสำหรับนางแบบอิสระ แต่นั่นมันเป็นเมื่อก่อนที่เธอยังไม่มีงานเยอะเท่านี้ ตอนนี้ทุกแบรนด์ที่จะจ้างเธอทำงานให้ไม่ว่าจะใหม่หรือเก่าต้องผ่านจิ๋วผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น เพราะเธอไม่อยากเจรจาต่อรองเอง แค่รับงาน เดินแบบ เดินทาง ก็หมดเวลาพักแล้ว
แชต : Manager
จิ๋ว : เรื่องงานเทศกาลพี่รับแล้วนะ
ลลิสา : ค่ะ คราวนี้จากแบรนด์ไหน แคมเปญไหนคะ
หญิงสาวที่นานๆทีจะได้อยู่ในบริบทสบายๆ เท้าเอวคอดกิ่ว ร่างบอบบางสมกับเป็นนางแบบที่จะต้องสง่าในทุกชุดที่สวมใส่ สลับกับพูดใส่แป้นพิมพ์ให้ช่วยเรียงตัวอักษรโดยเธอมีหน้าที่กดส่ง เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการชงอาหารเสริมสำหรับเขย่าขวดดื่ม แต่แล้วกลับต้องชะงัก
จิ๋ว : คราวนี้ไม่เกี่ยวกับแบรนด์ แต่เป็นการว่าจ้างผ่านการ์ดเชิญสีดำ
เธอยืนมองหน้าจออยู่นาน อ่านซ้ำไปซ้ำมาทุกตัวอักษร พอจะเข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้าง จากนางแบบรุ่นพี่ที่ปัจจุบันโด่งดังไปไกลแล้ว ไม่ก็ลาออกจากวงการไปเลี้ยงลูกเพราะได้สามีรวย ไม่ต้องทำงานเองให้เหนื่อย
ทว่าเมื่อมาเจอด้วยตัวเองถึงกับงุนงงราวกับคนนอกวงการ หัวคิ้วไร้การวาดเขียนของเธอหย่อนหยุก จากนั้นเปลี่ยนจากการพิมพ์เป็นการโทรเพราะไม่อยากรอ กว่าทางนั้นจะพิมพ์ตอบมาใช้เวลาพอควร เพราะเริ่มแก่
“ยังไงนะ”
(พี่ได้รับการว่าจ้างเป็นการ์ดเชิญสีดำ ผู้ว่าจ้างไม่ระบุชื่อแต่รู้ว่ารวยมาก ลึกลับด้วย ข้างในมีเงื่อนไขและข้อตกลง กับสถานที่นัดเจออย่างชัดเจน ที่สำคัญเรียกค่าตัวได้ไม่อั้น)
ลลิสาวางขวดอาหารเสริมในมือลงบนโต๊ะ แบรนด์นี้ก็ได้มาฟรีๆในฐานะเธอเป็นพรีเซนเตอร์
เนื่องจากเรื่องที่ได้ยินมาดูท่าว่าจะยาก และน่าสนุกปะปนกัน รูปแบบงานใหม่ที่ไม่จำเจเป็นอะไรที่ลลิสาชอบอยู่แล้ว
“เขาจะให้สาทำอะไร”
(เท่าที่อ่านแล้วเข้าใจคร่าวๆในตอนนี้นะ ในวันงานจ้างไปสวมหน้ากาก และเป็นคู่ควงของเขา)
“แค่นั้นเหรอ?”
(อืม ที่เหลือไว้คุยกันตอนนัดเจอ)
งานที่ได้มาสั้นๆดูเหมือนจะง่าย ทว่าสัญชาตญาณกลับบอกว่าไม่ง่ายเลย การ์ดสีดำ คนว่าจ้างไม่ระบุชื่อ เรียกค้าจ้างเองได้แถมไม่อั้น ที่สำคัญเป็นคู่ควงของเขา ถ้าไม่ใช่งานเทศกาลหน้ากากเวนิสที่จัดประจำขึ้นทุกๆปี เธอคงจะคิดว่าผู้จ้างต้องการใช้งานนี้อำพรางตัวเองเพื่อทำอะไรบางอย่าง ว่าแต่ธีมปีนี้เธอต้องแต่งตัวเป็นอะไรล่ะ
(ตกลงยังไง รับไหม?)
“ลองดู”
แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็ตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ ...เพราะนี่มันครั้งแรกของเธอเลยนะ
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน”
ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้
ณ ลานจอดรถใต้ดิน คอนโดมิเนียมหรูของวสุ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบ คนหลังพวงมาลัยถอนหายใจพรืด หลังหนีไม่พ้นความคิดบางอย่างที่ผุดเข้ามา ...ลลิสานี่รับมือยากอยู่เหมือนกัน เธอดูเย่อหยิ่ง แต่เขาก็เข้าใจดีเพราะเธอเป็นคนสวย ทว่า..เพียงแค่เริ่มต้นใจเขาก็แป้วเสียแล้ว
ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงล้อรถเข็นไฟฟ้าที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนหยุดตรงริมหน้าต่างบานใหญ่ เหมันต์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนทอดสายตามองออกไปด้านนอก ขาทั้งสองข้างของเขาที่ไร้ความรู้สึกถูกคลุมทับไว้ด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อดี แม้ร่างกายท่อนร่างจะขยับไ