مشاركة

วังวนพันธนาการ
วังวนพันธนาการ
مؤلف: สวาตี

บทนำ

مؤلف: สวาตี
last update تاريخ النشر: 2026-03-13 23:02:16

          แสงไฟในบ้านหลังใหญ่เปิดสว่างเหมือนกับทุกวัน ต่างออกไปที่วันนี้ดวงไฟตรงระเบียงชั้นสองกลับถูกเปิดไว้ด้วย หญิงสาวร่างอรชรกลับมาถึงบ้านในสภาพเปียกชุ่ม นั่นเพราะเธอวิ่งตากฝนที่ตกกระหน่ำในหน้ามรสุมลงจากรถแท็กซี่มาเมื่อครู่นี้

          “พี่แหวนน่าจะลืมปิดไฟ” เธอคิดว่ารายนั้นคงจะออกจากบ้านไปเพราะความรีบร้อน เพราะแบบนี้ถึงได้ไม่ใส่ใจนัก

          จากประตูบ้านตรงเข้าไปทางด้านขวาจะมีบันไดหักมุมขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องของหญิงสาวเป็นห้องที่อยู่ใกล้กับบันได ซึ่งชั้นบนเป็นพื้นที่รูปตัวแอลมีระเบียงเชื่อมยาวถึงกัน ร่างบอบบางรีบเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อเข้าห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก เรียบร้อยแล้วถึงได้กลับลงมาด้านล่าง ฝั่งตรงข้ามบันไดหรือถ้ามองจากประตูใหญ่เข้ามาจะเป็นผนังกระจกสูงที่มีทางออกไปยังสวนและสระว่ายน้ำ

          ฟ้าที่แลบลงมาเป็นสายทำให้หญิงสาวต้องเดินไปเลื่อนม่านตรงบริเวณนั้นให้แคบลงมา เหลือช่องไว้แค่ตรงช่วงบานประตู ข้างนอกฝนยังคงตกหนักเหมือนกับตอนที่เธอวิ่งลงมาจากรถ

          พอแม่บ้านโทรไปบอกว่าหล่อนต้องรีบกลับไปต่างจังหวัดเพราะพี่สาวเสียชีวิต หญิงสาวก็รีบกลับมาบ้านโดยที่ไม่ได้แวะรับประทานมื้อเย็น ตอนนี้ชักเริ่มหิว จึงเลี้ยวเข้าครัวที่อยู่ด้านในเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรติดตู้เย็นให้กินรองท้องได้บ้าง

          ยี่หวา หรือวราลี หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีผู้นี้ไม่ใช่เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่กำลังอาศัยอยู่ หากแต่เป็นเด็กกำพร้าในอุปการะของนายอาคม อชิรกาญจน์ ชายในวัยห้าสิบเจ็ดปี มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย เจ้าของธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่น่าเสียดายที่รายนั้นกลับเป็นพ่อหม้าย สูญเสียภรรยาไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่บุตรชายอายุเพียงแค่หกขวบ ทายาทคนเดียวของเขาก็คือ อคิน อชิรกาญจน์ หนุ่มหล่อดีกรีนักเรียนนอกที่ในอีกไม่ช้าคงได้กลับมารับช่วงต่อกิจการจากผู้เป็นบิดา

          ตอนที่วราลีเข้ามาอยู่ในบ้านอชิรกาญจน์ ตัวเธอเองจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ สะอิ้งผู้ดูแลบ้านคนเก่าแก่ของที่นี่เล่าให้ฟังว่าเวลานั้นหญิงสาวอายุเพียงแค่สองขวบเศษ สูญเสียบิดามารดาไปด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งคู่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน อาคมเห็นว่าเธอน่าสงสารจึงรับเข้ามาอุปการะเลี้ยงดู นักธุรกิจใหญ่ให้ทั้งที่อยู่ที่กินและให้การศึกษา และเพื่อง่ายต่อการใช้ชีวิตในอนาคตของวราลี เขาจึงให้เธอใช้นามสกุลเดียวกับสะอิ้งและให้อยู่ในความดูแลของนาง

          บริเวณพื้นที่กว่าหนึ่งไร่นี้มีรั้วรอบขอบชิด นอกจากบ้านหรูสไตล์โมเดิร์นหลังใหญ่ตรงกลางแล้วด้านหลังก็ยังมีบ้านหลังเล็กสำหรับสะอิ้งและสาวใช้ เดิมวราลีเองก็เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น จนเมื่อหญิงสาวเติบใหญ่อายุได้ราวสิบแปดปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่อคินบุตรชายของอาคมย้ายไปอยู่ที่ประเทศสกอตแลนด์ เจ้าของบ้านจึงได้ให้วราลีย้ายขึ้นมาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่เพื่อช่วยสะอิ้งดูแลบ้านเพราะนางเจ็บป่วยและมีอายุมากแล้ว

          สาเหตุที่ก่อนหน้าวราลีต้องไปอยู่บ้านหลังเล็ก นั่นก็เพราะเธอไม่เป็นที่โปรดปรานของลูกชายคนเดียวอย่างอคินเท่าไหร่นัก เด็กชายไม่พอใจที่บิดาพาวราลีเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนนั้นอคินอายุเพียงแค่แปดขวบในวันที่คนเป็นพ่ออุ้มเด็กหญิงวัยหัดเดินเข้ามาและสั่งให้สะอิ้งเป็นผู้ดูแลจัดการแทนตัวเอง ทั้งยังมีพี่เลี้ยงของเด็กน้อยตามเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วยและช่วยเลี้ยงดูจนวราลีอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียนอนุบาล

          เวลานั้นอคินยังเด็กนักแม้จะมีอายุห่างจากวราลีถึงหกปีก็ตาม แต่ด้วยวัยที่ยังไม่อาจเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกคับข้องใจ ยิ่งได้ยินคนสวนกับสาวใช้ในบ้านพูดกันว่าวราลีคือลูกสาวอีกคนของอาคมที่เกิดกับภรรยาใหม่ เด็กชายที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุยังน้อยจึงได้แต่เกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่เพียงแต่ความรักที่จะถูกแย่งไป อคินยังไปได้ยินอีกว่าอาคมจะแบ่งสมบัติให้อีกฝ่ายด้วย ดังนั้นเขาจึงอคติและหาทางกลั่นแกล้งวราลีมาโดยตลอด

          เพื่อตัดปัญหาอาคมจึงต้องส่งวราลีไปอยู่โรงเรียนประจำ ให้กลับบ้านได้เฉพาะช่วงปิดเทอม แต่เมื่อถึงเวลานั้น อคินก็มักจะหนีไปขออาศัยอยู่บ้านของอาวุธผู้เป็นลุง ซึ่งก็มีบุตรชายคนเดียวคือติณห์ที่อายุห่างจากเขาสามปี เหตุผลเพียงเพราะไม่อยากเห็นหน้าและอยู่ร่วมรั้วเดียวกันกับลูกเมียน้อย คำครหานี้แม้บิดาจะไม่ยอมรับ แต่ด้วยความเอาใจใส่ของอาคมที่มีต่อวราลีก็ทำให้เด็กชายอดคิดไม่ได้ ไม่ว่าจะลูกเมียน้อยหรือเมียใหม่เขาก็ไม่ยินดีทั้งนั้น

          แต่ถึงอย่างนั้นวราลีก็เข้าใจความรู้สึกของอคินดี อีกทั้งบุญคุณท่วมหัวของอาคมนั้นช่างยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทร สะอิ้งย้ำเสมอว่าให้เธอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ดังนั้นอะไรที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของอาคมได้เธอก็จะทำ เธอต้องทำดีกับทุกคนในตระกูลอชิรกาญจน์ แม้อคินจะร้ายกับเธอแค่ไหนก็ต้องอดทนและพึงระลึกเสมอว่าเขาคือลูกชายของผู้มีพระคุณ

          แต่ใครเลยจะคาดคิด ว่าเพราะคำว่าบุญคุณคำเดียวที่ทำให้วราลีต้องตกอยู่ในสภาพจำยอมและมีความทรงจำที่แปดเปื้อนไปด้วยมลทินนานนับสิบปี เป็นอคินที่ทำให้เธอรู้จักคุณค่าของการรักตัวเอง รู้ซึ้งถึงคำว่ารักที่ไม่ควรจะมอบให้ใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนอย่างเขา คนที่เธอยอมมอบความบริสุทธิ์ผุดผ่องให้ไปตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบเก้าปี กว่าที่หญิงสาวจะรู้เดียงสาทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

          ...ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็ห้าปีแล้วที่คนทั้งคู่ไม่ได้พบเจอกัน หลังผ่านเมฆหมอกของชีวิตในช่วงวัยรุ่น วราลีกับอคินต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตนเอง เธอมีเส้นทางของเธอ เขามีเส้นทางและอนาคตของเขา ระยะทางที่ขวางกั้นคนทั้งคู่ไว้นั้นห่างไกลคนละซีกโลก

          กว่าจะถึงวันนี้ วันที่หัวใจของเธอฟื้นคืนมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง วราลีต้องพยายามฝ่าฟันกับตัวเองเพื่อให้ลืมเรื่องราวทุกอย่างในอดีต แต่ทว่าเมื่อใดที่จะมีความรัก หญิงสาวกลับเริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้สักที

          ...สองทุ่มกว่าแล้ว เสียงฟ้าครืนครางดังสนั่นหวั่นไหวเหนือหลังคาบ้านหลังโอ่อ่า ฝนฟ้าที่เทกระหน่ำลงมาตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สักพักก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาเปรี้ยงใหญ่

          ร่างบอบบางที่กำลังลงบันไดหยุดชะงัก หัวใจเต้นตุ๊มต่อมเพราะความอกสั่นขวัญแขวน นี่ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนสมัยยังเด็ก หญิงสาวคงวิ่งรี่ไปเคาะประตูห้องของสะอิ้งเพื่อขอนอนด้วยคนแล้ว แต่เวลานี้นางไปพักรักษาตัวและช่วยดูแลอาคมที่บ้านสวนเพชรบูรณ์ สบโอกาสคงได้หาเวลาไปเยี่ยมเยียนบ้างสักครั้ง วราลีรักและเคารพสะอิ้งไม่ต่างจากมารดาผู้ให้กำเนิด นั่นเพราะนางเป็นผู้เลี้ยงดูและอบรมเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก

          วงแหวนเป็นสาวใช้อีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วราลียังเด็ก ปัจจุบันนี้หล่อนเลื่อนขั้นมาเป็นแม่บ้านแทนที่สะอิ้ง และไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านของสามีที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่ส่วนใหญ่ก็พักที่บ้านหลังเล็ก

            พอพูดถึงคนเป็นแม่บ้านในวัยเกือบจะสามสิบ ไม่รู้ป่านนี้ว่าหล่อนจะเป็นเช่นไรบ้าง การเดินทางจะราบรื่นดีหรือไม่ ตอนหญิงสาวโทรไปหาวงแหวนก็ไม่รับสาย ตอนที่หล่อนส่งข้อความมาขอลากิจหนึ่งสัปดาห์ วราลีก็รู้สึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ติดที่ตอนนั้นเธอกำลังนำเสนองานอยู่ในที่ประชุมจึงไม่ได้โทรกลับ แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะโอนเงินไปร่วมทำบุญเสียหน่อย

          ระยะทางจากจุดที่ยืนอยู่ถึงห้องครัวต้องเดินผ่านโถงกว้าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังตึก! ดังมาจากด้านบนชั้นสอง ซึ่งตรงนั้นเป็นตำแหน่งห้องนอนของอคิน แต่เวลานี้เจ้าตัวไม่อยู่และไม่ได้กลับมาเลยร่วมห้าปีแล้ว ดังนั้นห้องดังกล่าวจึงถูกปิดเงียบมีแค่แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดให้เป็นครั้งคราวเท่านั้น

          ‘คงไม่มีอะไรหรอก’ ร่างบางปลอบตัวเองในใจ แต่จู่ๆ ไฟฟ้าในบ้านก็เกิดกระตุกขึ้นมา หญิงสาวชะงักเท้า แต่ครู่ต่อมาทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ไฟทุกดวงในบ้านยังคงสว่างไสว มีแค่ในใจของวราลีเท่านั้นที่รู้สึกหวิวๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก...จู่ๆ ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

          “ไม่หรอกมั้ง...สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา นี่ยี่หวาเองเจ้าค่ะ ถ้าหวาทำอะไรให้ไม่พอใจก็อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองกันเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวยกมือท่วมหัว มองซ้ายมองขวาแล้วทำท่าจะเดินต่อ แล้ววันนี้ก็ดันมีเธออยู่บ้านแค่คนเดียวเสียด้วย บรรยากาศจึงยิ่งหลอนเป็นพิเศษ

          เสียงคนร่างบางในชุดกางเกงขายาวทรงหลวมถูกกลืนไปเพราะเสียงฟ้าร้อง เธออยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กยังไม่เคยเจอสิ่งเร้นลับ อยู่คนเดียวกลางค่ำกลางคืนเกือบทุกวันเพราะหลังหนึ่งทุ่มแม่บ้านก็กลับไปพักแล้ว แค่วันนี้บรรยากาศอาจดูน่าสะพรึงกลัวกว่าทุกวันไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยลบหลู่ เจียมเนื้อเจียมตัวและมีสัมมาคารวะกับสิ่งที่มองไม่เห็นเสมอ เพราะแบบนี้ถึงไม่เคยเจออะไรแปลกๆ

          ในครัวยังคงสะอาดเรียบร้อยเหมือนเช่นทุกวัน วงแหวนคงจัดการไว้ก่อนที่หล่อนจะออกเดินทางไป ในตู้เย็นมีทั้งอาหารแช่แข็ง เนื้อสัตว์และผักผลไม้หลายอย่าง ประหนึ่งว่าแม่บ้านเตรียมไว้ให้เธอพร้อมสรรพ คงเห็นว่าลาหยุดนานจึงได้จัดแจงไว้ให้มากมายขนาดนี้

          “อุ๊ย! มีองุ่นด้วย” วราลีเห็นมันในกล่องถนอมอาหาร หยิบมาเปิดฝาออกดูก็พบว่าองุ่นเขียวลูกกลมอวบนั้นถูกปอกเปลือกแช่เย็นเอาไว้ มันน่ากินเอามากๆ จนหญิงสาวต้องขอหยิบใส่ปากชิมสักหนึ่งลูก

          ‘พี่แหวนนี่รู้ใจซะจริง’

          วราลีชอบทานองุ่นที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้าน นั่นก็คือองุ่นที่ต้องปอกเปลือกออก เพราะตอนเด็กๆ สะอิ้งทำให้เธอทานแบบนี้ หญิงสาวจึงติดนิสัยและเกิดเป็นความชอบมาจนกระทั่งโต

          นอกจากนี้ในตู้เย็นยังมีลูกชุบของโปรดเธออีกด้วย ดูเหมือนครั้งนี้แม่บ้านจะเอาอกเอาใจเธอเสียจริง จัดเตรียมแต่ของชอบเอาไว้ให้ คงเกรงใจที่ลาหยุดหลายวันแล้วกลัวว่าหญิงสาวจะไม่มีอะไรทานระหว่างที่หล่อนไม่อยู่

          “ทำเหมือนกับกลัวว่าหวาจะไม่ให้ลาไปได้” เจ้าตัวขำนิดๆ เป็นเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่กลืนหายไปเพราะเสียงฟ้าร้องที่คำรามลั่น       

          “อุ้ย!” ร่างบางสะดุ้ง พลางคิดไปว่าช่วงเวลาที่ฝนฟ้าแรงขนาดนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก

          “หิวแล้วๆ” หญิงสาวพูดกับตัวเองพลางหยิบเอาอาหารที่แม่บ้านเตรียมเข้าตู้เย็นไว้ออกมาอุ่นด้วยไมโครเวฟ สักพักก็ได้ซุปมักกะโรนีหมูสับร้อนๆ มาหนึ่งถ้วยที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอ

          หญิงสาววางไว้ตรงเคาน์เตอร์ครัว ตั้งใจว่าล้างมือเสร็จแล้วค่อยยกออกไปกินที่โซฟาในห้องรับแขก แต่จังหวะที่หันไปทางปากประตูครัว แสงของฟ้าที่สว่างวาบเข้ามาจากทางบานกระจกก็สะท้อนให้เห็นเงาของใครคนหนึ่ง ชายร่างสูงยืนพิงกรอบประตูมองเธออย่างตาไม่กะพริบ

          วราลีใจหายวาบ เย็นชาไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน จังหวะที่แสงสว่างวาบนั้นสิ้นสุดลง เธอก็ได้เห็นแววตาคมเข้มภายใต้ดวงหน้าคมชัดของชายผู้นี้

          “คุณคิน!”

          ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางกะหม่อม ร่างบอบบางถอยสะโพกชนเอาชามที่วางไว้บนขอบเคาน์เตอร์คว่ำลงมา น้ำซุบร้อนหกราดลวกแขนและกางเกงจนสะดุ้งเฮือก เสียงคนผู้นั้นก้าวพรวดเข้ามาพร้อมกับร้องบอกเธอว่าให้ระวัง แต่ดูเหมือนสติสตังของหญิงสาวจะเตลิดไปเรียบร้อย

          “เป็นอะไรรึเปล่า?”

          เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับวงแขนกว้างที่คว้าตัวเธอไว้ หากแต่วราลีได้แต่แข็งค้างไปเสียแล้ว

          ‘เป็นเขาได้ยังไง เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?’

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ – คุณพ่อยังเล็ก

    สี่ปีหลังแต่งงาน... บัตรเชิญงานแต่งที่อยู่ในมือวราลีถูกเปิดออกอ่านด้วยสีหน้าแสดงความยินดี ด้านในเขียนถึงรายละเอียดพิธีการต่างๆ รวมถึงรูปแบบงานและสถานที่จัดเลี้ยง สำคัญตรงชื่อเจ้าบ่าวเป็นชื่อของคนที่เคยคุ้นเคย ญานิศา & ปกป้อง หลังจากแยกย้ายกันที่รีสอร์ตเมื่อสามปีที่แล้วนั้น เธอและเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง หลังเรียนจบปริญญาโท ทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย แต่ก็พอจะทราบข่าวคราวของกันและกันบ้างผ่านแชตกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่น เมื่อไม่กี่วันมานี้วราลีไปพบกับปกป้องที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขานัดเธอมาก็เพื่อแจกการ์ดเชิญหญิงสาวและครอบครัวให้มาร่วมฉลองในงานมงคลสมรส สายตาของคนเป็นสามีกำลังจับจ้องภรรยาคนสวยไม่

  • วังวนพันธนาการ   ตอนพิเศษ - คู่กรณีของติณห์

    เมื่อเจ็ดปีก่อน... ในงานวันเกิดของอาคมที่มีการจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบห้าปีของบริษัท หลังจากที่ลงจากเวทีแล้วหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาอ่อนก็ออกไปด้านนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ขากลับพบเจอวราลีตรงทางเดินซึ่งหญิงสาวกำลังจะไปเข้าห้องน้ำเช่นเดียวกัน เวลานั้นติณห์เอ่ยทักทายและรอเธอเพื่อที่จะได้กลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกัน ทว่าหลังจากเข้าไปแล้วก็พบว่าอคินนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ผู้เป็นอาเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าตนเดินมากับวราลี ซึ่งหลังจากนั้นอาคมก็ขอตัวออกไปเสวนากับพวกคณะกรรมการ เหลือแค่พวกเขาทั้งสามที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะวีไอพี เวลานั้นวราลีได้พบกับอคินอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่ห่างหายกันไปนาน ติณห์อยากให้พวกเขาได้มีเวลาพูดคุยกันจึงหาข้ออ้างออกไปด้านนอก หนุ่มร่างสูงขอตัวออกไปทักทายกับบรรดาพนักงานที่นั่งอยู่ยังโซนด้านหลัง เวลานั้นทุกคนต่างกินดื่มกันอย่างสนุกสนานหลังหมดช

  • วังวนพันธนาการ   บทส่งท้าย

    ก่อนหน้านี้อาคมได้เฉลยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของดวงชีวัน ซึ่งวันนั้นอคินก็ฟังอยู่ด้วยขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เป็นเขาที่ขอให้คนเป็นพ่อเล่าออกมา ถึงวันนี้แล้วชายหนุ่มก็อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรไว้ ย้อนไปเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน... ในขณะที่อคินซึ่งอยู่ในวัยเพียงแค่แปดขวบ เด็กน้อยมักจะไปวิ่งเล่นไล่กวดกับพวกพี่ผู้ชายที่ลานจอดรถเสมอ และก็ชอบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟ บางทีก็แอบหนีไปเล่นเงียบๆ คนเดียวด้านหลังประตูฉุกเฉิน ซึ่งในตอนนั้นเขาก็หิ้วตะกร้าของเล่นไปแอบนั่งคนเดียวที่ด้านหลังประตูหนีไฟชั้นห้า ชิ้นส่วนตัวต่อยังกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น มีส่วนที่กำลังต่ออยู่แต่ยังไม่เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พอได้ยินเสียงบิดาเปิดประตูตะโกนเรียกจากชั้นบนก็รีบวิ่งขึ้นไป โดยที่ทิ้งทุกอย่างระเกะระกะไว้ตรงนั้น 

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 30 ข้อตกลง

    “ถ้าพ่อปล่อยหวา หวาจะให้เงินพ่อล้านนึง แล้วพ่อก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ด้วย พ่อปล่อยหวาไปเถอะนะ” เสียงอ้อนวอนของคนเป็นลูกดังขึ้นมาจากด้านในห้องชั้นสอง ซึ่งเดิมเป็นห้องนอนแต่บัดนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างจนมีสภาพเละเทะ วราลีถูกมัดมือไพล่หลังพร้อมกับมัดเท้า แต่คนเป็นพ่อเอาผ้าคลุมศีรษะกับผ้าอุดปากออก ปล่อยให้นอนกองอยู่บนเตียงที่ฟูกเก่าจนเป็นสีคล้ำ ก่อนหน้าวราลีได้ยินบิดากับคนร้ายคุยกันมาในรถว่าหลังจากได้เงินแล้วจะแบ่งกันเพื่อหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ “ก่อนหน้ากูขอมึงดีๆ ทำไมถึงไม่ให้” คนเป็นพ่อนั่งอยู่ปลายเตียง ในมือกุมปืนกระบอกหนึ่งไว้ไม่ปล่อย “ก็เพราะหวารู้แล้วว่าพ่อโกหกหวา ที่ผ่านมาพ่อไม่ได้ไปหาเงินมาช่วยหวากับแม่แต่พ่อทิ้งหวากับแม่ไปตั้งแต่หวายังไม่เกิด พ่อทุบตีแม่แล้วก็ใส่ร้ายแม

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 29 ความจริง

    เพราะติณห์ได้ยินพนักงานฝ่ายบุคคลคุยกันหน้าลิฟต์ชั้นล่าง เรื่องที่อคินสั่งให้หัวหน้าอาวุโสฝ่ายฯ รวบรวมข้อมูลพนักงานเก่าของบริษัทให้เขา พอให้เลขาไปสอบถามจึงรู้ว่าเป็นข้อมูลของคนที่ทำงานในช่วงเวลาเดียวกับอดีตหัวหน้าแม่บ้านที่ชื่อดวงชีวัน จึงได้โทรมาถามอาคมว่าเคยได้ยินชื่อบุคคลที่ว่าหรือไม่ เพราะติณห์เองก็อยากรู้ว่าอคินต้องการข้อมูลพวกนั้นไปทำไม ทว่าคนที่ได้ยินชื่อดวงชีวันถึงกับชะงักเล็กน้อย และพอรู้ว่าอคินสืบเรื่องพวกนี้เพราะต้องการจะช่วยวราลีหาความจริง เขาก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ มือชื้นเหงื่อของชายสูงวัยวางโทรศัพท์ลง ก่อนหน้านี้อาคมได้โทรหาอคินเพื่อเรียกให้ชายหนุ่มมาพบเขาที่ห้องทำงานในช่วงค่ำ “มีอะไรครับพ่อ ทำไมถึงห้ามผมไม่ให้บอกยี่หวา?” “ฉันรู้เรื่องที่แกกับน้องกำลังสืบเรื

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 28 สืบหา

    คราวก่อนที่นัดบิดามาทานข้าวในร้านอาหารซึ่งห่างจากออฟฟิศพอสมควร ขากลับวราลีได้โอนเงินให้กับวัชระไปหนึ่งหมื่นบาท เพราะบิดาบอกว่ายังค้างค่าเช่าห้องอยู่สามเดือน แต่พอเธอถามว่าอยากจะมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันหรือไม่ วัชระกลับอ้างนู่นอ้างนี่ แล้วบอกอีกว่าตนยังติดหนี้คนที่เป็นธุระช่วยพาเขากลับมาเมืองไทยอยู่อีกราวหนึ่งแสน วัชระคิดว่าเงินจำนวนเท่านี้สำหรับวราลีคงไม่ได้มากมายนัก พอเห็นว่าบุตรสาวเชื่อใจตนแล้วก็พูดจาเลียบๆ เคียงๆ เพื่อขอยืมเงินจำนวนนั้นแก่บุตรสาวเพื่อเอาไปใช้หนี้ ทั้งยังขอเป็นเงินสดเพราะตนเองไม่สะดวกไปถอนออกจากบัญชีที่ธนาคาร มาวันนี้วราลีจึงต้องนำเงินสดหนึ่งแสนบาทไปให้บิดาตามที่นัดหมายกันไว้ในร้านอาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวไม่รู้เลยว่าเย็นวันนี้อคินจะแอบสะกดรอยตามเธอมา เมื่อหญิงสาวแยกย้ายกับวัชระและเดินออกจากร้านเขาก็ปรากฏตัว “พี่

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 8 หึงหวง

    เมื่อถึงงานเลี้ยงทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าเจ้าของวันเกิดอย่างอธิปยืนเท่รอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าโซนวีไอพี พอเห็นหน้าเพื่อน อคินก็ส่งถุงของขวัญให้แล้วกำชับให้รีบเปิดดู ก่อนจะพาวราลีเดินเข้าไปด้านในห้องกระจกที่กั้น

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 7 การกลับมา

    ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในตึกเช่นทุกวัน ผ่านหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หยุดยืนทำความเคารพเธอก็ส่งยิ้มให้ด้วยความคุ้นเคย รอยยิ้มสดใสภายใต้เครื่องสำอางบางเบาที่แต่งแต้มตามวัยทำให้ใบหน้าที่สวยหวานอยู่แล้วโดดเด่นขึ้นอีก&nb

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 6 ถึงคราวแยกย้าย

    ใบหน้าหวานของหญิงสาวที่บดเบียดไปกับกำแพงแดงก่ำ เธอไม่รู้ว่าไอ้เดรัจฉานนี่กำลังจะทำอะไรต่อ กางเกงขาสั้นของหญิงสาวถูกดึงลงไปกองที่หัวเข่า รับรู้ถึงดุ้นปลายมนที่พยายามดุนดันจะสอดแทรกเข้ามาทางร่องก้น เธอพยายามสะบัดตัวหนี กลัวเหลือเกิน กลัวจนเนื้อ

  • วังวนพันธนาการ   บทที่ 5 จุดหักเหของชีวิต

    อากาศตอนเช้าในช่วงใกล้ฤดูหนาวค่อนข้างเย็นชื้น หลังจากที่เมื่อคืนยังมีฝนตกพรำๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาสะอิ้งไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัด แต่ดูเหมือนอคินจู่ๆ ก็แผลงฤทธิ์ทำให้สาวใช้ต้องมาขอความช่วยเหลือจากวราลี&nbs

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status