Share

3

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 21:45:58

แสงจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนไปที่ใบหน้าของมู่หรันเฟิงภายใต้กรอบแว่น สายตาไล่อ่านข้อมูลการวิจัยพืชที่ได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ก่อนที่หลี่เหยาเหยากับอาจารย์หม่าจะมาเธอได้สรุปการวิจัยทดลองนี้ไว้หมดแล้ว เหลือก็แค่ส่งต่อให้ศาสตราจารย์ที่ประจำในมหาวิทยาลัย รอเวลาที่ทุกคนจะได้รู้กันว่าใครกันแน่คือเจ้าของงานวิจัยนี้

เสียงเรียกเข้าดังมาจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ดังขึ้น เธอเอี้ยวตัวหยิบขึ้นมาดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามา เมื่อเห็นเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทร่วมชั้นเรียนก็กดรับสาย

“ทำไมคุณรับโทรศัพท์ช้าจัง รู้ไหมตอนนี้มีข่าวใหญ่แล้ว งานวิจัยที่คุณทำถูกตีพิมพ์ลงในบทความของมหาวิทยาลัย มีข่าวลือว่าตอนนี้เป็นที่สนใจของคนภายนอก คุณที่เป็นคนลงมือลงแรงมาไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ ตอนนี้ความดีความชอบอยู่หลี่เหยาเหยาคนเดียว” มู่หรันเฟิงเอนตัวพิงแผ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าเรียบนิ่งตั้งใจฟังโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี

“ฉันรู้แล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่ได้ยินทำให้อีกฝ่ายของปลายสายร้อนรนแทน

“คุณรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ รู้แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้หลี่เหยาเหยาทำแบบนี้กับคุณได้ นั่นเป็นผลงานวิจัยที่โดดเด่นมาก ตอนนี้ฉันรู้สึกเสียดายแทนคุณมาก”

“คุณเสียดายแทนฉัน หรือคุณเสียดายที่ไม่ได้มาแทนที่หลี่เหยาเหยา ในเมื่อคุณเคยขอให้ฉันเปลี่ยนคู่ทำการวิจัยเป็นคุณ” เพียงเพราะเธอไม่เคยพูดหรือตอบโต้อะไรพวกเขา ก็คิดว่าเป็นหมูในอวยที่ให้เขาเคี้ยวกินง่ายอย่างนั้นเหรอ

“เพราะฉันรู้ว่าหลี่เหยาเหยาไม่ใช่คนดี เป็นฉันคงไม่ทำแบบนี้แน่ คุณสามารถไว้ใจฉันได้” คำว่าไว้ใจได้ทำให้มู่หรันเฟิงหัวเราะในลำคอ คนคนนี้ไม่ต่างอะไรจากหลี่เหยาเหยา เป็นเรื่องไร้สาระที่เธอจะเสียเวลาไปกับการพูดคุย

“ฉันขอตัวก่อน” ในขณะที่กำลังจะกดวางสายก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายตะโกนขึ้นมา

“เดี๋ยวก่อน ฉันอยากรู้ว่าคุณไปทำอะไรมา งานวิจัยครั้งนี้ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด” คนอื่นก็คิดไม่ต่างจากหลี่เหยาเหยานัก หัวข้องานวิจัยนี้เรียกได้ว่ามองไม่เห็นผลสำเร็จ แต่มู่หรันเฟิงกลับทำมันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อได้ยินคำถามนั้น มู่หรันเฟิงก็นึกย้อนไปวันที่ตัวเองไปหาเจ้าแม่ไฉ่หงกับเพื่อนรักอีกสามคน

“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” นั่นคือสิ่งที่เธอบอกกับหนิงซูมี่

แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนทุกคนหลับตาอธิษฐานอย่างจริงจังจึงได้ลองทำตาม ไหน ๆ ก็มาแล้วจะให้กลับเสียเที่ยวก็คงไม่ได้ มู่หรันเฟิงไม่ใช่คนที่สนใจในเรื่องความรัก สิ่งที่สนใจมีเพียงอย่างเดียวคืองานของเธอ เพราะฉะนั้นใครจะไปคาดคิดว่าพรที่เธอขอคือเรื่องงานวิจัยที่ทำอยู่

‘ถ้าเจ้าแม่ไฉ่หงมีจริง ขอให้งานวิจัยที่ฉันทำอยู่จงสำเร็จ’

“สงสัยเจ้าแม่ไฉ่หงคงช่วยเอาไว้มั่ง” คำพูดฟังดูติดตลก ทั้งที่ในใจก็ไม่มั่นใจนักว่าเจ้าแม่ไฉ่หงจะมีส่วนในเรื่องนี้ งานวิจัยนี้เป็นเธอที่ลงทุนลงแรงไปมาก แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่มีเวลาได้ออกไปไหนถ้าเพื่อนไม่โทรมาตาม

“พูดอะไรของคุณฉันไม่ค่อยเข้าใจนัก” ปลายสายคิดว่ามู่หรันเฟิงต้องการบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมากกว่าเลยพูดถึงเรื่องเจ้าแม่ไฉ่หง เรื่องของหลี่เหยาเหยาก็เป็นทางผ่านเพียงเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่โทรมาหามู่หรันเฟิงวันนี้คืองานวิจัยของเธอเอง “มู่หรันเฟิงฉันเองก็เป็นเพื่อนของคุณคนหนึ่ง ในเมื่องานวิจัยของคุณประสบความสำเร็จแล้ว คุณพอจะมาช่วยงานวิจัยของฉันด้วยได้ไหม”

ปัง ปัง ปัง!

“มู่หรันเฟิงถ้าให้แม่เรียกอีกครั้ง ประตูห้องของลูกไม่ได้อยู่ดีแน่” น้ำเสียงตอนนี้บอกได้เลยว่าอารมณ์แม่ของเธอกำลังถึงขีดสุด ถ้ายังไม่ออกไปตอนนี้ประตูห้องคงหลุดออกมาจริง ๆ

“แค่นี้ก่อน ฉันยังอยากมีประตูห้องนอนกั้นความเป็นส่วนตัวไว้อยู่” คิดจะหลอกใช้เธอเหมือนกับหลี่เหยาเหยาอย่างนั้นเหรอ ความคิดตื้นเขินจัง

“เดี๋ยวก่อน มู่หรันเฟิง มู่หรันเฟิง!” ครั้งนี้กดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียก

“หนูกำลังจะออกไปแล้วค่ะแม่” เมื่อเปิดประตูออกก็เจอใบหน้าไม่พอใจของหญิงวัยกลางคนที่มีหน้าตาคล้ายเธอถึงหกส่วนยืนอยู่หน้าประตู

“กว่าจะออกมาป่านนี้กับข้าวก็เย็นหมดแล้ว ทำงานที่มหาวิทยาลัยทุกวันยังจะต้องกลับเอามาทำที่บ้านอีก ถ้ารู้ว่าลูกจะบ้างานขนาดนี้แม่ไม่ควรปล่อยให้เรียนต่อปริญญาโทเลย ดูสิเนี่ย เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง แล้วจะไปเจอผู้ชายดี ๆ ที่จะแต่งงานด้วยได้ยังไง” เป็นเสียงบ่นที่ได้ยินเป็นประจำทุกวัน สองมือยกขึ้นปิดหูทำปากขมุบขมิบล้อเลียนผู้เป็นแม่ที่เดินนำไปทางห้องรับแขก

“หนูเพึ่งจะเรียนจบเองนะคะแม่ ทำไมพูดเรื่องแต่งงานแล้วล่ะ” บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นมีกับข้าวที่เป็นของชอบเธอทั้งนั้น หญิงสาวนั่งลงหยิบตะเกียบคีบกับข้าวแต่ละอย่างเข้าปาก ลิ้มรสชาติฝีมือของแม่ที่รู้ใจเธอเป็นที่สุด

“นั่นใช่อาจารย์มหาวิทยาลัยของลูกหรือเปล่า ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มีจิตใจสกปรกขนาดนี้นะ” มู่หรันเฟิงเอามือเท้าคางมองข่าวในโทรทัศน์ที่แม่พึ่งเปิด เหมือนจะเป็นข่าวดังกว่าที่เธอคิด เพียงไม่นานก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมือง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

  • สวนผักของนางร้าย   4

    มู่หรันเฟิงยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์เปิดอ่านข้อความในกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีคลิปวิดีโอที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคลิปวิดีโออะไร เป็นคลิประหว่างอาจารย์หม่ากับหลี่เหยาเหยาในห้องทดลองงานวิจัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเธอเองที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ แค่ให้เพื่อนสนิทช่วยเล็กน้อยหาคนที่ไว้ใ

  • สวนผักของนางร้าย   53

    หลังจากผลสอบประกาศออกป้าหวังก็ไม่มายื่นหน้ายื่นตาเอ่ยวาจาไม่เข้าหูเหมือนแต่ก่อน นั่นก็เพราะบุตรชายที่นางบอกกับทุกคนว่าไปเรียนที่นั่นที่นี่นั้นสอบไม่ติดเป็นปีที่สี่ อีกทั้งฮูหยินเฒ่าโอ้อวดไปทั่วว่าหลานชายจะได้เข้าสำนักศึกษาหลวง ป้าหวังกับบุตรชายที่ไม่เชื่อก็โดนท่านย่าตอกกลับหน้าหงายว่ามีแผ่นป้ายไม้เ

  • สวนผักของนางร้าย   2

    มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐบาลตั้งอยู่กลางเมืองหลวง ในห้องทดลองนี้เป็นสถานที่ทำงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท มู่หรันเฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชเพื่อให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงต้านโรคภัยได้ดีกว่าเดิมสองเท่าและเร่งการเจริญเติบโตได้ หญิงสาวหมุนเก้าอี้ทำงานกลับไปด้านหลังคว้าเอ

  • สวนผักของนางร้าย   1

    มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมาเจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status