สวนผักของนางร้าย

สวนผักของนางร้าย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-27
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
4 Peringkat. 4 Ulasan-ulasan
66Bab
5.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทะลุมิติมาเข้าร่างนางร้ายที่ถูกโบยจนตายเพราะทำลายงานปักปิ่นน้องสาวผู้แสนดี ถูกขับไล่ไปอยู่ในชนบทที่แสนลำบาก ใช้วิชาความรู้ที่ติดตัวมาปลูกผักจนได้ดี

Lihat lebih banyak

Bab 1

1

มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมา

เจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออกจากบ้านทันทีโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ

“ลูกควรออกไปข้างนอกบ้าง จะมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไง แม่ได้ยินว่าเจ้าแม่ไฉ่หงศักดิ์สิทธิ์มาก ทำไมลูกไม่ลองขอพรเรื่องแฟนดูล่ะ” แม่ของเธอยังคงกังวลกับชีวิตคู่ของลูกสาวมากเกินไปทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มู่หรันเฟิงได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจึงตกปากรับคำหนิงซูมี่ไป

“นี่พวกแกเดินเร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวแดดออกก็บ่นร้อนกันอีก” หนิงซูมี่ร้องบอกเพื่อน ๆ ที่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเพราะถูกเธอโทรปลุกให้ตื่นกันแต่เช้า

“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ขอให้มาหรือมีมี่ชวนเธอไม่มีทางทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด มู่หรันเฟิงยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้วที่พวกเธอเดินทางมาที่นี่ แสงแดดที่เริ่มแผดเผาทำให้ใบหน้าสวยชื้นไปด้วยเหงื่อ

“แกนั่นแหละที่ต้องควรมามูมากที่สุด ชีวิตนี้ยังไม่เคยโดนจิ้มเลยไม่ใช่เหรอ มาขอพรเถอะเผื่อจะได้มีวาสนาโดนเปิดซิงบ้าง” ยูทูบเบอร์สาวในชุดเกาะอกสีแดงและกระโปรงสีดำสั้นเพียงแค่คืบตะโกนออกมา ขณะทำสีหน้าสงสารเพื่อนรักที่ยังไม่ประสีประสากับเรื่องพวกนี้ พอหยิบยกขึ้นมาพูดทีไรก็จะทำท่าจะเป็นจะตายทุกที

“เดี๋ยวสิ เรื่องแบบนี้ก็ต้องเอาออกมาพูดกันในสถานที่แบบนี้ด้วยเหรอ” เด็กเรียนอย่างมู่หรันเฟิงถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเพื่อนสนิท ที่เธอยังซิงก็เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบต่างหาก

แม้ภาคปฏิบัติจะไม่เคยแต่ภาคทฤษฎีนี่แน่นปึ๊กเลยน่ะ ขอให้บอก ยัยคนพูดเองต่างหากทำตัวเป็นเซียนไม่เห็นว่ามันเคยประกาศว่าคบกับใครสักคน เห็นจะมีก็แต่แอบชอบเขาจนแชทหนักขวา ต้องกินแห้วเป็นพัก ๆ ไม่ใช่เหรอ?

“ที่จริงน่าจะมาตอนกลางคืนนะตอนกลางวันแบบนี้ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ฉันยังไม่สร่างเมาเลย อีกอย่างมาตอนกลางวันแบบนี้แม่ดาราสาวจะไม่ต้องปลอมตัวอย่างหนักเลยหรือไง” ลู่ต้าเหนิงบ่นออด ๆ แอด ๆ แต่ก็เดินตามเพื่อนไปอย่างทุลักทุเล

“เอาน่านาน ๆ จะได้รวมตัวกันที เดี๋ยวขอพรเสร็จพวกเรามาถ่ายรูปด้วยกันก่อนกลับนะฉันจะเอาได้เอาไปลงในช่องทางโซเชียลส่วนตัวของฉัน พวกชาวเน็ตที่เอาแต่เม้าท์ว่าฉันบ้างาน บ้าเงิน จนไม่มีเพื่อนคบจะได้สงบปากสงบคำลงบ้าง” เสวี่ยเยว่ฮวาดาราสาวชื่อดังพูดพลางขยับแว่นกันแดดสีดำสนิทให้เข้าที่

หลังจากเดินทางมาถึงสถานที่ขอพรทุกคนก็ยืนพักจนหายเหนื่อยแล้วเริ่มสงบจิตสงบใจ มองรูปปั้นเจ้าแม่ตรงหน้าแล้วเริ่มอธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนาทันที ผ่านไปครู่หนึ่งที่ทั้งสี่คนตั้งสมาธิอยู่ที่คำขออย่างสุดพลัง ท่านเป็นเจ้าแม่ที่โดดเด่นทางเรื่องความรักที่คนอยากมีคู่ต้องเข้าคิวมาเพื่อสักการะเลยทีเดียว

“คราวนี้แหละฉันจะต้องได้ผัวสักที” หนิงซูมี่เอ่ยอย่างลิงโลด เพื่อน ๆ ที่ได้ฟังต่างก็ส่ายหน้าเพราะเอือมระอาในเรื่องความบ้าผู้ชายของเพื่อนสาวคนนี้

“แต่ฉันไม่ได้มาขอผู้นะ ฉันมาขอเงิน เจ้าแม่จะให้หรือไม่ให้ไม่รู้แต่ขอไว้ก่อน” เสวี่ยเยว่ฮวาบอกกับหนิงซูมี่และเพื่อน ๆ อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก เพราะที่เธอมาในวันนี้เพราะอยากเจอเพื่อนมากกว่า

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วไหว้พระขอพรเสร็จแล้วพวกเราไปหาอะไรกินเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ” ลู่ต้าเหนิงหันมาชวนเพื่อน ๆ ที่ยืนกันอยู่คนละทิศคนละทาง

“แกนี่พูดอะไรเป็นลางจริง ๆ เลยนะต้าเหนิง ครั้งสุดท้ายบ้าบออะไรกัน ถึงฉันจะเอาแต่ทำงานจนแทบไม่มีเวลาว่างแต่ก็ยังพยายามหาเวลามาหาพวกแกนะ”

“บ้าน่ะ ฉันหมายถึงมาที่นี่เป็นครั้งสุดท้ายต่างหาก เพราะถ้าท่านศักดิ์สิทธิ์จริงพวกเราก็ไม่ต้องกลับมาอีกไง” ลู่ต้าเหนิงเถียงข้าง ๆ คู ๆ

“เออนั่นสิต้าเหนิงอย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ แกคงดื่มเหล้าจนสมองเลอะเลือนไปแล้วมั้ง ถ้ายังไม่เจอห้าหกฉันคนนี้จะยังไม่ยอมตายโดดเด็ดขาด”

“ฉันล่ะเชื่อแกเลยมีมี่ ที่สามารถพูดเรื่องนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย” แต่พอลู่ต้าเหนิงพูดเรื่องของกินท้องของมู่หรันเฟิงก็ส่งเสียงร้อง มื้อเช้ายังไม่ทันได้เข้าปากก็โดนลากออกมาที่นี่ หวังว่าเจ้าแม่ไฉ่หงคงเห็นความลำบากของเธอแล้วช่วยประทานพรให้เธอด้วย

“ฉันก็พูดเล่นไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ แกอย่าคิดมากเลยหรันเฟิง ว่าแต่มื้อเที่ยงนี้พวกเราจะกินอะไรกันดี”

“เอาเป็นอะไรง่าย ๆ ดีไหมฉันยังมีถ่ายแบบกับถ่ายละครอาทิตย์หน้า เดี๋ยวน้ำหนักขึ้นเวลาลดจะลำบาก” เสวี่ยเยว่ฮวาพูดพลางส่งยิ้มแหย ๆ ให้กับเพื่อน เพราะกลัวว่าเพื่อน ๆ จะบ่นว่าเรื่องมากแม้จะรู้ว่าทุกคนดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว หน้าตาของแต่ละคนสามารถเป็นดาราได้อย่างสบายๆ เลย เพียงแค่พวกมันไม่ได้สนใจก็เท่านั้นเอง

หลังจากตกลงกันพักใหญ่สาว ๆ ก็ตัดสินใจเลือกฝากท้องไว้ที่ร้านหม้อไฟเจ้าประจำ รูปปั้นเจ้าแม่ไฉ่หงสว่างวาบชั่วขณะหนึ่งโดยไม่มีใครสังเกต ทั้งสี่สาวเดินออกไปยังร้านจุดหมายที่ค้นหาในโซเชียล เสียงพูดคุยเรื่องสัพเพเหระดังขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านไปทำธุระส่วนตัว

ไม่มีใครรู้ว่าพรที่พวกเธอขอนั้นกำลังทำงานอยู่เงียบ ๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปเจ็ดวัน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำเอามู่หรันเฟิงต้องรีบร้อนออกจากบ้านโดยที่ยังไม่ทันได้ลาแม่สักคำ

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

spiyana9
spiyana9
สนุก เดินเรื่องเร็วดีค่ะ
2026-05-14 04:00:29
0
0
ณัฏฐณิชา
ณัฏฐณิชา
สนุกค่ะ...️...️...️...️...️...️...️...️...️...️
2026-05-09 08:56:07
1
0
Ssert
Ssert
สนุก น่าติดตาม รอเรื่องใหม่อยู่เด้อค้าบ
2026-05-08 20:58:36
1
0
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
สนุกมากค่ะ เนื้อหาน่าติดตาม นอ เก่งและฉลาด
2026-05-07 21:36:19
1
0
66 Bab
1
มู่หรันเฟิงคิดว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยทำมา สายตามองไปทางเพื่อนรักทั้งสามคนที่เดินฝ่าแดดร้อน คนที่ดูจะกระตือรือร้นมากที่สุดก็คงไม่พ้นซูมี่ที่เป็นคนชักชวนพวกเธอมาเจ้าแม่ไฉ่หงกำลังเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์แม้แต่แม่ของเธอยังรู้จัก เมื่อรู้ว่าซูมี่ชวนเธอมาขอพร แม่ก็รีบดันหลังเธอออกจากบ้านทันทีโดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยซ้ำ“ลูกควรออกไปข้างนอกบ้าง จะมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านได้ยังไง แม่ได้ยินว่าเจ้าแม่ไฉ่หงศักดิ์สิทธิ์มาก ทำไมลูกไม่ลองขอพรเรื่องแฟนดูล่ะ” แม่ของเธอยังคงกังวลกับชีวิตคู่ของลูกสาวมากเกินไปทั้งที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยและกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มู่หรันเฟิงได้แต่ส่ายหัวกับความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ทนเสียงรบเร้าไม่ไหวจึงตกปากรับคำหนิงซูมี่ไป“นี่พวกแกเดินเร็ว ๆ หน่อย เดี๋ยวแดดออกก็บ่นร้อนกันอีก” หนิงซูมี่ร้องบอกเพื่อน ๆ ที่เดินหน้าหงิกหน้างอมาเพราะถูกเธอโทรปลุกให้ตื่นกันแต่เช้า“เรื่องไร้สาระแบบนี้ไม่เห็นต้องชวนฉันมาเลย เสียเวลาอ่านหนังสือ” ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ขอให้มาหรือมีมี่ชวนเธอไม่มีทางทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด มู่หรันเฟิงยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา เป็นเว
Baca selengkapnya
2
มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของรัฐบาลตั้งอยู่กลางเมืองหลวง ในห้องทดลองนี้เป็นสถานที่ทำงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท มู่หรันเฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเพื่อวิจัยการตัดแต่งพันธุกรรมของพืชเพื่อให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงต้านโรคภัยได้ดีกว่าเดิมสองเท่าและเร่งการเจริญเติบโตได้ หญิงสาวหมุนเก้าอี้ทำงานกลับไปด้านหลังคว้าเอาเอกสารเดินไปที่ตู้กระจก ด้านในมีพืชสีเขียวที่กำลังเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี มองดูเอกสารในมือก็พบว่าระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนพืชที่ทำการทดลองก็เจริญเติบโตขึ้นมาจนน่าอัศจรรย์ แต่อารมณ์ที่ดีของเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้กระจกข้าง ๆ เธอ นึกไม่ถึงว่าวันนี้แม่คู่หูการทำวิจัยที่นาน ๆ จะโผล่หัวมาที จะเข้ามาเหยียบในห้องทดลอง “ดูเหมือนการทดลองครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี” การวิจัยนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้ ตอนที่ต้องมาจับคู่กับมู่หรันเฟิงเธอเองก็หนักใจ แต่เพราะเชื่อมั่นในตัวอาจารย์หม่าและรู้ว่ามู่หรันเฟิงเป็นนักศึกษาชั้นแนวหน้า ถ้างานวิจัยนี้สำเร็จย่อมมีชื่อเสียงตามมา “ปกติทุกวันเธอต้องรีบมีธุระกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงโผล่มาที่นี่ได้” ตั้งแต่เริ่มต้นกา
Baca selengkapnya
3
แสงจากจอคอมพิวเตอร์ส่องสะท้อนไปที่ใบหน้าของมู่หรันเฟิงภายใต้กรอบแว่น สายตาไล่อ่านข้อมูลการวิจัยพืชที่ได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ก่อนที่หลี่เหยาเหยากับอาจารย์หม่าจะมาเธอได้สรุปการวิจัยทดลองนี้ไว้หมดแล้ว เหลือก็แค่ส่งต่อให้ศาสตราจารย์ที่ประจำในมหาวิทยาลัย รอเวลาที่ทุกคนจะได้รู้กันว่าใครกันแน่คือเจ้าของงานวิจัยนี้เสียงเรียกเข้าดังมาจากโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ดังขึ้น เธอเอี้ยวตัวหยิบขึ้นมาดูรายชื่อคนที่โทรเข้ามา เมื่อเห็นเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโทร่วมชั้นเรียนก็กดรับสาย“ทำไมคุณรับโทรศัพท์ช้าจัง รู้ไหมตอนนี้มีข่าวใหญ่แล้ว งานวิจัยที่คุณทำถูกตีพิมพ์ลงในบทความของมหาวิทยาลัย มีข่าวลือว่าตอนนี้เป็นที่สนใจของคนภายนอก คุณที่เป็นคนลงมือลงแรงมาไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเหรอ ตอนนี้ความดีความชอบอยู่หลี่เหยาเหยาคนเดียว” มู่หรันเฟิงเอนตัวพิงแผ่นหลังไปกับพนักเก้าอี้ ใบหน้าเรียบนิ่งตั้งใจฟังโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี“ฉันรู้แล้ว” น้ำเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยสนใจในสิ่งที่ได้ยินทำให้อีกฝ่ายของปลายสายร้อนรนแทน“คุณรู้แล้วอย่างนั้นเหรอ รู้แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้หลี่เหยาเหยาทำแบบนี้กับคุณได้ นั่นเป็นผลงานวิจัยที่โดดเด
Baca selengkapnya
4
มู่หรันเฟิงยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์เปิดอ่านข้อความในกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีคลิปวิดีโอที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคลิปวิดีโออะไร เป็นคลิประหว่างอาจารย์หม่ากับหลี่เหยาเหยาในห้องทดลองงานวิจัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเธอเองที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ แค่ให้เพื่อนสนิทช่วยเล็กน้อยหาคนที่ไว้ใจได้มาปล่อยคลิป หึ! งานวิจัยที่เธอเฝ้าอดหลับอดนอนทำมาทำไมถึงจะต้องยกให้คนอื่นง่าย ๆ ไม่นานในมหาลัยก็มีข่าวดังว่าอาจารย์หม่าผู้นี้ยังขโมยผลงานวิจัยของนักศึกษา ผู้คนต่างสาปแช่งและถุยน้ำลายใส่ สงสัยศาสตราจารย์คงเห็นข้อความที่เธอส่งให้แล้ว“คุ้นหน้าอยู่นะคะแม่ แต่หนูจำใครไม่ค่อยได้หรอกค่ะ” ถ้าแม่รู้ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอจะเป็นยังไงนะ ดวงตาสวยมองไปที่หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งดูข่าว ก็คงอาละวาดจนมหาวิทยาลัยแตกคุณนายมู่ของเธอดุจะตาย ขนาดเพื่อนบ้านยังไม่มีใครกล้ายุ่ง มู่หรันเฟิงนั่งหัวเราะคิกคักนินทาแม่ตัวเองในใจ“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่เพื่อนของลูกที่เป็นดาราเหรอ ทำไมถึงออกข่าวว่าเสียชีวิต” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ตะเกียบในมือร่วงหล่นทันที เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานการเสียชีวิตของเสวี่ยเยว่ฮวา มู่ห
Baca selengkapnya
5
“ท่านแม่ ขะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” ใบหน้าที่งดงามแลดูบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อซบไปที่ไหล่ของมารดา จางเหมยหลินประคองศีรษะของบุตรสาวที่กระเซอะกระเซิงเอาไว้ ในใจของผู้เป็นมารดาแสนเจ็บปวดที่บุตรสาวโดนทำร้ายร่างกายแถมยังทำอับอายต่อหน้าผู้คนมากมายมู่เจี้ยนหาวบุตรชายคนรองของใต้เท้ามู่กับจางเหมยหลินเมื่อเห็นน้องสาวถูกทำร้ายก็เดินเข้าไปประจันหน้ากับมู่หรันเฟิง เงื้อมือขึ้นต้องการจะตีอีกฝ่ายคืนแต่ถูกมารดาหยุดมือไว้“เจี้ยนหาวเก็บมือของเจ้าซะ แล้วมาช่วยแม่ดูน้องสาว” ถึงแม้นางจะเอ่ยปากห้ามแต่ดวงตากลับแอบชำเลืองมองลูกเลี้ยงที่บังอาจทำลายวันสำคัญของบุตรสาวคนเดียวของนาง ในแววตามีแต่ความมาดร้ายที่คิดจะกำจัดบุตรสาวของคนที่นางเกลียดไปให้พ้นทาง ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น จางเหมยหลินรีบเก็บสายตาทันทีเมื่อสามีเดินกลับเข้ามาในห้องโถงอีกครา“มู่หรันเฟิงเจ้าทำอะไรของเจ้า” หลังจากเร่งฝีเท้าไปรั้งเหล่าขุนนางไม่สำเร็จมู่หย่งเซินก็หันกลับมาจัดการกับบุตรสาวคนโตแทนการกระทำของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางจะกล้ากระทำเช่นนี้ต่อหน้าบรรดาขุนนางและธารกำนัล แม้แต่เหล่าฮู
Baca selengkapnya
6
มู่หย่งเซินมองบุตรสาวที่เขาจงเกลียดจงชัง ยิ่งเห็นบาดแผลของมู่หรันฮวาเขาก็ยิ่งชิงชังบุตรสาวคนโต คำพูดของมู่หรันเฟิงเหมือนกระตุ้นบาดแผลในใจของใต้เท้ามู่ ก็เพราะสินเดิมเหล่านี้เขาถึงต้องทำร้ายจิตใจคนรักที่รักกันมานานอย่างจางเหมยหลิน แม้มารดาของหรันเฟิงจะเป็นฮูหยินเอกแล้วอย่างไร คนที่เขารักก็ไม่ใช่ทั้งนางหรือแม้กระทั่งมารดาของนาง“จับตัวนางเอาไว้” เสียงที่มีอำนาจตะโกนบอกบ่าวและสาวใช้ให้จับตัวมู่หรันเฟิงที่กำลังจะเดินออกจากห้องโถงไป“สงสัยข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปแล้วหรันเฟิง พาคุณหนูใหญ่ไปที่ลานกลางบ้าน” สิ้นคำสั่งของผู้นำตระกูลมู่ทำให้ใบหน้าของจางเหมยหลินกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เพราะนางรู้ดีว่าสามีของนางคิดจะทำสิ่งใดถ้าไม่ใช่เพราะกลัวคำครหาและมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานของใต้เท้ามู่ พวกเขาคงจัดการมู่หรันเฟิงไปให้พ้นหน้านานแล้ว แต่ยามนี้ต่อให้นางจะถูกเฆี่ยนจนตายลงไปก็คงไม่มีใครสนใจ เพราะการกระทำที่ไร้หัวคิดของนางนั้นรับรู้กันไปทั่ว ถ้าวันนี้เขาลงโทษโบยนางก็คงจะไม่มีใครคิดติดใจอะไร“พาข้ากลับเรือน” ฮูหยินเฒ่าที่ปกติจะสอดมือเข้ามายุ่งทุกเรื่องกลับมีท่าทีไม่สนใจ หญิงชราหลับตาลงแล้วลุกขึ้นอย่างเชื่อง
Baca selengkapnya
7
สาวใช้พากันพยุงคุณหนูใหญ่กลับมาที่เรือน ขาของนางลากมาตลอดทางจนเกิดบาดแผล เมื่อแม่นมเผยสั่งไม่ให้ใครช่วยเหลือก็ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามายุ่งสาวใช้คนสนิทที่เคยคิดว่าเชื่อใจได้ก็โยนนางลงกับเตียงอย่างไม่ไยดี “เจ้าไปเอาผ้ามาเช็ดแผลที่หลังคุณหนูหน่อยเถอะ” มู่หรันเฟิงพลันได้สติตอนถูกโยนลงไปเตียง นางได้ยินเสียงสาวใช้เกี่ยงกันดูแลนาง ปากอยากขยับไล่ออกจากเรือนไปทั้งคู่แต่แค่จะพูดก็ยังไม่มีแรง ลืมตาก็ยังทำได้ยากเมื่อได้ยินคำพูดหนึ่งหลุดออกจากปากสาวใช้ นางก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตนเองที่หูหนวกตาบอด“ปล่อยให้เจ็บแบบนี้แหละยิ่งดี ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับฮูหยิน เผื่อฮูหยินจะตกรางวัลให้ข้า”“แล้วนายท่านเล่าจะว่าอย่างไร ถึงอย่างไรเรือนนั้นก็ตามหมอมารักษาคุณหนูรองแล้ว เจ้าก็ลองขอยามาให้คุณหนูใหญ่หน่อย”“ถ้าฮูหยินจะให้ยามารักษาคงจะเป็นยาพิษมากกว่า เจ้าก็รักษาไปตามวิธีของเจ้าเถอะ”“แล้วถ้าคุณหนูใหญ่ตายขึ้นมา” สาวใช้ผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะหันไปสบตากัน “เจ้าช่วยเรียนฮูหยินทีว่าอาการคุณหนูใหญ่ปางตาย ถ้าเกิดนางเป็นอะไรขึ้นมาเราจะได้พ้นโทษ”“กลัวไปได้ ถ้านางตายไม่มีใครกล้ากล่าวโทษเราหรอก มีแต่ฮูหยินจะตกรางวั
Baca selengkapnya
8
มู่หรันเฟิงบุตรสาวคนโตของใต้เท้ามู่ สิ้นใจในระหว่างการรักษาจากพิษบาดแผลที่ถูกโบย ทำให้นางได้เข้ามาในร่างนี้ จากความทรงจำที่ได้รับมาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง ในยุคนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ทำเรื่องไร้หัวคิดและดูไร้สาระเช่นนี้ได้มู่หรันเฟิงใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับทุกอย่างในความทรงจำ รวมถึงจดจำผู้คนที่มุ่งร้ายกับเจ้าของร่างเดิม ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้วก็มีแต่ต้องเรียนรู้และใช้ชีวิตต่อไปคนไม่เข้าใจมู่หรันเฟิงก็เพราะนางนั้นแสดงออกแต่ทางที่ร้าย ทั้ง ๆ ที่นางนั้นน่าสงสารยิ่งกว่าใคร แต่ในเมื่อยามนี้นางเป็นมู่หรันเฟิงแล้วก็ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังและดีที่สุดนั่นแหละหญิงสาวคิดพลางมองไปยังสาวใช้ทั้งสองของตน อดคิดไม่ได้ว่าอยู่กันมาตั้งนานก็ยังเป็นคนของจางเหมยหลินไปได้ แล้วนางจะเชื่อใจใครได้กันเล่าหลังจากรักษาตัวมาหลายวัน ทั้งที่ถูกทิ้งขว้างรักษาด้วยยาราคาถูก แต่ร่างกายของมู่หรันเฟิงก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รอยบาดแผลใหญ่ก็ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ จนนางเองที่เห็นแผลกับตาก็ไม่อยากจะเชื่อ“นายท่านเรีย
Baca selengkapnya
9
ดูจากนิสัยของฮูหยินเฒ่าแล้วจะเลี้ยงลูกออกมาดีได้อย่างไร ทุกคนก็คงเหมือนบิดาของมู่หรันเฟิงหมดกระมัง ช่างเถอะสิ่งที่นางต้องกังวลคือสมบัติของแม่นางมู่มากกว่า ดูจากสายตาและรอยยิ้มของจางเหมยหลินเมื่อครู่ คงอยากจะผลาญสินเดิมของอดีตฮูหยินจนตัวซีดตัวสั่นแล้วกระมัง นางไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ในเมื่ออีกฝ่ายวางแผนขับไล่นางไปได้ นางเองก็มีแผนไว้ในใจแล้วเช่นกันเท่าที่นางรู้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม สามีและบ้านไม่สามารถยึดเอาสินเดิมของฮูหยินมาเช่นนี้ได้ เว้นแต่ผู้เป็นเจ้าของจะยินยอม แต่ในความทรงจำก็ไม่เห็นมีตอนไหนที่อดีตฮูหยินได้ทำลายลักษณ์อักษรยินยอมยกทรัพย์สมบัติให้กับใต้เท้ามู่ เพราะฉะนั้นทรัพย์สมบัติทุกอย่างย่อมตกเป็นของบุตรสาวเช่นนางคนตระกูลมู่อยากได้สินเดิมของอดีตฮูหยิน มิรู้ว่าคนเหล่านี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่าทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีบัญชีทรัพย์สินบันทึกควบคุมเอาไว้ โดยมีผู้อาวุโสลงชื่อเอาไว้เป็นพยาน หรือไม่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่แท้จริงแล้วรู้ดีทุกอย่าง แต่มีความละโมบโลภมากอยากได้ของผู้อื่นโดยมิสนใจอะไรหรันเฟิงคิดได้เช่นนั้นก็รื้อค้นข้าวของในหีบไม้ออกมาดู ถึงอย่างไรเจ้าของร่างเ
Baca selengkapnya
10
“ฮึก ฮือ ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก พ้นจากปรโลกไม่ทันไรก็ถูกขับไล่ออกจากจวน ท่านแม่ไยท่านต้องทิ้งข้าไว้คนเดียว ทำไมท่านถึงไม่พาข้าไปด้วย” สตรีส่งผักได้ยินเสียงแว่วมาหูก็กระดิกทันที ผู้คนในตลาดมักบอกว่านางมีหูที่ดีและปากที่สว่างมากพอจะกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว ร่างที่สูงใหญ่ของนางเอียงตัวแอบฟังคนผู้หนึ่งตัดพ้ออยู่ข้างกำแพง“แต่ก็คงอีกไม่นานที่ข้าจะได้ตายตามท่านไป ท่านพ่อรังเกียจข้าถึงขนาดขับไล่ออกจากจวน ฮึก ฮือ ท่านแม่ เดินทางครั้งนี้ข้าอาจถูกโจรปล้นระหว่างทางคงไม่มีชีวิตรอดกลับ ท่าดีใจที่จะได้ไปอยู่กับท่านพร้อมหน้า แต่ถ้าไม่มีค่าแล้วทรัพย์สมบัติของท่านจะเป็นเช่นไร ท่านพ่อก็คงยกให้กับฮูหยินคนใหม่ใช่หรือไม่ ทำไมท่านพ่อถึงไม่รักข้าบ้าง ทั้งยังยอมให้น้องสาวหยิบฉวยสินเดิมของท่านแม่ไปใช้ในพิธีปักปิ่น พอข้าทวงความยุติธรรมก็ถูกโบยจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หมอสักคนก็ไม่เคยส่งมาดูแลข้า แต่เป็นเพราะท่านแม่ที่คุ้มครองข้า ข้าถึงยังมีชีวิตรอดมาได้” มู่หรันเฟิงมั่นใจแล้วว่าสตรีขายผักผู้นี้มาแอบฟังก็ร้องไห้คร่ำครวญหนักยิ่งกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าคนหลังกำแพงจะไม่ได้ยิน “แต่รอดมาได้แล้วอย่างไรในเมื่อข้าไม่เป็นที่ต้อง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status