مشاركة

บทที่ 13

last update تاريخ النشر: 2026-05-30 20:43:32

จากวันเป็นเดือนเคลื่อนผ่าน คำสัญญาระหว่างคนสองคนผูกกันรัดแน่นฝังลึกตรึงตราตรึงใจยากที่ใครจักเข้าใจในความรักครั้งนี้ได้

ในหัวใจมีเพียงคนคนหนึ่งเต็มดวงแต่มิสามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ได้ ทุกคืนวันนัดแนะลักลอบพรอดรักมิต่างจากโจรขโมย

ภายใต้ความสุขสมในใจของเชรียังนึกถึงบิดาที่เจ็บป่วยเสมอรับรู้ได้ถึงความคาดหวังของชาวฝรั่งเศสที่ต้องการนำบางอย่างของสยามกลับไปถิ่นฐานให้จงได้

แต่เชรีกลับใช้ข้ออ้างตีสนิทชาวสยามข้ามฟากมาฝั่งวัดเพื่อจะได้เจอกับคนรักเช่นพสุธาทุกวัน

อัญมณีโกเมนในตัวครุฑสีดำของมีค่าที่ฝังอยู่ภายในเมรุใหญ่โตกำลังก่อสร้างเพื่อใช้เผาศพแทนการฝังทั้งที่รู้ดีว่าฝังอยู่ส่วนไหนของเมรุ ต้องเข้าไปเอาอย่างไร รู้ทุกอย่างเพียงแค่เดินไปเอายามลับตาคนก็ย่อมได้ เพราะดินเป็นคนบอกเล่าออกมาทั้งหมดด้วยความเชื่อใจเมียฝาหรั่งว่าจักไม่มีวันทำผิดมิทำให้คนรักต้องเดือดร้อนด้วยการขโมยมันออกไปดั่งที่สารภาพในคราแรก

คนรักที่บูชาความรักเชื่อมั่นในความรักว่าช่างงดงามบริสุทธิ์เหนือสิ่งอื่นใด

หลังขลุกอยู่กับคนรักทางฝั่งวัดในกระท่อมเรือนน้อยกลางป่าช้าเพียงลำพังทางพสุธาเองก็มิออกไปกับใคร ต่างอยู่กันเพียงลำพังที่นั่นขนมุ้งหมอนของกินของใช้เข้ามาซ่อมแซมเรือนชานง่ายๆ กลายเป็นเรือนหอในป่าช้าอยู่กินกันราวกับวิมานกลางหลุมศพ

ความลุ่มหลงทำให้มองทุกอย่างงดงามเห็นป่าดิบชื้นเป็นทุ่งมวลดอกไม้หลากสี

ปลูกพืชผักดอกไม้ราวกับกำลังออกเรือนนั่งเล่นนอนเล่นเพียงสองคนหลงลืมโลกภายนอกไปเสียสิ้น

"เชรีเจ้าไปมาหาสู่ชาวสยามนามพสุธานั่นมานานแรมเดือนแล้วหนา พวกเจ้าก็ดูสนิทสนมกันดีแล้วใยมิมีสิ่งใดคืบหน้ากันเล่า ทางฝรั่งเศสส่งข่าวมาแล้วหนาว่าท่านลุงอาการหนักขึ้นเจ้ามัวทำกระไรอยู่?"

ทหารนายหนึ่งเรียกคุยเพียงลำพังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องเอ่ยถามขึ้นเมื่อเจ้าชายที่จักช่วยให้อาการป่วยของผู้เป็นพ่อหายขาดจากความเชื่อมีทีท่าเปลียนไป

ชายชาวสยามที่เป็นดั่งไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่คราแรกบัดนี้ดูสนิทสนมราวเกินกว่าจะเป็นเพื่อนรัก ใบหน้าเปี่ยมสุขทุกครั้งที่กลับจากไปมาหาสู่ชาวสยามดูแปลกตาไปมากโข ท่าทีเย็นชาจริงจังในภารกิจดูเปลี่ยนไป

เชรีอ่อนโยนลงไม่ดูเจ้าเล่ห์ฉลาดลึกดังเดิมไม่มีความคืบหน้าเรื่องของที่จักต้องนำกลับไปรักษาบิดาจนถูกทวงถามเสียงจริงจัง

"ข้า ...ข้าจักเร่งนำมันกลับมา'

"มิทันดอกเรากำลังจักกลับเมืองด่วน ที่นั่นกำลังแย่คืนนี้ต้องลงมือคืนนี้"

"ว่ากระไรนะ!"

"พวกเราจักต้องกลับฝรั่งเศสไวที่สุดเจ้าต้องนำสิ่งนั้นกลับไปให้ได้ไม่ว่าต้องแลกมาด้วยสิ่งใดก็ตาม!"

"ท่านพี่ข้า..อยู่ดูลาดเลาที่สยามมิได้หรือ?"

"มิได้มีข่าวว่าอังกฤษจะเข้ามาเจรจากับสยามถ้าตกลงกันไม่ได้จักต้องเกิดสงครามเป็นแน่เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรีบกลับถ้าเราอยู่อังกฤจักมองว่าเราอยู่ฝั่งสยามแลโจมตีเราเช่นกันในตอนนี้ไอ้พวกนั้นมันคือเจ้าอำนาจเราห้ามทำให้เกิดการขุ่นเคืองเด็ดขาด"

"...แล้วเราจักเอามันมาได้เยี่ยงไรเล่าพี่ท่าน?"

"ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้..คืนนี้เราจักไปเอามันออกมาวันพรุ่งนี้ยามเช้าตรู่ยังมิทันฟ้าสางจักขึ้นเรือกลับกันทันที"

...

"พสุธาเอ็งหายหน้าไปหนใดมา?"

ใบหน้าคมเข้มเดินยิ้มแย้มผ่านกุฏิวัดเจ้าอาวาสยามพลบค่ำโดยมิรู้เลยว่ามีคนยืนรออยู่เอ่ยทักขึ้นเมื่อร่างหน้าผ่านมาเพื่อจะเดินกลับเรือนใหญ่ที่อาศัย

"นมัสการขอรับหลวงพ่อ" เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกนั่งคุกเข่าลงแล้วกราบกรานด้วยความเคารพ

"ข้าถามว่าเอ็งไปอยู่แห่งหนใดมาตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่อยู่กับฝูงหายหน้าหายตาไปแรมเดือนแล้วหนาหากหลวงพ่อมิเห็นหน้าเจ้ายามเช้าตรู่คงจักคิดว่าเจ้ามิมีตัวตน"

น้ำเสียงผู้เป็นพ่อนิ่งขรึมสีหน้าจริงจังกว่าหนไหนกล่าวกับลูกชายตัวดีที่พักนี้มิอยู่ให้ได้เห็นหน้าจนเพื่อนๆ เอามาปรึกษา

"โถ่หลวงพ่อ ลูกก็อยู่แถวนี้มิได้ไปไหนดอกหลวงพ่อมีกระไรให้ลูกรับใช้หรือจ้าคะ?" พสุธายังคงมีสีหน้าแช่มชื่นแม้เนื้อตัวจักมอมแมมจากการปลูกผักหญ้าในป้าช้าจนผู้เป็นพ่อขมวดคิ้วมองในความไร้สง่าราศรีดังเดิม

"พ่อขอคุยกับเจ้าหน่อยมีสิ่งใดจะพูดบอกพ่อหรือไม่เจ้าดิน ใบหน้าเจ้าดูเปี่ยมสุขแลหมองคล้ำในคราเดียว ของในกายเจ้าเสื่อมถอยหรือกระไร ฤาจักโดนของต่ำของดำเข้าครอบงำเสียแล้วจึงมิไปทำงานทำการ"

"มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ ลูก..ลูกเกรงว่าถ้าคนอื่นรู้จักมิถูกใจกลายเป็นเรื่องใหญ่ลูกจึง..ออกห่างเพคะ"

"ห่างผู้คน?ใยต้องมิชอบใจเจ้าทำกระไรผิดฤา?"

"หากลูกบอกว่ากำลังมีความรักกับใครคนหนึ่งหลวงพ่อว่าจักเร็วไปหรือไม่เจ้าคะ..ที่คิดจะสร้างครอบครัว?"

"เจ้าน่ะหรือมีความรัก? ตลอดเวลาที่ผ่านมาวิ่งเล่นเกเรกับพวกเจ้าแดงเจ้าเมฆมิมีวี่แววจักมองใครใยเจ้าจึ่งมีความรักมีคนรักได้ หญิงผู้นั้นคือลูกเต้าเหล่าใครกันเล่าเจ้าดิน?"

"คือ..คือว่า..คนคนนั้น..เป็น..เป็น.."

"เป็นใครฤา?"

"ลูกของฌ็อง..ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสยามเจ้าค่ะ"

"ลูกของฌ็อง? เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไรเจ้าดิน ลูกของฌ็องที่มาสยามมิมีผู้หญิงมาด้วยนี่?"

"เจ้าค่ะ ลูกชายของฌ็องที่เข้าสยามมีเพียงหนึ่งเดียว ฌ็องเชรีเจ้าชายคนเล็กตระกูลฌ็องอาศัยอยู่โบสถ์ฝั่งตรงข้ามเรานี่เองขอรับ.."

"เจ้าว่าไงนะพสุธา!!" คนเป็นพ่อตื่นตกใจจนเผลอเรียกลูกชายเสียงดัง

"หลวงพ่ออย่าโกรธลูกเลยหนา ลูกรักฌ็องเชรีมากเรารักกัน..รักกันด้วยใจจริง ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ลูก...รักเชรีมากนะเจ้าคะ ลูกรักคนอื่นมิได้อีกแล้ว"

คำสารภาพของบุตรชายทำเอาเจ้าอาวาสขมวดคิ้วนิ่งพูดไม่ออกราวกับมีก้อนหินก้อนใหญ่จุกอยู่ในลำคอ

"ลูกมิรู้หรือว่าฝาหรั่งคิดกับสยามเยี่ยงไร?"

"ลูก..รู้เจ้าค่ะ แต่เชรีมิใช่คนเช่นนั้นถึงแม้เชรีตั้งใจมาเอาอัญมณีจากตัวครุฑในเมรุวัดเรากลับฝรั่งเศสแต่เชรีก็ไม่ทำ.."

"เจ้ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความลุ่มหลงนะพสุธา..รู้หรือไม่ใยหลวงพ่อเรียกเจ้ามา?"

"มิรู้เจ้าค่ะ"

"ลูกหายหน้าหายตาจากผู้อื่นแรมเดือนไม่เข้าไปทำงานไม่อยู่กับเพื่อนชาวสยามไม่พบเจอผู้คนเจอหน้าเพียงยามเช้ามือและยามค่ำลูกทำตัวเหมือนมิใช่มนุษย์เข้าไปทุกทีรู้ตัวหรือไม่"

"หลวงพ่อ..ลูกรักเชรี ลูกผูกพันกันอย่างลึกซึ้งลูกมิอยากห่างกันแม้แต่เพียงวันเดียวมันเหมือนจักตายเสียให้ได้...อย่าห้ามลูกเลยนะเจ้าคะ"

"...ถ้าคนที่ลูกรักทำผิดมหันต์ก็ยังจักรักฤา?"

"หลวงพ่อคงขอรับ..ภายภาคหน้าลูกอาจจะเป็นกบฏเสียเองลูกอาจจักเป็นคนไม่ดีเพราะลูกคงทำทุกอย่างเพื่อความรัก..ลูกอยากถามหลวงพ่อว่าจะยังรักลูกหรือไม่ขอรับ?"

"...ดิน"

"ลูกเคยคิดว่าชีวิตนี้คงมิรักใครได้มากกว่าแผ่นดินสยาม..มิรักใครมากกว่าเจ้าคุณพ่อ..มิรักใครได้เท่าคุณแม่แต่...ตอนนี้ลูกกลับรักคนคนหนึ่งมากเสียจนประเมินค่ามิได้..มิรู้เลยว่ามากเท่าใดทุกลมหายใจลูกมีแค่เชรีเท่านั้น"

"พสุธา..ลูกมีพ่อชื่อคงคามีแม่ชื่อเพ็ญนภาลูกเกิดจากความรักของพ่อกับแม่เป็นความรักที่มีค่าที่สุดของครอบครัวเรา ไม่ว่าเจ้าจักเป็นสิ่งใดพ่อก็มิอาจเลิกรักได้แต่ถึงกระไรพ่อก็อยากให้ลูกชายของพ่อมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขมิใช่ต้องร้อนลุ่มร้อนรนต่อสู้กับทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ไม่สามารถอยู่กับลูกได้ตลอดไป"

"..."

"มีสติให้มากนะดินลูกคือบุตรชายคนเดียวของเจ้าอาวาสวัดพสุธาคงคาวนารามถ้าความรักของลูกคือเรื่องจริงความรักจะชักจูงนำพาคนที่รักไปสู่หนทางแห่งสวรรค์มากกว่านรกอเวจี..แต่ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ได้พึงระลึกไว้ว่าพ่อกับแม่อยู่กับลูกเสมอ"

..

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 35

    ..เงาดำค่อยๆ จางหายไป เพื่อนทั้งสามยืนเหม่อลอยนิ่งค้างราวกับไม่รับรู้สิ่งใด เอสเม่ออกจากอ้อมกอดแน่นไม่ได้เพราะทำพันธะต่อกันและมันต้องสมบูรณ์ด้วยการนำสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนถิ่นของมัน"..กลับไปกินข้าวกัน"ดวงหน้าน่ารักเหม่อลอยไร้การต่อต้านพยักหน้าหงึกหงักราวกับตุ๊กตา ดวงตาสีอ่อนเลื่อนลอยไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ยืนนิ่งราวกับคนหลับไหลแม้ยังลืมตาอยู่ร่างเล็กลอยหวือขึ้นจากพื้นจากการโอบอุ้มของคนรักก้าวเดินกลับไปยังท่าเรือที่เดิมเรือแจวลำเดิมที่พ่อเคยพาแม่พายข้ามวัดข้ามโบสถ์มันยังคงเป็นลำเดียวกับที่พายให้เอสเม่นั่งเอสเม่ถูกพากลับมายังฝั่งวัดโดยที่ไม่มีใครมาขัดขวางจากการเตรียมพร้อมรับมือมาตลอด ที่คาดการณ์ไว้เมื่อรู้ว่าโกเมนของตระกูลอยู่ที่ไหนคนของตระกูลฌ็องจะรีบโผล่มาขัดขวางทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างขึ้นเมื่อเหตุการณ์หลังร่วมรักหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเอสเม่ราวกับเส้นผมบังภูเขาเอสเม่ที่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตรงข้ามคือกุญแจปลดล็อคเรื่องทุกอย่างที่ตามหาความจริงมานานดังเช่นที่พูดกับแม่ของเอสเม่และนี่คือความรักไม่ใช่การแก้แค้น นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาดนำพาร่างคนรักกับอัญมณีสีแดงกลับมาทำพิธี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 34

    เอี๊ยดด!!ด้วยความเร่งรีบเจมส์ขับรถเข้ามาจอดในรั้วโรงเรียนรวมกลุ่มกันเดินไปส่งเพื่อนที่บ้านพักแค่เพียงเห็นหน้าลูกคนเป็นแม่ก็จ้องร่างเล็กของลูกชายด้วยสายตาคมกริบใบหน้าเชิดหยิ่งนิ่งดุจนางพญาทำเอาเพื่อนไม่กล้าเข้าใกล้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อลูกชายเดินมาหาใกล้ๆ ร่องรอยบางอย่างประกฎให้เห็นนอกร่มผ้าและคนสูงวัยก็รู้ดีว่านั่นคือร่องรอยอะไร"ลูกมีแฟนเหรอเอสเม่?" น้ำเสียงเย็นยะเยือกผิดกับการตวาดแรงเช่นเมื่อครู่ สายตาทิ่มแทงกดข่มบางอย่างมองเข้ามานัยน์ตาคู่สวยราวกับตอกย้ำความผิดที่คนเป็นลูกรับปากไว้ก่อนมาที่นี่"...ค ครับ""แม่บอกว่ายังไง? ห้ามมีแฟนที่นี่ไม่ใช่เหรอเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาอยู่แต่ลูกรับปากเองว่าจะไม่มีความสัมพันธ์เเบบนี้กับใคร ฝ่าฝืนคำมั่นที่รับปากแม่ลูกจะต้องกลับฝรั่งเศสโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น!""แต่..แม่ครับ""กลับเดี๋ยวนี้ถ้าไม่เชื่อแม่ตอนนี้แม่จะทำให้ลูกไม่ได้กลับมาที่ไทยอีกเลยขึ้นรถ!""แม่เดี๋ยว ใจเย็นๆ ก่อนได้ไหมกับอีแค่มีแฟนจะอะไรนักหนาผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะ""ถ้าลูกอยู่ทุกคนจะเดือดร้อนกันหมดแม่บอกให้ขึ้นรถ!""แม่ใจเย็นๆ ก่อนทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้นแม่ทำเหมือนมี

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 33

    ..วันต่อมา"เอสเม่ เอสเม่โว้ย มึงจะกลับบ้านกลับช่องบ้างไหมครับหรือจะย้ายจากเรียนมหาลัยมาเรียนวัดเลยไหม~"สามเพื่อนสนิทเดินทางมาที่วัดยกก๊วนเมื่อเกิดเรื่องใหญ่โตอีกครั้งแล้วเพื่อนหายไปกับสัปเหร่อหนุ่มหล่อที่วัดนานข้ามวันต้องเข้ามาเรียกกันถึงหน้าบ้านสัปเหร่อที่ตั้งห่างจากเมรุไม่มากนักบรรยากาศรอบบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังใหญ่เย็นยะเยือกเพราะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ บ้านทรงไทยยกสูงยามกลางวันยังน่าสะพรึงได้ถึงเพียงนี้ไม่อยากนึกสภาพยามค่ำคืนที่คงวังเวงหวีดหวิวไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตนี้แน่ไม่รู้ว่าเพื่อนของตนกล้าเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้นานนับวันคืนอย่างไรเพื่อนๆ รู้ว่าระหว่างสองคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดามันชัดเจนจนคนโง่ยังมองออกคิดว่าสายตาของทั้งคู่ที่มองกันมันลึกซึ้งมากเพียงใดทั้งสองมองจ้องกันไปมาด้วยสายตาที่ไม่ได้มีไว้มองคนอื่นหรือที่เรียกว่าไม่ได้มีสายตาไว้มองผู้ใดมันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ระหว่างแหกปากเรียกชื่อเพื่อนก็มีบางคนโผล่มาหน้าบันไดชานบ้าน"มีอะไร?""อุ้ย!มึงผัวมาๆๆ ไอ้เบ้กมึงถามดิกูไม่กล้าคุยกับผัวเพื่อน มันน่ากลัว "โซลกับเจมส์หลบหลังเบ้กก้าที่ตัวเล็กกว่าดันหลังเพื่

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 32 🔥

    จุ๊บบบจ๊วบบบบบ กึ่ดดดอืมมมมมม~คนน้องร้องครางคนพี่ขานรับในลำคอปากหยักยังคงกัดหัวนมเล็กแต่มือทั้งสองเคลื่อนลงต่ำมากอบกุมก้อนขาวนุ่มเนินเนื้อแก้มก้นนุ่มบีบเค้นขยำอย่างเพลิดเพลิน"ให้พี่เข้าไป..ข้างใน" ปฐพีเอ่ยเสียงพร่าเอสเม่นั่งตักกอดคอแน่นซบใบหน้าเนียนกับลำคอหนาสีเข้มหอบหายใจกระชั้นแรงยามร่องรักถูกแหวกอ้าเบียดแท่งร้อนดุนดันปากทางคับแคบ"อ่ะ..ม มันเจ็บ พี่ดินมันใหญ่มันไม่ไหว แฮ่กก!"ร่องแคบเต้นตุบตับเพียงถูกทักทายด้วยแท่งร้อนส่วนหัวดุนดันแหวกร่องเล็กเข้าไปยังส่วนสงวนปิดสนิทสองมือหนาแหวกแก้มก้นสลับขยำให้ร่างสั่นเทาผ่อนคลายกึด..กึ่ดดด!อึ่กกก อื๊อออออ!แท่งร้อนแหวกผ่านรูรักทีละชั้นทะลวงกายเล็กยืดหยุ่นกลืนกินแท่งรักอันใหญ่เข้าลึกขึ้นกึ้กก!สุดลำสุดทางปลายเท้าเล็กจิกเข้าหากันแน่นฝ่ามือสากบีบคลำขาเล็กให้ผ่อนคลาย มือหนึ่งเกลี่ยปลายผมทัดหูขาวจูบปลอบเบาๆลำรักถูกรัดแน่นบีบรัดเป็นจังหวะสุขสมมัวเมาหลงไหลไปกับกามารมณ์ที่พึ่งเริ่มต้นขึ้น แววตาหยาดเยิ้มสองคู่จ้องมองกันในห้วงความลุ่มหลงราวกับตกลงในภวังค์หุบเหวลึก"ดีไหม.." ปากหยักเอ่ยชิดริมฝีปากเล็กกดปลายจมูกฝังแก้มนวลเชิญชวนเสียง"ด ดี ดีที่สุดเ

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 31

    "กอดทำไม..น่าสมเพชมากเลยหรือไง?" "อยากกอด...อยากกอดผมไหม?" "พูดบ้าอะไรของนาย" "ผมคิดว่ามันจะจบลงด้วยดีถ้าเราทำมันด้วยกัน" "หึ หึ ตัวเล็กเท่าลูกหมาอวดดีนัก" "ปฐพีผมชอบคุณ..ชอบคุณจริงๆ" "...พูดบ้าอะไร? ..ฉันไม่ใช่" "คุณจะเป็นอะไรผมก็รัก..ผมรักไปแล้ว..มันรู้สึกตั้งแต่แรกเจอยิ่งนานวันยิ่งชัดเเล้วผมก็เป็นลูกครึ่งฝรั่งผมไม่ถือ ผมกลัวว่าถ้าไม่ได้บอกรักแล้วไม่รู้จะได้บอกอีกไหมชีวิตมันไม่แน่นอนนี่คุณสอนผมเอง.." "ฉัน..กลัว..กลัวมาตลอดกลัวจะเป็นเหมือนพ่อ" "ผมรักคุณไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรผมก็จะรักคุณต่อให้ตายจากกันความรักที่เกิดขึ้นกับคุณจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตผม..คุณ..รักผมไหม?" "....อืม" พรึ่บบบ ตึ่กๆๆๆ "ค คุณ คุณดินจะไปไหนครับ ขึ้นบ้านไปทำไม?" สัปเหร่อเจ้าบ้านจับข้อมือเล็กข้างที่มีสร้อยเหมือนกันดึงร่างเล็กให้เดินขึ้นเรือนไม้มาด้วยกัน "ฉุดไง" "หาา?" คำตอบคุณสัปเหร่อสุดหล่อทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยงรู้ตัวอีกทีคุณพี่ก็ปิดประตูบ้านลงกลอนเสียแล้ว โดนแน่!! "สมัยก่อนเขาก็ฉุดกันทั้งนั้นพ่อฉันก็ฉุดแม่เข้าป่าช้าเหมือนกันถึงได้มีลูกเป็นลูกครึ่งแบบนี้ไง" เจ้า

  • สัปเหร่อที่รัก   ตอนที่ 30

    "..."อีกจิตวิญญาณตระกูลคงคาวนารามล่วงลับไปแล้วจากไปเช่นหลายๆ คนที่ถูกความรักทำร้ายดวงจิตนั้นไปสู่สุขคติคืนร่างเล็กที่แสนจะแข็งแกร่งของเอสเม่ที่ตอบรับช่วยเหลือคนตระกูลคงคาวนารามอย่างดี ไม่เคยต่อต้านเลยสักครั้งทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นจะหวาดกลัวหลบเลี่ยงการสิงสู่ร่างที่ทำอันตรายกายหยาบได้หัวทุยผมสีเทานอนหนุนตักแกร่งบนแคร่ใต้ร่มไม้ข้าบ้านสัปเหร่อระหว่างรอไฟมอดเพื่อเก็บกระดูกของอารยา ไม่รู้ว่าก้มมองหน้าขาวซีดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เส้นผมยุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาหลับไหลตั้งแต่การเผาร่างอารยาเสร็จสิ้น ปลายนิ้วสากยกขึ้นเกลี่ยปรอยผมสีเทาปรกหน้าเล็กที่ตกอยู่ในห้วงนิทราขนตาแพนุ่มขยับยุกยิกเล็กน้อยเมื่อถูกก่อกวนแต่ก็หลับลงเช่นเดิม ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองคนที่บังเอิญไปเจอกันฝั่งคะนู้นเพราะมีข่าวเรื่องอัญมณีสีแดงเดินทางกลับมาที่ไทยแล้วแต่ก็หาไม่เจอ เจอแต่ไอ้ตัวขาวบนตักแต่ข้อมูลใหม่ที่ได้คือมันอยู่ที่ “ฌ็อง มารีอา” ใครกันนามสกุลเดียวกับ..แม่"หิว..หิวจัง""ตื่นมากี่ครั้งก็หิวทุกครั้งเป็นบ้าอะไร?""ด ดิน..นี่พี่มานอนข้างเมรุอีกแล้วเหรอ?""อยากตื่นมาในเมรุหรือเปล่าล่ะ..ของกินข้างตัวนั่นกินซะเอามาจากงานศพให้เ

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 10

    ร้านเหล้าร้านเหล้าในเมืองมีสาวสวยคอยบริการอย่างที่ร่ำลือกันชายวัยแตกหนุ่มกลุ่มหนึ่งตื่นตาตื่นใจนั่งร่ำสุราไปพร้อมกับมองบรรยากาศครึกครื้นรอบร้านแต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่สนใจใครเอาแต่ยกของมึนเมาขึ้นดื่มไม่สนสายตาสาวสวยที่ส่งมาให้กลุ่มชายหนุ่มที่อายุน้อยและดูดีที่สุดในร้านถูกมองมาด้วยความสนใจร่างหนาผ

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 9

    "พะ พี่ดิน..พี่แบกฝาหรั่งมาจากป่าช้าหรือ?"ไอ้เมฆ ไอ้แดงกับกลุ่มก๊วนเด็กกร่างวิ่งเข้ามาหาทันทีเมื่อเห็นลูกพี่ถอดเสื้แตัวดำเดินแบกร่างขาวตรงมายังศาลาท่าน้ำ เด็กวัดท่าทางกระสับกระส่ายเพราะทุกวันต้องอยู่ด้วยกันแต่หัวหน้าก๊วนหายไปตั้งแต่ฝนตกยันเย็นก็หาตัวไม่เจอจนเจ้าอาวาสสั่งให้ตามหาลูกชายตัวดีกลัวจักไ

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 8

    "..ปล่อยข้าเสียที"คนพูดไทยแปล่งเอื้อนเอ่ยเสียงแหบแห้งซอกคอขาวถูกคลอเคลียลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดชวนสยิว"...อยากมัดเจ้าไว้ที่นี่"ฝนหยุดลงร่างขาวแน่นเนื้อบนพื้นกระดานเย็นช่วยทำให้อบอุ่นผ่อนคลายมิอาจปล่อยไปอย่างที่เจ้าตัวเอ่ยขอ เสียงพร่ำเพ้อข้างซอกคอลูบไล้ร่างเปลือยทั่วทุกตารางเนื้อราวกับเสพฝิ่น"ข้า

  • สัปเหร่อที่รัก   บทที่ 7 🔥

    แสงแลบแปลบจากสายฟ้ารอดรูกระดานเข้ามาสาดแสงส่องร่างขาวเปลือยบนบ่ากว้างสีเข็มเป็นภาพชัดเต็มสองตาคนทั้งคู่ท่าทางล่อแหลม ใบหน้าคมก้มต่ำกายเนื้อขาวตรงหน้า "ตรงนี้ขาวกว่าข้างนอกอีกหรือ ~" ดินพึมพำนำจมูกยาวดุนดันเนื้อนิ่มตรงหน้า ปล่อยเล็บเท้าจิกครูดแผ่นหลังกว้างปรากฎรอยเล็บยาวเต็มแผ่นหลังกว้าง อากาศข้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status