LOGINSet. นิยายสามสาวคลั่งรัก นี้มีทั้งหมด 3 เล่ม คือ 1. เรื่องนวดนาบ : ไพริน หญิงสาววัยเลขสาม 30 ปีบริบูรณ์ เธอได้รับกิ๊บวอยเซอร์ จากการของขวัญวันเกิดของลูกน้องของเธอ เป็นร้านนวด (นวดนาบ) ทำให้เธอได้พบเจอกับเขา 2. หนุ่มโฮสต์ (ตอก) มันส์ : น้ำหวาน หญิงสาววัยเลขสาม เธอมีอายุ 32 ปีบริบูรณ์ เธอได้รับตำแหน่งบริษัทใหญ่ เพื่อนๆ ของเธอที่เรียนด้วยกันมา พาเธอไปเลี้ยงฉลองที่บาร์โฮสต์ มันทำให้เธอพบกับชายหนุ่มสุดเร่าร้อนอย่าง ‘โอไรออน’ 3. เทรนเนอร์สุดแซ่บ : ยาหยี หญิงสาววัยเลขสาม แต่ว่าช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ จนน้ำขึ้นหลายกิโลกรัม เธอจึงตัดสินใจหาเทรนเนอร์ที่สามารถมาสอนที่บ้าน โดยการค้นหาใน Google จนมาเจอเว็บ “เหงื่อแตก แต่อารมณ์ดี” มันทำให้เธอได้เจอกับอดีตระหว่างเขาและเธอ
View Moreหญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตหรูสีดำสองที่นั่ง ท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆ ของช่วงกลางวัน เธอทอดสายตามองไปยังหน้าร้านนวดที่ตั้งอยู่ริมถนนคนพลุกพล่าน ป้ายชื่อร้าน ‘นวดผ่อนคลายถึงสรวงสวรรค์’ โดดเด่นด้วยตัวอักษรสีทองสะท้อนแสงแดดที่ตกกระทบจนเปล่งประกายระยิบระยับในยามบ่าย
ตัวร้านฉาบด้วยสีขาวสะอาดตา กระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นภายในที่จัดแต่งอย่างเรียบร้อยและอบอุ่น มีต้นไม้เล็กๆ ปลูกประดับตามมุมต่างๆ สร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย กลิ่นอโรม่าอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ดึงดูดให้ผู้คนอยากก้าวเข้าไปสัมผัสความสงบสุขนี้ เสียงดนตรีบรรเลงแนวช้าๆ คลอเคล้ากับบรรยากาศที่ดูสะอาดและเป็นมิตร ช่วยเติมเต็มความรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างดี แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่ร้านนวด และเธอไม่เคยมีใครแตะต้องร่างกายของเธอนอกจากแม่ และแม่นมของเธอเท่านั้น ที่เธอตัดสินใจมาที่นี่ เพราะเธอได้กิ๊บวอยเชอร์นี้มาจากการจับของขวัญปีใหม่ในงานเลี้ยงบริษัท ลูกน้องคนสนิทชื่อ ‘น้ำหวาน’ ซึ่งเป็นหัวหน้าเลขาฝ่ายการตลาดเป็นเจ้าของของขวัญชิ้นนี้ น้ำหวานพูดติดตลกแต่จริงใจว่า... ‘ร้านนี้บริการดีมากๆ จะทำให้พี่ถึงจุดสุดยอดแน่ๆ เพราะหนูเคยลองมาแล้ว รับรองซ้อได้ถึงสวรรค์แน่ๆ’ เธอยังไม่เข้าใจในคำพูดของน้ำหวานเต็มที่ ว่านวดแล้วจะทำให้ ‘ถึงสวรรค์’ ได้อย่างไร แต่ด้วยความอยากลองสักครั้ง และความเชื่อในคำแนะนำของเพื่อนสาวของเธอที่เรียนด้วยกันมาว่ามันดีมากเธอลองแล้วจะติดใจ เธอจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นอโรม่าอ่อนๆ หอมละมุน แทรกซึมผ่านอากาศ ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่ความรู้สึกอบอุ่นและสงบเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในร้านนวดแบบนี้ เธอมองไปรอบโถงกว้างที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันในสไตล์คลาสสิกยุคเนซองส์ แตกต่างจากด้านนอกที่ดูเรียบง่ายด้วยผนังปูนสีขาวและเถาวัลย์ดอกกุหลาบสีแดงที่เลื้อยเล็กน้อย แต่ภายในร้านกลับเต็มไปด้วยความหรูหราที่นุ่มนวลและสง่างาม โคมไฟระย้าเชิงเทียนจำนวนแปดโคมไฟถูกจัดวางอย่างลงตัว แต่ละโคมระย้าเปล่งประกายอบอุ่น โคมไฟระย้าใหญ่ที่สุดตั้งอยู่กลางห้อง เป็นโคมไฟระย้ายาวจากชั้นสามของอาคารทอดยาวลงมาถึงชั้นล่าง แสงจากเทียนจำลองสะท้อนประกายทองระยิบระยับทั่วทั้งโถง สร้างบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในวังยุคศิลปวิทยา หรือยุคเรเนซองส์ รอบๆ โถงเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สีม่วง สีขาว และสีแดงตัดกับใบไม้เขียวชอุ่มที่ประดับไว้อย่างมีศิลปะ เพิ่มความสดชื่นของต้นไม้และกลิ่นดอกไม้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกสงบภายในใจของเธอ เสียงดนตรีบรรเลงแบบคลาสสิกช้าๆ เซ็กซี่ ชวนให้ค้นหาและน่าหลงใหลอย่างยิ่ง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้หลุดพ้นจากโลกวุ่นวายข้างนอกมาสู่สถานที่ที่แสนสงบและนุ่มนวลแห่งนี้ แม้ว่าหัวใจจะยังคงเต้นแรงจากความตื่นเต้น แต่ก็มีความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยแฝงอยู่ในความเงียบงันนี้ .............................. ตอนแรกมาแล้วนะคะ สนุกไหมเอ่ย ขอปรับเนื้อเรื่องให้สมูทก่อน เมื่อ NC มาเมื่อไหร่รับประกันความแซ่บถึงใจได้เลยเสียงลมจากกระจกหน้ารถปะทะเข้ามาแผ่วเบา ขณะรถสปอร์ตหรูสีเทาแล่นเรียบไปตามเส้นทางเลียบทะเลในยามเย็น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี แสงทองของอาทิตย์ที่กำลังลาลับทอดเงายาวไปยังเส้นขอบน้ำ ยาหยีขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เธอเบิกตากว้าง เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นผืนทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอนั้นหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเป็นเพราะเธอเมาหลับไปตั้งแต่เมื่อคืน เลยมาโผล่ที่ทะเล “ทะเล…?” เธอพึมพำเบา ๆ แล้วหันขวับไปมองคนขับ “เรามาพัทยาเหรอ?” เสียงเธอแฝงความงุนงงปนตื่นตระหนกเมื่อมองมาที่เขา ขณะที่ธามยังขับรถด้วยท่าทางนิ่งสงบ มือหนาจับพวงมาลัยมั่นคง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดสะท้อนแสงของทะเลระยิบระยับ “ใช่” เขาตอบเรียบ ๆ “เห็นหยีเหนื่อย เลยนึกว่าอากาศเปลี่ยนที่อาจจะทำให้ดีขึ้นน่ะ” เขาบอกเสียงเรียบ ยาหยีขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่คิดจะปลุกกันบ้างเลยเหรอ?” เธอถาม เขาเหลือบมองเธอเพียงนิด แล้วยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก “พี่เห็นว่าหยีหลับสบาย เลยไม่อยากรบกวน” เขาบอก เธอถอนหายใจ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง “อยู่ดี ๆ ก็พามาเที่ยวแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า?” เธอถามจริงจัง ธามไม่ตอบในทันที เขา
“กรี๊ด!!!” น้ำหวานร้องเสียงแหลมพลางยื่นมือไปจับมือไพรินแน่นด้วยความดีใจ เหมือนได้ยินว่าชะนีกำลังลงจากคาน “เธอพูดจริงใช่ไหม! ฉันดีใจมากเลย!” “ยินดีด้วยนะ ริน” ยาหยีพูดพลางหัวเราะเบา ๆ “แต่งจริงเหรอ ไม่ใช่แค่เล่นบทดราม่าบนโต๊ะในร้านเหล้าใช่ไหม?” “ยินดีด้วยครับ” ธามกล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะยิ้มให้แววตาอ่อนโยน ราวกับซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างในใจ แล้วธามนั้นมองไปยังยาหยีที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา เธอนั้นมีความสุขมากๆ ที่ได้ฟังข่าวดีว่าเพื่อสาวจะได้แต่งงาน “ขอบคุณครับ” เพชรพูดเสียงนิ่ง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่ได้หลบซ่อนความรู้สึกจริงเลย “บอกตามตรง ผมเดาไม่ออกเลยว่าเธอจะยอมแต่งงานกับใครง่าย ๆ แบบนี้” เพชรพูดไปด้วยจับมือเรียวขอไพรินด้วยเช่นกัน มือเรียวของเธอนั้นอบอุ่นไปถึงหัวใจของเขา “เพชร เขาไม่ใช่แค่คนที่ฉันรัก” ไพรินเอ่ยเสียงเรียบ ทอดสายตามองใบหน้าเพชร และยังเผยรอยยิ้มที่แสนรักแสนอ่อนโยน สายตาเช่นนี้ เธอนั้นมองให้กับเพชรเพียงคนเดียว “แต่เขาเป็นคนที่ฉันเชื่อใจได้แม้ในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย” คำพูดของไพรินทำให้บรรยากาศเงียบลงไปชั่วครู่ ก่อนที่น้ำหวานจะยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมอย่างกลั้นไม่อยู่ “โอเค
1 ปีต่อมา… ยาหยีเลื่อนขึ้นเป็นรองประธานเช่นเดียวกับน้ำหวานเพื่อนสาวของเธอ หลังจากที่เธอทำผลิตภัณฑ์ความสวยความงาม โดยคิดสูตรเมือกหอยทากและน้ำมันมะกอก ผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้สามตัว โดยมีดอกมะลิ ดอกกุหลาบ และดอกลาเวนเดอร์ สกัดเป็นเครื่องสำอาง เช่น ครีมทาหน้า มาสก์หน้า นี้ติดตลาดมาสามเดือนแล้ว และทำยอดขายดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ และยังได้รับรางวัลจากสมาคมแพทย์และศัลยกรรมความงามอีกด้วย ทำให้บริษัทรัตนไพฑูรย์มีชื่อเสียงระดับในประเทศ และต่างประเทศ ส่วนเพื่อนสาวของเธออย่างน้ำหวาน เธอเป็นช่วยการตลาดอีกทาง ทำให้จีดีพีเติบโตอย่างก้าวกระโดด เจ้าของบริษัทอย่างไพรินเพื่อนที่เรียนร่วมกันมาพอใจอย่างมาก และช่วงนี้พวกเธอสามคนก็แวะเวียนไปให้ความรู้ตามสื่อโทรทัศน์ และในมหาวิทยาลัยอีกด้วย ส่วนเรื่องของเธอและธาม เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ธามยังคงเอาใจใส่เธอเรื่องควบคุมน้ำหนักและอาหารการกิน จนตอนนี้เธอมีน้ำหนักเพียงหกสิบห้า มีซิกแพคหน้าท้องเป็นลอนสวย เพราะไขมันมันกลายเป็นกล้ามเนื้อ มันสิ่งที่เธอพอใจอย่างมากมันทำให้เธอมีความสุขมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้ธามไม่ได้เป็นเทรนเนอร์สอนตามบ้านแล้ว เขานำเงินเก็บหลายร้อยล้า
“พี่จะกระแทกให้หยีเดินไม่ได้ไปหลายวันเลยล่ะ” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ มือหนาจับสะโพกของเธอขึ้น โอบแผ่นหลังของเธอ เธอจึงโอบคอของเขาในทันที “พี่ธาม…อย่าทำหยีตกนะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะเขานั้นสูงถึงร้อยเก้าสิบ เธอใช้มือทั้งสองข้างโอบกอดเขาแนบชิดกันตกลงพื้น เพราะเขานั้นสูงถึงร้อยเก้าสิบ “ที่ไม่ทำหยีตกหรอก รับรอได้เลย” เขาเอ่ยบอกเธอแล้วจับดุ้นของเขายัดเข้าไปในกลีบร่องของเธออีกครั้ง “อึก…อื้อ…พะ…พี่ธาม…ท่านี้มัน…มันลึกไปแล้วนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่าแทบขาดใจ เขาจูบริมฝีปากริมบางที่หอบกระเส่าแทบขาดใจ “แล้วหยีชอบหรือเปล่าล่ะ” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงยั่วยวน นัยน์ตาของเขานั้นเร่าร้อนแทบแผดเผาเรือนร่างของเธอให้ดับสลายไปต่อหน้าต่อตา “อื้อ…! ชอบค่ะ… ชอบมากๆ เลย…” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่าแทบขาดใจ “เช่นนั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วนะ” เขาจับก้นของเธอทั้งสองข้างกระแทกลงดุ้นของเขาสุดลำ มือเรียวจิกลงบนแผ่นหลังเขาแน่นด้วยความเสียว มันเหมือนเขากำลังผ่าร่างของเธอเลย “อร๊าย…อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! พะ…พี่ธาม…น้ำจะแตกแล้วนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่าแทบขาดใจ “ก็ปล่อยให้มันแตกออกมาสิ ใ





