登入เขาพูดแค่พอประมาณ ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ตอนก้าวเท้าจากไป จู่ ๆ ซูจิ่นซีก็เอ่ยปาก “น้องสาวแกโดนรังแกขนาดนี้ ชิงจือแกรักชิงเยว่ขนาดนั้น ไม่ควรไปทวงความยุติธรรมให้เธอหน่อยเหรอ?”ฝีเท้าซูชิงจือชะงัก แล้วหันมองแม่ พร้อมเอ่ยเสียงต่ำ “แล้วแม่คิดว่าผมควรไปทวงความยุติธรรมจากใคร? เซิ่งถิงเชิน จ้าวอี้โจว หรือเจียงหวยซวี่ หรือว่ากับภรรยาของเซิ่งถิงเชินดี?”ซูจิ่นซีมองดูลูกชาย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “ชิงจือ สำหรับแก มีเพียงผลประโยชน์ของแกสำคัญที่สุดใช่ไหม?”ซูชิงจือได้ยินแบบนั้น สีหน้าเย็นชา กล่าวว่า “ผมต้องการอะไร เคยมีความสำคัญในใจแม่ด้วยเหรอ?”ซูจิ่นซีอึ้งไปสักครู่ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไรซูชิงจือละสายตาอย่างเย็นชาแล้วสาวเท้าจากไป“ชิงจือ!”ซูจิ่นซีตะโกนเรียกฝีเท้าซูชิงจือก้าวต่อไป เขาขึ้นรถ แล้วให้คนขับรถขับออกจากวิลล่าตอนเที่ยงวันจู่ ๆ เขาได้รับข้อความที่ซูจิ่นซีส่งมา “ชิงจือ ขอโทษนะ ช่วงนี้แม่อารมณ์ไม่ค่อยดี เมื่อกี้พูดผิดไป แม่สำนึกผิดแล้ว”ซูชิงจือมองข้อความบนมือถืออยู่เนิ่นนาน ไม่รู้ว่าขณะนี้ในใจของเขาคิดยังไงกันแน่ เขาวางมือถือไว้ด้านข้าง ไม่ตอบข้อความกลับขณ
เหมยเหม่ยมองแม่หรงซูกล่อมให้เธอกลับห้องก่อนแม้เหมยเหม่ยจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ก็ยอมกลับไปที่ห้องกับแม่บ้านโดยดีเมื่อเห็นเหมยเหม่ยจากไปหรงซูละสายตากลับมา แล้วเงยหน้ามองชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยเย็นชา “ยังไม่ลงไปเหรอ?”เซิ่งถิงเชินหลุบตามองเธอแวบหนึ่ง ขณะที่หยิบมือถือออกมาเตรียมจะโทรหาซูชิงจือ ซูชิงจือก็โทรมาหาเขาพอดีตอนนี้เขาอยู่นอกวิลล่านี่เองซูชิงจือเดินเข้าห้องรับแขก เซิ่งถิงเชินกำลังลงมาจากชั้นบน“พี่เชิน!”อันชิงเยว่วิ่งเข้าไปหาเซิ่งถิงเชิน“ชิงเยว่!”ซูชิงจือตวาดห้าม เขาสาวเท้าเดินเข้าไป แล้วดึงแขนอันชิงเยว่ บอกว่า “กลับไปกับพี่”มือหนึ่งของอันชิงเยว่จับแขนซูชิงจือเอาไว้ ตาแดงก่ำพูดด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “พี่ ฉันจะไม่กลับไป” แล้วเงยหน้ามองเซิ่งถิงเชิน พูดเสียงสะอื้น “พี่เชิน ฉันรักพี่จริง ๆ นะ ฉันไม่อยากเสียพี่ไป ฉันไม่อยากให้พี่โดนหลอก เธอจงใจกลับมายั่วยวนแก้แค้นพี่นะพี่เชิน เธอหลอกใช้เหมยเหม่ยเพื่อใกล้ชิดพี่ พี่เชิน พี่อย่าเชื่อเธอนะ”ระหว่างที่พูด ดวงตาที่เคียดแค้นจ้องหรงซูที่ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสองหรงซูยืนอยู่ตรงนั้น เลิกคิ้วมองทั้งสามคนที่ชั้นล่างอย่างไม่เดือด
เซิ่งถิงเชินมองนาฬิกาแขวนผนังในห้องทำงาน เป็นเวลาเที่ยงคืนการเข้านอนเวลานี้ถือว่าเร็วไปสำหรับเขาเขาจึงหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกสักพักหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาออกจากห้องทำงาน เปิดประตูเข้าห้องนอน ภายในห้องมืดสนิท เขาได้กลิ่นหอมจาง ๆ กลิ่นหนึ่งที่เดิมทีไม่ใช่กลิ่นในห้องนอนเขาเขาเปิดไฟสีเหลืองนวลดวงหนึ่งมองเห็นจุดที่นูนขึ้นบนเตียงในแวบเดียว ร่างนั้นนอนตะแคงใกล้หน้าต่าง ด้านหลังคือพื้นที่ว่าง เธอที่นอนอยู่บนเตียงสองเมตรหกสิบเซนติเมตร ดูเล็กและบอบบางอย่างเห็นได้ชัดเซิ่งถิงเชินยืนมองอยู่ที่เดิม หยุดไปชั่วครู่แล้วชะลอฝีเท้าก้าวเข้าไป จากนั้นนั่งลงตรงขอบเตียง มองดูใบหน้าสงบนิ่งของหญิงสาวที่นอนหลับไปแล้วจู่ ๆ เขายื่นมือออกไป นิ้วเรียวยาวปัดเส้นผมของเธอที่ตกลงบนแก้มอย่างแผ่วเบาดวงตาล้ำลึกหยุดที่ใบหน้าด้านข้างของเธอไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหนชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินไปทางห้องน้ำหลังจากเขาไปแล้วหญิงสาวที่เดิมทีนอนหลับสนิท ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในดวงตามีแต่ความเย็นชาสิบนาทีต่อมาพื้นที่เตียงด้านหลังยุบลงไปชัดเจน ต่อมาคือกลิ่นตัวเฉพาะของชายหนุ่มเธอรับรู้อย่างชัดเจนว่าระหว่างทั้งสองก
“พ่อนายไม่ให้นายกลับไปเหรอ?”ซูชิงจือยกยิ้มมุมปาก ในแววตาแฝงความขมขื่น “ตอนนี้พ่อฉันมีครอบครัวใหม่แล้ว วันรวมตัวกันของครอบครัว คนนอกอย่างฉันไปก็คงจะไม่เหมาะสม”เขารับรู้ได้ว่าพ่ออยากให้เขากลับไป แต่ภรรยาของพ่อน่าจะไม่เห็นด้วย เรื่องนี้เขาเองก็เข้าใจได้“แล้วนายล่ะ? ปีนี้ครอบครัวพร้อมหน้าแล้วสินะ?”เซิ่งถิงเชินยกยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “ถูกต้อง! ถ้าตอนนั้นนายแต่งงาน คิดว่าลูกน่าจะเข้าเรียนชั้นประถมแล้ว”ซูชิงจือกล่าว “ทุกอย่างคือชะตา”พอแต่งงานมีลูกมีครอบครัวก็จะมีจุดอ่อน สำหรับเขาในตอนนั้น มีเพียงโดดเดี่ยวตัวคนเดียวถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเซิ่งถิงเชินเองก็เข้าใจ จึงไม่พูดอะไรอีกภายในรถ“ดูจากสถานการณ์ ซ่งเหยียนยังตัดใจไม่ได้ทั้งหมด ยังมีเยื่อใยให้ซูชิงจือ”“ตอนนี้ซูชิงจือยังไม่แต่งงาน ฉันว่าคงต้องแนะนำคนที่ดีเลิศยิ่งกว่าซูชิงจือให้พี่เหยียนดีกว่า”เจียงหวยซวี่กล่าว “เรื่องนี้เกรงว่าคงจะยากหน่อย”หรงซูถอนหายใจ“แล้วศาสตราจารย์เคยได้ยินเรื่องคู่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของซูชิงจือบ้างไหมคะ...”เจียงหวยซวี่กล่าว “ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน หลายปีมานี้เขาแย่งชิงผลประโยชน์กับ
เธอสงสัยมาโดยตลอด แต่เธอไม่เคยถามมาก่อน สิ่งสำคัญคือกลัวซ่งเหยียนจะนึกถึงเรื่องที่เสียใจในอดีตซ่งเหยียนหันหลังพิงกับขอบอ่างล้างหน้า แล้วแหงนหน้ามองเพดาน กล่าวว่า “ฉันเองก็ไม่รู้ แต่ฉันรู้ว่าต่อให้ไม่มีอันชิงเยว่ เราก็คงไปกันไม่รอดหรอก”“เพราะอะไรคะ?”“ในใจเขาเหมือนยังมีคนอีกคนที่สำคัญมาก”หรงซูขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยถาม “คนที่เขาชอบเหรอคะ?”ซ่งเหยียนถอนหายใจ “น่าจะใช่มั้ง เขาเก็บรูปของเธอไว้กับตัวเองตลอด จะเห็นได้ว่ามันสำคัญกับเขามาก เพียงแต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในรูปตกลงคือใครกันแน่ เขาถึงได้ให้ความสำคัญขนาดนี้”หรงซูอดนึกถึงตอนอยู่เมืองไห่แล้วเก็บนาฬิกาพกของเขาได้ ด้านในนั้นเหมือนมีรูปภาพใบหนึ่งสามารถเก็บเอาไว้มาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากสำหรับเขา“แล้วอันชิงเยว่รู้ไหม?” เธอถาม“นี่เป็นความลับของเขา ฉันเองก็รู้เข้าโดยบังเอิญเหมือนกัน อันชิงเยว่น่าจะไม่รู้” ระหว่างที่พูด ก็ยิ้มเยาะเย้ย แล้วกล่าวว่า “ถ้าอันชิงเยว่รู้ก็คงได้ร้องไห้ฟูมฟายโวยวาย เธอให้ความสำคัญกับความรักที่ซูชิงจือมีให้ตัวเองขนาดนี้ บางครั้งฉันก็อยากบอกเธอมากจริง ๆ อยากจะเห็นท่าทางคลุ้มคลั่งของเธอ”“ในเมื
และเซิ่งถิงเชินก็มีแต่จะร้ายกาจยิ่งกว่าจ้าวอี้โจวเสียอีกเขาก็แค่อยากให้เธอยอมโอนอ่อนและกลับสู่ครอบครัวอย่างเต็มตัวแค่เขาพูดประโยคเดียวว่าเขายินดีจ่ายค่าตอบแทน แล้วเธอจะยอมโอนอ่อนให้ง่าย ๆ อย่างเต็มใจได้ยังไง ไม่อย่างนั้นความยากลำบากที่เธอต้องเผชิญมาตลอดห้าปีนี้มันคืออะไรกันเจียงหวยซวี่สังเกตเห็นสีหน้าของหรงซูดูไม่สู้ดี จึงเอ่ยถาม “เสี่ยวซู เธอเป็นอะไรไป?”หรงซูได้สติกลับมา ส่ายหน้าเบา ๆ ยกยิ้มกล่าวว่า “ไม่มีอะไรค่ะ เสี่ยวอวี่บอกว่าจะพาหยาหย่ากลับเมืองไห่ เธอจะกลับเมื่อไหร่เหรอคะ?”เจียงหวยซวี่ตอบ “วันนี้เสี่ยวอวี่ขอลาหยุดกับคุณครูไว้ล่วงหน้าแล้ว พรุ่งนี้ก็จะกลับเมืองไห่เลย”หรงซูตอบรับอืมคำหนึ่ง “งั้นต้องจำกัดเวลาการติดต่อระหว่างหยาหย่ากับจ้าวอี้โจวอย่างเข้มงวดแล้วล่ะค่ะ”“...”ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่หรงซูเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็เห็นคนที่เดินเข้ามาจากนอกประตู เซิ่งถิงเชินและก็มีซูชิงจือเซิ่งถิงเชินมองเห็นหรงซูตั้งแต่แวบแรก เขาเดินตรงเข้าไปหา ซูชิงจือเองก็มองเห็นซ่งเหยียนเช่นกันตอนที่เซิ่งถิงเชินเดินเข้ามา ซ่งเหยียนก็มองไปทางซูชิงจือตามสัญชาตญาณ







