Short
หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ

หลังส่งผมเข้าจิตเวช พวกเขาก็เสียใจ

โดย:  คลื่นซัดทรายจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10บท
5.9Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

พ่อกับแม่ปลอมแปลงใบรับรองการตรวจดีเอ็นเอเพื่อดัดนิสัยให้ผมว่านอนสอนง่ายโดยบอกว่าผมไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของพวกเขา พี่สาวไม่สนใจคำอ้อนวอนของผมดึงดันจะส่งผมเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชให้ได้ “ตัวซวย ทำไมแกไม่ไปตายซะ” ส่วนคู่หมั้นที่ผมรักที่สุดไม่เพียงแต่ยืนมองอยู่เฉย ๆ กลับยังใช้เส้นสายทำให้ผมต้องทนรับการทรมานสารพัดรูปแบบอยู่ข้างในนั้น ห้าปีแล้วในที่สุดผมก็ว่านอนสอนง่าย แต่ทำไมพวกเขากลับต้องการให้ผมกลับไปเป็นคุณชายใหญ่ที่หยิ่งยโสโอหังเหมือนเมื่อก่อนอีกล่ะ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“ลู่เชิน แกกำลังทำตัวเป็นคุณชายใหญ่อะไรอีก ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก จงใจอยากให้พวกเราเป็นห่วงใช่ไหม”

เสียงตำหนิของพี่ลู่เชี่ยนดังมาจากในโทรศัพท์

ห้าปีผ่านไป ในที่สุดตระกูลลู่ก็จัดการให้ผมออกจากโรงพยาบาล

เพราะวันนี้เป็นวันเกิดของลู่เหวย เขาบอกว่ายินดีจะให้โอกาสผมขอโทษ

ในเวลานั้นเอง พ่อก็รับโทรศัพท์ต่อ

“ฉันรู้ว่าในใจแกโกรธแค้นที่เราส่งแกเข้าโรงพยาบาลจิตเวช แต่ใครใช้ให้แกเอาแต่ใจรังแกอาเหวยอยู่เรื่อยล่ะ เราทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับแกนะ”

พี่สาวพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า

“ใช่ แล้วตอนนี้เราก็รับแกออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ แกยังต้องการอะไรอีก”

พวกเขาบ่นไม่หยุด กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมง จึงด่าจบแล้วเริ่มถามว่าผมอยู่ที่ไหน

“ตอนนี้แกอยู่ไหน เราจะส่งรถไปรับ! คราวนี้ทำตัวให้ดี ๆ หน่อย อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนอีกล่ะ”

ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เสียงแหบพร่าจนถึงที่สุด

“โรงพยาบาลจิตเวชครับ”

ใช่แล้ว

ผมรออยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยไม่เคยขยับไปไหนเลย

ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงจะดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อคาดคั้นถามผม

“อยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชแล้วกลับมาเองไม่เป็นหรือไง ถึงต้องให้เราไปรับ ทางกลับบ้านจำไม่ได้หรือไง”

“ท่าทางแบบนี้จะแสดงให้ใครดู แกยังโกรธเราอยู่ใช่ไหม ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกยังไม่ยอมว่านอนสอนง่าย รู้งี้ไม่รับแกออกมาซะก็ดีหรอก!”

ทว่าพวกเขาดูจะลืมไปแล้วว่าตอนแรกเป็นพวกเขาเองที่บอกให้ผมรออยู่ที่นี่ ห้ามขยับไปไหน

“ขะ...ขอโทษครับ คุณลุงลู่ คุณหนูลู่ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ผมยอมรับผิดโดยสัญชาตญาณ

ปลายสายชะงักไป

บางทีอาจตกใจกับความโอนอ่อนผ่อนตามของผม หรือไม่ก็ประหลาดใจกับสรรพนามที่ผมใช้เรียกพวกเขาก็เป็นได้

ห้าปีก่อน เราเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกันมากที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะใบรับรองผลตรวจดีเอ็นเอฉบับนั้น ผมก็คงไม่มีทางคิดเลยว่าคนที่หน้าตาคล้ายพ่อแม่ถึงแปดส่วนอย่างผมจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพวกเขา

“ช่างเถอะ!”

อีกฝ่ายดูจะหมดอารมณ์โมโหแล้ว

“ฉันให้พี่แกไปรับก็แล้วกัน!”

ผมนั่งเงียบ ๆ ต่อไป ปล่อยให้สายลมหนาวและความหิวโหยกลืนกินตัวเอง

“น้องชาย ขึ้นรถไหม”

รถแท็กซี่คันหนึ่งมาจอดตรงหน้า

ผมส่ายหน้า

“รอคนมารับครับ”

รถแท็กซี่หน้าประตูขับออกไปคันแล้วคันเล่า

กระทั่งสี่ทุ่มกว่า โรงพยาบาลจิตเวชใกล้ปิดแล้วก็ยังไม่เห็นเงาของคนตระกูลลู่เลย

โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีข้อความเข้ามาแม้แต่ข้อความเดียว

คุณลุงยามทนดูต่อไปไม่ไหว

“พ่อหนุ่มรอมาทั้งวันแล้ว ทำไมยังไม่มีใครมาอีกล่ะ! ลุงจะเลิกงานอยู่แล้วนะ ที่นี่ก็เปลี่ยวขนาดนี้ อยู่คนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ มันอันตรายนะ!”

ผมเพียงกระตุกมุมปากยิ้มโดยไม่พูดอะไร

ห้าปีก็ยังรอมาแล้ว จะมาใส่ใจอะไรกับอีกแค่วันเดียว

คุณลุงยามถอนหายใจ หยิบน้ำกับขนมปังมาส่งให้ผม และเห็นว่าผมอยู่คนเดียวกลางดึกอันตรายจริง ๆ ก็เลยอยู่ทำโอทีเป็นเพื่อนผม

“ขอบคุณครับคุณลุง!”

ผมกินขนมปังอย่างว่าง่าย

นี่เป็นวันเกิดที่มีความสุขที่สุดในรอบห้าปีเลย

สุดท้ายรถของตระกูลลู่ที่ผมรอก็ไม่มา และเป็นคุณลุงยามนั่นเองที่พาผมกลับบ้าน

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Top
Top
แอปห่วย ปลดล็อคไม่ได้จริง
2026-05-14 23:30:02
2
0
10
บทที่ 1
“ลู่เชิน แกกำลังทำตัวเป็นคุณชายใหญ่อะไรอีก ดึกป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก จงใจอยากให้พวกเราเป็นห่วงใช่ไหม”เสียงตำหนิของพี่ลู่เชี่ยนดังมาจากในโทรศัพท์ห้าปีผ่านไป ในที่สุดตระกูลลู่ก็จัดการให้ผมออกจากโรงพยาบาลเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของลู่เหวย เขาบอกว่ายินดีจะให้โอกาสผมขอโทษในเวลานั้นเอง พ่อก็รับโทรศัพท์ต่อ“ฉันรู้ว่าในใจแกโกรธแค้นที่เราส่งแกเข้าโรงพยาบาลจิตเวช แต่ใครใช้ให้แกเอาแต่ใจรังแกอาเหวยอยู่เรื่อยล่ะ เราทำแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับแกนะ”พี่สาวพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า“ใช่ แล้วตอนนี้เราก็รับแกออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ แกยังต้องการอะไรอีก”พวกเขาบ่นไม่หยุด กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมง จึงด่าจบแล้วเริ่มถามว่าผมอยู่ที่ไหน“ตอนนี้แกอยู่ไหน เราจะส่งรถไปรับ! คราวนี้ทำตัวให้ดี ๆ หน่อย อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนอีกล่ะ”ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เสียงแหบพร่าจนถึงที่สุด“โรงพยาบาลจิตเวชครับ”ใช่แล้วผมรออยู่ที่นี่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ โดยไม่เคยขยับไปไหนเลยปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนเสียงจะดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อคาดคั้นถามผม“อยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชแล้วกลับมาเองไม่เป็นหรือไง ถึงต้องให้เราไปรับ ทางกลับบ้าน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
กลับมาถึงบ้านตระกูลลู่ก็เที่ยงคืนพอดีและในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของผมก็ยังไม่มีข้อความใด ๆ เข้ามาเลยบ้านตระกูลลู่เปิดไฟสว่างเสียงหัวเราะดังแว่วออกมาให้ได้ยินตั้งแต่ไกลผมไม่ได้เข้าไปคาดคั้นถามพวกเขาถ้าไม่ใช่เพราะคนรับใช้มาเปิดประตูให้ ผมถึงขั้นอยากยืนอยู่หน้าประตูคนเดียวไปตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ“ทำไมแกถึงได้ดูน่าเกลียดขนาดนี้ล่ะ เสื้อผ้าก็สกปรกมอมแมมไปหมด”ลู่เชี่ยนโพล่งออกมาตั้งแต่แวบแรกที่เห็นผมแม่เองก็ดูเหมือนจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“อาเชิน ทำไมแกถึงผอมลงไปขนาดนี้ล่ะ”เพียงแค่ห้าปี ผมเปลี่ยนจากคุณชายใหญ่รูปร่างกำยำล่ำสัน กลายมาเป็นคนที่น้ำหนักไม่ถึงสี่สิบกิโลกรัมได้อย่างไรในแววตาของพ่อก็เผยให้เห็นความปวดใจอยู่บ้าง รีบสั่งให้ป้าแม่บ้านไปทำอะไรมาให้ผมกินทันที“เดิมทีพ่อกำลังจะออกไปรับแกแล้ว แต่อาเหวยไม่ค่อยสบาย เราก็เลย...”ผมรู้ดีว่านี่คือวิธีไกล่เกลี่ยในแบบฉบับของพวกเขาพวกเขาหมางเมินและกดขี่ผมต่อหน้าลู่เหวยได้อย่างตามใจชอบ โดยไม่ต้องกังวลเลยสักนิดว่าผมจะเสียใจหรือไม่แต่หลังจากนั้นทุกครั้ง พวกเขาก็จะปลอบใจผมด้วยขนมหวาน เพื่อให้ผมลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นไปชั่วขณะถ้า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
จนกระทั่งมีการเปิดเผยว่าผมไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของตระกูลลู่และลูกชายที่แท้จริงดันเป็นเสิ่นเหวยพอดีแล้วพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของผมอยู่ที่ไหนกันล่ะไม่มีใครบอกผมเลยสักคน!เพียงชั่วข้ามคืน ผมก็ตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรกแถมสุดท้ายยังถูกครอบครัวที่อยู่ร่วมกันมากว่ายี่สิบปีร่วมมือกันส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชที่น่ากลัวยิ่งกว่าคุกเสียอีก“ฉันไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องเป็นห่วง ไม่ว่าเมื่อก่อนนายจะทำกับฉันยังไงฉันก็ไม่ถือสาแล้วละ”“ขอแค่วันข้างหน้านายอย่าทำให้พ่อกับแม่ต้องโมโหอีก ฉันก็ถือว่านายเป็นพี่น้องคนหนึ่งได้!”ลู่เหวยยิ้มพลางพูดอย่างใจกว้างและว่านอนสอนง่ายใครเห็นเข้าก็คงต้องเอ่ยชมว่าสมแล้วที่เป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลลู่คนรอบข้างต่างส่งสายตาชื่นชมมาที่เขาพ่อก็พยักหน้าเห็นชอบด้วย“ใช่ แค่แกยอมกลับตัวกลับใจ วันข้างหน้าแกก็ยังเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลลู่ได้อยู่!”ลู่เชี่ยนทำหน้าบึ้งตึง“นี่ฉันเห็นแก่หน้าอาเหวยหรอกนะถึงยอมยกโทษให้ ยังไม่รีบขอบคุณอาเหวยอีกเหรอ วันหลังถ้ายังกล้ารังแกเขาอีก ฉันไม่เอาแกไว้แน่!”หากเป็นห้าปีก่อน ผมคงพยายามอธิบายให้ทุกคนฟังไม่หยุดว่าผมไม่ได้รังแกลู่เหวย เรื่องก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
“พูดอะไรครับ”ผมถามกลับลู่เชี่ยนเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลลู่ อยากได้ลมก็ได้ลม อยากได้ฝนก็ได้ฝน แต่เธอกลับชอบเล่นรถมอเตอร์ไซค์น่าตื่นเต้นหวาดเสียวผมนึกถึงครั้งที่ลู่เชี่ยนเล่นรถมอเตอร์ไซค์จนเกิดอุบัติเหตุ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เธอแอบออกไป ผมก็จะด่าเธอฉาดใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำชับให้ระวังตัวหน่อยทุกครั้งลู่เชี่ยนก็มักทำท่าทางรำคาญที่ผมจู้จี้จุกจิก“แกเป็นผู้ชายอกสามศอกทำไมจู้จี้จุกจิกกว่าฉันอีกล่ะ แกจะไปรู้อะไร เล่นรถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องเล่นเพื่อความตื่นเต้นสิ! แกก็ไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของฉันสักหน่อย อาเหวยยังไม่เห็นว่าอะไรฉันเลย แกจะมาว่าอะไร”แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายรำคาญใจ แต่ด้วยความห่วงใย ผมก็มักพร่ำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่เธอจะออกไปทุกครั้งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทว่าความห่วงใยนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต ล้วนมลายหายไปพร้อมกับคำขอความช่วยเหลือที่ไม่เคยได้รับการตอบสนองตลอดห้าปีที่ผ่านมาสีหน้าของลู่เชี่ยนพลันดำทะมึนลง“แกไม่กลัวว่าฉันจะขับเร็วเกินไปจนเกิดอุบัติเหตุเหรอ”ผมส่ายหน้า“ผมไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอกครับ พี่เล่นรถมอเตอร์ไซค์เพื่อความตื่นเต้นไม่ใช่เหรอ”“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอกลับห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
“พี่ใจเย็น ๆ ก่อนสิ!”ลู่เหวยพูดแทรกขึ้นมาได้ทันเวลาพอดีผมไม่รู้เลยว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงโมโหขึ้นมาขนาดนี้ และทำไมถึงใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วไม่ได้ในช่วงห้าปีที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช อย่าว่าแต่เสื้อผ้าที่คนอื่นไม่เอาแล้วเลย แม้แต่เสื้อผ้าของคนตายผมก็ยังเคยใส่มาแล้วอีกอย่าง เรื่องที่ผมต้องเผชิญในโรงพยาบาลจิตเวชนั้น ไม่ใช่พวกเขาเองหรอกเหรอที่เป็นคนสั่งการตอนนี้กลับมาทำท่าทางราวกับรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนผม มันหมายความว่ายังไงกันลู่เหวยตาแดงก่ำราวกับเพิ่งทำเรื่องผิดพลาดไป“ขอโทษครับ ผม...ผมก็แค่หวังดีน่ะ”ในที่สุดลู่เชี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ลนลานขึ้นมา เธอหันหน้ามาชี้หน้าผม“แกกลับมาทำไม ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแก! ทุกครั้งที่อาเหวยไม่มีความสุขก็เป็นเพราะแกทั้งนั้น!”ทุกคนต่างโอ๋ลู่เหวยและหันมาพูดจาโหดร้ายใส่ผมเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนเมื่อห้าปีก่อนไม่มีผิดเมื่อก่อนผมไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องถูกทุกคนรุมต่อว่าอยู่อย่างนี้แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วมันไม่มีถูกหรือผิดหรอกทุกอย่างเป็นเพียงเพราะผมไม่ใช่คนที่พวกเขาใส่ใจก็เท่านั้นเอง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ผมยิ้มเยาะตัวเองตอนแรกผมยังคิดเป็นจริงเป็นจังว่าคนตระกูลลู่นึกถึงความผูกพันในอดีตถึงได้รับผมกลับมาที่แท้ก็ต้องการไตของผมงั้นเหรอไม่รู้ว่าทำไมคุณนายลู่ถึงทำหน้าตารู้สึกผิดอยู่แบบนั้น“เชินเชิน ลูกก็รู้ว่าแม่มองว่าลูกเป็นลูกชายแท้ ๆ มาตลอด ขอแค่ลูกบอกว่าไม่ ก็ไม่มีใครบังคับลูกได้ทั้งนั้น!”พอลู่เชี่ยนได้ยินก็ตะโกนลั่น“แม่ แม่ดูให้ชัด ๆ สิว่าตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นลูกชายของแม่ ถ้าไม่มีไต อาเหวยจะตายเอานะ!”คุณนายลู่ตาแดงก่ำราวกับแม่หมาป่าที่กำลังปกป้องลูก“แม่รู้ว่าใครคือลูกชายแท้ ๆ ของแม่ ไม่ต้องให้แกมาเตือนหรอก!”ลู่เชี่ยนชะงักไปลู่เหวยหลุบตาลงเช่นกัน ไม่รู้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่คุณลู่เพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง ก็ถูกคุณนายลู่ใช้สายตากดดันจนต้องกลืนคำพูดกลับไปในตอนนี้ เธอมองมาที่ผมอย่างคาดหวัง ราวกับว่าขอเพียงผมปฏิเสธ เธอก็จะกางปีกปกป้องผมเหมือนอย่างเมื่อก่อนผมเพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย“ไม่เป็นไรครับป้าลู่ ผมยินดีครับ”ไตแค่ข้างเดียวก็ขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ได้อย่างชัดเจนแล้ว มันคุ้มค่ามากไม่ใช่เหรอทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าผมจะพูดง่ายขนาดนี้ส่วนคุณนายล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
การที่คนอื่นไม่มาเยี่ยมผม ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดมีก็แต่คุณนายลู่ที่มักอ้างว่ารักใคร่เอ็นดูผมมาตลอด กลับไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลยทั้งวันจนกระทั่งวินาทีก่อนที่ผมจะถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ คุณนายลู่ก็พุ่งพรวดเข้ามา“ไม่นะ เราไม่ผ่าตัดแล้ว! ลูกชายสุดที่รักของแม่!”คุณนายลู่ร้องไห้อย่างเจ็บปวด บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่คิดจะก้าวเข้าไปหาล้วนถูกเธอไล่ตะเพิดออกมาหมด“ป้าลู่ครับ”ผมรู้สึกสงสัยอยู่บ้างทว่าพอคุณนายลู่ได้ยินก็ราวกับเขื่อนแตก“อย่าเรียกป้าลู่นะ! แม่คือแม่ของลูก แม่คือแม่แท้ ๆ ของลูก! ลูกคือลูกชายที่แม่ตั้งท้องมาตั้งสิบเดือนนะ!”ผมมองดูใบหน้าที่คุ้นเคยของเธอ ผมมองเห็นตัวเองที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเธอถึงแปดส่วนจากเงาสะท้อนในรูม่านตาของเธอ ภายในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานขึ้นมาลาง ๆ“ลู่เหวยเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง ลูกต่างหากที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเรา ตอนนั้นพ่อของลูกบอกว่าลูกไปรังแกคนอื่นที่โรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของครอบครัว ถึงได้ให้เราปลอมแปลงใบรับรองการตรวจดีเอ็นเอ!”“ขอโทษนะ แม่ปกป้องลูกไว้ไม่ได้ ปล่อยให้ลูกต้องทนทรมานมาตั้งมากมาย!”“แม่ผิดไปแล้ว! แม่ขอโทษ!”ภายใน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
“คุณไม่รู้สึกผิดต่อเชินเชินหรือไง”แม่ตบหน้าพ่อไปหนึ่งฉาด แต่พ่อกลับไม่โกรธเลยแม้แต่น้อยข้อสงสัยทั้งหมดนี้ล้วนชี้ไปที่คำตอบเดียวลู่เหวยคือลูกนอกสมรสของพ่อ“หย่า ฉันจะหย่ากับคุณ!”“คุณรู้บ้างไหมว่าห้าปีมานี้อาเชินต้องใช้ชีวิตยังไง ลู่เหวยต้องเป็นคนทำร้ายเขาแน่ ๆ!”“ลู่เหวยต่างหากที่เป็นตัวซวย ไม่ได้นะ ผ่าตัดไม่ได้เด็ดขาด!”แม่ทุบประตูห้องผ่าตัดไม่หยุด“หยุดนะ พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้!”“เขามีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายลูกชายฉันจนน่าเวทนาขนาดนี้ แล้วยังจะให้ลูกชายฉันบริจาคไตให้เขาอีก”แม่ร้องไห้โฮ สติสัมปชัญญะค่อย ๆ หลุดจากการควบคุมวินาทีต่อมา แม่ก็ถูกพ่อสับท้ายทอยจนสลบไปลู่เชี่ยนจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง“พ่อคะ ที่แม่พูดมาทั้งหมดเป็นความจริงเหรอคะ พ่อหลอกเราทุกคนเหรอคะ”กู้ชิงหลิงที่ไม่พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นก็มีใบหน้าซีดเผือดเช่นกันเธอนึกถึงสายตาของผมตอนเธอหยิบรายงานผลการตรวจขึ้นมาเมื่อวานสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความคลื่นอารมณ์ใด ๆผมไม่เคยแม้แต่จะคิดขอความช่วยเหลือจากเธอเลยด้วยซ้ำเธอพอจะเดาออกลาง ๆ แล้วว่าผมอาจไม่ชอบเธออีกต่อไปแล้วแต่เธอกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ผมส่ายหน้า“ไม่เป็นไร ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้ว!”และผมก็ไม่ได้พูดว่าจะให้อภัยเธอด้วยขณะที่ลู่เชี่ยนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“อาเชิน จู่ ๆ ฉันก็มีธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันซื้อของกินร้านที่แกชอบที่สุดมาฝากนะ”ผมพยักหน้า ไม่ได้รั้งเธอไว้และไม่ได้บอกเธอด้วยว่าจริง ๆ แล้วผมมองเห็นว่าเป็นลู่เหวยที่ส่งข้อความมาหาเธอลู่เชี่ยนที่บอกว่าจะมาตอนเย็นกลับไร้วี่แวว คนที่มาแทนกลับเป็นกู้ชิงหลิงที่เมื่อก่อนเคยหลบหน้าผมที่สุด“ฉันยกเลิกงานหมั้นกับลู่เหวยแล้วนะ!”เธอดูซูบผอมลงมาก คนที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มาโดยตลอดอย่างเธอ ความอิดโรยบนใบหน้าในตอนนี้กลับสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากู้ชิงหลิงกุมมือของผมเอาไว้“อาเชิน ตอนนี้ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่ฉันรักคือนาย! เมื่อก่อนฉันก็แค่ไม่อยากยอมรับ ไม่อยากโดนบังคับให้แต่งงานกับนายเพราะการจัดการของครอบครัว ก็เลยทำตัวเย็นชาใส่นายมาตลอด!”“ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันสักครั้งได้ไหม ขอแค่นายยอม เราจะแต่งงานกันตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น”ความฝันในวัยเด็กจู่ ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่เอื้อมถึงได้ง่าย ๆ แต่มันกลับไม่ใช่ความ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
“อีกอย่าง คนในโรงพยาบาลจิตเวชพวกนั้นก็เป็นคนที่เขาจัดการมาทั้งนั้น อีกสักพักแม่ก็จะส่งเขาเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชเหมือนกัน! ทุกอย่างที่ลูกเคยต้องเผชิญ เขาจะต้องชดใช้คืนให้ลูกเป็นสิบเท่า!”“ต่อไปแม่จะมีลูกเป็นลูกชายแค่คนเดียวเท่านั้น!”“ให้อภัยแม่เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม”แม่มีน้ำตาคลอเบ้า มองผมด้วยสายตาเว้าวอนผมไม่ได้พูดอะไรจะบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ทว่าตอนนี้ผมไม่ต้องการเธออีกแล้วความเจ็บปวดที่เธอเคยสร้างไว้ให้กับผม ก็ไม่สามารถลบเลือนไปได้เช่นกัน“แม่ครับ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเรียกแม่ว่าแม่แล้วนะ หลังออกจากโรงพยาบาล ผมอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกคนเดียวได้ไหมครับ”ถึงแม้หมอจะไม่ได้บอกว่าผมยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ แต่ผมก็รู้ดีว่าตัวเองคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วหลังจากพ่อกับแม่หย่ากัน พ่อก็โอนหุ้นกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทมาให้กับผมและยังมีอีกส่วนเล็ก ๆ ที่ทิ้งไว้ให้ลู่เชี่ยนส่วนลู่เหวย ถูกแม่บังคับส่งตัวเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชพ่อบอกว่าตอนนี้ลู่เหวยสำนึกผิดแล้วเรื่องทั้งหมดที่เขาสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองในมหาวิทยาลัยตอนนั้น ล้วนเกิดจากความอิจฉาริษยาทั้งส
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status