تسجيل الدخول“เรื่องหย่า…เจ้าฝันไปได้เลย อู่เหมยหลิน” ลูกไม้ปล่อยเพื่อจับของเจ้า ข้าไม่เล่นด้วย
عرض المزيدบทนำ
“ลูกไม้ปล่อยเพื่อจับของเจ้า…ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก อู่เหมยหลิน”
น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มเรียบเย็น ทว่าซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ลึก ๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องนางไม่วาง ราวกับพยายามมองทะลุเข้าไปถึงความคิดภายใน
อู่เหมยหลินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ชายแขนเสื้อแพรบางไหวตามแรงลมแผ่วเบา นางมิได้ถอยหนี กลับยกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ท่านแม่ทัพ…หลงตัวเองเกินไปก็ไม่ดีนะเจ้าคะ” นางเอ่ยเสียงนุ่ม พลางเอียงศีรษะเล็กน้อย ท่าทีคล้ายหยอกเย้า หากแต่แววตากลับเย็นชา
คำตอบของนางทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย
“หลงตัวเองหรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “มิใช่เจ้าหรอกหรือ…ที่เคยขู่จะฆ่าตัวตาย หากมิได้แต่งให้ข้า” คำพูดนั้นหนักแน่น ราวกับหินที่ถูกโยนลงกลางน้ำ ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งแน่นขึงขึ้นไปอีก
“ถึงขั้นทำให้ฮ่องเต้ต้องมีพระราชโองการ บีบบังคับให้ข้ารับเจ้ามาเป็นฮูหยินเอกในจวน” เขากล่าวต่อ น้ำเสียงต่ำลึกชัดถ้อยชัดคำ ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
อู่เหมยหลินนิ่งไปเพียงชั่วลมหายใจ นั่นมันเป็นเรื่องที่เจ้าของร่างเดิมก่อเอาไว้ แต่นางที่มาสิงร่างดันต้องมารับเคราะห์ แต่เพียงครู่เดียว นางก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง ราวกับเรื่องนั้นมิได้มีน้ำหนักใดในใจ
“แหม่…” นางลากเสียงยาวอย่างไม่ใส่ใจ “เป็นบุรุษแท้ ๆ เหตุใดยังย้ำคิดย้ำทำกับเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วกันเล่าเจ้าคะ” นางก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน “ในเมื่อตอนแต่ง…ท่านมิเต็มใจ” นางเอ่ยช้า ๆ ดวงตาจ้องเขาไม่หลบ “ข้าก็เพียงหวังว่า…ตอนหย่า ท่านแม่ทัพจะเต็มใจบ้าง”
คำว่า “หย่า” ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากนางนั้น แผ่วเบาเสียจนแทบกลืนหายไปกับอากาศ แต่กลับหนักหน่วงพอจะทำให้สีหน้าของบุรุษตรงหน้าเปลี่ยนไป
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ ทว่าไร้ความขบขัน
“หย่า…หรือ?”
เสียงนั้นต่ำและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว จนร่างสูงใหญ่บดบังแสงด้านหลังของนาง
“คราวอยากแต่ง…เจ้าก็บีบน้ำตา ออดอ้อนจนฟ้าดินแทบสั่น” เขาพูดช้า ๆ ทุกคำเหมือนคมมีด “ครั้นพออยากหย่า กลับเอ่ยออกมาได้ง่ายดายเพียงนี้”
อู่เหมยหลินเม้มริมฝีปากแน่นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ถอย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งนั้น ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าในใจของนางกำลังวุ่นวายเพียงใด
หากมิหย่า…นางไม่มีทางหนีออกจากจวนแม่ทัพแห่งนี้ได้
และหากนางหนีไปโดยไม่มีใบหย่า
บิดาของเจ้าของร่างนี้ราชครูอู่ย่อมไม่มีวันปล่อยนางไว้ เขาจะต้องตามจับตัวนางกลับมา และส่งนางคืนสู่จวนนี้อีกครั้ง เพื่อรักษาหน้าและผลประโยชน์ของตระกูล
ชีวิตของนาง…ไม่เคยเป็นของนางเองเลยแม้แต่น้อย
“ชีวิตของบุตรสาวเพียงคนเดียวของราชครูอู่…” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยต่อ น้ำเสียงเย็นชา “ช่างสุขสบายเสียจริง”
คำพูดนั้นเหมือนจะเย้ยหยัน แต่กลับแฝงบางสิ่งบางอย่างที่ลึกกว่านั้น อู่เหมยหลินหัวเราะเบา ๆ
“สุขสบายหรือไม่…ท่านแม่ทัพคิดเช่นนั้นจริงหรือเจ้าคะ”
เขาไม่ตอบ เพียงจ้องมองนางแน่นิ่ง สายตานั้นราวกับต้องการจะกดทับนางให้จมลงไป
“ในเมื่อข้าจำต้องแต่งบุตรสาวของศัตรูเข้าจวนมาแล้ว…” เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างชัดเจน “เหตุใดข้าต้องหย่า” คำถามนั้นมิได้ต้องการคำตอบ เพราะเขาพูดต่อในทันที “เพื่อให้บิดาของเจ้า…นำเจ้าไปใส่ตะกร้าล้างน้ำ”
ถ้อยคำหยาบคายนั้นทำให้คิ้วของอู่เหมยหลินขมวดเล็กน้อย
“แล้วส่งเจ้าไปแต่งกับตระกูลอื่น…เพื่อแลกผลประโยชน์อีกครั้ง?”
เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย จนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับนาง ลมหายใจอุ่นร้อนกระทบผิวแก้มบาง
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เป็นเช่นนั้นหรือ”
อู่เหมยหลินนิ่งงันไป คราวนี้นางไม่อาจตอบได้ทันที เพราะในแววตาของเขา…มีบางอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
มันไม่ใช่เพียงความเย็นชา ไม่ใช่เพียงความโกรธ แต่เป็นความแน่วแน่…และบางสิ่งที่คล้ายความไม่ยอมปล่อย
เขายกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วแตะที่คางของนาง ก่อนจะเชยขึ้นเล็กน้อย บังคับให้นางสบตาเขาโดยไม่อาจหลบเลี่ยง
“เรื่องหย่า…” น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ กดลึกลงมาในโสตประสาท
“เจ้าฝันไปได้เลย อู่เหมยหลิน”
ตอนที่ 30ไม่นานหลังจากกลับมาจากเคารพบรรพชน อู่เหมยหลินก็ท้อง ซึ่งสามีของเธอก็ดูแลเธออย่างดี แถมรอบนี้ยังท้องพร้อมกับเพื่อนสนิท ทำให้ทั้งสองไปเข้าคอสสำหรับคนเป็นแม่ด้วยกันเหนื่อยหนุ่ม ๆ ทั้งสองคอยติดตาม“พวกเรามาตกอยู่หลุมเดียวกันได้ไงวะคิน” อาคิราหัวเราะให้กับคำของปักษ์เพื่อนของเขา “ก็ดันไปหลงคนปากเสียงเอง ช่วยไม่ได้ ““ทำเป็นว่าคนอื่น มึงก็เหมือนกัน”“ไม่เหมือนโวย หมวยเล็กไม่ได้ปากเสียสักหน่อย” ปักษ์หัวเราะฝืน ๆ “อยากจะเอาคำที่มึงเคยพูดเมื่อสักห้าปีก่อนมาย้อนให้ฟังนัก ดูสิจะแก้ตัวอย่างไง”“ไม่แก่ตัวสำหรับฉันหมวยเล็กคนนี้ กับหมวยเล็กคนก่อน ฉันรู้สึกได้พวกเขาไม่เหมือนกันเลย” คินหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา “หมวยเล็กคนก่อนชอบอะไร ไม่ชอบอะไรฉันก็พอจะรู้บ้าง แต่กับคนนี้ เธอชอบต่างออกไป”“พูดอย่างกับไม่ใช่คนเดียวกัน” คินยิ้ม ไม่ว่าใครจะเชื่อเขาหรือไม่เชื่อ แต่เขาคิดอยู่อย่างหนึ่ง บางทีหมวยเล็กตรงหน้าอาจจะไม่ใช่วนิดาคนก่อนจริง ๆ ก็ได้ การเผชิญหน้ากับปัญหา และการใช้ชีวิตมันต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไงเขาชอบคนนี้ และหากวันหนึ่งคนเก่ากลับมา ก็คงจะต้องถกกันตรง ๆ นั่นแหละ แต
ตอนที่ 29ตอนแรกการตอบรับให้ภรรยามาทำงานด้วยนั้นเป็นสิ่งที่คินตอบรับไปอย่างนั้น เพราะรู้ว่าเธอจำอะไรหลาย ๆ อย่างไม่ได้ แต่ความสามารถของหมวยเล็กนั้นเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ เธอเรียนรู้ภาษาอื่น ๆ ได้เร็วมาก ยิ่งเมื่อเรียนกับอาจารย์ แน่นอนเพราะคนยุคก่อน มีการสื่อสารภาษาหลักและรอง ไม่เหมือนคนสมัยนี้ เรื่องที่หญิงสาวเรียนภาษาได้เร็วและแทบจะกลายเป็นผู้ช่วยหลักของอาคิราจึงไม่แปลกอะไร ไม่เท่านั้นการคิดแบบบัญชีของหมวยเล็กก็เก่งกาจขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าตอนแรกเธอจะดูงง ๆ กับรุปแบบแต่ก็แค่ไม่นาน และการวางแผนก็รอบครอบกว่า มองลึกกว่าแม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่รู้เนื้อหาโดยรวมธุรกิจของสองตระกูลเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในสามปีที่ผ่านไปตี๋น้อยกลายเป็นเด็กน้อยที่พูดเก่ง แต่พูดเท่าที่จำเป็น ปราณีและปักษ์สุดท้ายก็แต่งงานกันอย่างไม่มีใครคาดคิด ทำเอาเจมส์ถึงกับคิดหนัก เพราะเขาไม่ค่อยเชื่อความสัมพันธ์ที่มาจากไม่ชอบไม่รักแล้วมารัก แต่ปักษ์กับปราณีบอกว่ารูปแบบการเกลียดก็เหมือนกับรูปแบบความรักนั่นแหละไม่พอใจก็จับจ้อง เหมือนคนหลงรักก็จับจ้องเหมือนกัน แต่จ้องคนละแบบแน่อนนว่าเรื่องแบบนั้นเจมส์ไม่เข้าใจ และคิน
ตอนที่ 28เมืองโบราณที่ว่าตั้งอยู่ในสถานที่ที่เคยเป็นเมืองเก่ามาจริง ๆ แต่ทุกอย่างนั้นหายไปแล้ว ที่สร้างขึ้นมาก็เป็นเพียงแค่ของเลียนแบบเพื่อคงวัฒนธรรมเก่า แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้คนที่เคยอยู่ในสถานที่จริงมาก่อนถึงกับอึ้ง ตอนแรกที่ก้าวลงจากรถอู่เหมยหลินถึงกลับน้ำตาคลอ เธอชะงักและมองไปยังเมืองตรงหน้า แม้จะมีขนาดไม่ได้กว้างมากเพียงแค่ไม่กี่ช่วงตึก แต่ภาพสถาปตยกรรมแบบโบราณ ถนนแบบเดิม มันทำให้เกิดภาพทับซ้อน“สวยใช่ไหม”“ค่ะ” อู่เหมยหลินตอบรับคำของสามีแล้วมองไปรอบ ๆ ที่นี่คล้ายกับที่ที่เธอจากมาจริง ๆ แต่ไม่เหมือนกัน ก็เหมอืนกับตัวเธอที่แม้จะยังมีร่องรอยของบาดแผลจากความทรงจำในอดีต แต่กลับไม่เจ็บปวด ไม่กลัว และไม่รู้สึกเดี่ยวดายโดดเดี่ยวอีกแล้วอู่เหมยหลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินจูงมือกับอาคิราแล้วเดินไปซื้อขนมที่ร้านทำเลียนแบบร้านเก่า“ขนมหนึ่งชิ้นค่ะ”“เอาแบบหวานหรือเค็ม” เธอหันมองสามีและเขาก็พยักหน้า “หวานหนึ่งเค็มหนึ่งค่ะ” คินรับรู้ได้โดยไม่ต้องบอก ถ้าเธอชอบอันหนึ่งอีกอันต้องเป็นของเขาแน่ ๆ และถ้าเธอชอบทั้งสองมันก็จะถูกแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่งอยู่ดี แต่เขากลับไม่ได้ไม่พอใจอะไร หมวยเล็กที่อยา
ตอนที่ 27และแม้จะไม่มีเวลามากนัก แต่สุดท้าย แม่ ๆ ก็ส่งหนุ่ม ๆ มาเลี้ยงดูตี๋น้อยให้ คินและนาวินต้องดูแลตี๋น้อยส่วนแม่ ๆ ก็พาหญิงสาวไปตัดชุดแต่งงาน ชุดของอู่เหมยหลินไม่ได้อลังการแบบที่แม่ทั้งสองต้องการเป็นเพียงชุดสวยเรียบ ๆ ที่เหมาะกับเธอ แต่ชุดแต่งงานจีนที่หญิงสาวอยากให้มีนั้นกลับอลังการมาก “สวยมากจริง ๆ “ หญิงสาวมองชุดอย่างตกตะลึง มันสวยยิ่งกว่าชุดที่เธอใส่ตอนแต่งงานจริง ๆ ซะอีก “มันเหมาะกับลูกจริง ๆ ด้วยหมวยเล็ก”พิธีถูกจัดขึ้นหลังจากนั้นไม่นานนัก ตอนเช้ามีการยกน้ำชา และทำตามธรรมเนียมจีนหลายอย่าง ตอนบ่ายมีการรดน้ำสังข์ และตอนเย็นเป็นปาร์ตี้ รวมถึงมีอาฟเตออร์ปาร์ตี้ในตอนดึกด้วยงานแต่งหรูหราและเป็นส่วนตัว อีกทั้งเจ้าบ่าวยังประกาศไปทั่วด้วยว่าต่อจากนี้จะไม่เจ้าชู้แล้วสื่อที่ชอบเล่นข่าวไฮโซบอกว่าจะจับตามองเขาว่าจะทำได้จริงไหม แต่เมื่อเห็นภรรยาของชายหนุ่มในชุดแต่งงานทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเข้าใจว่าเจ้าตัวไม่มีทางนอกใจภรรยาแน่ ๆ ยิ่งมีโซ่ทองอย่างคุณชายน้อยด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีใครกล้าคิดแยกพวกเขาทั้งสอง มีก็แต่สาว ๆ ที่อยากจองคุณชายตัวน้อยเอาไว้ให้ลูก ๆ เพราะนี่คือทายาทหมื่นล้า
บทที่ 10เช้าวันถัดมา เรือนนอนของฮูหยินแม่ทัพเซียวที่ควรจะเงียบสงบหลังคืนอันเหน็ดเหนื่อยกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญม่านบางถูกเลิกขึ้นเบา ๆ เสียงฝีเท้าแผ่วเบา และกลิ่นหอมของเครื่องหอมชั้นดีที่ไม่คุ้นเคย อู่เหมยหลินยังไม่ลืมตา แต่สติกลับตื่นเต็มที่ นางเอียงหูเล็กน้อย รับฟังเสียงกระซิบของสาวใช้ทั้งสองที่ย
บทที่ 9วนิดาโอบกอดทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กอุ่นนุ่มแนบอก กลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะปลายจมูก นางไม่เคยคิดไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงเท่านี้จะสามารถทำให้นาง…ตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเพราะโลกอีกใบ เพราะการเอาตัวรอด เพราะการไม่ไว้ใจใคร
บทที่ 8หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่งวนิดาในตอนนี้กลายเป็นอู่เหมยหลินไม่คิดจะจมอยู่กับความสับสนอีกต่อไปนางตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงโลกที่นางอยู่…ไม่ใช่โลกเดิม ทั้งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียม ความคิดของผู้คน ล้วนแตกต่างจากยุคของนางอย่างสิ้นเชิงแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างก
บทที่ 7แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆแววตาของเซียวหานมืดครึ้มท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวันรายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมาแต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่











