เด็ก D ของอากันต์ 18+++

เด็ก D ของอากันต์ 18+++

last updateآخر تحديث : 2026-07-27
بواسطة:  มนต์ศิขรินتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
8فصول
13وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

อุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาที... พราก ‘ดวงใจ’ ของเธอไปตลอดกาล แต่กลับดึงเอา ‘เขา’ ผู้เป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสีย ให้ก้าวเข้ามาในชีวิต จากความสงสาร... แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพัน จากความรู้สึกผิด... ก่อตัวเป็นความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจทว่า... ยิ่งกาลเวลาหมุนผ่าน เด็กกะโปโลในวันนั้นกลับเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่ง ความใกล้ชิดที่ตัวแทบจะติดกันทุกวัน ค่อยๆ สั่นคลอนกำแพงศีลธรรมและเส้นแบ่งสถานะในใจของเขาจนแทบพังทลาย...“ต่อไปนี้จะมองหนุ่มที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะ เพราะวาดมีเจ้าของแล้ว” “ก็กลืนวาดลงท้องไปแล้ว... วาดยังจะไปมองใครได้อีกละคะ”

عرض المزيد

الفصل الأول

“บทที่ 1 สัญญาณไฟมรณะ”

แสงแดดยามเช้าตรู่ของกรุงเทพมหานครสาดส่องลงมาบนพื้นถนนสุขุมวิทที่เริ่มคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ นกกระจอกยังไม่ทันออกหากินเต็มที่ แต่ชีวิตของคนเมืองหลวงกลับเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่งรีบ เช่นเดียวกับ 'กันต์' ทายาทหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้กุมบังเหียนตำแหน่งรองประธานของโรงแรมหรูระดับหกดาวในเครือ 'ภัทรเทพ'

ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวจากอิตาลี ยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา ก่อนจะสบถในลำคอเบาๆ เมื่อคืนเขานัดดื่มกับกลุ่มเพื่อนสนิทและน้องๆ ในวงการธุรกิจจนดึกดื่น แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างในกระแสเลือดทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งที่ขมับเล็กน้อย แต่ความรับผิดชอบในการประชุมบอร์ดบริหารเช้านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้เป็นพ่ออย่าง 'คุณเทพทัศน์' ท่านประธานใหญ่ได้ล่วงหน้าไปถึงบริษัทก่อนแล้ว

“ตายละ... อีกสิบนาที เวลาเร่งด่วนของสุขุมวิทซะด้วย”

กันต์ บ่นพึมพำพร้อมกับเป่าปากด้วยความเซ็ง มือหนากระชับพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์สีดำคันโปรดแน่นขึ้น จังหวะนั้นเอง สัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้าเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ราวกับเปิดทางให้ความใจร้อนของเขาทำงาน ซูเปอร์คาร์คันหรูทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดในเขตชุมชน เครื่องยนต์คำรามลั่นถนน เขากะจังหวะเหยียบคันเร่งเพื่อปาดเข้าเลี้ยวสู่บริเวณหน้าโรงแรมของตนเองให้ทันก่อนที่สัญญาณไฟถัดไปจะเปลี่ยนสี

แต่ความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองที่เปลี่ยนชีวิตของคนสองคนไปตลอดกาล...บริเวณหน้าทางเข้าโรงแรม 'มณฑา' หญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่บ้านเก่าแก่ของโรงแรม กำลังเดินข้ามถนนเพื่อเข้าไปทำงานพร้อมกับ 'ปานวาด' หรือ 'วาด' ลูกสาววัยเกรดมัธยมปลายที่มาในชุดนักเรียนสะอาดสะอ้าน  เด็กสาวกำลังเจื้อยแจ้วพูดคุยกับมารดาด้วยรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มที่เป็นดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจของคนเป็นแม่ที่ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เสี้ยววินาทีที่ซูเปอร์คาร์สีดำพุ่งทะยานเข้ามาในระยะประชิด เสียงกรีดร้องของเครื่องยนต์ดึงความสนใจของมณฑาให้หันไปมอง ดวงตาของคนเป็นแม่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นมัจจุราชเหล็กกำลังพุ่งตรงมาที่ลูกสาวของเธอ ไม่มีเวลาให้ลังเล... สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำงานเร็วกว่าความคิด

"วาด! ระวัง!"  มณฑาใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างเล็กของลูกสาวให้กระเด็นพ้นจากวิถีของรถยนต์ และใช้สรีระของตนเองเป็นเกราะกำบังร่างของปานวาดไว้อีกชั้นหนึ่ง

เอี๊ยดดดดดด! โครม!!!”

เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหว ล้อรถครูดกับพื้นถนนจนเกิดควันคลุ้ง แต่ความเร็วที่พุ่งมานั้นมากเกินกว่าจะหยุดรถได้ทันท่วงที เสียงปะทะของของแข็งกระแทกเข้ากับร่างเนื้อมนุษย์ดังลั่นจนน่าขนลุก ร่างของมณฑาลอยละลิ่วกระดอนขึ้นมากระแทกกับฝากระโปรงรถซูเปอร์คาร์อย่างแรง ก่อนจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้นถนน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมกระจกและฝากระโปงรถดูน่าสยดสยองกันต์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุด ร่างกายของเขาชาหนึบไปทั้งร่างราวกับถูกแช่แข็ง เขาปลดเข็มขัดนิรภัยด้วยมือที่สั่นเทาและรีบเปิดประตูรถก้าวลงมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงอื้ออึงของเหล่าพนักงานโรงแรมและแขกที่เดินผ่านไปมาที่ต่างช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า

"แม่!!! แม่จ๋า!!!"

เสียงกรีดร้องปานจะขาดใจของปานวาดดึงสติของกันต์ให้หันไปมอง เด็กสาวในชุดนักเรียนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและแผลถลอกวิ่งถลันเข้ามากอดร่างที่จมกองเลือดของมารดาไว้แน่นน้ำตาทะลักทลายออกจากดวงตากลมโตราวกับทำนพแตก ร่างเล็กสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้

"แม่... ลืมตาซิแม่ อย่าทิ้งวาดไปนะคะแม่ฮือออ..."

ปานวาดพร่ำเรียกมารดา เสียงของเธอสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก วินาทีสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจของมณฑาจะหลุดลอยไป นางพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด ยกศีรษะขึ้นมาอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงข้นไหลทะลักออกจากปากและจมูกราวกับท่อประปาแตกเธอไม่ได้มองหน้าลูกสาวที่กำลังร้องไห้ แต่ดวงตาที่พร่ามัวกลับจ้องมองตรงมาที่ 'กันต์'

ชายหนุ่มผู้พรากชีวิตของเธอไป  มืออันสั่นเทาและอาบไปด้วยเลือดของมณฑายื่นมาข้างหน้า คล้ายจะไขว่คว้าหรือฝากฝังบางสิ่งบางอย่าง สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความอาฆาตแค้น ทว่ามันเต็มไปด้วยความห่วงใย และการอ้อนวอน... อ้อนวอนให้เขาช่วยดูแลแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวของเธอที่กำลังจะถูกทิ้งให้อยู่บนโลกใบนี้อย่างโดดเดี่ยว ทันทีที่มือตกลงนาบข้างลำตัว ดวงตาของมณฑาก็เบิกค้าง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสิ้นสุดลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินจากหางตา

"มณฑา..."  กันต์ครางชื่อแม่บ้านของเขาเสียงแผ่ว สายตาสุดท้ายของเธอกระแทกเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจเขาอย่างจัง มันเป็นตราบาปที่เขาจะไม่มีวันลบเลือนได้ตลอดชีวิต

"ท่านรอง! ท่านรองครับ!" เสียงร้อนรนของ 'คุณเดชา' ผู้จัดการโรงแรมที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเขาดังแทรกความเงียบงัน

"รีบหนีไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปนั่งที่ขับแทนเอง เร็วครับ! ก่อนที่ตำรวจหรือนักข่าวจะมาเห็นเข้า!"  กันต์หันไปมองผู้จัดการด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาปฏิเสธอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด

"ไม่เป็นไรคุณเดชา ถึงผมจะพ้นผิดและหลบหลีกความผิดทางกฎหมายได้ แต่ผมหนีความผิดในใจไปไม่ได้หรอกครับ... ยิ่งหนีสายตาคู่นั้น ผมยิ่งทำไม่ได้"

ไม่นานนัก เสียงไซเรนของรถพยาบาลและรถตำรวจก็ดังเข้ามาใกล้ คุณเทพทัศน์ที่ทราบเรื่องจากผู้จัดการรีบลงมาจากตึกเพื่อดูเหตุการณ์และดึงสติลูกชาย ร่างไร้วิญญาณของมณฑาถูกเจ้าหน้าที่ยกขึ้นเปลสนามและนำขึ้นรถพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว ปานวาดที่มีสภาพจิตใจแตกสลายรีบกระโดดขึ้นไปนั่งเคียงข้างร่างของมารดา

กันต์ไม่รอช้า เขาหันไปพยักหน้าให้บิดาเป็นเชิงบอกว่าเขาจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง ก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นรถพยาบาลตามเด็กสาวไป เขาไม่อาจปล่อยให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเพียงลำพังได้ ใช้เวลาเพียงสิบนาทีเศษ รถพยาบาลก็แล่นมาจอดเทียบหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง

เจ้าหน้าที่เข็นร่างของ มณฑาเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ปานวาดทำท่าจะวิ่งตามเข้าไปในห้องฉุกเฉินดูเจ้าหน้าที่กู้ชีวิต แต่ถูกห้ามและกันตัวไว้ด้านนอก กันต์ช่วยรั้งตัวเธอเอาไว้

"ใจเย็นๆ ครับคุณ ใจเย็นๆ ตั้งสติก่อนนะครับ เราต้องติดต่อคุณพ่อของคุณหรือญาติๆ ให้มาที่นี่"

กันต์เอ่ยบอก ปานวาดหันขวับมามองด้วยดวงตาที่แดงก่ำและบวมเป่ง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง และความโดดเดี่ยว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความร้าวราน

"เรามีกันแค่สองคนแม่ลูกค่ะ..."

พูดจบ ประการด่านสุดท้ายของความเข้มแข็งก็พังทลายลง ปานวาดปล่อยโฮออกมาราวกับคนเสียสติ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น กันต์เห็นดังนั้นจึงรีบถลาเข้าไปประคองร่างบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะร่วงลงกระแทกพื้น

เขาไม่ได้นึกรังเกียจความสกปรกเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้สึกผิดที่จุกแน่นอยู่ในอก

"คุณตั้งสตินะครับ..." กันต์กระซิบข้างขมับของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้

"เผื่อใจเอาไว้ด้วย ผมเป็นคนผิดเอง ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างในชีวิตหนูนับจากนี้... ยิ่งคุณแม่ของหนูเป็นคนของโรงแรมเราด้วย หนูฟังผมให้ดีนะ" เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ถ่ายทอดความอบอุ่นและคำสัญญาผ่านอ้อมแขนแกร่ง

"ถึงแม้ว่าวันนี้หนูจะไม่เหลือใคร... แต่หนูยังจะมีอา"

ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาล้วนมาจากความสัตย์จริงจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง กลิ่นอายของความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ กันต์หลับตาลง ซึมซับแรงสั่นสะท้านจากร่างเล็กที่ซุกหน้าสะอื้นไห้อยู่กับอกของเขา ณ วินาทีนั้น เขาไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่าใบหน้าของเด็กสาวที่กำลังร้องไห้จนตัวโยนนั้นงดงามและน่ารักเพียงใด รู้เพียงแต่ว่า... ชีวิตของเด็กหญิงคนนี้ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นผู้รับผิดชอบมันด้วยชีวิตของเขาเอง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
8 فصول
“บทที่ 1 สัญญาณไฟมรณะ”
แสงแดดยามเช้าตรู่ของกรุงเทพมหานครสาดส่องลงมาบนพื้นถนนสุขุมวิทที่เริ่มคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ นกกระจอกยังไม่ทันออกหากินเต็มที่ แต่ชีวิตของคนเมืองหลวงกลับเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่งรีบ เช่นเดียวกับ 'กันต์' ทายาทหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ผู้กุมบังเหียนตำแหน่งรองประธานของโรงแรมหรูระดับหกดาวในเครือ 'ภัทรเทพ'ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวจากอิตาลี ยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลา ก่อนจะสบถในลำคอเบาๆ เมื่อคืนเขานัดดื่มกับกลุ่มเพื่อนสนิทและน้องๆ ในวงการธุรกิจจนดึกดื่น แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้างในกระแสเลือดทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งที่ขมับเล็กน้อย แต่ความรับผิดชอบในการประชุมบอร์ดบริหารเช้านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้เป็นพ่ออย่าง 'คุณเทพทัศน์' ท่านประธานใหญ่ได้ล่วงหน้าไปถึงบริษัทก่อนแล้ว“ตายละ... อีกสิบนาที เวลาเร่งด่วนของสุขุมวิทซะด้วย”กันต์ บ่นพึมพำพร้อมกับเป่าปากด้วยความเซ็ง มือหนากระชับพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์สีดำคันโปรดแน่นขึ้น จังหวะนั้นเอง สัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้าเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ราวกับเปิดทางให้ความใจร้อนของเขาทำงาน ซูเปอร์คาร์คันหรูทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดในเขตชุ
last updateآخر تحديث : 2026-07-23
اقرأ المزيد
“บทที่ 2  ชีวิตที่แตกสลาย”
เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวกับเข็มนาฬิกาหยุดเดิน ในที่สุดประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักเปิดออก แพทย์เจ้าของไข้และพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง เพราะต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มานักต่อนักปานวาดผละออกจากอ้อมอกของกันต์ทันที เธอถลันเข้าไปหาหมอด้วยความหวังอันริบหรี่"แม่! แม่ของหนูละคะคุณหมอ! แม่ปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ!" นายแพทย์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายโลกทั้งใบของเด็กสาวให้แหลกสลายลงในพริบตา"หมอเสียใจด้วยครับ... เราพยายามกันอย่างสุดความสามารถแล้ว""ไม่... ไม่จริง! แม่!..แม๊!!!" ปานวาดส่ายหน้าปฏิเสธความจริง เธอร้องไห้โฮและผลุนผลันวิ่งฝ่าเหล่าพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉินเพื่อตามหาร่างของมารดา กันต์รีบวิ่งตามเข้าไปติดๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างไร้วิญญาณของมณฑาที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง สแตนเลส โดยมีผ้าคลุมสีขาวปิดทับร่างเอาไว้ ปานวาดโผเข้ากอดร่างที่เริ่มเย็นชืดของมารดา เธอเขย่าตัวผู้เป็นแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังเพียงปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นหวังให้มารดาได้ยินเสียงเรียกแล้วลืมตาตื่นขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธอเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง"แม่จ๋า... ตื่นสิแม่ อย่าทิ้งวาดไป ฮือออ แม่จ๋า..."ความเจ็บปวดจากการสูญเสี
last updateآخر تحديث : 2026-07-23
اقرأ المزيد
“บทที่ 3 สภาพแวดล้อมไม่เหมาะให้อยู่เพียงลำพัง
นอกจากนั้นยังมีโทรทัศน์จอนูนรุ่นเก่าคร่ำครึขนาดเพียง 14 นิ้ว และพัดลมตั้งโต๊ะตัวเล็กๆ อีกหนึ่งตัว ทั้งหมดนี้คือ 'สมบัติ' ทั้งชีวิตของครอบครัวเล็กๆ ที่เขาเพิ่งทำลายลงกับมือ"คุณ... ไปรอวาดที่รถก่อนนะคะ" ปานวาดหันมาบอกเสียงแผ่ว "ที่นี่มันร้อนและอุดอู้มาก วาดขออาบน้ำล้างคราบเลือดพวกนี้ก่อน" กันต์พยักหน้ารับโชคยังดีที่ห้องพักแห่งนี้ยังมีห้องน้ำในตัว แม้จะดูคับแคบมากก็ตาม"ครับ..." เขาตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปรอที่รถเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่เธอ เมื่อคล้อยหลังชายหนุ่ม ปานวาดก็ปิดประตูและลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอทรุดตัวลงนั่งบนที่นอนสีฟ้าลายการ์ตูน ลูบมือลงบนหมอนใบเก่าของแม่ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีกระลอกใหญ่ เธอร้องไห้จนหมดแรง ก่อนจะพยุงร่างตัวเองเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบเลือดและคราบน้ำตา เด็กสาวใช้เวลาอยู่ในห้องพักเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะนอกจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสีดำแล้ว เธอยังต้องนำชุดกระโปรงตัวเก่งที่แม่รักที่สุดมาบรรจงรีดอย่าประณีต เพื่อให้แม่ของเธอได้สวมใส่ชุดที่สวยที่สุดในวาระสุดท้ายของการเดินทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ส่วนเรื่องรูปถ่ายที่จะใช้ตั้งหน้าหีบศพนั้น ไม่มีรูปถ่ายอัดกรอ
last updateآخر تحديث : 2026-07-23
اقرأ المزيد
“บทที่ 4 เงื่อนไขการขอรับมาเป็นบุตรบุญธรรม
ทีนี้เมื่อกี้กูไปส่งเขาเพื่อเอาเสื้อผ้าที่ห้องเช่า กูเห็นสภาพแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ห้องก็แคบ ใช้แค่ไม้อัดกั้นห้องบางๆ แถมตัวเองก็เป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยเพิ่งจะสิบห้าเองด้วย ขืนปล่อยให้อยู่ที่นั่นคนเดียว มันอันตรายเกินไป"ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงทีเล่นทีจริงจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เฮ้ย... กูเสียใจด้วยว่ะเพื่อน ตกลงได้สิ คืนนี้มึงพาน้องเขาเข้ามาได้เลย กูจะรอ ดีนะที่เป็นบ้านในโครงการ เพราะมีเพื่อนบ้านและมียามรักษาความปลอดภัยตลอด จะได้ดูไม่น่ากลัว มึงเสร็จธุระจากที่วัดแล้ว ก็เข้ามาก็แล้วกัน กูจะรออยู่ที่โครงการนี่ล่ะ" "โอเค ขอบใจมึงมากว่ะ... แค่นี้ก่อนนะ รถส่งโลงศพมาพอดี คืนนี้กูเข้าไป"*ค่ำคืนแห่งความสูญเสีย*เมื่อวางสายจากเพื่อนรัก กันต์ก็เดินตรงไปยังลูกน้องที่กำลังขับรถตามหลังรถตู้ของร้านที่มาส่งโลงศพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับส่งร่างของมณฑาไปยังวัดที่ได้ติดต่อเอาไว้ พิธีสวดอภิธรรมศพคืนแรกถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ บรรยากาศภายในศาลาวัดเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผู้ที่มาร่วมงานในคืนแรกส่วนใหญ่เป็นเหล่าพนักงานของโรงแรมในเครือภัทรเทพและเพื่อนร่วมงานของมณฑาที่ม
last updateآخر تحديث : 2026-07-23
اقرأ المزيد
“บทที่ 5  คืนรกในบ้านหลังใหม่
  รถซูเปอร์คาร์ที่เปลี่ยนมาเป็นรถซีดานคันหรูของลูกน้องกันต์ เลี้ยวเข้าสู่โครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ย่านพระรามเก้าตามที่ได้นัดหมายกับเพื่อนสนิทเอาไว้ ปานวาดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกว่างเปล่า สองข้างทางประดับประดาด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นและแสงไฟสีวอร์มไวท์ที่ดูอบอุ่น แตกต่างจากซอยห้องเช่ามืดทึบของเธอราวฟ้ากับเหว เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านทาวน์โฮมหลังหัวมุม 'ไฮโซกร'  หรือ ธนกร ผู้เป็นเจ้าของโครงการก็เดินออกมารอต้อนรับด้วยตัวเอง เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ แต่ยังคงดูดีมีระดับ ธนกรส่งยิ้มบางๆ ให้กับเพื่อนรัก ก่อนจะหันมามองเด็กสาวในชุดสีดำที่เพิ่งก้าวลงจากรถด้วยแววตาเห็นใจ "นี่น้องปานวาดใช่ไหม? พี่ชื่อกรนะ เป็นเพื่อนกับไอ้กันต์มัน พี่เสียใจเรื่องคุณแม่ด้วยนะครับ" ธนกรเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง"ขอบคุณค่ะคุณกร..." ปานวาดยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม ธนกรพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำคนทั้งสองเข้าไปยังตัวบ้านที่เขาได้สั่งให้แม่บ้านเข้ามาจัดการทำความสะอาดรอไว้เรียบร้อยแล้ว "เข้ามาดูข้างในก่อนสิ พี่ใ
last updateآخر تحديث : 2026-07-24
اقرأ المزيد
บทที่ 6  ควันสีเทาและสัญญากับสายลม
  น่าเสียดาย... ที่วันนี้ไม่มีแม่อยู่ชื่นชมความสุขสบายเหล่านี้ด้วยกันอีกแล้ว ความสะดวกสบายทั้งหมดนี้ แลกมาด้วยชีวิตและหยาดเหงื่อแรงกายของแม่... ถ้าหากโชคชะตายอมให้เธอเลือกได้ เธอขอเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ในห้องเช่าสังกะสีซอมซ่อเหมือนเดิม ขอแค่มีอ้อมกอดของแม่คอยกอดเธอนอนก็เพียงพอแล้ว แต่เธอรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงแค่ความคิดเพ้อฝัน ปานวาดสูดลมหายใจเข้าลึก สะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะต้องอยู่กับความจริงให้ได้ จะต้องเข้มแข็ง เพื่อที่แม่มณฑาจะได้หมดห่วงเสียที  เด็กสาวลุกขึ้นไปจัดการทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็เดินลงมาที่ชั้นล่าง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความสวยงามของตัวบ้านที่ถูกตกแต่งไว้อย่างลงตัว ไม่มากชิ้นจนดูรกตา แต่ก็มีสไตล์ที่ทันสมัย ปานวาดเดินเข้าไปยังโซนห้องครัว เปิดตู้เย็นที่ว่างเปล่า มีเพียงของที่กันต์ซื้อมาให้เมื่อคืน เธอหยิบกล่องนมสดออกมารินใส่แก้วใส  แล้วเดินมาทรุดตัวลงนั่งดื่มที่โต๊ะอาหารตัวสวย ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอก
last updateآخر تحديث : 2026-07-25
اقرأ المزيد
“บทที่ 7  ลอยอังคารและรับค่าสินไหมร้อยล้าน
  ภายในห้องโดยสารที่เย็นฉ่ำ กันต์ทำลายความเงียบขึ้นมาเพื่อดึงเด็กสาวออกจากภวังค์ความเศร้า "วาด... เธออยากทานอะไรไหม ฉันจะพาไปหาอะไรทานก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยแวะไปส่งที่บ้าน" "แล้วแต่คุณกันต์เลยค่ะ หนูทานอะไรก็ได้..."  ปานวาดตอบเสียงเรียบ ก่อนจะนึกขึ้นได้  "วันนี้วันศุกร์พอดี วันจันทร์หนูก็คงจะกลับไปเรียนตามปกติแล้วนะคะ" กันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันมามองคนตัวเล็กที่ยังคงสวมชุดดำสนิท "ไหวแน่นะ?" เขาถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าสภาพจิตใจของเธอจะยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับผู้คน "ค่ะ! ต้องไหวค่ะ..." เธอกัดริมฝีปากล่างและพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น "เพราะการเรียนคือความหวังเดียวของแม่ หนูจะทิ้งมันไม่ได้ค่ะ... อ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้ามีเวลา หนูว่าจะแวะไปเก็บของที่ห้องเช่า และย้ายของที่เป็นความทรงจำของแม่มาไว้ที่บ้านใหม่ด้วยค่ะ""ได้สิ... พรุ่งนี้ฉันจะขับรถมารับ เธอจะไปกี่โมงล่ะ?"  กันต์เสนอตัวทันที"ไม่ต้องหรอกค่ะคุณกันต์..." ปานวาดรีบปฏิเสธอย่างเกรงใจ "หนูไปเองได้ค่ะ เพราะคงต้อ
last updateآخر تحديث : 2026-07-26
اقرأ المزيد
“บทที่ 8 ผู้อุปการะ”
 กันต์ไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือคัดค้านใดๆ กับจำนวนเงินมหาศาลนั้น เพราะในสายตาของเขา ชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรเพียงหนึ่งเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ มันประเมินค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อสรุปยอดตัวเลขกันได้อย่างลงตัวแล้วคุณเทพทัศน์ก็เอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงาน เพื่อต่อสายหาหัวหน้าแผนกบัญชีวัยดึกที่ทำงานรับใช้ท่านมาอย่างยาวนาน "คุณพะยอม... คุณช่วยเอาสมุดเช็คของบริษัทขึ้นมาให้ผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะ"รอเพียงไม่กี่นาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของหัวหน้าแผนกบัญชีที่เดินถือสมุดเช็คเข้ามาด้วยความนอบน้อม ท่านประธานใหญ่รับสมุดเช็คมาเปิดออกจรดปลายปากกายี่ห้อหรูเซ็นเช็คเงินสดมูลค่า 43 ล้านบาท สั่งจ่ายในนามของ ‘เด็กหญิงปานวาด’ เพราะเธอมีบัตรประชาชนและมีบัญชีแล้ว   ท่านส่งมอบเช็คใบนั้นให้ทนายเดชานำไปจัดการนำเข้าบัญชีภายในบ่ายวันนี้โดยกำชับให้คุณพะยอมทำบันทึกการเบิกจ่ายในหมวดหมู่ของกองทุนสวัสดิการพนักงานกรณีพิเศษ และให้ผู้บริหารทั้งสองท่านเซ็นกำกับเอาไว้เป
last updateآخر تحديث : 2026-07-27
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status