เล่ห์(ลวง)รัก

เล่ห์(ลวง)รัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-05
Oleh:  RICHES.Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
23Bab
871Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อพี่สาวสุดที่รักถูกหักอกจนเกือบกระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสองหวังปลิดชีวิต? มีหรือที่น้องสาวแสนดีอย่างฉันจะอยู่เฉย... ไม่มีทาง! เพราะแบบนั้นแผนการที่เต็มไปด้วยเล่ห์ คำลวง และความรัก จึงเริ่มต้นขึ้น... "ฉันท้อง" "..." "ฉันบอกว่าท้อง ไม่ได้ยินหรือไง!" "แล้วไง?" "ถามมาได้ คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ" "แล้วผมต้องรับผิดชอบผู้หญิงทุกคนที่มาบอกว่าท้องอย่างนั้นเหรอ" "..." "ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ป่านนี้ผมคงมีลูกสักสองโหลได้แล้วมั้ง!"

Lihat lebih banyak

Bab 1

EPISODE 1 ท้อง!

“ฉันท้อง”

“…”

“ฉันท้องกับคุณ”

“…”

“นี่ ไม่ได้ยินหรือไง” ฉันแหวใส่ชายในชุดสูทสีเบจดูสะอาดสะอ้านที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวอย่างหมดความอดทน

ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรยังคงเฉยชาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของฉันแม้แต่น้อย 'คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้สินะ'

แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงที่ดังจนเกินไปทำให้มุมที่ฉันยืนอยู่ตกเป็นเป้าสายตาของลูกค้าซึ่งกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศชวนผ่อนคลายภายในคาเฟ่อย่างไม่ต้องสงสัย ฉันจึงหันไปค้อมหัวเล็กน้อยเชิงขอโทษคนเหล่านั้นแล้วหันกลับมาสนใจชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่อีกครั้ง

ชายผมดำที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของเขาคนนั้นกำลังไล่สายตามองฉันตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ หลังจากนั้นจึงเลิกให้ความสนใจแล้วยกแก้วขึ้นจิบราวกับว่ากาแฟถ้วยนั้นน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ

แต่ถึงอย่างนั้นฉันเองก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน เพราะเป้าหมายเดียวในวันนี้คือผู้ชายในชุดสูทที่กำลังใช้นิ้วชี้เกาปลายจมูกอยู่ต่างหาก ฉันจำเขาได้ขึ้นใจจากรูปถ่ายที่ดูแล้วดูอีกจนนับครั้งไม่ถ้วน

“ผมไม่รู้จักคุณ” ริมฝีปากหยักลึกสีชมพูธรรมชาติขยับตอบเสียงห้วน

“แหม~ อย่ามาตีมึนหน่อยเลย คนมันเคย ๆ กันอยู่” ฉันยกมือขึ้นอย่างมีจริตจะก้านพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมจนรู้สึกได้ว่าเขากำลังด่าฉันทางสายตา ประมาณว่า คนอย่างผมนะเหรอ จะเอาคนอย่างคุณ

“ผมไม่คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยนอนกับคุณ”

“แต่ฉันไม่ได้นอนกับใครมั่ว ๆ นะ”

“ใคร ๆ ก็บอกว่าตัวเองไม่ได้มั่วกันทั้งนั้นแหละ” ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มนิ่วหน้าอย่างรำคาญ

ฉันที่ยืนอยู่ถึงกับจ้องมองเขม็งแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างพยายามอดกลั้น ฉันรู้ดีว่าทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและเพราะแบบนั้นจึงต้องมีความอดทนในระดับหนึ่ง จึงลองเปลี่ยนอารมณ์พลิกบทบาทให้ดูจริงจังเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

“ที่ฉันตัดสินใจมาบอกคุณเรื่องนี้ เพราะคุณเองก็มีสิทธิ์ที่ต้องรับรู้ไว้”

“…”

“ว่าความเร่าร้อน ซี๊ดอ่าส์ ๆ ของเราในคืนนั้นได้สร้างเด็กคนหนึ่งขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ” พูดจบก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ฉันคิดว่าประโยคแรกมันก็ดูดีอยู่หรอก แต่ประโยคหลังกลับฟังทะแม่งชอบกล

เอ~ หรือบางทีฉันไม่เหมาะกับอะไรที่มันจริงจังวะ?

“แต่หลังจากนี้ ฉันเองก็คงตัดสินใจง่ายหน่อยเรื่อง...” ฉันลองเว้นจังหวะการพูดเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ของอีกฝ่าย และมันเป็นไปอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ด้วย

“เรื่องอะไร”

“ฉันว่าจะเอาเด็กออก” ว่าพลางก้มหน้าก้มตาแล้วเริ่มใช้ความสามารถพิเศษทันที ไม่ถึงห้าวินาทีหยาดน้ำตาของฉันก็ไหลลงมาเป็นทาง นี่ถ้าไม่ติดว่าที่บ้านค้านหัวชนฝาเรื่องไปเป็นนักแสดง ฉันว่าจะลองไปแคสติ้งดูสักครั้งอยู่หรอก

"..."

“ขอโทษที่ต้องมารบกวนเวลาอันแสนมีค่าของคุณด้วย” บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแล้วค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้น ก็เห็นว่าไม่เพียงแค่เขาเท่านั้นที่จ้องเขม็งมายังฉันเพราะเพื่อนของเขาก็กำลังเอียงคอมองมาทางนี้ไม่ต่างกัน

“ฉันไปก่อนนะ”

“เดี๋ยว”

“คะ?”

“ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าเด็กเป็นลูกของผมจริง ๆ ”

“คุณก็ต้องรอจนกว่าเด็กจะคลอดออกมา” เพราะกว่าจะถึงตอนนั้นภารกิจทุกอย่างคงสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แล้วถ้าเด็กที่คลอดออกมาไม่ใช่ลูกของผมล่ะ” เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังจนฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่มีทาง ฉันมั่นใจว่าเด็กเป็นลูกของคุณ” เพราะฉันจ่อหัวไว้แล้วว่าเด็กในท้องของฉันต้องเป็นลูกของคุณ ของคุณคนเดียวเท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นผมจะพาคุณไปตรวจการตั้งครรภ์ที่โรงบาล แล้วค่อยปรึกษาหมออีกทีเรื่องตรวจดีเอ็นเอ” จัดแจงทุกอย่างเสร็จสรรพแล้วเน้นย้ำประโยคหลัง มิหนำซ้ำยังยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ

“แต่ฉันกำลังท้องอ่อน ๆ เองนะ จะตรวจดีเอ็นเอได้ยังไงเล่า”

“ไอ้หมอ พอจะมีวิธีไหนบ้าง ที่สามารถรู้ผลได้เร็วที่สุด”

เขาหันไปถามเพื่อนตัวเองท่าทางสบาย ๆ จะมีก็แต่ฉันนี่แหละที่ยืนอ้าปากค้างพร้อมกะพริบตาปริบอย่างคนไม่รู้เรื่องราว ก็ไม่รู้จริง ๆ นี่นาว่าเขามีเพื่อนเป็นหมอ ในเมื่อพี่สาวตัวดีไม่เห็นบอก

“ตอนนี้เครื่องมือทางการแพทย์ล้ำสมัยกว่าแต่ก่อนมาก มึงไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก”

ซวยแล้วมั้ยล่ะ! เพราะฉันดันลืมเรื่องนั้นเสียสนิทว่าสมัยนี้นวัตกรรมต่าง ๆ มันไปไกลมากแล้ว

“เยี่ยม งั้นเดี๋ยวกูไปโรงบาลที่มึงทำงานอยู่ก็แล้วกัน รบกวนติดต่อหมอสูติให้หน่อยนะ”

“เดี๋ยวกูโทรนัดให้เลยก็ได้”

“ยัง ๆ ยังไม่ต้องดีกว่า”

เขายกมือขึ้นปรามเพื่อนที่กำลังจะเอื้อมหยิบสมาร์ตโฟนบนโต๊ะ ซึ่งในตอนนั้น ฉันรู้สึกเบาใจขึ้นบ้าง แต่ก็ดูเหมือนว่าสมองอยากจะยอมแพ้ภารกิจนี้ให้มันจบ ๆ ทั้ง ๆ ที่มันเพิ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

“ถ้าคุณต้องทำถึงขนาดนั้น ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรฉันกับลูกก็ได้”

“ทำไม กลัวความจริงจะปรากฏหรือไง”

“เปล่า แต่รู้สึกเหมือนโดนดูถูกว่าฉันเป็นผู้หญิง มั่ว ร่าน อะไรเทือก ๆ นั้นต่างหาก”

“คุณกำลังด่าตัวเองอยู่นะ”

“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ คุณลืมเรื่องในวันนี้ไปก็แล้วกัน”

ฉันพูดเพียงเท่านั้นแล้วรีบหมุนตัวเร่งฝีเท้าออกไปจากร้าน เพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกปอดแหกขึ้นมาอีกครั้ง แต่กลับถูกมือของคนที่ฉันเพิ่งหนีมาคว้าตรงแขนกึ่งลากไปอีกทาง

“คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ”

“ก็พาคุณไปตรวจที่โรงบาลไง”

“ไหนตะกี้คุณยังปฏิเสธไม่ให้เพื่อนติดต่อหมออยู่เลย” ฉันพยายามดึงแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ

“ก็เพราะว่าผมจะพาคุณไปตอนนี้เลยยังไงละ”

"แต่ยังไง ยังไงก็ต้องนัดหมอไว้ล่วงหน้า" ลิ้นเริ่มพันกันเพราะความกดดัน

"เชื่อเถอะ ว่าผมจัดการได้”

"..."

“หึ! จะได้รู้กันไปเลย ว่าชีวิตหลังจากนี้ของคุณจะได้ทำหน้าที่แม่คน หรือเป็นวิญญาณเฝ้ารากมะม่วงกันแน่”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
23 Bab
EPISODE 1 ท้อง!
“ฉันท้อง”“…”“ฉันท้องกับคุณ”“…”“นี่ ไม่ได้ยินหรือไง” ฉันแหวใส่ชายในชุดสูทสีเบจดูสะอาดสะอ้านที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาวอย่างหมดความอดทนใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรยังคงเฉยชาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของฉันแม้แต่น้อย 'คิดว่าหล่อแล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้สินะ'แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงที่ดังจนเกินไปทำให้มุมที่ฉันยืนอยู่ตกเป็นเป้าสายตาของลูกค้าซึ่งกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศชวนผ่อนคลายภายในคาเฟ่อย่างไม่ต้องสงสัย ฉันจึงหันไปค้อมหัวเล็กน้อยเชิงขอโทษคนเหล่านั้นแล้วหันกลับมาสนใจชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่อีกครั้งชายผมดำที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของเขาคนนั้นกำลังไล่สายตามองฉันตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะ หลังจากนั้นจึงเลิกให้ความสนใจแล้วยกแก้วขึ้นจิบราวกับว่ากาแฟถ้วยนั้นน่าสนใจกว่าเป็นไหนๆแต่ถึงอย่างนั้นฉันเองก็ไม่ได้สนใจเหมือนกัน เพราะเป้าหมายเดียวในวันนี้คือผู้ชายในชุดสูทที่กำลังใช้นิ้วชี้เกาปลายจมูกอยู่ต่างหาก ฉันจำเขาได้ขึ้นใจจากรูปถ่ายที่ดูแล้วดูอีกจนนับครั้งไม่ถ้วน“ผมไม่รู้จักคุณ” ริมฝีปากหยักลึกสีชมพูธรรมชาติขยับตอบเสียงห้วน“แหม~ อย่ามาตีมึนหน่อยเลย คนมันเคย ๆ กันอยู่” ฉัน
Baca selengkapnya
EPISODE 2 ก็อ้วกไปเลยสิคะ
ทันทีที่มาถึงลานจอดรถ ฉันก็ถูกจับยัดเข้ามายังเบาะข้างคนขับของรถซูเปอร์คาร์สีดำด้าน ถึงแม้จะอยากแหกปากร้องโวยวายเพียงใด แต่คิดว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์นอกจากจะบ้าบิ่นเปิดประตูแล้วพุ่งตัวออกไปนอกรถเพื่อหนี แต่ในความเร็วที่เขาขับคิดว่าน่าจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปบ้าน ฉันจึงต้องนั่งเกร็งอยู่ท่ามกลางความเงียบชวนอึดอัดพร้อมขบคิดถึงเรื่องที่ทำให้ฉันตัดสินใจทำเรื่องบ้าบอแบบนี้ย้อนกลับไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน‘พี่จะทำอะไรน่ะ’ ทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องนอนของพี่พราว ก็เห็นร่างของเธอกำลังนั่งอยู่บนขอบระเบียงซึ่งหันหน้ามาทางฉันอย่างหมิ่นเหม่ ใบหน้าสวยหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเครื่องสำอางผสานหยาดน้ำตา‘ฮือ พี่อยากตาย’‘อย่าทำอะไรบ้า ๆ น่า’‘พี่อยากตาย’ ยังคงพร่ำเพ้อแต่คำนั้น‘จะตายได้ยังไงกัน บ้านเรามีแค่สองชั้นนะพี่ ตกลงไปก็แค่เจ็บ ไม่ก็พิการ แต่ถ้าพี่ลงมาคุยกับน้อง พี่ก็จะไม่ต้องเจ็บหรือพิการ’‘ไม่’‘งั้นก็แล้วแต่ น้องไปก่อนนะ อยากทำอะไรก็เชิญ ถ้าพี่เป็นอะไรขึ้นมาน้องจะไม่ดูแล!’‘ฮือ~ ฟึ้ด’ แล้วก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งพร้อมดึงคอเสื้อยืดมาสั่งน้ำมูก‘แต่ถ้าพี่ลงมาแล้วบอกว่าเกิดอะไรขึ้น น้องก็จะเป็นผู้ฟังที่
Baca selengkapnya
EPISODE 3 แม่ไม่ยอม
ฉันกลับมาถึงบ้านพร้อมความโล่งอก แต่พอเห็นพี่พราวกำลังนั่งดูทีวีท่าทางสบายใจก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าน้องสาวอย่างฉันต้องไปเผชิญกับอะไรมาบ้าง“น้องจะบ้าตายอยู่แล้ว” ฉันเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาข้าง ๆ พี่พราวอย่างคนหมดเรี่ยวหมดแรงแล้วเริ่มเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยอีกฝ่ายไม่ต้องถาม“หรือเราเอาเรื่องใหญ่เกินไปมาเล่น” ฉันเริ่มไม่ค่อยมั่นใจกับแผนการนั้น“แต่นั่นมันเป็นความคิดของน้องนะ”“ตอนแรกน้องก็คิดว่าถ้าโกหกเรื่องนี้ อาจจะทำให้เข้าถึงตัวเขาง่ายนี่นา”"คนไร้ความรับผิดชอบแบบตานั่น คงไม่เชื่อใครง่าย ๆ หรอก""น้องเครียดจนไมเกรนจะกำเริบแล้ว"“ที่พูดแบบนี้คือน้องอยากเลิกทำใช่มั้ย แต่พี่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ายกเลิก สัญญาของเราก็ถือว่าเป็นโมฆะ ไม่ว่าคอนเสิร์ตหรือเงินที่ได้ตกลงกันไว้”“น้องก็อยากช่วยพี่อยู่หรอก”"ถ้าอยากช่วย ก็ทำตามแผนเดิมนั่นแหละ""น้องว่า..."ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจนจบประโยค จู่ ๆ หมอนอิงจากไหนไม่รู้ก็ลอยเข้ามาระหว่างการสนทนาของเราสองพี่น้องพร้อมเสียงอันคุ้นเคย“ลูกสาวบ้านนี้มันสบายกันจังเลย งานการก็ไม่ต้องทำ วัน ๆ นั่งโชว์หัวหงอกกันสบายเชียว”“หงอกอะไรกันล่ะแม่ ไม่วัยรุ่นเอาเสียเ
Baca selengkapnya
EPISODE 4 ถ้อยคำโกหก
HOT BAR ย่านสาทร“น้ำลายไหลยืดแล้วนั่น”เสียงของพี่พราวเรียกสติฉันให้กลับคืนมา ก่อนจะใช้หลังมือปาดมุมปากตามสัญชาตญาณ ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรเลย“ไม่เห็นจะมีน้ำลายสักหยด” ฉันพูดพลางคว้าแก้วน้ำแตงโมปั่นมาดูด“ตอนแรกออกจะระริกระรี้ที่ได้มาเที่ยว แต่พอเอาเข้าจริง ทำไมมานั่งกินน้ำแตงโมปั่นกับถั่วทอดอยู่ล่ะ”“น้องแค่อยากออกมาหาอาหารตาก็เท่านั้น”“แล้วไม่คิดจะดื่มกับพี่หน่อยเหรอ”พี่พราวถามหลังจากหนุ่ม ๆ ที่เราเรียกมาบริการกลับไปประจำที่ของตัวเองเพื่อเตรียมการแสดงที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ให้สาวน้อยสาวใหญ่ชุ่มฉ่ำหัวใจ“ไม่เอาหรอก”“เห็นเมื่อก่อนชอบดื่มอย่างกับลำยอง ทำไมถึงเลิก? แปลก ๆ นะเราอะ มีเรื่องอะไรที่ปิดบังพี่ไว้หรือเปล่า”“ไม่มีอะไรหรอกน่า” ฉันส่ายหน้าแล้วโยนถั่วทอดเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ“หรือกลัวเมาแล้วโดนแม่ด่า เหมือนวันที่แกกลับบ้านเช้าอย่างตอนนั้น”“พอได้แล้ว ไม่ใช่อะไรทั้งนั้นแหละ แค่ไม่อยากดื่มเฉย ๆ ”ฉันรู้ดีว่าพี่พราวกำลังพูดถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อน ที่ฉันไปเลี้ยงส่งเพื่อนที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ วันนั้นฉันกลับบ้านตอนฟ้าสางจนแม่แทบจะโทรแจ้งความตามหาคนหาย และเรื่องมัน
Baca selengkapnya
EPISODE 5 อยู่ด้วยกัน
“แล้วคุณพักอยู่ที่ไหน”“ปกติก็อยู่กับพ่อแม่ค่ะ” ฉันพยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคง ทั้งที่หัวใจเต้นรัวแรงแทบทะลุออกจากอก“แสดงว่าตอนนี้ไม่ปกติสินะ”“ค่ะ”“เพราะเรื่องท้องใช่มั้ย”ฉันพยักหน้าช้า ๆ ลมหายใจเริ่มติดขัด ไหน ๆ ก็พูดมาถึงตรงนี้แล้ว จะให้ถอยหลังกลับเห็นทีจะไม่ได้“ฉันออกมาจากบ้านแล้วค่ะ”“แล้วตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”“ฉันไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนค่ะ แต่เพิ่งออกมาเพราะเกรงใจ แล้วอีกอย่างเพื่อนก็อยู่กับแฟนด้วย ฉันเลยคิดว่าควรจะเอาเงินก้อนสุดท้ายที่มีไปเช่าห้องอยู่ก่อน”ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงโกหก สร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้ ซึ่งเห็นว่าคิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินอันที่จริงก็ไม่แปลกอะไรหรอก เพราะคำพูดประโยคไหนของฉันที่มันดูน่าเชื่อถือบ้างล่ะ“อีกอย่าง ฉันก็ออกจากบ้านมาแต่ตัว คิดว่าไว้ค่อยไปตายเอาดาบหน้า”“คุณเลยจะไปสมัครงานกลางคืนที่นั่น?”“ใช่ค่ะ เงินน่าจะดีกว่างานทั่วไป แต่ดันไปผิดที่ แต่เดี๋ยวจะไปหาเอาใหม่ ยังไงชีวิตคนเราก็ขับเคลื่อนด้วยเงินนี่เนอะ” ฉันยิ้มขื่น ราวกับจะหัวเราะเยาะโชคชะตาปลอม ๆ ของตัวเอง“ไม่ต้องไปทำงานแบบนั้นหรอก เพราะผม
Baca selengkapnya
EPISODE 6 เรื่องที่ต้องรู้
ฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงอันไม่คุ้นชินแทบนับครั้งไม่ถ้วน ความเงียบสงัดภายในห้องชวนให้จิตใจฟุ้งซ่านได้เป็นอย่างดี ฉันจึงผุดลุกขึ้นนั่งพลางยีหัวตัวเองจนผมเผ้าพันกันยุ่งเหยิงทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อตอนกลางวัน ฉันเพิ่งบุ่มบ่ามไปประกาศกร้าวเรื่องท้องกลางคาเฟ่ พอตกกลางคืนฉันกลับมาอยู่ในอาณาเขตเดียวกันกับเขาซึ่งมีเพียงผนังห้องขั้นกลางระหว่างเราเห้อ...ท้ายที่สุดฉันก็ตัดสินใจพาตัวเองออกจากเตียง เพื่อไปหาน้ำเย็น ๆ ดื่มหวังดับอาการปั่นป่วนในอก เผื่อว่ามันจะทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ทันทีที่เปิดประตูห้อง ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ท้องของฉันส่งเสียงประท้วงออกมา ฉันจึงค่อย ๆ ปิดประตูอย่างแผ่วเบาแล้วเดินย่องมุ่งหน้าไปยังห้องครัวตอนนี้ฉันกำลังทำตัวราวกับโจรที่แอบขึ้นบ้านคนอื่น ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำอะไรให้น่าสงสัยแบบนี้ด้วยย่อง ๆ ~ทันทีที่ฉันเข้ามาหยุดอยู่ในห้องครัวก็ถึงกับลอบพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ปัญหาอีกอย่างคือสวิตช์ไฟมันอยู่ตรงไหนนี่สิ เพราะก่อนหน้านี้ตอนเดินมาฉันอาศัยแสงจันทร์ที่สาดส่องนำทางเพียงริบหรี่ฉันพยายามควานหาสวิตช์ไฟ แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะพบจึงหมุนตัวกำลังจะห
Baca selengkapnya
EPISODE 7 เกือบไปแล้ว
ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นรอบที่สอง ครั้นพอฉันหันไปมองนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงก็บ่งบอกเวลาเก้าโมงสิบห้านาที ซึ่งเลยเวลานัดมาสิบห้านาทีแล้วอันที่จริงฉันอาบน้ำแต่งตัว สวมใส่เสื้อผ้าที่เขาให้ใครบางคนซึ่งอาจจะเป็นลูกน้องของเขาเอามาให้เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่แต่เพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยจะหลับทำให้สภาพของฉันค่อนข้างอิดโรยผนวกกับความเครียดสะสมและความกดดันต่าง ๆ นานา ชวนให้ฉันรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก“คุณแต่งตัวเสร็จหรือยัง”“…”“พริม เป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงของคนหน้าห้องฟังดูเริ่มร้อนรนเต็มที“รอฉันอีกหน่อยนะคะ” ตะเบ็งเสียงตอบกลับไปแล้วถอนหายใจออกมาสุดแรง จะทำยังไงดีล่ะ ฉันไม่พร้อมที่จะไปหาหมอตอนนี้หรอกนะ ไม่อย่างนั้นมีหวังความลับได้แตกกันพอดี“รีบหน่อยนะ วันนี้เราต้องไปซื้อของเข้าบ้านด้วย” ครินทร์ย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า“ทราบแล้วค่า”“…”“เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน” ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะเดินไปเปิดประตู ทว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นและคาดว่าน่าจะไปรออยู่บริเวณโถงห้องนั่งเล่นเป็นแน่“คุณไม่สบายหรือเปล่า”ทันทีที่ฉันเดินไปบริเวณที่คิดว่า
Baca selengkapnya
EPISODE 8 ไม่ได้ตัวคนเดียว
“คุณยังไม่เลิกสงสัยในตัวฉันอีกเหรอคะ”ฉันหันไปถามคนข้างกายที่กำลังทำหน้าที่เข็นรถเข็นอยู่บริเวณโซนอาหารแห้งภายในห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมือง“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมฝากครรภ์ที่นั่นให้มันจบ ๆ ไป” น้ำเสียงของครินทร์ออกจะขุ่นมัว“ฉันบอกไปหลายรอบแล้วนะคะ ว่าขอเวลาอีกหน่อย อีกอย่างคุณแทบไม่ต้องกังวลอะไรเลย ในเมื่อหมอก็ให้ยาบำรุงมาแล้ว”“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”“คุณครินทร์” ฉันหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดินพร้อมเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อะไรอีกล่ะ”“ตอนนี้คุณก็ได้คำตอบแล้วว่าฉันท้องจริง ๆ ฉันท้องประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งหมอก็บอกแล้วว่าสามารถฝากครรภ์ได้ก่อนสามเดือน ถ้าฉันไปฝากเดือนหน้าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”ฉันพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะขนาดคนพูดอย่างฉันยังรู้เลยว่าเหตุผลเหล่านั้นมันฟังไม่ขึ้น“คุณไม่ได้คิดจะทำอะไรระหว่างนี้ใช่มั้ย” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมุ่น“หมายถึงอะไรคะ ฉันไม่เข้าใจ”“บางทีคุณอาจจะยื้อเวลาเอาไว้ เพราะลังเลหรือยังตัดสินใจไม่ได้เรื่องที่พูดเมื่อวานใช่มั้ย”“เรื่องเอาเด็กออกนะเหรอคะ”“บางทีเด็กในท้องของคุณ
Baca selengkapnya
EPISODE 9 เผลอไผล
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ระยะเวลาก็ล่วงเลยมากว่าสองสัปดาห์แล้วที่เราอาศัยอยู่ด้วยกัน ฉันได้รับชีวิตอันสุดแสนสะดวกและสุขสบายอย่างที่ใฝ่ฝัน จนเวลาแต่ละวันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วหลังจากครินทร์ออกไปทำงานในทุกวัน ฉันก็ใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องการอะไรหรืออยากได้สิ่งไหนก็แค่บอกเขาหรือถ้าเป็นอาหารจะสั่งเองก็ได้แล้วแต่ฉันเลยฉันได้รับการดูแลดุจเจ้าหญิงจนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นคนเดียวกับที่พี่สาวตัวดีก่นด่าทุกครั้งที่กล่าวถึง เพราะแบบนั้นยิ่งทำให้ฉันเกิดความสับสนอีกทั้งในช่วงค่ำของทุกวัน เรามักจะรับประทานอาหารพร้อมกันเป็นเรื่องปกติ เขาไม่ลืมกำชับเรื่องการกินยาของฉัน จากนั้นเราจึงแยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเองวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงบ่าย นี่ถ้าอยู่บ้านมีหวังได้ฟังแม่บ่นจนหูชา มิหนำซ้ำอาจโดนไล่อย่างกับหมูกับหมาให้ไปใช้ชีวิตอยู่ตามสะพานลอยนึกแล้วก็คิดถึงพ่อกับแม่เหมือนกัน เพราะฉันเลือกที่จะไม่ติดต่อไป เนื่องจากพี่สาวบอกพวกท่านไว้ว่า ฉันไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเด็กยากไร้บนดอย อีกนานกว่าจะกลับว่าแต่คนอย่างฉันนะเหรอจะไปช่วยเหลือคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังเอาตัวเองไม่รอด แต่ถ้าเป็
Baca selengkapnya
EPISODE 10 ไม่เหมือนที่คิดไว้
อืม~ริมฝีปากหอมหวานของเขาค่อย ๆ ละออกจากฉันพร้อมเสียงครางต่ำผ่านลำคอ ที่ชวนให้เลือดสูบฉีดจนความแปลกประหลาดก่อเกิดกับร่างกายแต่ก่อนที่อารมณ์นั้นจะเตลิดไปไกล เขากลับพูดประโยคที่ทำให้ทุกอย่างจางหายไปในชั่วพริบตาเดียว“ยังหอมหวานเหมือนเดิมเลย”พลั่ก!ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ผลักเขาออกห่างจากตัวก่อนจะลุกพรวดขึ้นแล้ววิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็วเสียงประตูปิดดังปังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ฉันแนบแผ่นหลังกับบานประตู หอบหายใจจนหน้าอกกระเพื่อมแล้วยกมือขึ้นทาบอก ก่อนร่างทั้งร่างจะค่อย ๆ ทรุดลงบนพื้นเย็นเฉียบอย่างหมดเรี่ยวแรงฉันยกหลังมือขึ้นถูริมฝีปากตัวเองแรง ๆ พยายามลบล้างสัมผัสเมื่อครู่ให้จางหาย ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางลบเลือนออกไปได้เลยก็ตามฉันภาวนาในใจอย่างเงียบงัน ขอให้เมื่อเขาตื่นเช้าขึ้นมาแล้วจำไม่ได้เลยว่าทำอะไรกับฉันไว้ในคืนนี้ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี ฉันเองก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เพราะเขาเองก็อาจจะหลงคิดว่า ฉันคือผู้หญิงคนใดคนหนึ่งของเขาด้วยเหมือนกันรุ่งเช้าวันต่อมา ฉันตื่นแต่ฟ้าสาง ออกมาเดินเล่นรับลมภายนอก หรือถ้าจะพูดตามตรงก็คือ ฉันพยายามหล
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status