LOGINเพราะอกหักจากหญิงสาวที่แอบรักมานานทำให้ นายแบบหนุ่มชื่อดังที่พ่วงด้วยดีกรีทายาทมหาเศรษฐีของอิตาลี เผลอไปลวนลามเธอ สไตลิสต์สาวสวยที่เป็นเพื่อนรักของคนที่เขาแอบรัก
View Moreบรรยากาศใน Espit ผับหรูชื่อดังของเมืองไทยในวันนี้บรรยากาศช่างเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน เมื่อทุกคนในโต๊ะกำลังร่วมดื่มฉลองให้คู่รักคู่ใหม่ที่ทุกคนร่วมกันลุ้นให้ลงเอยกันมานานหลายปีอย่างนิชาเพื่อนรักของเธอกับภูวรินทร์แต่ท่ามกลางความสุขนั้นเธอกับพบว่าใครบางคนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่กลับมีแววตาที่ปวดร้าวเจือปนอยู่ตลอดเวลา ผู้ชายที่เธอแอบเฝ้ามองเขามาเป็นเวลานานหลายปี ผู้ชายที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอเงียบ ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เธอได้มองเสี้ยวหน้าเขาครั้งแรก ตั้งแต่วันนั้นหัวใจที่ไม่เคยรักใครก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
“แก~ มาเต้นกันชะนีน้อย” จูลี่เพื่อนสาวประเภทสองที่ออกไปยืนเต้นเดินกลับมาลากแขนเธอให้ออกไปสนุกด้วยกัน
“แกไปเต้นเถอะฉันขอนั่งตรงนี้ดีกว่า” พระพายปฏิเสธเพื่อนเพราะไม่อยากออกไปเต้นเท่าไหร่นัก อยากจะนั่งอยู่ตรงนี้คอยมองดูเขามากกว่า อีกอย่างเวลาเขามาร่วมดื่มกับกลุ่มเพื่อนของเธอเธอไม่ค่อยกล้าแสดงออกนัก ทั้งที่จริงเธอเป็นคนร่าเริงสนุกสนานแต่เพราะอายเขาแม้ว่าเขาจะไม่เคยมองมาที่เธอเลยก็ตาม
“แหม จะนั่งมองเขาอีกนานไหมชะนี รุกเลยสิโอกาสนี้แหละตอนแบดกายของฉันกำลังช้ำทรวง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกแอบชอบเขา เอาเลยสิแก” จูลี่เอ่ยแซวเพื่อนเพราะสังเกตอาการเพื่อนมานานจนค่อนข้างแน่ใจว่าพระพายแอบชอบอดัม
“จะบ้าเหรอแก พูดอะไรก็ไม่รู้เพ้อเจ้อ” พระพายรีบปฏิเสธด้วยท่าทางร้อนรนเพราะกลัวเพื่อน ๆ จะรู้ว่าเธอแอบชอบเขา
“ไม่เพ้อย่ะชะนีฉันสังเกตอาการแกมานานแล้ว อ๊ะ! อย่าปฏิเสธไม่งั้นจูลี่คนสวยจะไปเรียกนังแน๊ตตี้กับคุณนิชามาช่วยกะเทาะความจริง บอกมาจะสารภาพกับฉันคนเดียวหรือจะให้ยัยสองคนนั้นมารู้ด้วย”
“ไม่เกี่ยวกับเขาซะหน่อยฉันแค่มึน ๆ ไม่อยากเต้นแค่นั้นเอง” พระพายยังคงปากแข็งไม่ยอมรับความจริงกับเพื่อน แม้ในใจจะใจเต้นแรงที่มีคนล่วงรู้ความลับของเธอแต่ก็ต้องพยายามฝืนทำตัวให้เป็นปกติ
“เฮ้อ! พระพายฉันเป็นเพื่อนแกมานานฉันรู้ดีว่าเพื่อนฉันชอบใคร ถึงฉันไม่พูดยัยสองคนนั้นก็รู้ เอาจริง ๆ ฉันว่าพวกฉันสามคนสังเกตอาการแกออกมานานแล้วด้วย ซ้ำแต่ที่ไม่มีใครพูดเพราะไม่อยากให้แกไปสุงสิงกับอดัมมากกว่า แกก็รู้อดัมอ่ะฟันแล้วทิ้งผู้หญิงมากี่คนแล้ว” จูลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้พระพายจะยังปากแข็งแต่เธอก็รู้ดีว่าเพื่อนเธอแอบรักอดัม
“ฉันรู้แก ฉันก็ไม่ได้ไปยุ่งกับเขานี่นา ไม่ต้องห่วงน่าวางใจได้เลย” พระพายยิ้มให้เพื่อน
“เปล่าไม่ได้กลัวแกจะไปยุ่งกับเขาหรอก แค่จะบอกว่าถ้าชอบเขาก็รุกซะ แต่ให้เตรียมใจในความสัมพันธ์แค่นั้นแหละ คนอย่างอดัมน่ะได้สักครั้งจะเป็นเกียรติในชีวิตเลยนะแก ฮ่า ๆ ๆ”
“เฮ้อ! แกนี่นะ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยฉันรู้ดีแก ขอบใจแกมากนะ” พระพายบอกเพื่อนอย่างไม่คิดที่จะปิดบังความรู้สึกอีกต่อไปเพราะต่อให้เธอปฏิเสธยังไงเพื่อนก็รู้ใจเธออยู่ดี
“อื้อ แล้วยังไงยะ ตกลงจะออกไปเต้นกับฉันไหม ผู้หล่อมากนะวันนี้” จูลี่ตัดบทก่อนจะชวนเพื่อนรักให้ออกไปสนุกกัน
“ไม่อ่ะแกไปเถอะ” พระพายยิ้มแล้วมองตามเพื่อนที่กำลังสนุกสนานกัน หันมาที่โต๊ะมุมซ้ายของเธอเป็นภูวรินทร์กับนิชาที่กำลังสวีทหวาน ด้านขวาฝั่งตรงข้ามเป็นดนัยที่กำลังคลอเคลียสาว ๆ ถัดมาคือธีระกับอดัมที่กำลังพูดคุยกัน แต่สายตาของเขากลับคอยเหลือบมามองนิชากับภูวรินทร์เป็นระยะ แล้วก็ตามด้วยการยกแก้วขึ้นดื่มเหล้าเพียว ๆ แก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งเพลงสุดท้ายจบลงทุกคนจึงกลับมารวมตัวกันที่โต๊ะเพราะถึงเวลาที่ผับจะปิด สภาพตอนนี้คือจูลี่กำลังประคองแน็ตตี้ให้ลุกขึ้นนั่งเพราะแน็ตตี้เมาสลบไปแล้ว ภูวรินทร์กับนิชากำลังจะกลับ ธีระกับดนัยก็กำลังรอเวลาที่จะพาสาว ๆ ขึ้นไปยังห้องพักด้านบนผับที่พวกเขามีไว้สำหรับพาสาว ๆ ไปขึ้นสวรรค์ ส่วนอดัมแม้จะไม่หมดสติเหมือนแน็ตตี้แต่ก็แทบจะประคองตัวไม่ไหว
“แก ฉันกลับก่อนนะ แกกลับกันได้ไหมเนี่ย” นิชาหันมาถามเพื่อน ๆ ที่มีสภาพเมามายด้วยความเป็นห่วง
“สบายมากแก ฉันไม่เมาเดี๋ยวกระเทยดูละชะนีพวกนี้เอง แกรีบไปนั่งโยกต่อเถอะ เมื่อกี้น่าจะยังโยกไม่สุด ฮ่า ๆ ๆ โยกเบา ๆ ล่ะเดี๋ยวปวดบั้นท้าย~” จูลี่บอกนิชาทำให้นิชาหน้าแดงด้วยความอับอายเพราะไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตเห็น
“อีบ้า!” นิชาว่าเพื่อนได้เท่านั้นก็รีบเดินออกไปด้วยความอาย ทิ้งให้จูลี่กับพระพายที่ไม่ได้เมายืนหัวเราะนิชาด้วยความสนุกสนานก่อนจะมองภูวรินทร์ด้วยสายตาล้อเลียนแต่คนร่างสูงก็หาได้สะทกสะท้านไม่
“พี่ภูน่ะทีหลังให้จูลี่เต้นบนตักบ้างสิคะ จูลี่แรงดีนะ” จูลี่บอกภูวรินทร์พลางถลาร่างไปซบอกเขา
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่ล่ะครับ ตักนี้พี่ให้เมียพี่นั่งเต้นได้คนเดียว” ภูวรินทร์ขำเบา ๆ แล้วบอกเธอด้วยความสนิท
“ใจร้าย”
“ว่าแต่กลับกันได้ใช่ไหมครับ ให้พี่ไปส่งไหม” ภูวิรนทร์ถามจูลี่กับพระพายด้วยความเป็นห่วงเพราะตอนนี้แน็ตตี้เมาจนฟุบหมดสติไปแล้ว ส่วนอดัมแม้จะไม่หมดสติเหมือนแน็ตตี้แต่ก็แทบจะประคองตัวไม่ไหว
“สบายมากค่ะ เห็นจูลี่บอบบางแบบนี้แต่ที่จริงจูลี่เป็นสาวแกร่งนะคะ” จูลี่บอกเขาอย่างคนอารมณ์ดี
“โอเคครับถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนนะกลับกันดี ๆ ล่ะ” ภูวรินทร์เอ่ยลา ทั้งสองสาวจึงไหว้ลาเขาก่อนภูวรินทร์จะเดินแยกไป
“ป่ะชะนี เดี๋ยวฉันไปส่งแกกับอดัมก่อน” จูลี่หันมาพยักหน้าชวนพระพายด้วยท่าทางที่ออกจะมึนเล็กน้อย แต่สำหรับจูลี่แล้วแม้เธอจะใจเป็นหญิงแต่เมื่อเวลามาเที่ยวเธอจะทำหน้าที่คอยปกป้องเพื่อนไม่ต่างจากผู้ชายเสมอ เธอไม่เคยปล่อยให้ตัวเองเมาเพราะเธอเป็นห่วงเพื่อนสาวของเธอทั้งสามคน ต่อให้ดึกแค่ไหนง่วงแค่ไหนหรือมีผู้ชายรออยู่แต่จูลี่จะทำหน้าที่ไปส่งเพื่อนที่มีสภาพเมามายก่อนทุกครั้งไป
“ฉันว่าฉันไปส่งอดัมก็ได้นะแก ฉันขับรถได้ฉันจิบไปนิดเดียว ยังไงฉันกับเขาก็ทางเดียวกัน แกจะได้ไม่เหนื่อยด้วยมันคนละทางเลย” พระพายบอกจูลี่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก เพราะหากจูลี่ไปส่งเธอกับอดัมก่อนจูลี่จะต้องย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อกลับบ้านซึ่งมันไกลกันมาก
“เอางั้นเหรอแก แล้วแกจะประคองอดัมไหวเหรอวะ” จูลี่ถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก หากพระพายต้องแบกร่างสูงใหญ่ของอดัมที่เมาจนประคองตัวเองแทบไม่ไหว พระพายเองถึงแม้จะรูปร่างสูงเพรียวแต่เมื่อเทียบกับอดัมแล้วเธอตัวเล็กอย่างกับลูกแมว
“แกก็ช่วยฉันประคองเขาไปที่รถก่อนไง พอถึงคอนโดเขาเดี๋ยวฉันให้รปภ. มาช่วย” พระพายบอกจูลี่ทำให้จูลี่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะช่วยกันประคองแน็ตตี้ และตัดสินใจให้การ์ดของร้านช่วยประคองอดัมมาส่งที่รถของพระพาย
“ไหวแน่นะแก ถ้าไม่ไหวบอกฉันได้นะฉันไปส่งแกได้” ก่อนจะแยกกันจูลี่ก็ไม่วายที่จะหันมาถามพระพายด้วยความเป็นห่วง
“สบายมากแก แกไปเหอะเดี๋ยวเจอกัน” พระพายยิ้มให้เพื่อนก่อนจะแยกย้ายกัน หญิงสาวขึ้นมานั่งบนรถจัดการสตาร์ทรถแล้วหันมามองเสี้ยวหน้าหล่อคมเข้มของคนที่เมาหลับไป
พระพายจ้องมองไปตามใบหน้าของเขา คนที่ทำให้เธอใจเต้นแรงเสมอมาตลอดระยะเวลาหลายปี คนที่ทำให้คนสนุกสนานร่าเริงกลายเป็นคนที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง เจอเขาทีไรเธอต้องเอาแต่นั่งเงียบตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้อยู่กับเขาสองต่อสอง พระพายยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าหล่อเหลา
“อย่าเศร้านานนะคะ กลับมาเป็นคุณคนเดิมเถอะนะ” พระพายลูบแก้มสากที่มีไรเคราอ่อน ๆ ด้วยความรัก แล้วกระซิบบอกเขาเบา ๆ อยากให้เขารับรู้ยิ่งนักว่าเวลาเธอเห็นเขามองนิชาด้วยแววตาเศร้ามันยังมีอีกคนที่เศร้าและเจ็บมากกว่าเขาอยู่ตรงนี้
“ที่รักจ๋า ตื่นได้แล้วครับ สายแล้วนะ” อดัมจูบหน้าผากมนที่เอาแต่นอนไม่รู้ตื่น ทั้งยังดูผิดวิสัยของหญิงสาวที่ปกติมักจะตื่นเช้าเสมอ จะว่าเมื่อคืนเขาจัดหนักจนเกินไปก็ไม่ใช่เพราะปกติก็จัดหนักตลอดเวลาแต่เมียรักก็ตื่นก่อนเขาเสมอ นอกจากวันนี้จนชายหนุ่มนึกกังวลกลัวว่าเมียรักจะไม่สบายเอา“อื้อ! อย่ากวนได้ไหมคะ” พระพายปัดมืออดัมด้วยความหงุดหงิดที่เขามากวนเวลาพักผ่อนของเธอ“ครับ ๆ พี่ไม่กวนแล้วคนดีนอนเถอะนะ” อดัมบอกเมียรักแล้วจูบหน้าผากเธออีกครั้งก่อนที่จะผละออกจากเตียง แต่มือเล็ก ๆ กลับรั้งเขาเอาไว้“อย่าเพิ่งไปค่ะ” พระพายงัวเงียบอกเขา หญิงสาวขยับตัวมานอนหนุนตักอดัมแล้วหลับตาต่อ ชายหนุ่มจึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เธอนอนได้สบาย“คนดีเป็นอะไรครับไม่สบายรึเปล่า” อดัมลูบหัวพระพายด้วยความห่วงใย“ไม่แน่ใจค่ะ เพลีย ๆ นิดหน่อยอยากแต่จะนอน”“งั้นนอนนะครับพี่อยู่ตรงนี้แหละ” อดัมบอกด้วยความเอ็นดู ในใจก็นึกสงสัยว่าคงเป็นเพราะโดนผัวจัดหนักถึงได้เพลียขนาดนี้“ไม่นอนดีกว่าค่ะ พายหิวแล้ว” อยู่ ๆ พระพายก็ผลุนผลันลุกขึ้นจนอดัมนั่งงงเพราะตามอารมณ์ของเมียรักไม่ทัน“อ้าว! ไม่นอนแล้วเหรอครับ”“ไม่ค่ะ หิวแล้ว” พระพายส่
ตกเย็นอดัมก็กลับมารับพระพายที่บ้าน ก่อนที่ชายหนุ่มจะจะตกตะลึงไปกับความงดงามของร่างบางตรงหน้าที่สวมชุดราตรียาวเข้ารูปสีครีมประดับเลื่อมด้วยความประณีตจากแบรนด์ดัง ทั้งยังสวมสร้อยเพชรและข้อมือเส้นเล็กที่ดูเข้ากันกับชุดแต่ทว่าราคาของมันกลับแพงริบจนอดัมนึกชมในความตาคมของเมียรัก ผมยาวสยายถูกเกล้าขึ้นและถูกตกแต่งด้วยเพชรประดับผมอย่างพอเหมาะ“สวยมากเมียจ๋า สวยจนไม่อยากให้ออกไปไหนเลย” อดัมเดินเข้ามากอดเอวร่างบางแล้วกระซิบชมเธอให้ได้ยินกันสองคน เรียกรอยยิ้มเขินอายจากร่างบางได้เป็นอย่างดี ทั้งยังรอยยิ้มจากบรรดาสาวใช้และช่างแต่งหน้าทำผมที่มองทั้งคู่ด้วยความชื่นชมในความน่ารักและเหมาะสมกันของทั้งคู่“ขอบคุณค่ะ พี่จะอาบน้ำก่อนไหมคะ” พระพายเอ่ยถามคนรักซึ่งเขาเองก็พยักหน้ารับแล้วรีบขึ้นไปจัดการอาบน้ำแต่งตัวก่อนที่ทั้งคู่พากันไปยังสถานที่จัดงานอดัมพาพระพายมายังงานที่จัดขึ้นในค่ำคืนนี้ เป็นงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทซึ่งจะคลาคล่ำไปด้วยคู่ค้าคนสำคัญ หุ้นส่วน บรรดาผู้บริหารบริษัทในเครือของทริเซียโน่จากหลายประเทศ และบรรดาพนักงานนับพันทำให้ทันทีที่ซีอีโอหนุ่มเจ้าของกิจการปรากฏตัวขึ้นพร้อมทั้งสาวสวยข้างกายที่
“วันนี้ไปงานกับพี่นะครับ” อดัมเอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังทานอาหารเช้ากันอยู่“คะ ไปงาน? พายเตรียมตัวไม่ทันหรอกมั้งคะ จะไปเกะกะพี่เปล่า ๆ” พระพายทวนถามอีกครั้ง ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยชวนเธอไปงานด้วยสักครั้งจนหญิงสาวนึกน้อยใจที่ไม่เคยมีโอกาสได้คบกันอย่างเปิดเผย บางคราวเธอก็รู้สึกเหมือนเป็นเมียเก็บที่ได้กอดทะเบียนสมรส“ไม่หรอกพาย พี่นัดช่างกับห้องเสื้อเอาไว้ให้แล้วครับ เดี๋ยวช่วงสายเขาจะเอาชุดมาให้ที่รักลอง ส่วนเครื่องประดับก็อยู่ในเซฟบนห้องนะ พายเคยเปิดดูรึยัง”“ไม่เคยค่ะ” พระพายส่ายหน้า ใครจะไปเคยเปิดเซฟของเขากันล่ะเขาไม่เคยบอกรหัสเสียหน่อย พระพายนึกไปถึงตู้เซฟที่ฝังตัวอยู่มุมภายในของห้องแต่งตัวใหญ่ ขนาดบานตู้ของมันเท่า ๆ กับบานประตูเลยทีเดียว อยากรู้นักว่าเขารวยอะไรนักหนาถึงต้องมีตู้เซฟใหญ่ขนาดนั้นไว้ภายในห้อง“งั้นถ้าที่รักได้ชุดแล้วก็ไปเลือกเครื่องประดับในเซฟได้เลยนะครับ แต่งตัวสวย ๆ รอพี่นะตอนเย็นพี่จะมารับ ส่วนรหัสชั้นแรกวันเกิดพี่ ชั้นที่สองวันเกิดเมียจ๋า ส่วนชั้นในสุดรหัสวัน...” อดัมลุกขึ้นยืนหลังจากที่จัดการกับอาหารเสร็จแล้วสบตากับร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประกายวาบหวาม มือหนาเ
“พายจ๋า~” อดัมเรียกชื่อหญิงสาวเสียงหวานทันทีหลังจากที่มิเชลออกไปพ้นจากห้อง เขารู้สึกหวาดหวั่นกับสายตาที่เธอใช้มองมิเชลเมื่อครู่ นับวันแม่นางฟ้าแสนหวานของเขาก็นับแต่จะดุขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาชักกลัวว่าตัวเองคงไม่พ้นต้องไปอยู่ในสมาคมคนกลัวเมียเข้าสักวัน“อย่ามาทำเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนั้นค่ะ หวังว่าต่อไปนี้คงจะไม่อำนวยความสะดวกให้บรรดาคู่นอนอีกนะคะ” พระพายปรายตามองอดัมอย่างหมั่นไส้ก็พ่อคุณเล่นเปย์ให้คู่ขาที่ถูกใจซะจนรายได้ที่ควรจะได้รับหายไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เพราะทุกสัญญาเช่าหรือสัญญาจัดงานต่าง ๆ ที่เป็นของมิเชล หญิงสาวได้รับสิทธิพิเศษจ่ายเพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์จากราคาจริงเท่านั้น ไหนจะที่ดินหลายสิบไร่ที่เขาให้นางแบบสาวยืมพื้นที่ทำโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าฟรี ๆ นั่นอีก“มะ ไม่มีแล้วจ้ะ พี่สัญญา” อดัมยิ้มแห้งให้พระพาย“ดีแล้วค่ะ เพราะถ้ามีพี่จะไม่ได้เห็นหน้าพายอีก พายจะหนีไปให้ไกลเลยคอยดู” เธอขู่เขาด้วยท่าทางเอาจริงทำเอาอดัมนึกหวั่นใจกลัวว่าเธอจะหนีเขาไปจริง ๆ“อย่าพูดแบบนั้นที่รัก อดีตพี่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้แต่พี่สัญญานับตั้งวันที่พี่ได้พายกลับมาและจากนี้ไปจนวันตายพี่จะมีแค่พายคนเดีย





