LOGINกำนันพาก อายุ46ปี เป็นกำนัน+เจ้าของไร่พักใจ(2000ไร่) เป็นพ่อหม้าย(เมียเสีย) ชีวิตนี้ไม่คิดจะมีเมียใหม่ จะอยู่คนเดียวไปจนตาย (ทำไมเด็กนั่นมันหน้าคล้ายเมียข้า) เจ้าขา เด็กฝึกงานเกษตร อายุ25ปี(อายุเยอะเพราะซิ่วไงจ๊ะ มีปัญหาอะไรไหม) ชอบคนแก่ ชอบคนแก่ ชอบคนแก่ ลูกสาวเจ้าของทุเรียนห้าร้อยไร (ก็ว่าทำไมมองแปลกๆ ที่แท้หน้าเหมือนเมียเก่าเขาที่เสียไป) นิยายเรื่องนี้มีทั้งโรแมนติก+ดราม่า มีฉาก nc
View More“นี่เราจะไปฝึกงานบ้านนอกจริงดิเจ๊ ผีเข้าหรือไง” ลดาเอ่ยอย่างสงสัย เจ๊เจ้าขาติดหรูจะตายไป ไหนบอกว่าเบื่อต้นไม้เบื่อบ้านนอกที่ตัวเองเคยอยู่ ไหงอยู่ ๆ ถึงเปลี่ยนใจอยากไปฝึกงานที่ไร่พักใจ ไร่ชื่อดังจังหวัดหนองคาย
“ส่งเอกสารไปตั้งหลายวันละ นี่มึงจะถามกูซ้ำ ๆ แบบนี้ทุกวันเลยไหม” เจ้าขาที่นอนฟุบกับโต๊ะเงยหน้ามาบ่นเพื่อนที่ถามคำถามนี้กับเธอได้ทุกวัน ตั้งแต่ส่งเอกสารจนตอนนี้ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันฝึกงานแล้ว เปลี่ยนใจตอนนี้คงทันมั้ง “เอ๊า ก็คนมันงงอะ เจ๊บอกว่าเบื่อบ้านเลยหนีมาเรียนกรุงเทพ แล้วตอนนี้ก็อยากไปฝึกงานที่หนองคาย งงป่ะ” “เออ กูเบื่อกรุงเทพฯ ฝุ่นก็เยอะ รถก็ติดฉิบหาย อยากอยู่สงบ ๆ บ้าง” สุดท้ายก็ต้องตอบ ถ้าไม่ตอบให้จบ ๆ พนันเลยว่าอีกสองชั่วโมงมันจะโยนคำถามขึ้นมาใหม่ “อ๋อเหรอ ไม่ใช่ว่า ผัวเก่าเจ๊มีเมียเป็นสาวไทบ้านเหรอจ๊ะ” “ปากดี พูดจาเข้าหูกูสักวันไม่ได้เลย กูคิดถูกคิดผิดที่ให้มึงไปฝึกงานที่เดียวกับกูเนี่ย” มีมันไปด้วยคงจะได้สงบแหละ งงมากว่าเป็นเพื่อนกันได้ยังไง แต่ก็เลิกคบกันไม่ได้เพราะมีกันอยู่แค่นี้ “ถ้าลดาไม่ไปที่เดียวกับเจ๊ เจ๊จะด่าใครล่ะ เหงาปากแย่” อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ไม่แปลกเลยที่มันไม่มีผัว ใครจะทนความกวนของมันได้ แต่เดี๋ยว..กูก็ไม่มีผัวนี่หว่า ฉันชื่อ เจ้าขา อยู่ปีสี่ เรียนเกษตร แต่ว่าฉันอายุยี่สิบห้าปี ลดาเลยเรียกฉันว่าเจ๊ ถ้าถามว่าทำไมฉันอายุเยอะ ก็ซิ่วไง เหตุผลที่ซิ่วก็เพราะผัวเก่านี่แหละ ไม่ต้องด่าฉันว่าโง่นะเพราะรู้แล้ว แต่ย้อนเวลาได้ก็จะทำแบบเดิม สะใจฉิบหายตอนไปโผล่งานแต่งมันกับเมียมัน ทำให้กูกลายเป็นเมียน้อยได้เนี่ย มันต้องโดนแบบนี้แหละ ฉันคบกับไอ้ธีร์ได้สามปีกว่า มันอายุสามสิบแปด ถ้าถามว่าแล้วทำไมฉันถึงไม่สงสัยในตัวมันเลย ก็เพราะเราอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน หลับนอนด้วยกันแทบทุกคืน แล้วฉันจะไปรู้ได้ไงว่ามันมีเมีย มาจับได้ทีหลังว่า ที่มันบอกไปสัมมนาต่างจังหวัดที่แท้ไปหาเมียเก่าที่บ้านนอก ไปเดือนละสามวัน ฉันก็เลยไม่ได้สงสัยอะไร กล้าดียังไงทำให้เจ้าขาเป็นเมียน้อยได้ถึงสามปี ไม่ต้องด่าฉันว่าโง่นะ บอกว่ารู้แล้ว ถึงจะแค้นมาก แต่ก็สารภาพว่าช่วงนั้นฉันพังไปเลย คบกันมาตั้งสามปี ตอนนั้นก็ยอมรับว่ารักเขามากจริง ๆ แต่ถึงรักยังไงฉันก็ไม่รักใครมากกว่าตัวเองหรอก ให้เป็นเมียน้อยตายยังดีกว่า อับอาย โชคดีที่มันยังไม่ได้กินฉัน เห็นดูแรด ๆ แบบนี้ พ่อแม่เลี้ยงฉันมาหัวโบราณมาก คือฉันจะไม่มีอะไรกับใครก่อนแต่ง ฟังดูโบราณนะ แต่ฉันอยากเก็บครั้งแรกไว้ให้คู่ชีวิตของฉันจริง ๆ สเปกของฉันก็ไม่มีอะไรมาก ขอแค่อายุเยอะกว่า ไม่เอาแบบสองสามปีนะ อย่างต่ำก็ขอสิบปี ใช่ฉันชอบคนแก่แบบชอบมาก หมาเด็กตี๋อะไรเจ้าขาไม่สนใจหรอก ชอบคนมีอายุมีความเป็นผู้ใหญ่ กระเป๋าหนัก จะหาผัวทั้งทีขอให้รวยกว่าตัวเองเนาะ แต่ก็อาจจะยากหน่อย เพราะฉันเป็นลูกเจ้าของสวนทุเรียน ห้าร้อยไร่ ยังไม่รวมกับธุรกิจพี่ชายอีกสี่คนของฉันนะ ข้อความ (วันนี้เจอกันไหมครับ พี่จองร้านอาหารอิตาลี่ไว้แล้วครับ) คนตัวเล็กจ้องมือถืออยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็ตอบตกลงไปสั้น ๆ “ค่ะ อยู่มหาลัยค่ะ” ความจริงอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตรงสเปกเธอหรอกนะ พี่แมนอายุแค่สามสิบ ห่างแค่ห้าปี แต่วันนี้ก็ว่างอยู่พอดี ไปกินข้าวฟรีก็ไม่เสียหาย “มึง วันนี้มึงขับรถกลับเองนะ กูจะไปกินข้าวกับผู้” เจ้าขาโยนกุญแจรถบีเอ็มให้ลดา ซึ่งลดาก็ชินแล้ว เรามาเรียนด้วยกันโดยรถฉัน และกลับด้วยกัน รวมถึงเราอยู่คอนโดเดียวกัน แน่นอนว่าคอนโดฉัน พ่อซื้อให้ตอนฉันมาเรียนที่นี่ ฉันชวนลดามาอยู่ด้วยเพราะขี้เหงา ความจริงฉันให้เธออยู่ฟรี แต่เธอขอเป็นคนจ่ายค่าไฟทุกเดือน “คนไหน” คำถามที่ลดาจะถามเสมอ “พี่แมน” “โอเค งั้นดูแลตัวเองด้วย มีอะไรก็โทรมานะ” ถึงเราทั้งสองจะปากดีใส่กันตลอด และถึงลดาจะเป็นคนกวน ๆ แต่มุมดี ๆ ก็มี เจ้าขาเลยไว้ใจและสนิทกับลดาที่สุด พอเลิกเรียนพี่แมนก็มารอฉันหน้ามหาลัยก่อนเวลาฉันเลิกเรียน ฉันไม่ชอบรอ ถ้านัดเดทแล้วใครมาสายแค่นาทีเดียวฉันจะเลิกคุยทันที และเรื่องนี้ฉันแจ้งให้ทุกคนที่ฉันคุยด้วยรับทราบไว้แต่ต้น “สวยขึ้นหรือเปล่าครับ พี่ว่าน้องเจ้าขาสวยขึ้นนะ” ขึ้นรถมาก็ปากหวานเลย “ยังไงคะ เจ้าขาก็เหมือนเดิมนะ" “นั่นสิ ทำไมทุกครั้งที่เจอ สำหรับพี่เจ้าขาสวยขึ้นตลอด” มือใหญ่เอื้อมมาจับผมฉันทัชหูให้เหมือนในหนัง แต่บอกตรง ๆ ว่าขนลุก มันน่าจะได้ผลแต่กับคนที่ชอบนะ ฉันทนฟังคำพูดเลี่ยนหูตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงร้านอาหาร ร้านถือว่าดีไซน์โอเค เรียบหรูดูแพง ฉันชอบนะ เราสั่งอาหารมาสี่ห้าเมนู แค่นี้ก็น่าจะกินกันไม่หมดแล้วนะ มันเลี่ยน แต่ที่ฉันชอบเลยคือ สปาเกตตีคาร์โบนารา ร้านนี้ทำอร่อยดี แต่ถ้าถามว่ากินเยอะแล้วเลี่ยนไหม ก็เลี่ยน “อร่อยไหมครับ” เขาถามพร้อมกับตักลาซานญาใส่จานให้ฉัน “ก็อร่อยค่ะ แต่ว่าเจ้าขาเลี่ยนแล้ว” “งั้นเดี๋ยวพี่สั่งน้ำผลไม้ให้ไหมครับ” “ไม่เป็นไรค่ะ พอแล้ว เจ้าขาอิ่มแล้ว” “ครับ วันนี้น้องเจ้าขาไปนอนคอนโดพี่ไหมครับ พี่เพิ่งซื้อแมวพันธุ์ชินชิล่ามา น่ารักนะ เจ้าขาต้องชอบแน่เลย” “ขอคิดดูก่อนนะ แต่ไม่ใช่วันนี้ วันนี้เจ้าขาเรียนเหนื่อยมาก อยากพักผ่อน” ตานี่เอาแมวมาล่อเหรอ นี่มันยุคไหนแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะได้กินฉันเพราะมุขนี้ “พี่ว่าแล้ว ว่าน้องเจ้าขาต้องปฏิเสธ วันนี้พี่มีของมาเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” เขาหยิบถุงแบรนด์เนมออกมายื่นให้ฉัน ฉันรับมาก็เห็นว่าเป็นกระเป๋าสีชมพูเหรอ ก็สวยดี “เคยมีหรือยังครับ ชอบไหม พี่ว่าสีมันหวานน่ารักเหมือนเจ้าขา เลยซื้อมาให้ แต่ไปนอนห้องพี่ได้ไหมครับ ถ้าเจ้าขาเหนื่อยเดี๋ยวพี่นวดให้ก็ได้” ฉันพลิกกระเป๋าดูทุกมุมเพราะรู้สึกแปลก ๆ “ไม่เคยมีสีนี้ค่ะ มีแค่สีขาว แต่เดี๋ยวนะ ทำไมมันไม่ค่อยเหมือนของเจ้าขา อย่าบอกนะว่าของปลอม นี่พี่ซื้อของปลอมมาให้เจ้าขาเหรอ” ฉันถามออกไปตรง ๆ เอาล่ะ ฉันเริ่มหัวเสียแล้วนะ ไม่ซื้อให้ก็ไม่ได้ว่า แต่จะซื้อของปลอมมาให้ฉันถือให้อายชาวบ้านหรือไง โกหกอีกแล้ว ผู้ชายนี่เหมือนกันหมดไหม ฉันลุกขึ้นยืนอย่างหัวเสีย ก่อนจะโยนกระเป๋าคืนให้เขา “เจ้าขาพูดอะไร พ..พี่ไม่ได้ซื้อของปลอมนะ พี่ก็ดูของแบรนด์เนมไม่เป็น เขาอาจจะหลอกขายพี่ก็ได้ ทำไมเจ้าขามองพี่ในแง่ร้ายแบบนี้” “โกหกเพื่อ พอเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับเจ้าขาอีกนะ แล้วอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก ไม่รวยจริงไม่ว่า แต่จะแกล้งรวยเพื่อ น่าอายจริง ๆ” ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นทันที โดยไม่สนสายตาคนอื่นที่กำลังมองโต๊ะเราอยู่ ว่าจะจบที่ตรงนั้นนะ แต่ตานั่นก็ตะโกนขึ้นมา “แหม มึงรวยตายแหละ ข้าวทุกมื้อกูก็เป็นคนเลี้ยง” โถ่อีลูกตุ๊ด ฉันเดินกลับไปหาเขาแบบไม่คิด ถ้าทุกคนเห็นหน้าตามันตอนนี้คงจะหัวเราะออกมาแล้ว หน้ามันซีดอย่างกับไก่ต้มตอนเห็นฉันเดินกลับมา ฉันหยิบแบงก์พันออกจากกระเป๋าวางไว้ให้มันปึกนึง ซึ่งไม่รู้ว่าเท่าไหร่ ก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย ที่ทำให้โต๊ะรอบข้างหลุดหัวเราะออกมา “รวยกว่ามึงแล้วกัน ไอ้ตุ๊ดเอ๊ย” ไม่ต้องถามว่าอีตาแมนจะอับอายแค่ไหน ฉันเดินจนสุดประตูร้านยังได้ยินเสียงหัวเราะอยู่เลย สมน้ำหน้าข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ