登入'เวกัส' ชายหนุ่มที่เพิ่งพ้นโทษออกจากคุกด้วยข้อหาที่เขาไม่ได้ก่อ เขาสูญเสียอิสรภาพและ 'มีอา' น้องสาวคนเดียวไปเพราะฝีมือของ 'ออสติน' ชายหนุ่มลูกเศรษฐี ในอดีตเวกัสยากจนและไม่มีเงินสู้คดี ทำให้เขาต้องติดคุกและปล่อยให้น้องสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยว เวกัสกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและแก้แค้น โดยพุ่งเป้าไปที่ 'เอวา' หญิงสาวที่เวกัสเข้าใจว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดและเป็นดวงใจของออสติน เวกัสใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายและหนี้สินที่ออสตินทิ้งไว้ บีบบังคับให้เอวาต้องจดทะเบียนสมรสกับตน เพื่อดึงเธอลงมาตกระกำลำบากและใช้เป็นเครื่องมือทรมานจิตใจออสติน แต่แผนการแก้แค้นกลับผิดคาด เมื่อเวกัสได้ใกล้ชิดและสัมผัสเนื้อแท้ของเอวา เขาเริ่มหวั่นไหวและค้นพบความจริงทีละน้อยว่า เอวาเองก็เป็นเพียงเหยื่อที่ถูกออสตินหลอกใช้ ทว่ากว่าเวกัสจะยอมรับความจริงและหัวใจตัวเอง เอวาก็บอบช้ำจนเกินจะทน และที่สำคัญ...เธอกำลังตั้งครรภ์สายเลือดของเขา
查看更多แผ่นกระเบื้องหินอ่อนสีเข้มภายในสถานที่ทำงานส่วนตัวถูกขัดจนเงาวับ สะท้อนแสงไฟสว่างไสวที่ถูกจัดวางตำแหน่งมาอย่างพิถีพิถัน อวิกาไล่สายตาตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวอย่างวัสดุตกแต่งภายในบนโต๊ะกระจกตัวกว้าง มือบางขยับแผ่นไม้และตัวอย่างผ้าม่านให้เข้าที่เข้าทาง นิทรรศการออกแบบผลงานครั้งสำคัญกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบที่สุด
ความเงียบสงบภายในห้องถูกทำลายลงเมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักให้เปิดออกกว้าง กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ จำนวนคนกว่าห้าชีวิตที่เดินเรียงรายเข้ามาทำให้พื้นที่ที่เคยกว้างขวางดูคับแคบลงถนัดตา หญิงสาวชะงักมือที่กำลังจัดเรียงเอกสาร ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก แต่ยังคงพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย
"พวกคุณเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไงคะ" อวิกาเอ่ยถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นเครือเอาไว้ใต้ความนิ่งขรึม
ไร้ซึ่งคำตอบจากกลุ่มชายชุดดำ พวกเขาเพียงแค่ขยับตัวแยกออกเป็นสองฝั่ง เปิดทางให้ใครบางคนที่เดินตามหลังมาปรากฏตัวขึ้น
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานกระจก เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง เค้าโครงหน้าคมคายดุดันประกอบกับรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากยิ่งตอกย้ำความน่าเกรงขาม นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองมาที่เธอด้วยความเย็นเยียบจนคนถูกมองรู้สึกชาวาบไปถึงกระดูกหลัง
วัชรวิชญ์กวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากหยักลึกเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่มือหนาจะโยนแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะกระจก เสียงของแข็งกระทบพื้นผิวโปร่งใสสั่นสะเทือนความเงียบงันภายในห้อง
"เปิดดูสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจคุกคาม
อวิกามองหน้าชายแปลกหน้าสลับกับแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสับสน มือบางเอื้อมไปเปิดแฟ้มเหล่านั้นออกดูช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยกวาดอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ก่อนที่ลมหายใจจะสะดุดกึกเมื่อเห็นเนื้อหาภายใน
มันคือสัญญากู้ยืมเงินและเอกสารค้ำประกัน ตัวเลขจำนวนเงินห้าสิบล้านบาทเด่นหลาอยู่บนหน้ากระดาษ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นไม่ใช่จำนวนเงินมหาศาล แต่เป็นลายเซ็นในช่องผู้ค้ำประกัน... ลายเซ็นของเธอเอง
"นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันไม่เคยเซ็นเอกสารพวกนี้" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นขวับ สบตากับคนร่างสูงด้วยความไม่เข้าใจ
"ลายเซ็นนั่นเป็นของคุณ หรือจะเถียงว่าไม่ใช่" วัชรวิชญ์สวนกลับทันควัน แววตาคมกริบหรี่ลงจับจ้องปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
"มันเป็นลายเซ็นฉัน แต่ฉันไม่เคยค้ำประกันเงินกู้ให้ใคร คุณเอาเอกสารปลอมพวกนี้มาจากไหน" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามรวบรวมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช "ปลอมอย่างนั้นเหรอ... ไปถามผัวตัวดีของคุณดูสิ ว่ามันเอาเอกสารพวกนี้มาประเคนให้ผมถึงมือได้ยังไง"
ชื่อของอนลถูกเอ่ยพาดพิง อวิกานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว อนลคือแฟนหนุ่มของเธอ เขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และมักจะนำเอกสารมาให้เธอเซ็นในฐานะนักออกแบบภายในอยู่บ่อยครั้ง แต่เธออ่านเนื้อหาทุกครั้งก่อนจรดปากกา ไม่เคยมีเอกสารกู้ยืมเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
"คุณอนลไม่มีทางทำแบบนี้ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น" เธอเถียงกลับ แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน
"งั้นก็โทรหามันสิ" วัชรวิชญ์ท้าทาย พยักพเยิดหน้าไปทางโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ "โทรเรียกมันมายืนยันต่อหน้าผม ว่ามันไม่ได้ทิ้งหนี้ก้อนนี้ไว้ให้คุณรับผิดชอบ แล้วหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว"
มือบางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์คนรักอย่างรวดเร็ว เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากลับไม่มีผู้รับสาย หญิงสาวกดโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินพื้นที่ในหัวใจ ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
"ทำไมไม่รับสายล่ะ เอวา" ร่างสูงก้าวประชิดขอบโต๊ะ โน้มตัวลงมาหาคนตัวเล็กกว่า "หรือว่ามันบล็อกเบอร์คุณไปแล้ว"
อวิกากำโทรศัพท์แน่นจนข้อขาว นิ้วเรียวกดส่งข้อความหาอนลรัวๆ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆ เธอเงยหน้ามองชายแปลกหน้าตรงหน้า แววตาสั่นระริก "คุณต้องการอะไร"
"เงินห้าสิบล้าน พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย" เขาตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่นทุกคำพูด
"ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ แล้วฉันก็ไม่รู้เรื่องหนี้ก้อนนี้ด้วย ฉันจะไม่รับผิดชอบสิ่งงที่ฉันไม่ได้ก่อ" เธอเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาสิทธิของตัวเองอย่างถึงที่สุด
"คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" วัชรวิชญ์กระแทกเสียง มือหนาคว้าข้อมือบางที่กำลังจับขอบโต๊ะไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "ชื่อของคุณหราอยู่บนเอกสารค้ำประกัน ในเมื่อตามตัวไอ้อนลไม่ได้ คุณก็ต้องเป็นคนจ่าย"
"ปล่อยฉันนะ!" เธอพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้น
"ผมให้เวลาคุณสามวัน" ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "หาเงินมาคืนผมให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่อย่างนั้น... สถานที่ทำงานสวยๆ ของคุณที่นี่ จะถูกยึดมาเป็นของผมทั้งหมด"
"เรียกชื่อฉันอีก... ให้ดังกว่านี้" เขาสั่งเสียงพร่า โถมแรงทั้งหมดที่มีเข้าใส่คนใต้ร่างโดยไม่คิดจะออมแรง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่จะตอกย้ำความเป็นเจ้าของอวิกาสมคบคิดกับอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน เธอแอ่นหยัดสะโพกรับสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นอย่างเต็มใจ สองแขนเรียวรั้งให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมารับจูบที่ดูดดื่มและเรียกร้อง รสชาติแห่งความปรารถนาผสมผสานกลมกลืนจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนเริ่มต้น"อ๊า... พี่เวกัส... เอวาไม่ไหวแล้ว..." เสียงหวานครางกระเส่า ร่างกายบิดเร่าเมื่อความรู้สึกปั่นป่วนเดินทางมาถึงจุดสูงสุด สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเธอถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาตอบสนองเขาอย่างเต็มที่ เล็บสั้นจิกลงบนแผ่นหลังกว้างจนเกิดรอยแดงจังหวะรักทวีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นจนแทบมองไม่ทัน วัชรวิชญ์กระแทกกระทั้นกายเข้าหาเป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่นกว้าง ประสานกับเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่อวิกาหวีดร้องยาวนาน ร่างกายโค้งหยัดและกระตุกเกร็ง ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนาจนสิงโตหนุ่มต้องคำรามลั่น เขาสวนสะโพกเข้าหาเป็นครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยกระแสน้ำอุ่นจัดเข้าส
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโดยสารอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่กำลังต่อสู้กับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว วัชรวิชญ์กระชากรถออกตัวอีกครั้ง ขับตรงกลับไปยังเพนต์เฮาส์ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆหัวใจของอวิกาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธจัดขนาดนี้มาก่อน ความหึงหวงที่ไร้เหตุผลของเขากำลังจะนำพาความหายนะมาสู่เธออีกครั้ง และเธอรู้ดีว่า บทลงโทษสำหรับความผิดที่เธอไม่ได้ก่อในครั้งนี้ มันจะต้องรุนแรงและเจ็บปวดกว่าครั้งไหนๆรถยนต์ยุโรปคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์ด้วยความเร็วที่แทบจะเบรกไม่อยู่ เสียงยางเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังก้อง วัชรวิชญ์ปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็ว เปิดประตูรถก้าวลงไปและอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารกระชากเปิดออกกว้างเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ท่อนแขนแข็งแรงตวัดรั้งร่างบางของอวิกาให้ก้าวลงจากรถ บังคับให้เธอเดินตามเข้าไปในลิฟต์ กดปุ่มชั้นบนสุดด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น บรรยากาศภายในลิฟต์สี่เหลี่ยมแคบๆ เต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียด หญิงสาวยืนตัวสั่นพิงผนังลิฟต์ หลบสายตาดุดันที่มองมาอย่างจาบจ้วงทันทีที่ประตูลิฟต
"จำเป็นงั้นเหรอคะ!" อวิกาสะบัดมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ความโกรธที่สะสมมานานปะทุขึ้น "จำเป็นต้องหลอกใช้ชื่อฉันไปค้ำประกันเงินกู้ แล้วทิ้งหนี้ห้าสิบล้านไว้ให้ฉันรับผิดชอบคนเดียวงั้นเหรอ! คุณรู้ไหมว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง คุณรู้ไหมว่าฉันต้องสูญเสียอะไรไปบ้างเพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ!"น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อคลอขึ้นมาที่หางตา อวิกามองอดีตคนรักด้วยความรังเกียจและผิดหวังอย่างที่สุด เธอเคยโง่เขลาที่มอบหัวใจให้ผู้ชายคนนี้ แต่ตอนนี้เธอตาสว่างแล้ว"พี่ขอโทษ เอวา พี่กำลังหาทางแก้ไขเรื่องนี้อยู่" อนลพยายามก้าวเข้ามาใกล้ พยายามจะคว้ามือเธออีกครั้ง "พี่ยังรักเอวานะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม พี่สัญญาว่าจะดูแลเอวาให้ดีที่สุด""อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" อวิกาถอยหลังกรูด "ความรักของคุณมันก็แค่คำโกหก! คุณไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง... เลิกยุ่งกับฉันสักที แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!""ปล่อยมือจากเมียกูซะ ไอ้ออสติน!"เสียงคำรามลั่นดังสนั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความตกใจ ร่างสูงใหญ่ของวัชรวิชญ์พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว แววตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะที่พ
"แล้วนี่แกเป็นไงบ้าง ไอ้บ้านั่นมันทำอะไรแกหรือเปล่า" ริชาถามด้วยความเป็นห่วง สายตากวาดมองไปรอบๆ เพนต์เฮาส์สุดหรู"ก็... ไม่มีอะไรหรอก ฉันสบายดี" อวิกาตอบเสียงแผ่ว หลบสายตาจับผิดของเพื่อนริชาหรี่ตาลงมองเพื่อนสนิทอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาของเธอสะดุดเข้ากับรอยแดงจางๆ ที่โผล่พ้นคอเสื้อของอวิกาออกมาเล็กน้อย"เอวา... รอยที่คอแกนั่นมันอะไร" ริชาชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นด้วยความตกใจอวิกาสะดุ้ง รีบยกมือขึ้นปิดคอเสื้อตัวเองแน่น ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นมาทันที "มะ... ไม่มีอะไรหรอก มดกัดน่ะ""มดกัดบ้าอะไรใหญ่ขนาดนั้น! แกอย่ามาโกหกฉันนะ เอวา" ริชาจับไหล่เพื่อนทั้งสองข้าง บังคับให้สบตา "ไอ้เวกัสมันทำอะไรแกใช่ไหม มันข่มขืนแกเหรอ!""ไม่ใช่นะริชา! เขาไม่ได้ข่มขืนฉัน" อวิการีบปฏิเสธเสียงหลง น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "มันเป็นอุบัติเหตุ... เราเผลอใจไปนิดหน่อย""เผลอใจ? แกเนี่ยนะเผลอใจให้กับคนที่ขู่บังคับแกมาแต่งงานด้วย" ริชามองเพื่อนด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ "แกเสียสติไปแล้วหรือไง เอวา แกกำลังตกหลุมรักคนที่ทำร้ายแกเหรอ""ฉันไม่ได้รักเขา!" อวิกาสวนกลับทันควัน เสียงสั่นเครือ "ฉันเกลียดเขา แกก็รู้.