مشاركة

บทที่ 9

last update تاريخ النشر: 2026-07-23 06:42:18

ด้านนอกมีสาวใช้สองคนคุกเข่าก้มหน้า ถัดไปมีเสี่ยวซุนยืนอยู่ข้างๆ ไป๋เสวี่ย อา...นางไม่ต้องเดาแล้วว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เกรงว่าเสี่ยวซุนคงกลัวจนเป็นคนไปบอกเรื่องนี้ให้ฉีเฟิงเยี่ยนรับรู้กระมัง

“ฮูหยินหาต้องใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ข้าเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่นับจากวันนี้หากข้าต้องการแยกเรือนครัวท่านคงไม่ตำหนิข้า”

อยู่ในจวนเดียวกันแต่กลับขอแยกเรือนครัว! เขาเสียสติไปแล้วหรือ มิใช่ว่าเขาเป็นผู้อาศัยหรือไร เป็นเพียงบุตรบุญธรรมแต่กลับขอแยกครัว รู้ไปถึงที่ใดฉีฮูหยินไม่ถูกตำหนิติฉินก็แปลกแล้ว!!

“มากไปแล้วนะ เจ้าเป็นเพียงผู้อาศัยมีสิทธิ์อะไรขอแยกเรือนครัว หากเจ้ากล้าดีก็แยกจวนไปเลยสิ!!”

เพี๊ยะ! นั่นเป็นเสียงซีกแก้มของคนพูดถูกมารดาตบเข้าให้ คนพูดประโยคโง่งมผู้นั้นก็คือคุณหนูเก้าฉีซวงซวง

“ท่านแม่ ท่านตีข้าเพราะเขา?” ฉีซวงซวงเม้มปากน้ำตาคลอ มือกุมแก้มที่คงมีรอยแดงขึ้นชัดเจนเพราะน้ำหนักมือของฉีฮูหยินนั้นไม่เบาเลย “ก็แค่ปาโต้ว[1]ไม่ถึงตายเสียหน่อย”

“คุณหนูเก้า” ฉีเฟิงเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบ “แม่นางเสวียนช่วยชีวิตข้าเอาไว้หลายครั้ง นางบาดเจ็บจนแทบเดินไม่ได้ก่อนมาถึงที่นี่ ข้ารอดกลับมาส่งข่าวเพื่อขอกำลังเสริมให้พ่อบุญธรรมก็เพราะนาง หากไม่มีนางข้าอาจมาถึงเมืองหลวงช้ากว่ากำหนด กำลังเสริมอาจส่งถึงนอกด่านช้า ถึงเวลานั้นพ่อบุญธรรมที่อยู่นอกด่านจะเป็นอย่างไรเจ้ารู้หรือไม่ เจ้าเกิดเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่แห่งซย่าเทียน ไม่เคยมีผู้ใดอบรมสั่งสอนหรือว่าไม่ว่ากระทำการใดบ้านเมืองต้องมาก่อน ข้านึกไม่ถึงเลยว่าขอเพียงได้กลั่นแกล้งข้า เจ้าจะถึงขั้นไม่ลังเลหรือไตร่ตรองให้ถ้วนถี่สักนิด”

“ขะ...ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ากลับมาเพื่อขอกำลังเสริม! จะไปรู้ได้อย่างไรว่านางช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ เจ้าไม่บอกผู้ใดสักคำก็พานางเข้ามาในจวน...” ฉีซวงซวงพูดไม่จบก็ถูกสายตาของฉีเฟิงเยี่ยนทำเอาถอยไปหนึ่งก้าว เสียงที่จะเปล่งชะงักไปทันที

“ข้าเป็นกุนซือของกองทัพตระกูลฉี กลับเข้าเมืองหลวงในยามสงครามเจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดเล่า เจ้าไม่ได้เรียนรู้การเป็นสตรีจวนแม่ทัพเลยหรือ หรือทระนงตนว่าเป็นคุณหนูที่เกิดจากฮูหยินเอก ผู้ใดในจวนก็ล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา? หากวันนี้เป็นข้าที่ดื่มยานั่นเข้าไปแล้วล้มป่วยจนกลับนอกด่านไม่ทัน เกรงว่าชีวิตนับร้อยของคนตระกูลฉีก็คงจบสิ้นเพราะการที่เจ้าบอกว่าไม่รู้กระมัง”

บกพร่องในหน้าที่จนนอกด่านถูกข้าศึกโจมตี หากเสียเมืองย่อมเป็นตระกูลฉีที่ต้องรับผิดชอบ โทษที่ว่าหนักหนาถึงขั้นประหารทั้งตระกูล!

ฉีฮูหยินหน้าชาเพราะประโยคยาวๆ ทว่าราบเรียบของฉีเฟิงเยี่ยน การตำหนิบุตรสาวของนางต่อหน้านางก็เท่ากับตำหนินางนั่นละ ทั้งการอบรมสั่งสอน ทั้งเรื่องที่เขากลับมาเมืองหลวงในฐานะกุนซือ มิใช่เพียงคุณชายสิบสองจวนแม่ทัพ สิ่งที่เกิดขึ้นในจวนแม่ทัพที่บัดนี้นางเป็นคนดูแล ดังนั้นนางนี่อย่างไรเล่าที่ต้องแบกรับ

“เฟิงเยี่ยน ข้ารับรองว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะสอบสวนแล้วลงโทษคนทำผิดโดยไม่ลำเอียง เจ้าก็...ยอมถอยสักก้าวได้หรือไม่”

“ข้าไม่ติดใจแต่แรก ฮูหยินไม่จำเป็นต้องลำบากใจ” เขามองไปยังฉีซวงซวง “แต่ข้ายังยืนยันว่าต้องการแยกเรือนครัว และนับจากนี้ก็หวังว่าเรือนของข้าก็ควรจะเป็นเรือนของข้า จะอย่างไรข้าก็เป็นบุรุษปล่อยสตรีเดินเข้าๆ ออกๆ โดยพลการเกรงว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร”

“แล้วการที่เจ้าหอบหิ้วสตรีไม่มีหัวนอนปลายเท้าเข้ามาที่จวนของ...” ฉีซวงซวงพูดยังไม่ทันก็โดยสายตาของมารดาปรามเอาไว้

[1] สลอด ทำให้เกิดอาการท้องเสีย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เสวียนเหยา   บทที่ 18

    “แม่ทัพ?” เสวียนเหยาขมวดคิ้วมองคนที่สมควรอยู่ที่นอกด่าน ด้วยข่าวสงครามบอกว่าข้าศึกติดพันจนต้องส่งทัพเสริมออกไปช่วยต้านศัตรู คนผู้นี้ก็คือ ฉีเหยียน...แม่ทัพใหญ่แคว้นซย่าเทียน“แม่นางผู้นี้คงจะเป็น...หยกอันอวี่?” เขาประสานสองมือคารวะนาง“ข้าไม่ใช่” นางพูดเสียงเรียบ “แม้จะเคยแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว” นางส่งฉีเฟิงเยี่ยนให้คนของฉีเหยียนพาเข้าไปในกระโจม “ไม่ว่าพวกท่านกำลังวางแผนใดอยู่ เปลี่ยนแผนเสีย มีคนของพวกท่านคอยเป็นสายให้ฝ่ายตรงข้าม มือสังหารที่ไล่ล่ามาเห็นชัดว่ามั่นใจว่าฉีเฟิงเยี่ยนจะใช้เส้นทางตะวันออก” กล่าวจบก็เดินตามฉีเฟิงเยี่ยนไปในกระโจมหมอถูกตามเข้ามาในกระโจมทันที บาดแผลของฉีเฟิงเยี่ยนไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วง เขาเพียงเสียเลือดเยอะไปใบหน้าที่ซีดขาวจึงดูย่ำแย่กว่าเดิม ตอนที่ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นนั่งแต่หมอห้ามไม่อยู่ เสวียนเหยาก็ส่งเสียงเข้ามา “ปล่อยเขา หากเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วพวกท่านช่วยไปก็เปล่าประโยชน์”คิ้วเรียวมุ่นลงดวงตาจ้องเขม็งไปยังฉีเฟิงเยี่ยน หมอสามคนถอนหายใจออกมาเบาๆ ขอตัวออกไปทันทีด้วยความโล่งอก ฉีเฟิงเยี่ยนยังไม่ได้สวมเสื้อกายท่อนบนมีเพียงผ้าพันแผลซึ่งยังคงมีเลือดซึมออกม

  • เสวียนเหยา   บทที่ 17

    เสวียนเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ข้าวนเวียนบนภพภูมินี้มานาน นานจนคิดว่าสามารถปล่อยวางหลายๆ เรื่องลงได้แล้ว ข้าหวังว่าเจ้าที่อยู่กับมนุษย์มาหลายปีจะเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเช่นกัน แต่เจ้าแม้แต่ชีวิตก็ไม่คิดจะรักษาเพียงเพื่อช่วยพวกเขา แล้วคิดหรือว่าพวกเขาจะรับรู้ คนก็สิ้นใจไปนานแล้ว...ฉีเฟิงเยี่ยน คนอยู่ต่างหากที่ต้องการการปลดปล่อย ไม่ใช่คนที่ไม่รับรู้เรื่องทางโลก”เห็นเขาก้มลงมองกล่องภาพวาดนางก็ได้แต่หวังว่าคำพูดของนางจะทำให้เขาคิดได้บ้าง ทว่านึกไม่ถึงเลยว่าจริงๆ แล้ว ที่เขายึดติดไม่ใช่เพียงบิดา มารดา และแคว้นซย่าเทียนเท่านั้น แต่เขากลับยังยึดติดกับนางด้วย!!!รถม้าที่กำลังจะพาชายหนุ่มออกจากเมืองหลวงแล่นออกจากกำแพงเมือง ในรถม้าเสวียนเหยาขมวดคิ้วมองไปในความมืด ส่งสายตาบอกไป๋เสวี่ยให้ออกไปคุ้มกันด้านนอกกับองครักษ์อีกนับยี่สิบ“มีคนตามเรามา” นางปิดม่านรถม้าลง เห็นฉีเฟิงเยี่ยนยังคงกอดภาพวาดที่มารดาของเขาทิ้งเอาไว้ให้ คราแรกนางคิดว่าเขาคงเห็นเป็นของสำคัญ เพียงเพราะภาพวาดนี้มารดาของเขาเป็นคนวาด ทว่านางคิดผิด...การไล่ล่าสังหารครานี้ไม่ผิดจากที่พวกเขาคาด มือสังหารกว่าสามสิบคนพุ่งเป้ามายังรถม้า ทั

  • เสวียนเหยา   บทที่ 16

    “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ของมีค่าใดจะสำคัญเท่าชีวิต” นางตำหนิแต่ก็ช่วยลูบหลังลูบไหล่เมื่อเห็นเขายังสำลักควันไฟ เห็นเขาไม่ยอมวางกล่องไม้นั่นเมื่อนางยื่นมือออกไปรับ นางขมวดคิ้วแต่ก็ปล่อยผ่านค่ำคืนมืดมิดเปลวไฟกลืนกินซานเหอย่วนอย่างรวดเร็ว แม้ตัวบ้านเก่าแก่ทว่าเวลานี้อากาศชื้นยากยิ่งจะเกิดประกายไฟ ดังนั้นเหตุการณ์เพลิงไหม้ย่อมต้องมีคนวางเพลิงอย่างไม่ต้องสงสัยนอกจากนั้นผู้คุ้มกันบางส่วนรวมไปถึงสาวใช้ยังหลับสนิทราวกับถูกวางยา เรื่องนี้จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีผู้จงใจวางเพลิงสังหารเสวียนเหยา ไม่ก็...อยากล่อฉีเฟิงเยี่ยนให้ออกมา“เจ้าโง่งมหรือ” เสวียนเหยากอดอกมองฉีเฟิงเยี่ยนที่หน้าเตียง ท่านหมอกำลังใส่ยาที่มือและแขนของอีกฝ่าย ด้วยตอนวิ่งเข้าไปเอาของสำคัญออกมาเขาโดนไฟลวก “ต้องการซ่อนตัวเพื่อไม่ให้ศัตรูล่วงรู้แต่ทะเล่อทะล่าออกมายังที่แจ้งเพียงเพราะเพลิงไหม้ เช่นนั้นจะวางแผนซับซ้อนซ่อนตัวไปทำไมกัน”ฉีเฟิงเยี่ยนถอดหายใจออกมา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองนาง ท่านหมอเองก็ทำการรักษาเงียบๆ ไม่เอ่ยปาก กระทั่งด้านหลังมีเสียงฝีเท้าวุ่นวายเดินเข้ามา“เฟิงเยี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง” หลงเส้าเทียนและชายานั่นเอง เพราะต้

  • เสวียนเหยา   บทที่ 15

    เสวียนเหยากำลังจะเดินพ้นประตูวังหลวง รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งมาจอด ผู้มาก็คือฉีฮูหยินและฉีซวงซวงบุตรสาว ทั้งสองลงจากรถม้าและชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นนาง“นึกไม่ถึงว่าจะพบเจ้าที่นี่” ฉีฮูหยินกล่าวทั้งยังเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว ฉีซวงซวงมองนางตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าจากนั้นแค่นยิ้ม“สตรีบ้านป่าไม่รู้กาลเทศะ แต่งกายราวกับผู้ไม่ได้รับการอบรมเข้าวังหลวง โชคดีจริงๆ ที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าเคยอาศัยจวนตระกูลฉีช่วงหนึ่ง หาไม่ตระกูลฉีคงขายหน้าแย่”เสวียนเหยาหันไปมองอีกฝ่ายโดยไม่ได้กล่าวอะไร และนั่นทำให้ฉีซวงซวงอึดอัดทนไม่ไหว “เจ้ามองอะไร”“มองไก่ป่าที่คิดว่าตัวเองคือหงส์” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า “แพรพรรณฉูดฉาด เครื่องประดับสักแต่ประโคมความหรูหรา ไร้รสนิยมสิ้นดี แม้แต่สีสันจัดจ้านไม่เข้ากันสักนิดยังกล้าสวมใส่ ไม่เรียกไก่ป่าหรือยังมีสิ่งอื่นให้เรียก”“เจ้า!”รถม้าอีกคันวิ่งเข้ามาจอดเช่นกันเป็นรถม้าหรูหรามีป้ายตำหนักหนิงหวงแขวนเอาไว้ ทว่าผู้ที่ก้าวลงมากลับเป็นสตรีในชุดสีเขียวอ่อนน่ามอง เครื่องหยกน้อยชิ้นทว่าดูหรูหรา กิริยาที่ก้าวลงมาจากรถม้าอ่อนช้อยทว่าคล่องแคล่วน่ามอง“

  • เสวียนเหยา   บทที่ 14

    “จริงคือเท็จ เท็จคือจริง ข้าต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่าเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง”“เริ่มต้นขึ้นแล้วหรือ”“ใช่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว”การแก่งแย่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว องค์ชายกำลังห้ำหั่นเพื่อบัลลังก์มังกร เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของฮ่องเต้ นางเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ แม้เป็นบิดาก็ไม่อาจควบคุมความกระหายในอำนาจของโอรส อำนาจก็เหมือนของน้ำหวานที่ทั้งดึงดูดและยั่วเย้า ขอเพียงมีโอกาสผู้ใดเล่าจะไม่อยากลิ้มลอง“มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องในห้องนี้อีก”“องค์ชายเก้า”นางเงียบไปนานมากคล้ายกำลังครุ่นคิดใคร่ครวญอย่างละเอียด “ข้าขอเตือน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างที่ท่านหวังหรือไม่ สิ่งที่เขาติดค้างท่านก็จะจบลงที่การแก่งแย่งครั้งนี้”“แต่เฟิงเยี่ยนกับองค์ชายเก้าเป็นสหายที่ดีต่อกันเสมอมา การจะพาเฟิงเยี่ยนไปจากที่นี่...”นางแค่นหัวเราะ “ไม่ใช่ท่านเพียงคนเดียวที่เขาติดค้าง ในเมื่อข้อแลกเปลี่ยนของท่านจะจบลงตรงที่องค์ชายเก้าขึ้นครองบัลลังก์ เช่นนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยดีหรือไม่ ข้าจะพาเขาไปจากซย่าเทียน”นางพูดจบก็เดินออกมาจากห้องนั้น ทว่าระหว่างออกมาจากตำหนักหลงคุน องค์ชายเก้าหลงเส้าเทียนก็ยืนรอนางอยู่แล้ว บุรุษหล่อเหลา

  • เสวียนเหยา   บทที่ 13

    ใบหน้าแก่ชรายิ้มให้นางบางๆ ท่าทางอ่อนแอของอีกฝ่ายทำให้นางนึกถึงคำพูดของฉีเฟิงเยี่ยน บัลลังก์กำลังจะเปลี่ยนมือแล้วในอีกไม่ช้า“แม่นางเสวียนในที่สุด”อีกฝ่ายยกมือขึ้นกวักมือเรียกนางให้เข้าไปใกล้ เสวียนเหยาเดินเข้าไปอีกห้าก้าวหยุดตรงหน้าเก้าอี้มังกร สีหน้าราบเรียบไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้แสดงการคำนับ ตรงกันข้ามกลับยืดหลังตรงด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง“ข้าไม่ประหลาดใจสักนิดที่ท่านแสดงท่าทีเช่นนี้กับ...ฮ่องเต้ซย่าเทียน”เสวียนเหยาแค่นหัวเราะ “แล้วท่านยังคาดหวังสิ่งใดกับผู้ที่ถูกทรยศหักหลัง” มันเริ่มต้นมาจากอดีตฮ่องเต้แคว้นซย่าเทียน ปีนั้นฮ่องเต้ปรารถนาในสามของวิเศษ แผ่นดินวุ่นวายแตกแยก ของวิเศษและผู้ครอบครองหลบเร้น นางพลัดหลงกับกระบี่หวงหลงและพัดวารี ทำให้สองคนนั้นสนิทสนมจนก่อเกิดเป็นความใกล้ชิด...“ข้าไม่อาจปฏิเสธว่าบรรพบุรุษของข้าทำผิดต่อสามผู้ครอบครองของวิเศษ ทว่าก็ไม่อาจแบกรับความผิดที่ตัวข้ากำลังพยายามแก้ไข”เสวียนเหยามองอีกฝ่ายนิ่ง“ข้ารอ...รอว่าเมื่อไหร่เขาจะหาท่านพบ ในที่สุดก็มีโอกาสได้พบท่านก่อนตาย ในที่สุดก็ได้พบผู้ครอบครองของวิเศษครบทั้งสามคน ได้มีโอกาสคุกเข่ายอมรับผิด...” เขาลงจากเก้าอี้มัง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status