Masukเรื่องราวของหนุ่มเจ้าของไร่ ที่เผลอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสาวมัธยมปลาย แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่หญิงสาวกำลังจะคลอดพอดี เขาจึงกลายเป็นคุณพ่อแบบไม่ทันได้ตั้งตัว...
Lihat lebih banyakคืนเจอหน้า
ไร่ธีรเมธ(ไร่ชา)🌿
“ไอ้กร!” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทขึ้นมา เมื่อเปิดประตูออกมาจากบ้านที่เขาอาศัยอยู่
บ้านสองหลังที่อยู่ในเขตบริเวณไร่แห่งนี้ เป็นบ้านทรงสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ที่ตกแต่งอย่างทันสมัย ซึ่งตั้งอยู่กลางไร่ชาของเขานั้นเอง มีขนาดใหญ่ปานกลางไม่ใหญ่มากสักเท่าไหร่ ซึ่งสร้างคู่กันมากับหลังที่อยู่หน้าทางเข้าไร่ และหลังนั้นเขาสร้างไว้สำหรับรองรับแขก และญาติพี่น้องที่เดินทางมาหา
ส่วนหลังนี้ที่อยู่กลางไร่ จะมีเพียงเจ้าของไร่เท่านั้นที่พักอาศัยอยู่เพียงลำพังตามสไตล์หนุ่มโสด จะไม่มีบุคคลใดได้ย่างก้าวเข้ามา นอกเสียจากเพื่อนสนิท ที่คบกับมาและทำไร่ด้วยกัน แต่ก็นาน ๆ ที ที่จะมาเยี่ยมเยือนกัน
ถัดออกไป จะเป็นบ้านพักของคนงาน และพนักงานในไร่ มีสำนักที่อยู่ติดกันเยื้องออกไปอีกทางไม่ไกลกันมากนักเท่าไหร่ และมีโรงอาหารเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนในไร่อีกด้วย
“ครับคุณธีร์” เสียงทุ้มขานรับขณะกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่หน้าบ้านของเจ้านายหนุ่ม
นิกร ชายหนุ่มวัยสามสิบปี ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทของเจ้าของไร่แห่งนี้ รับตำแหน่งเป็นเลขาฯ และหัวหน้าคนงาน และสามารถทำงานทุกอย่างแทนเจ้านายได้เป็นอย่างดี
“เมื่อเช้า ใครเป็นคนขับกระบะเข้าเมือง” เจ้าของบ้านถามขึ้นมาทันที เมื่อรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณโรงจอดรถตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว
“ไอ้วิทย์ครับ คุณธีร์ถามทำไมหรือครับ หรือว่าต้องการอะไรเพิ่ม...” นิกรเอ่ยตอบเพียงแค่สั้น ๆ
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานของแกเถอะ” เขารีบเดินกลับเข้าไปด้านในทันที เมื่อรู้คำตอบ
ธีรเมธ ภัทราตระกูล หรือ ธีร์ ชายหนุ่มเจ้าของไร่ชา ในวัยเพียง 32 ปี เขาเป็นลูกชายของ ธารา และ รดา มีพี่น้องร่วมกัน 2 คน เขาเป็นพี่ชายคนโต มีน้องสาวคือ ธีรดา ซึ่งอายุห่างกันตั้ง 5 ปี และน้องสาวก็มีครอบครัวไปแล้ว ปัจจุบันครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครกันทั้งหมด
บิดาและมารดามีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเอง มีกิจการห้างสรรพสินค้ามากมายหลากหลายสาขาในเมืองหลวง และต่างจังหวัด และหนึ่งในนั้น ก็มีที่นี่รวมอยู่ด้วย
ชีวิตที่แสนอิสระ เพราะไม่มีใครมาคอยบงการชีวิตของเขา และทำอะไรก็ได้โดยที่ทางครอบครัวไม่รู้ เพราะเขาที่เป็นผู้ชายไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว
“ตัวแสบ! โดนยับขนาดนั้นยังจะมีแรงลุกหนีไปได้อีกน่ะ” เสียงทุ้มพ่นออกมาทันที เมื่อเข้ามาในบ้านของตน
ย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อคืน
ขณะที่เขากลับออกมาจากไร่ของ อคิราห์ ซึ่งเป็นเจ้าของไร่องุ่น เขากับเพื่อนอีกคนตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์และสังสรรค์ค้างแรมกันที่นั่น แต่กลับถูกอคิราห์เซอร์ไพรส์กลับแบบไม่ทันได้ตั้งตัว
ซึ่งอคิราห์คือเพื่อนสนิทที่มีครอบครัวเป็นคนแรกในกลุ่มพวกเขา คงจะคือตัวจริงอย่างแท้แน่นอน ไม่เช่นนั้นคนอย่างอคิราห์ไม่มีทาง พามาอยู่ที่ไร่ด้วยเป็นเด็ดขาด
พวกเขาทั้งสาม จะไม่พาผู้หญิงอื่นใดเข้ามาในเขตพื้นที่ของตนเป็นอันขาด นอกเสียจากคนในครอบครัว และหญิงคนรัก ซึ่งคนรักของพวกเขาก็ยังไม่มี เพราะยังครองโสดกันมาจนอายุปาเข้าไปเลขสามแล้ว
เขาและเพื่อน ซึ่งก็คือ เธียรวัฒน์ เจ้าของไร่ส้มจึงพากันเดินทางกลับออกมาจากไร่ของเพื่อนตั้งแต่หัวค่ำ แต่เขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับไร่ของเขาเองเลย เขากำลังคิดที่จะหาสิ่งล่อตาล่อใจ ก็ในเมื่อนาน ๆ ที ที่เขาจะมีเวลาว่างได้ออกมาเพียงลำพัง โดยไม่มีคนสนิทตามมา เขาคงไม่กลับไร่ไปโดยที่ยังไม่ได้หาความสุขแน่
รถยนต์ราคาแพงจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อบนถนนเส้นใหญ่ใจกลางเมืองนี้ เขาแวะซื้อของใช้ส่วนตัว เมื่อพบว่าภายในรถไม่มีเหลือเลยแม้สักชิ้น คืนนี้เขาตั้งใจจะไปเที่ยวสถานบันเทิง เผื่อว่าจะมีเหยื่อที่ถูกตาต้องใจสักคน มาให้เขาได้ขย้ำบ้าง เพราะห่างหายจากการมีเซ็กส์มานานแล้ว
“ฮึก ฮือออ...”
เสียงคร่ำครวญของใครคนหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาท เมื่อเท้ายาวกำลังจะเดินมาขึ้นรถ สายตากวาดมองไปรอบ ๆ กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ก่อนที่จะเปิดประตูรถออก
“ทำบ้าอะไรของเธอ!” เสียงตวาดดังลั่นออกมาทันที เมื่อเขากำลังจะเข้าไปนั่งในตำแหน่งประจำคนขับ แต่กลับมีหญิงสาวรายหนึ่งปรากฏตัวยืนขวางรถเขาไว้
หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มวัยประมาณราว ๆ ยี่สิบ จากสายตาที่เขามองสำรวจว่าไม่ผิดแน่ โฉมงามแต่งตัวธรรมดาด้วยเสื้อยืดสีขาวสะอาดตา กับกางเกงยีนส์สีเข้มรัดรูป ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่งเติม ดูเป็นธรรมชาติ
“หนูขอติดรถไปด้วยได้ไหมค่ะ” เสียงเล็กของหญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นเหนืออกไหว้วอนขอเขาอย่างใจจริง
“ฉันมีธุระต้องไปที่อื่นต่อ คงไม่มีเวลาไปส่งเธอหรอก” เสียงเข้มตวาดตอบออกไป เมื่อจ้องหน้าหญิงสาวกลับไป
“นะคะ ถ้าคุณไม่ให้หนูไปด้วย ถ้าอย่างนั้น...ฮืออออ...ไอ้ผัวเฮงซวย ผัวไม่รักดี พี่จะหนีฉันไปหาเมียน้อยอีกแล้วใช่ไหม ฮืออออ...” เธอหากได้สนใจคำพูดของเขาไม่ กลับทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง เมื่อเธอกำลังตระโกนร้องลั่นออกมา
“หยุด! หยุด! รีบมาขึ้นรถ!” เสียงเข้มรีบเอ่ยห้าม แล้วบอกเธอมาขึ้นรถทันที เพราะเกรงว่าคนที่เห็นเหตุการณ์จะเข้าใจเขาผิดเอา
หญิงสาวยิ้มแป้นรีบปาดน้ำตาออกแบบลวก ๆ แล้ววิ่งขึ้นมาเปิดประตู ขึ้นไปนั่งบนรถของเขาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มผุดขึ้นมา ด้วยความดีใจ
“แล้วจะให้ไปส่งที่ไหนล่ะ” เขาถามเธอขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเคลื่อนรถออกไปจากตรงนี้
“XXX Club ค่ะ” เธอเอ่ยตอบเพียงแค่ประโยคสั้น ๆ
“พอดีเลยฉันก็กำลังไปที่นั่นอยู่เหมือนกัน” เขาขานรับเธอ และมุ่งหน้าไปยังจุดหมายทันที เมื่อรู้ว่าจุดหมายปลายทางของเธอคือที่เดียวกัน
“ทำไมพวกผู้ชายถึงชอบไปในที่แบบนี้กันนักน่ะ ที่นั่นมันมีอะไรดี” เธอย่นคิ้วบ่นออกมาอย่างไม่เข้าใจ
คิ้วเข้มขมวดคิดวิตก และคอยชำเลืองมองคนที่นั่งมาด้วยเป็นครั้งคราว แต่ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้ เธอน่าจะอายุราว ๆ ยี่สิบ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ไปในสถานที่แบบนั้นหรอก เมื่อภายในรถเกิดความเงียบ ไม่มีการสนทนาใด ๆ จากคนทั้งสอง
“แล้วเธอชื่ออะไร”
“คุณชื่ออะไร”
ทั้งสองปริปากขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่ได้นัดหมาย เขาได้แต่ขบคิดอยู่ภายในใจ ที่เธอถามเขา นี่เธอไม่รู้จักเขาจริง ๆ เหรอ เขาแปลกใจที่เธอถามชื่อเขา เพราะคนในพื้นที่นี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่กับเธอคนนี้ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย แถมยังกล้าขึ้นรถมากับเขาที่เป็นผู้ชายทั้งแท่ง แบบไม่เกรงกลัวอะไรเอาเสียเลย
“หนูชื่อชะเอมค่ะ แล้วคุณละคะ” เธอเป็นฝ่ายเอ่ยบอกเขาก่อน พร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มหวานผุดขึ้นมา
ทำเอาหัวใจแกร่งของเขากระตุกวูบขึ้นมา จนแทบจะขับรถต่อไม่ได้ ซึ่งอาการนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่เพื่อนสมัยเรียนหายออกไปจากชีวิตเขา แล้วแบบนี้มันคืออะไร เขาป่วยเหรอ หรือว่าเขาจะตกหลุมรักเธอคนนี้เข้าแล้ว ธีรเมธได้แต่ก้นถามตัวเองอยู่ภายในใจ
"ให้ตายสิ จะมาใจแตกตอนอายุสามสิบกว่าไม่ได้นะไอ้ธีร์"
“นี่เธอไม่รู้จักฉันจริง ๆ หรือว่าแกล้งกันแน่” เขาถามเธอกลับไปด้วยความแปลกใจที่เธอไม่รู้จักเขา เพราะพวกหญิงสาวใหญ่ในเมืองนี้ ต่างเข้าหาเขา และรู้จักทั้งนั้น
“ถ้ารู้ หนูคงไม่ถามหรอกค่ะ” เธอสวนขึ้นมาทันที เพราะเธอไม่รู้จักเขาจริง ๆ ผิดหรือ
“ธีรเมธ เรียกว่าธีร์เฉย ๆ ก็ได้” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ พร้อมกับขับรถต่อไปเรื่อย ๆ
เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงบอกเธอไปหมดแบบนั้น เพราะปกติ จะไม่มีใครเรียกเขาธีร์ นอกเสียจากครอบครัว และคนสนิท แต่เขากลับลั่นวาจาบอกเธอไปเสียทุกอย่างสะงั้น
ความหื่นของพ่อแม่ลูกสอง“ก็พี่ธีร์ อื้อออ” เธอหันหน้ากลับมาหาเขา และกำลังจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่ก็ต้องถูกกลืนลงไปคืน เมื่อธีรเมธนั้นยื่นหน้ามาประกบจูบปากของเธอทันที โดยไม่สนว่าใครนั่งอยู่และมองเขา“อยากพาขึ้นเตียงตอนนี้จังเลย” เสียงแหบพร่าเอ่ยเบา ๆ ตรงหน้าเธอเมื่อถอนจูบออก“อายเพื่อนพี่บ้างสิค่ะ” เธอค้อนใส่เขาทันที ที่เขาอะไรรแบบนี้กับเอต่อหน้าเพื่อน ๆ ของเขา“ไม่เห็นต้องอายเลย ใครไม่อยากมองก็หลับตาสิ เอมอยากดื่มอะไรเต็มที่เลย วันนี้ถือว่าเป็นวันของเอมน่ะ” เขาประกาศออกมาเสียงดัง พร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่จะหันมาเอ่ยเสียงนุ่มบอกกับเธออย่างเอาใจ“จะมอมเหล้าให้เอมเมาหรือค่ะ” เธอถามเขาอย่างรู้เชิงกัน“มิบังอาจครับ” เขารีบปฏิเสธทันควัน พร้อมกับส่งสายตามองเธออย่างหวานเชื่อม ราวกับว่าตรงนี้มีเพียงแค่เขาและเธออยู่กันสองคนเสียอย่างนั้น“สวีทกันก็เกรงใจลูกกูบ้างเถอะ เพื่อน ๆ นั่งหัวโด่กันอยู่เต็ม ไม่น่าละที่มึงถึงมีลูกหัวปีท้ายปี หื่นได้ทุกที่ ไม่อายคน” เธียรวัฒน์แทรกขึ้นมาทันที เมื่อธีรเมธทำกับว่าพวกเขาเป็นธาตุอากาศเสียอย่างนั้น พร้อมกับส่ายหน้าให้อย่างเอือมระอา
สามปีต่อมา คุณธีร์รีสอร์ต🏕 สามหนุ่มนัดเลี้ยงสังสรรค์ฉลองในวันเรียนจบของภรรยาทั้งสอง ที่สามารถจบได้ภายในสองปีครึ่งตามที่เจ้าของไร่คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด และตอนนี้ทายาทเจ้าของไร่ส้มของเธียรวัฒน์ก็ได้ลืมตาออกมาดูโลกได้ หกเดือนแล้ว และวันนี้ทุกคนมาฉลองกันที่ คุณธีร์ รีสอร์ต ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นมหาศาลจากผู้เป็นปู่มอบให้แก่หลานชายสุดที่รัก ที่กลายเป็นที่รักของทุกคนไปแล้วในตอนนี้ คุณธีร์เด็กชายวัยสามขวบเศษตอนนี้เริ่มพูดเก่ง เข้ากับคนได้ง่าย เพราะความน่ารักช่างพูด ทำให้ทุกคนเอ็นดูกัน “ไม่คิดจะมีอีกคนเหรอไอ้ธีร์” อคิราห์ถามขึ้นมา กลางวงสนทนา ที่ทุกคนนั่งปูเสื่อรวมตัวกันอยู่ที่สวนหน้าบ้านพักของรีสอร์ต ซึ่งจัดไว้สำหรับเด็ก ๆ เล่นกัน ตั้งแต่ธีรเมธกับเอมิกาแต่งงานกัน ทั้งคู่ก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แทน เพราะธีรเมธทำบ้านน็อกดาวเอาไว้พัก สำหรับครอบครัว สวนที่ไร่ชา ให้เป็นหน้าที่ของนิกรเป็นผู้ดูแลแทน เขาจะเข้าไปดูบ้างเป็นครั้งคราว เพราะตอนนี้เขาได้ขยายพื้นที่ต่อเติมบ้านให้รอบิดาและมารดาที่พึ่งจะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่ “ก็อยากมีนะ แค่คุณเมียไม่อนุมัติทำไงได้วะ คงได้แต่รอวันที่เอมไปเอาเข็มยาคุมออ
รวมพลหนุ่มบ้านไร่สองปีผ่านไปเอมิกาได้กลับเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยดั่งใจหมายตามความต้องการของธีรเมธผู้เป็นสามี หลังจากที่เธอคลอดลูกสาวได้สามเดือน และลูกคนเล็กตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบแล้ว ธีรเมธเป็นคนเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง โดยที่เขาเคยบอกกับเธอเอาตั้งแต่แรก และเขาก็ทำได้ดีมากอีกด้วย ทั้งเลี้ยงลูก ทั้งทำงานของตัวเอง และยังเป็นสารถีขับรถรับส่งเธออีกด้วยนาน ๆ บิดาและมารดาของเขาจะบินมาช่วยดูแลลูก เพราะตอนนี้พวกท่านกำลังจัดการธุรกิจ โอนหุ้นและกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกสาวที่อยู่ที่นั่นเป็นคนดูแลต่อ และปีหน้าพวกท่านก็จะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่กันแล้วจันทร์เจ้าขา หรือ เจ้าขา ลูกสาวที่เขาตั้งใจปั้นมาเองกับมือ ตอนนี้กำลังซนตามวัยของเด็กวัยหนึ่งขวบเศษ จนตอนนี้เขาต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอยู่ในช่วงวัยที่กำลังเดิน และทางอคิราห์ก็ได้ให้ภรรยากลับไปเรียนต่อด้วยเช่นกัน กับเอมิกา โดยที่ทั้งคู่เรียนที่เดียวกัน และสาขาเดียวกันอีกด้วยส่วนเธียรวัฒน์และศิริพัชชานั้น จะคอยแวะไปช่วยเลี้ยงลูกของเพื่อนทั้งสอง เพราะทั้งคู่ที่ยังไม่มีทายาทกันสักที แต่ตอนนี้หญิงสาวยอมตามใจสามี ด้วยการเอาวิธีทางกาาแพทย์มาช่วว
ข่าวดีของครอบครัว(เพิ่มตอน)สองเดือนต่อมาณ บ้านภัทราตระกูล กรุงเทพมหานครธีรเมธพาเอมิกาเดินทางมาบ้านเกิดของเขาที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เพราะตั้งแต่ที่เขาและอยู่กินด้วยกันกับเอมิกามา เธอยังไม่เคยได้มาที่นี่ มาที่บ้านเกิดของเขาเลยสักครั้ง ครั้งนี้เขาจึงยอมสละเวลาและทิ้งงานที่ไร่เอาไว้ก่อน แล้วเป็นคนขับรถพาเอมิกามาด้วยตัวของเอง ซี่งระยะทางที่ไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย“จริงเหรอเจ ที่นายบอกว่ายัยเดียร์ท้องแล้ว” ธีรเมธถามย้ำคนเป็นน้องเขยเพื่อความแน่ใจอีกที เมื่อนั่งลงที่โซฟาในห้องโถงรับแขกของบ้านแล้วเจนรินทร์เอ่ยบอกว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์“จริงครับพี่ธีร์ ผมก็พึ่งกลับมาจากพาเดียร์หาหมอเนี่ยแหละต้องขอบคุณสถานที่ของพี่ธีร์มาก ๆ เลย ที่ทำให้ผมได้ลูกแฝด” เจนรินทร์เอ่ยบอกด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“แฝดเลยเหรอ?” ธีรเมธเลิกคิ้วถาม เมื่อน้องเขยคุยโอ้อวดแบบนี้“ครับมาทีเดียวพร้อมกันสองคนเลย แต่ยังไม่ทราบเพศหรอก หมอนัดอีกเดือนทีค่อยซาวด์ดูเพศ” เจนรินทร์ตอบออกมาตามความจริงเท่าที่รู้“บอกพี่หน่อยสิ ว่าลูกแฝดเขาทำกันอีในท่าไหนว่ะ อยากได้เหมือนกัน”“พี่ธีร์ เอมยังอุ้มท้องอยู่แท้ ๆ ยังไม่คลอดเลยนะคะ
ความจริงจากปากรุ่งเช้าธีรเมธพาเอมิกามาอาบน้ำที่บ้านของเขาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะต้องไปอธิบายให้คนที่รออยู่บ้านอีกหลังฟัง และคิดถึงลูกชายด้วย...“ง้อกันจนถึงเช้าเลยนะ แต่ก็ดีที่ยังนึกถึงว่าพวกกูรอมึงอยู่” อคิราห์แซวขึ้นมาทันที เมื่อเห็นธีรเมธเดินจับมือเอมิกาเข้ามาภายในบ้านที่มาพวกเรารอกันอยู่แล
ปรับความเข้าใจ“เป็นแค่สำนักงาน ทำไมถึงมีเตียงนอนละคะ” เอมิกาถามออกมาทันที ที่เข้ามาภายในที่เขาบอกว่าเป็นที่ที่เขาไว้ทำงาน แต่กลับมีอีกห้องที่มีเตียงนอนด้วย“พี่ก็ไว้พักช่วงเวลาทำงานยุ่ง ๆ หรือเหนื่อยมาก ๆ เพราะขี้เกียดกลับบ้าน” เขาเอ่ยตอบ พร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากทางหลังหลวม ๆ“ไม่ใช่ไว้พาใครเข้ามาน
ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนทั้งสองเข้าพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง บนดอยสูงที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูเขาล้อมรอบ พืชพันธุ์นานาหลากสายพันธุ์หลายชนิด และเมฆหมอกไอหนาวปกคลุมไปทั่ว“สวยไหม ชอบหรือเปล่า” สียงนุ่มเอ่ยถาม เมื่อเดินเข้ามาหาเธอที่ยืนดูวิวรอบนอกอยู่ที่ริมระเบียงข้างนอกห้องพัก พร้อมกับสวมกอดเธอจากทา
สานสัมพันธ์ธีรเมธ และ เธียรวัฒน์แยกย้ายกันตั้งแต่อยู่ที่งาน เพราะต่างฝ่ายต่างต้องกลับ และยังมีธุระที่ต้องไปทางอื่นต่อใช้เวลาเพียงไม่นานเท่าไหร่นัก ธีรเมธก็ขับรถมาถึงยังโรงแรมที่มีการเช็คอินเข้าพักตั้งแต่เขาเปิดให้เอมิการออยู่แล้ว“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เสียงนุ่มถามขึ้นมาทันที ที่เปิดประตูเข้ามาพบหญิง




![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)












