แม่ฉันเป็นหญิงแกร่ง

แม่ฉันเป็นหญิงแกร่ง

last updateآخر تحديث : 2025-04-24
بواسطة:  橙花مستمر
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
لا يكفي التصنيفات
191فصول
2.0Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"ฉันเพิ่งรู้ว่าแม่ของฉันเก่งกาจที่สุดในโลกก็ตอนที่แม่ทำทุกอย่างเพื่อฉันและทำให้ฉันเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดมาตลอด ฉันจะเก่งเหมือนแม่และแข็งแกร่งให้เท่าแม่ให้ได้"ซูหนิงเซียว

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอน 1

ณ คฤหาสน์ครอบครัวจ้าวในเมืองหลวง

วันนี้ซูหนิงจิงไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียนในตอนเย็น เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอกลับพบว่าสามีพาผู้หญิงสวยคนหนึ่งพร้อมกับเด็กชายหญิงอีกสองคนนั่งรอเธอกับลูกอยู่ที่ห้องรับแขก ซูหนิงจิงบอกให้ลูกขึ้นไปรอที่ห้องก่อน

“แม่คะ หนูจะอยู่กับแม่”

“แม่ไม่เป็นไรลูก ลูกขึ้นไปรอแม่อยู่ในห้องดี ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟังทีหลัง”

“ก็ได้ค่ะ แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“แม่รู้จ๊ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ รีบไปเถอะ”

จ้าวหนิงเซียวได้แต่หันมองแม่ของเธอระหว่างที่เดินกลับขึ้นไปยังห้องของตนเองที่อยู่บนชั้นสองของบ้านด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความ สิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้เธอพอจะเดาได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอ

ซูหนิงจิงเดินไปนั่งที่เก้าอีกอีกตัวที่ว่างอยู่ เธอมองสามีด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากคนที่เป็นสามีและคนที่ช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาจนมีฐานะร่ำรวยอยู่ในทุกวันนี้

“นี่หลิวอ้ายโหรวภรรยาอีกคนของผม ส่วนเด็กสองคนนั้นก็เป็นลูกของผมเช่นกัน บ้านหลังนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมอยากให้เธอกับลูกเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย คุณคิดว่ายังไง”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า จ้าวไห่ถัง ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณจะกล้าหักหลังฉันมานานถึงขนาดนี้ คุณฟังฉันให้ดี ๆ ถ้าคุณต้องการสามคนนี้ให้เข้ามาอยู่ในบ้าน คุณจะต้องหย่ากับฉันก่อน ส่วนเรื่องหุ้นในบริษัท ฉันจะยังถือครองในส่วนของฉันเหมือนเดิม แต่จะไม่เข้าไปบริหาร หลังจากหย่าเสร็จแล้ว คุณต้องให้เงินสดฉันกับลูกไปตั้งตัวสิบล้าน นี่เป็นทางเลือกเดียวที่ฉันจะให้คุณกับคนของคุณ” ซูหนิงจิงไม่แม้แต่จะเสียน้ำตาให้กับคนอย่างจ้าวไห่ถังที่เธอพอจะรู้เรื่องมาสักพักแล้ว

จ้าวไห่ถังได้แต่ขมวดคิ้วอย่างยุ่งยากใจ ความจริงเขาอยากขอซื้อหุ้นคืนจากซูหนิงจิง แต่ในเมื่อเธอต้องการถือหุ้นเอาไว้แต่ไม่เข้าไปบริหารร่วมกับเขาเหมือนเมื่อก่อน เขาจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้ หากเขาต้องการให้หลิวอ้ายโหรวกับลูก ๆ เข้ามาอยู่ด้วยกัน เขาจำเป็นที่จะต้องแลกเปลี่ยนตามที่ซูหนิงจิงร้องขอ อย่างไรซูหนิงจิงก็ไม่มีลูกชายให้เขาอยู่แล้ว จ้าวไห่ถังจึงยอมตกลงแต่โดยดี

“ได้ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปหย่ากันพรุ่งนี้ ผมจะโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณสิบล้านตามที่คุณขอ หลังจากนั้นผมจะให้อ้ายโหรวกับลูกเข้ามาอยู่ในบ้านนี้แทน”

“ตกลง สิ่งของส่วนตัวของฉันที่อยู่ในบ้านนี้ ฉันจะให้บริษัทขนส่งมาขนไปวันพรุ่งนี้ รอให้ฉันกับลูกออกจากบ้านหลังนี้ก่อน คุณค่อยพาคนของคุณเข้ามาก็แล้วกัน”

“ตกลง ถ้าอย่างนั้นผมจะพาพวกเขากลับไปก่อน คืนนี้ผมจะอยู่กับพวกเขาที่บ้านอีกหลังก็แล้วกัน คุณก็อยู่ที่นี่จนกว่าเรื่องหย่ากับเรื่องขนของของคุณเสร็จแล้วค่อยบอกผมก็แล้วกัน”

“เชิญ ฉันขอตัวไปดูลูกก่อน พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันที่เขต”

“ได้ เจอกันที่เขตพรุ่งนี้”

ซูหนิงจิงไม่สนใจว่าจ้าวไห่ถังจะพาพวกเขาไปอยู่ที่ไหนจนกว่าที่เธอจะขนของออกจากบ้านหลังนี้ที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของเธอกับเขาที่สร้างร่วมกันมา ซูหนิงจิงใช่ว่าจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายปีของสามี เพียงแต่เธอไม่อยากทะเลาะกับเขาจนทำให้ลูกไม่สบายใจเท่านั้นเอง ก่อนที่จะขึ้นไปที่ห้องของจ้าวหนิงเซียว เธอก็ต่อสายหาเพื่อนสนิทที่ทำงานเป็นเลขาให้กับเธอมาตลอดสิบปี

[ เหลียงฟาง พรุ่งนี้ฉันจะไปหย่ากับจ้าวไห่ถัง หลังจากนี้ฉันจะไม่เข้าไปบริหารบริษัทอีก คุณช่วยดูแลบริษัทระหว่างที่ฉันไม่อยู่ด้วยก็แล้วกัน เพราะหุ้นของฉันในบริษัทยังคงถือครองอยู่ 45% เหมือนเดิม ]

[ แล้วหลังจากนี้คุณกับลูกจะไปอยู่ที่ไหนหนิงจิง คุณอย่าทำให้ผมเป็นห่วงสิ ]

[ ฉันจะพาลูกกลับไปอยู่ที่ก้านโจว คุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันกับลูกมากนักหรอก คุณก็รู้ดีว่าฉันต้องแข็งแกร่งเพื่อลูก ]

[ เฮ้อ ผมเสียใจเรื่องครอบครัวของคุณด้วยนะหนิงจิง ผมสัญญาว่าจะดูแลบริษัทแทนคุณให้ดี เพื่อที่คุณจะยังได้เงินปันผลทุกปีจนกว่าวันที่คุณพร้อมจะกลับมา ]

[ ขอบคุณมากนะเหลียงฟาง คุณเป็นเพื่อนที่ฉันเชื่อใจที่สุดแล้วในเมืองหลวง ]

[ ไม่เป็นไร ผมทำทุกอย่างได้เพื่อคุณหนิงจิง ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลย ]

[ ไม่มีแล้วล่ะ ฉันขอตัวไปคุยกับลูกก่อนนะ ถ้าฉันออกจากเมืองหลวงเมื่อไหร่ ฉันจะโทรบอกคุณก็แล้วกัน ]

[ ตกลง งั้นคุณไปคุยกับหลานเถอะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะหนิงจิง ]

[ ขอบคุณมาก แค่นี้นะ ]

หลังจากวางสายแล้ว ซูหนิงจิงนั่งคิดอยู่สักพักว่าเธอจะเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ลูกฟังอย่างไรดี ด้วยเธอไม่อยากให้ลูกเกลียดพ่อของตัวเอง แต่ในเมื่อจ้าวไห่ถังพาพวกเขามาให้ลูกเห็นแบบนี้แล้ว เธอก็คงได้แต่ต้องบอกความจริงและปรึกษาเรื่องการย้ายโรงเรียนของลูกสาวเธอที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่ก้านโจวบ้านเกิดเธอ

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะคุยอะไรกับลูกสาว ซูหนิงจิงไปที่ห้องของจ้าวหนิงเซียวทันที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“หนูไม่ได้ล็อกประตูค่ะ”

“งั้นแม่เข้าไปเลยนะลูก”

แอ๊ด…

“แม่มีอะไรก็พูดกับหนูได้นะคะ หนูโตแล้วไม่ต้องกังวลว่าหนูจะคิดมาก” จ้าวหนิงเซียวยิ้มให้กำลังใจแม่ของตัวเอง

“เฮ้อ แม่รักลูกนะหนิงเซียว เพียงแต่ว่าแม่กับพ่อไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แล้ว ลูกอยากอยู่กับพ่อหรือเปล่า หลังจากแม่หย่ากับพ่อของลูกในวันพรุ่งนี้ แม่จะได้วางแผนการเรียนเอาไว้ให้ลูกก่อนออกจากที่นี่”

“หนูจะอยู่กับแม่ค่ะ พ่อไม่เคยดูแลหนูมาตั้งแต่เด็กแล้ว แม่ก็รู้ แล้วแม่คิดว่าหนูจะอยู่กับพ่อได้ยังไงล่ะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นหากแม่ให้ลูกเปลี่ยนนามสกุลมาใช้แซ่ของแม่ล่ะ ลูกเต็มใจไหม”

“แน่นอนว่าหนูเต็มใจค่ะแม่ ไม่ว่าแม่จะให้ทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน หนูจะอยู่กับแม่เสมอนะคะ หนูรู้ว่าแม่เองก็เสียใจ เพียงแต่แม่ต้องเข้มแข็งเพื่อหนูเท่านั้นเอง ถ้าแม่อยากจะร้องไห้หรือระบายออกมาบ้าง หนูก็จะคอยกอดเป็นกำลังใจให้แม่นะคะ”

จ้าวหนิงเซียวเข้าไปกอดซูหนิงจิงอย่างที่เธอว่าเพื่อรอคอยว่าแม่ของเธอจะมีความรู้สึกเสียใจออกมาบ้างหรือไม่ เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เธอเลยอยากจะให้แม่ของเธอระบายความเศร้าออกมาบ้าง

ซูหนิงจิงที่ได้ยินลูกบอกออกมาแถมยังเข้ามากอดให้กำลังใจเธอ ซูหนิงจิงก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา เธอกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้แล้วลูบหัวลูกสาวคนเดียวของเธอที่คอยเป็นกำลังใจมาให้เธอตลอดตั้งแต่ลูกสาวเริ่มรู้ความ หลายปีมานี้ จ้าวไห่ถังไม่ค่อยกลับบ้าน แต่ลูกสาวเธอก็ไม่เคยถามถึงพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งทำให้เธออดสงสารลูกสาวไม่ได้ หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว ซูหนิงจิงจึงบอกเล่าเรื่องในอนาคตให้กับลูกสาวได้รับฟัง

“หนิงเซียว พรุ่งนี้ลูกไปที่เขตกับแม่เลยนะ หลังหย่าแล้วแม่จะได้พาลูกเปลี่ยนแซ่ให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปทำเรื่องลาออกที่โรงเรียนของลูก จากนั้นแม่จะพาลูกกลับมาเก็บของที่บ้านให้หมดแล้วขนไปที่เมืองก้านโจว แม่อยากเปิดร้านอาหารมานานแล้ว ถ้าเราได้ทำเลดี ๆ เราก็จะได้มีรายได้บ้าง ส่วนเรื่องโรงเรียนที่ก้านโจวก็ไม่น่าจะมีปัญหา แม่จะขอให้ทางโรงเรียนเขียนใบรับรองให้ลูกไปยื่นที่โรงเรียนใหม่ ลูกคิดว่ายังไงถ้าจะต้องย้ายไปที่เมืองอื่นกับแม่”

“หนูยินดีตามแม่ไปทุกที่ค่ะ ขอแค่มีแม่อยู่ หนูอยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แม่ก็รู้นี่คะว่าลูกแม่เก่งแค่ไหน ฮิ ฮิ”

จ้าวหนิงเซียวอยากให้แม่หายเศร้า เธอจึงพูดติดตลกเพื่อให้ซูหนิงจิงยิ้มออกมาได้บ้าง

“แน่นอนว่าลูกสาวของแม่เก่งมาก เอาล่ะ เดี๋ยวแม่จะลงไปดูว่าอาหารพร้อมหรือยัง ลูกค่อยตามลงไปทีหลังก็แล้วกันนะ”

“ได้ค่ะแม่”

ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวอย่างแสนรักก่อนจะลุกออกจากห้องของลูกสาวไปล้างหน้าล้างตาและไปดูว่าแม่บ้านทำอาหารเรียบร้อยหรือยัง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
191 فصول
ตอน 1
ณ คฤหาสน์ครอบครัวจ้าวในเมืองหลวงวันนี้ซูหนิงจิงไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียนในตอนเย็น เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอกลับพบว่าสามีพาผู้หญิงสวยคนหนึ่งพร้อมกับเด็กชายหญิงอีกสองคนนั่งรอเธอกับลูกอยู่ที่ห้องรับแขก ซูหนิงจิงบอกให้ลูกขึ้นไปรอที่ห้องก่อน“แม่คะ หนูจะอยู่กับแม่”“แม่ไม่เป็นไรลูก ลูกขึ้นไปรอแม่อยู่ในห้องดี ๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวแม่จะเล่าให้ฟังทีหลัง”“ก็ได้ค่ะ แม่ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”“แม่รู้จ๊ะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ รีบไปเถอะ”จ้าวหนิงเซียวได้แต่หันมองแม่ของเธอระหว่างที่เดินกลับขึ้นไปยังห้องของตนเองที่อยู่บนชั้นสองของบ้านด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ใช่เด็กที่ไม่รู้ความ สิ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้เธอพอจะเดาได้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอซูหนิงจิงเดินไปนั่งที่เก้าอีกอีกตัวที่ว่างอยู่ เธอมองสามีด้วยสายตาเย็นชา ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินจากคนที่เป็นสามีและคนที่ช่วยกันสร้างบริษัทขึ้นมาจนมีฐานะร่ำรวยอยู่ในทุกวันนี้“นี่หลิวอ้ายโหรวภรรยาอีกคนของผม ส่วนเด็กสองคนนั้นก็เป็นลูกของผมเช่นกัน บ้านหลังนี้ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมอยากให้เธอกับลูกเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย คุณคิดว่ายังไง
اقرأ المزيد
ตอน 2
ซูหนิงจิงเดินไปถึงห้องอาหารแล้วก็เห็นว่าแม่บ้านตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว ในบ้านหลังใหญ่นี้มีแม่บ้านอยู่ไม่น้อย เพียงแต่พวกเธอจะไม่ยุ่งเรื่องของเจ้านายมาแต่ไหนแต่ไร จึงทำให้สามารถทำงานอยู่ที่นี่ได้นานเกือบสิบปีตั้งแต่ที่ซูหนิงจิงกับจ้าวไห่ถังซื้อบ้านหลังนี้มาเมื่อแปดปีก่อน“พวกคุณออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวคุณหนูก็ลงมาแล้ว ค่อยมาเก็บทีหลังก็แล้วกัน”“ค่ะ คุณผู้หญิง”แม่บ้านทั้งสามคนที่ทำงานครัวออกจากห้องอาหารไปอย่างรู้งาน ช่วงหลายปีหลังมานี้คุณผู้ชายไม่เคยกลับมากินข้าวที่บ้านเลย จะมีก็แต่คุณผู้หญิงกับคุณหนูเท่านั้นที่กลับมาอยู่ที่นี่ตลอด แต่พวกเธอก็ไม่กล้าสอบถามอะไรให้ถูกไล่ออกเพราะสอดรู้สอดเห็นเรื่องเจ้านายไม่นานนักจ้าวหนิงเซียวก็มาถึงห้องอาหาร เธอนั่งลงที่เก้าอี้ประจำแล้วคอยตักอาหารใส่ถ้วยข้าวให้แม่อย่างเอาใจใส่ ซูหนิงจิงเองก็คอยตักอาหารให้ลูกสาวเช่นเดียวกัน สองแม่ลูกต่างมีรอยยิ้มมอบให้กันถึงแม้จะเพิ่งผ่านเรื่องราวหนักหนาสาหัสมาได้ไม่นาน นี่เป็นเพราะซูหนิงจิงที่มั่นใจในตัวเองมากและวางแผนอนาคตเอาไว้เสมอไม่ว่าจะเกิดเรื่องดีหรือร้ายเข้ามา อย่างน้อยตอนนี้บริษัทที่เธอกับจ้าวไห่ถังสร้างมาก็ทำกำไรต่อปีได
اقرأ المزيد
ตอน 3
เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ซูหนิงจิงเรียกให้แม่บ้านมาช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปยังห้องของเธอและลูกโดยแบ่งกล่องกันคนละครึ่งจากที่ซื้อมา ส่วนเทปติดกล่องก็แบ่งกันคนละครึ่งเช่นเดียวกัน แม่บ้านไม่สอบถามอะไรมากมายเช่นเคย พวกเธอช่วยคุณผู้หญิงกับคุณหนูยกกันคนละไม้คนละมือขึ้นไปที่ห้องของเจ้านายแต่ละคน หลังจากยกขึ้นไปแล้ว ซูหนิงจิงก็บอกให้พวกเธอออกไปก่อน แล้วค่อยเตรียมอาหารเย็นให้เธอกับลูกทีหลัง แม่บ้านทั้งสามรับคำของคุณผู้หญิงก่อนจะออกจากห้องไปทำหน้าที่อย่างอื่นก่อนถึงเวลาทำอาหารเย็นให้พวกเธอซูหนิงจิงมองภาพห้องนอนที่มีสิ่งของต่าง ๆ มากมายของเธอพร้อมกับถอนหายใจยาว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ซูหนิงจิงก็จะไม่คิดถึงวันเวลาที่แย่ ๆ อีกต่อไป เธอเริ่มเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดลงในกล่องและเหลือไว้เพียงชุดที่จะใส่พรุ่งนี้เท่านั้น ซูหนิงจิงเปิดเซฟที่มีเครื่องประดับที่เธอสะสมเอาไว้เก็บใส่กล่องกระดาษทั้งหมด ถ้าไปถึงที่ก้านโจวแล้วเธอค่อยหาซื้อตู้เซฟใหม่มาเก็บเอาไว้ทีหลัง โชคดีที่จ้าวไห่ถังไม่แอบเอาเครื่องประดับของเธอไปให้ผู้หญิงคนนั้นด้านซูหนิงเซียวเองก็เก็บหนังสือเรียนของเธอลงกล่องจนหมด แล้วจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้ามากมายที่แม่ซื้
اقرأ المزيد
ตอน 4
ซูหนิงจิงมองป้ายซอยตามที่เจ้าของบ้านบอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขับนำรถขนของไปจนกระทั่งถึงหน้าบ้านที่เจ้าของบ้านโบกมือรออยู่ รถสองคันจอดต่อกันก่อนที่ซูหนิงจิงจะลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพายเพื่อจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าและค่าประกันทั้งหมดสองหมื่นหยวน ซูหนิงจิงอ่านเอกสารก่อนจะเซ็นสัญญาเช่าบ้านให้เรียบร้อยเจ้าของบ้านมอบกุญแจบ้านทั้งพวงให้กับซูหนิงจิง ก่อนจะขอตัวกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเช่นกัน“พวกคุณขนของเข้าไปวางไว้ในบ้านได้เลยค่ะ ฉันจะโอนค่าใช้จ่ายให้บริษัทของคุณตามที่ตกลงกันเอาไว้”“ครับ คุณผู้หญิง ขอบคุณมากครับ”ชายทั้งสองช่วยกันยกกล่องทั้งหมดลงจากรถไปโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น ซูหนิงจิงเห็นว่าพวกเขาทำงานดีก็มอบเงินให้พวกเขาคนละหนึ่งพันหยวนเป็นค่าตอบแทนที่พวกเขาช่วยยกของให้พวกเธอสองแม่ลูกชายทั้งสองกล่าวขอบคุณก่อนที่จะพากันขึ้นรถเพื่อขับกลับไปยังเมืองหลวงทันที พวกเขาคิดว่าน่าจะไปถึงตอนมืดแล้วเป็นแน่ เพราะระยะทางไกลไม่น้อย“ลูกเข้าไปดูในบ้านก่อนสิว่าพอจะอยู่ได้สักสองเดือนไหม พรุ่งนี้แม่จะพาลูกไปหาที่เรียนแต่เช้า เราจะได้หาข้าวเช้ากินด้วย ถ้าออกไปซื้ออาหารตอนนี้น่
اقرأ المزيد
ตอน 5
หลังทานข้าวและล้างถ้วยชามเอาไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็ขึ้นไปเอากระเป๋าของตัวเองลงมาด้านล่างและบอกลูกสาวเอาของไปเก็บในรถก่อนไปเปิดประตูรั้ว ส่วนเธอจะล็อกประตูบ้านซูหนิงจิงถอยรถออกจากบ้านและรอให้ลูกสาวปิดประตูรั้วก่อนที่จะมาขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัย ซูหนิงจิงจึงขับรถออกจากหน้าบ้านไป“หนิงเซียวอยากเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐลูก แม่จะได้หาโรงเรียนให้ถูก”“หนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะแม่ แต่เอกชนน่าจะมีสอนภาคภาษาอังกฤษหรือเปล่าคะแม่ ที่โรงเรียนเดิมหนูก็เรียนนานาชาตินะคะ”“อืม นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นเราหาโรงเรียนนานาชาติดูก่อน ถ้าไม่มีค่อยดูว่ามีโรงเรียนไหนที่สอนภาคภาษาอังกฤษก็แล้วกัน เพราะในอนาคตลูกต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะแน่ ๆ”“ได้ค่ะแม่ แล้วแม่พอจะรู้บ้างไหมคะว่าโรงเรียนอยู่แถวไหนบ้าง”“แม่ยังไม่ได้หาข้อมูลเลยลูก แค่เราลองขับรถวนดูในเมืองก่อนก็น่าจะไม่เป็นไรมั้ง เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนเมืองหลวงนะลูก แม่คิดว่าน่าจะมีโรงเรียนแค่ไม่กี่แห่ง”“อ่อ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไม่ต้องขับเร็วมากนะคะ เราจะได้มองเห็นโรงเรียนกันทัน”“จ้า ลูกช่วยแม่มองดูข้างทางด้วยล่ะ”“ได้ค่ะแม่”สองคนแม่ลูกขับรถไปเรื่อย ๆ ภายในเมืองก
اقرأ المزيد
ตอน 6
เมื่อไปถึงห้างแล้ว ซูหนิงจิงก็พาลูกสาวไปที่ร้านหนังสือก่อนเพื่อให้ลูกได้เลือกหนังสือเสริมความรู้นอกเหนือจากหนังสือที่ซื้อมาจากโรงเรียนก่อนหน้านี้“ลูกเลือกสักหลายเล่มหน่อยนะ จะได้เอาไว้อ่านในเวลาว่างที่บ้าน”“ได้ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะที่พาหนูมาซื้อหนังสือ”“รีบเข้าไปเลือกเถอะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เดินเล่นดูหนังสือรอแถวนี้แหละ”ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าไปที่มุมหนังสือของเด็กประถม เธอเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษมาสองสามเล่ม ส่วนที่เหลือเป็นหนังสือเกี่ยวกับการคำนวณและภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับชั้น ม.ต้น ซูหนิงเซียวมักจะชอบอ่านหนังสือของชั้นที่สูงกว่ามาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเรื่องนี้ซูหนิงจิงก็รู้ดีว่าลูกของเธอมีความสามารถมากแค่ไหน เธอจึงไม่เคยห้ามลูกเรื่องการซื้อหนังสือแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับหมั่นพาลูกสาวมาเลือกซื้อหนังสือดี ๆ กลับไปอ่านที่บ้านแทนซูหนิงเซียวหอบหนังสือเกือบสิบเล่มแล้วเดินไปหาซูหนิงจิงที่ยืนอ่านรอเธออยู่ที่ด้านหน้าร้าน“แม่คะ หนูได้หนังสือครบแล้วค่ะ”“อ้าว เอามานี่สิลูก แม่ถือให้เอง ลูกไปรอที่เคาเตอร์จ่ายเงินเลย เดี๋ยวแม่เดินตามไป”“ขอบคุณค่ะแม่”ซูหนิงเซียวส่งหนังสื
اقرأ المزيد
ตอน 7
ซูหนิงจิงตื่นแต่เช้าในวันต่อมาเพื่อรีดผ้าและเตรียมอาหารที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่นรอให้ลูกสาวลงมากินก่อนจะไปส่งลูกที่โรงเรียน หลังทำทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็นำชุดนักเรียนไปแขวนเอาไว้ที่หน้าห้องลูก จากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวในเวลาไม่นาน ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าให้เสียเวลาอีกนอกจากการทาครีมบำรุงเท่านั้น เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซูหนิงจิงจึงไม่อยากเสียเวลาในเรื่องไม่จำเป็นพวกนี้ซูหนิงเซียวเปิดประตูออกมาดูชุดนักเรียนใหม่ของเธอก็เห็นว่าแม่เอามาแขวนไว้ให้ทั้งสามชุดแล้ว ซูหนิงเซียวยิ้มก่อนจะรีบนำเสื้อผ้าเข้าห้องไปเก็บและนำออกมาใส่ก่อนที่จะออกจากห้องหลังเก็บหนังสือตามตารางเรียนที่ได้รับมาเมื่อวานนี้ซูหนิงจิงเองก็ถือกระเป๋าออกมาพร้อมกับลูกสาวที่เปิดประตูพร้อมกระเป๋าสะพายสำหรับใส่หนังสือของโรงเรียนออกมาพอดี“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะลูก แม่เตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหารแล้ว”“ค่ะแม่”ทั้งสองคนเดินลงบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบ ด้วยเพราะพวกเธอตื่นกันเช้ามากในวันนี้ ซูหนิงจิงหยิบเอาของว่างกับนมที่เก็บไว้ใส่ลงในกระเป๋านักเรียนให้ลูกสาวก่อนที่จะมานั่งกินข้าวด้วยกันพร้อมรอยยิ
اقرأ المزيد
ตอน 8
ซูหนิงจิงหาที่จอดรถห่างจากประตูโรงเรียนได้แล้วจึงจอดรถเอาไว้ เธอลงจากรถไปรอลูกสาวที่หน้าประตูเหมือนกับผู้ปกครองบางส่วนที่มาถึงก่อนเธอไม่นาน ซูหนิงจิงไม่ได้สนใจผู้ปกครองคนอื่นที่มองดูเธอมากนัก ปกติเธอมักจะทำงานกับลูกน้องจำนวนมาก จึงทำให้นิสัยของเธอจากที่เคยอัธยาศัยดีก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเหมือนผู้บริหารบริษัททั่วไป อีกทั้งการแต่งตัวของเธอก็ต่างกับแม่บ้านทั่วไป จะมีก็แต่หน้าตาของเธอที่ไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้นที่พอจะเหมือนแม่บ้านคนอื่นบ้างครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรดาเด็ก ๆ ที่เลิกเรียนแล้วก็เดินออกมาที่ประตูโรงเรียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บางคนก็ไปขึ้นรถของโรงเรียนที่จะไปส่งพวกเขาที่บ้าน บางคนก็เดินออกมารอผู้ปกครองที่หน้าโรงเรียนเหมือนทุกวัน ซูหนิงเซียวเดินออกมาพร้อมเพื่อนในห้องใหม่ของเธอก่อนจะโบกมือลาเพื่อนเมื่อมองเห็นว่าแม่ของเธอมายืนรออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะแม่ วันนี้ที่โรงเรียนใหม่สนุกมากเลยค่ะ หนูได้เพื่อนใหม่เยอะเลย”“ดีแล้วจ๊ะลูก แม่ดีใจที่ลูกเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ เรากลับบ้านกันดีกว่า วันนี้แม่มีข่าวดีจะบอกลูกด้วยนะจ๊ะ”“จริงเหรอคะ หนูชักอยากรู้ซะแล้วสิ ฮิ ฮิ”ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวพร้อม
اقرأ المزيد
ตอน 9
สิบห้านาทีต่อมา มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายซูหนิงจิงที่กำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ที่หน้าที่ว่าการเมือง“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณซูหนิงจิงหรือเปล่าคะ”“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ”“ดิฉันชื่อหงเหมยอิงค่ะ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะคะ เราเข้าไปทำเรื่องด้านในกันดีกว่าค่ะ เพราะหลังจากนี้ดิฉันยังมีธุระต้องไปทำอีกค่ะ”“ตกลงค่ะ คุณหงเดินนำไปได้เลยค่ะ ดิฉันเตรียมเช็คเงินสดเอาไว้ให้แล้ว”“ได้ค่ะ คุณตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”หงเหมยอิงที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในก้านโจวมานานรู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่นี่เป็นอย่างดี จึงทำให้การซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำที่ตอนนี้ซูหนิงจิงได้รับเอกสารทั้งหมดและกุญแจตึกมาไว้ในมือ ตอนนี้ตึกใหม่เป็นของเธอแล้ว“ขอบคุณนะคะที่กรุณาขายตึกทำเลดีให้ดิฉัน”“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทำงานด้านนี้มาหลายปีแล้วค่ะ ขอบคุณที่คุณช่วยซื้อตึกนี้ไปนะคะ ส่วนคูหาอื่นดิฉันเสียดายอยู่เหมือนกันที่ซื้อไม่ทันคนอื่น แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพวกเขาทำอะไรกับตึกอีกสองคูหานะคะ ถ้าคุณสนใจจะซื้อเอาไว้ทั้งหมดก็ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดูว่ามีเจ้าของเป็นใครได้นะคะ ดิฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะพอ
اقرأ المزيد
ตอน 10
เย็นวันนี้ระหว่างทานอาหาร ซูหนิงเซียวเอาแต่บอกว่าอยากได้อะไรบ้างในห้องนอนใหม่ของเธอที่ตึกใหม่ ซูหนิงจิงกินไปด้วยพร้อมกับรับปากลูกสาวว่าเธอจะจัดการห้องให้ลูกสาวอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันกับลูกก็ไม่เป็นอะไร อย่างไรพวกเธอยังได้พักในชั้นเดียวกันอยู่แล้ว กระทั่งกินข้าวเสร็จ ซูหนิงจิงบอกให้ลูกรีบขึ้นไปอาบน้ำทำการบ้านแล้วรีบนอนเสีย ส่วนเธอยังคงเก็บครัวเช่นเคย คืนนี้ซูหนิงจิงยังทบทวนรายการในบัญชีแต่ละเล่มว่าเธอหลงลืมสิ่งใดไปบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะนอนในเวลาเกือบห้าทุ่มวันต่อมาหลังส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็ขับรถวนหาร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างร้านใหญ่ในเมืองก้านโจว เธอเห็นหลายร้านที่ดูจะมีคนเข้าบ้าง หลังจากตัดสินใจดูอยู่พักหนึ่ง ซูหนิงจิงจึงจอดรถเอาไว้ข้างทางแล้วเดินไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องที่ทางร้านพอจะมีช่างรับจ้างทำงานให้กับเธอบ้างหรือไม่ นับว่าดวงของซูหนิงจิงยังคงดีอยู่ ด้วยร้านนี้มีผู้รับเหมาเป็นของตัวเองแต่แรก ซูหนิงจิงจึงขอปรึกษาเรื่องการปรับปรุงร้านของเธอทันทีเจ้าของร้านเรียกลูกชายที่รับผิดชอบเรื่องรับเหมาและออกแบบตกแต่งงานก่อสร้างของร้านมาคุยกับซูหนิง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status