แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ

แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ

last updateLast Updated : 2026-05-12
By:  พลอยชนาOngoing
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
31Chapters
193views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เรื่องราวของ ซูเหยียนหรู คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ตกอับเพราะครอบครัวถูกใส่ร้าย ต้องหนีตายไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทภายใต้ชื่อใหม่ว่า ชุนเซียง นางกัดฟันสู้ชีวิตโดยใช้พรสวรรค์ด้านการทอผ้าและย้อมสีเพื่อเอาตัวรอด แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อ หลินหวินจื่อ แม่ทัพใหญ่ผู้เป็นสวามีที่ทิ้งนางไปตั้งแต่วันเข้าหอ ถูกส่งมารักษาอาการบาดเจ็บและพักฟื้นที่บ้านหลังติดกัน จากคู่กัดข้างรั้วที่ปะทะคารมกันไม่เว้นวัน ชายหนุ่มกลับเริ่มหลงเสน่ห์และคอยออกหน้าปกป้องแม่หญิงชาวบ้านปากร้ายคนนี้จากศัตรูทางการค้า โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านางคือฮูหยินที่เขาได้รับคำสั่งให้ตามหา กลายเป็นเรื่องราวความรักที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นใหม่ท่ามกลางความลับ การชิงไหวชิงพริบ และการร่วมกันต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม

View More

Chapter 1

ปฐมบทแห่งชะตาที่พลิกผัน

 กลิ่นหอมสะอาดของใบหม่อนสดผสมกับกลิ่นดินจางๆ จากสีย้อมธรรมชาติลอยอวลไปทั่ว "หอสุ่ยเซียน" เรือนทำงานริมสระบัวอันเป็นหัวใจของจวนตระกูลซู เสียงกี่กระตุกไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงดนตรีขับกล่อม บรรยากาศทั้งหมดอบอวลไปด้วยความสงบสุขและความภาคภูมิใจ

ซูเหยียนหรูในวัยสิบหกปีบริบูรณ์กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์ขัดมัน นางไม่ได้จับพู่กันเขียนบทกวีเช่นคุณหนูตระกูลอื่น แต่ในมือนางคือพู่กันถ่านที่กำลังตวัดวาดลวดลาย "ผีเสื้อหยอกโบตั๋น" ลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีอย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ้วเรียวงามของนางเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงทว่าอ่อนช้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสจดจ่ออยู่กับผลงานเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น

“ลวดลายเส้นสายของเจ้าเฉียบคมขึ้นมากนะ เหยียนหรู”

เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาดังขึ้นจากด้านหลัง คุณนายซูนั่งลงข้างบุตรสาวอย่างแช่มช้อย แม้นางจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนักจนใบหน้าดูซีดเซียวอยู่เสมอ แต่รอยยิ้มและแววตาที่มองบุตรสาวนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ข้าลองเปลี่ยนองศาของปีกผีเสื้อให้ดูราวกับกำลังต้องลมจริงๆ”

เหยียนหรูอธิบายอย่างกระตือรือร้น

คุณนายซูพยักหน้ารับช้าๆ

    “งดงามมากลูก...แต่จำที่แม่เคยสอนได้หรือไม่ หัวใจของผ้า ไม่ได้อยู่ที่ลวดลายที่วิจิตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความใส่ใจของผู้ทอมานี่สิ วันนี้แม่จะสอนเคล็ดวิชาที่ยากที่สุดของตระกูลเราให้ ‘การปักด้ายซ่อนเงา’”

สองแม่ลูกใช้เวลาช่วงบ่ายร่วมกันอย่างมีความสุข เหยียนหรูเรียนรู้เคล็ดวิชาใหม่ด้วยความตั้งใจ ส่วนคุณนายซูก็ถ่ายทอดทุกสิ่งที่นางรู้ให้แก่บุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างไม่ปิดบัง

ตกเย็น ขณะที่ทั้งสองกำลังพักจิบชาอยู่นั้น ซูไท่เหวินผู้เป็นเจ้าของตระกูลก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น เขาคือบุรุษวัยกลางคนที่ดูซื่อสัตย์และใจดี สายตาที่มองภรรยาและบุตรสาวนั้นเปี่ยมไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง

“โอ้โฮ...วันนี้หอสุ่ยเซียนของเรามีผลงานชิ้นเอกชิ้นใหม่แล้วรึ” เขาเอ่ยแซวเมื่อเห็นภาพร่างบนโต๊ะ

“ท่านพ่อ!”

เหยียนหรูกุลีกุจอเข้าไปรินชาให้บิดา

ซูไท่เหวินลูบศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู

“ดีแล้วๆ เรียนรู้ไว้ให้มากเถิดลูกพ่อ”

เขามองหน้าบุตรสาวอย่างจริงจัง

“สักวันหนึ่ง...ป้ายหอผ้าซูฟางนี้จะเป็นของเจ้า พ่อฝันเสมอว่าจะได้เห็นเจ้าสืบทอดกิจการของเรา ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลซูขจรไกลไปทั่วหล้าด้วยความซื่อสัตย์และคุณภาพที่เรายึดมั่นเสมอมา”

ค่ำคืนนั้น…จวนตระกูลซูอบอวลด้วยไออุ่นแห่งความสุข ใต้ศาลาริมสระบัว แสงจันทร์ทอดเงาลงบนผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ซูเหยียนหรูนั่งประสานขาเล็กเรียว เล่นหมากล้อมกับบิดา เสียงหัวเราะใสสดดังขึ้นทุกครั้งที่หมากสีดำของนางปิดล้อมฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ คุณนายซูผู้เป็นมารดานั่งปักผ้าอยู่ไม่ไกล ดวงตาอ่อนโยนที่ทอดมองสามีและบุตรสาวเต็มไปด้วยความรัก

“ท่านพ่อแพ้ข้าอีกแล้วนะเจ้าคะ”

เหยียนหรูยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย

ซูไท่เหวินหัวเราะ ลูบเคราตัวเองอย่างเอ็นดู

“ลูกพ่อช่างเก่งกาจนัก เอาเถิด พรุ่งนี้พ่อจะหาพู่กันขนหางสุนัขจิ้งจอกชั้นเลิศมาเป็นรางวัล”

บรรยากาศครอบครัวอบอุ่นงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดเป็นภาพสุดท้ายของความสุขที่พวกเขามิอาจรู้เลยว่าจะไม่มีวันหวนกลับคืนมาอีก

จนกระทั่งเสียงกลองและเสียงประกาศของขันทีหลวงดังแหลมก้องหน้าจวน กองทหารราชองครักษ์เรียงแถวสง่า แสงตะเกียงสะท้อนเกราะเหล็กวับวาว ความสุขพลันแปรเป็นความกดดันอันหนักอึ้ง

ซูไท่เหวินรีบพาภรรยาและบุตรสาวออกมาคุกเข่ารับราชโองการ เหยียนหรูประสานมือเล็กแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก

“…ด้วยพระเมตตาแห่งองค์จักรพรรดิ ตระกูลซูทำการค้าผ้าไหมสร้างคุณูปการต่อแผ่นดิน บัดนี้มีราชโองการพระราชทานสมรสแก่คุณหนูซูเหยียนหรู บุตรีซูไท่เหวิน กับแม่ทัพใหญ่หลินหวินจื่อ ผู้พิทักษ์ชายแดนเหนือ กำหนดพิธีมงคลในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า… จบราชโองการ!”

สายฟ้าฟาดลงกลางใจนาง

“หลินหวินจื่อ”

แม่ทัพปีศาจผู้ไร้พ่าย ตำนานแห่งสนามรบ บุรุษที่ห่างไกลราวฟ้ากับดิน ไม่ใช่คู่ในฝันของคุณหนูหอผ้า

เหยียนหรูเหลือบมองบิดามารดา ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความกังวล น้ำเสียงขันทีสิ้นสุดไปแล้ว แต่ก้องสะท้อนอยู่ในใจไม่หยุด นี่มิใช่พระเมตตา หากคือโซ่ตรวนการเมืองที่พันธนาการตระกูลซูไว้กับฝ่ายทหาร

ความฝันเรื่องคู่ครองผู้เข้าใจศิลปะและการสืบทอดหอผ้าซูฟางแตกสลายสิ้น

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
31 Chapters
ปฐมบทแห่งชะตาที่พลิกผัน
กลิ่นหอมสะอาดของใบหม่อนสดผสมกับกลิ่นดินจางๆ จากสีย้อมธรรมชาติลอยอวลไปทั่ว "หอสุ่ยเซียน" เรือนทำงานริมสระบัวอันเป็นหัวใจของจวนตระกูลซู เสียงกี่กระตุกไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงดนตรีขับกล่อม บรรยากาศทั้งหมดอบอวลไปด้วยความสงบสุขและความภาคภูมิใจซูเหยียนหรูในวัยสิบหกปีบริบูรณ์กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้จันทน์ขัดมัน นางไม่ได้จับพู่กันเขียนบทกวีเช่นคุณหนูตระกูลอื่น แต่ในมือนางคือพู่กันถ่านที่กำลังตวัดวาดลวดลาย "ผีเสื้อหยอกโบตั๋น" ลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีอย่างคล่องแคล่ว ปลายนิ้วเรียวงามของนางเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงทว่าอ่อนช้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสจดจ่ออยู่กับผลงานเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่น“ลวดลายเส้นสายของเจ้าเฉียบคมขึ้นมากนะ เหยียนหรู”เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นมารดาดังขึ้นจากด้านหลัง คุณนายซูนั่งลงข้างบุตรสาวอย่างแช่มช้อย แม้นางจะมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนักจนใบหน้าดูซีดเซียวอยู่เสมอ แต่รอยยิ้มและแววตาที่มองบุตรสาวนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ข้าลองเปลี่ยนองศาของปีกผีเสื้อให้ดูราวกับกำลังต้องลมจริงๆ”เหยียนหรูอธิบายอย่างกระตือรือร้นคุณนาย
last updateLast Updated : 2026-04-08
Read more
งานแต่งอัปยศ
หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลซูถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีชาดและโคมไฟมงคลนับร้อย ชาวเมืองลือกันว่าพิธีสมรสครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปีเหยียนหรูนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องแต่งตัว ร่างงามสะคราญในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยดิ้นทอง อาภรณ์หนักอึ้งกดทับบ่าเล็กจนแทบยกไม่ขึ้น ศีรษะคลุมด้วยผ้าปักไหมแดงที่ปิดบังใบหน้างามไว้ แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ข้างใต้กลับพร่าเลือนและว่างเปล่าเสียงฆ้องกลองจากหน้าจวนเงียบงันผิดปกติ แขกเหรื่อที่มาร่วมพิธีต่างเริ่มกระซิบกระซาบ ฤกษ์มงคลที่กำหนดไว้ได้ล่วงเลยไปทีละชั่วยาม แต่ขบวนขันหมากของจวนแม่ทัพยังไม่มาถึงนางถูกประคองออกไปยังเกี้ยวที่ตั้งรอหน้าประตูใหญ่ ทุกสายตาของแขกเหรื่อจับจ้องอย่างคาดหวัง หากแต่เกี้ยวนั้นยังคงว่างเปล่าไร้การเคลื่อนไหว ขบวนม้าศึกและกลองพิธีที่ควรจะมาส่งเสียงอึกทึก…กลับไม่มีแม้เงาความอับอายไหลซึมเข้าสู่ทุกสายตาของญาติผู้ใหญ่ ตระกูลซูถูกทิ่มแทงด้วยสายตาเย้ยหยันของผู้คนทั่วทั้งเมืองจนกระทั่ง… เสียงม้าควบเร่งฝีเท้าดังลั่นเข้ามาแทนที่ความเงียบ ทหารนายหนึ่งลงจากหลังม้า ก้มศีรษะกราบเรียนด้วยเสียงหนักแน่น“เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ชายแดนเหนือ อง
last updateLast Updated : 2026-04-08
Read more
กำเนิดชีวิตให้ม่
ณ ท้องพระโรงยามวิกาล...เปลวเทียนบนเชิงเทียนรูปมังกรสั่นไหวไปมา สร้างเงาตะคุ่มน่าเกรงขามไปทั่วทั้งห้องโถงอันโอ่อ่า องค์จักรพรรดิในชุดลำลองผ้าไหมสีดำสนิทประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำลังลูบไล้หยกเย็นเฉียบที่เท้าแขนอย่างเชื่องช้า พระเนตรที่เคยคมปลาบดุจพญาเหยี่ยว บัดนี้ทอประกายครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง“ฝ่าบาท…”กงกงชราคนสนิทก้มกายรายงานเสียงเบา“จวนตระกูลซูมอดไหม้จนหมดสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”องค์จักรพรรดิถอนพระปัสสาสะ (ถอนหายใจ) ยาวพระสุรเสียงที่เปล่งออกมานั้นแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น“ซูไท่เหวินเป็นขุนนางที่ดีและเป็นพ่อค้าที่ซื่อสัตย์ แต่ความสัตย์ซื่อเพียงอย่างเดียวมิอาจปกป้องเขาในวังวนแห่งอำนาจที่เชี่ยวกรากนี้ได้ การเสียสละของเขาในวันนี้ คือการปูทางสำหรับหมากตัวที่สำคัญกว่า”“แล้ว…บุตรีของเขาเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” กงกงถามอย่างระมัดระวัง“นางหนีรอดไปได้...จะทรงให้คนตามหาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”องค์จักรพรรดิแย้มพระสรวลบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งถึง พระองค์หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสต่อด้วยน้ำเสียงของผู้กุมกระดานหมากทั้งหมดไว้ในมือ “ส่งคนของเราคอยเฝ้าดูนางอยู่ห่างๆ อย่าให้ผู้ใดล่ว
last updateLast Updated : 2026-04-08
Read more
หมู่บ้านชิงเหอ
กลิ่นดิน กลิ่นใบหม่อน และกลิ่นควันจางๆ จากเตาไฟลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นของชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขอย่างที่นางไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนชุนเซียงเดินผ่านชาวบ้านที่กำลังทำงานในไร่นา พวกเขามองมายังนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนระแวงในคนแปลกหน้า ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกันเสียงเบานางเดินมาจนถึงใจกลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งมีโรงน้ำชาเล็กๆ ตั้งอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับเป็นผู้พิทักษ์ของหมู่บ้านบนโต๊ะไม้เก่าๆ สองสามตัว มีชายชรากำลังนั่งล้อมวงเล่นหมากรุกกันอย่างคร่ำเคร่ง สตรีวัยกลางคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งเลือกผักพลางพูดคุยเรื่องสัพเพเหระเสียงดังฟังชัด ชุนเซียงหยุดยืนอยู่หน้าร้านด้วยความลังเล ท้องของนางร้องประท้วงด้วยความหิวโหย แต่เงินอีแปะที่เหลือติดตัวอยู่เพียงน้อยนิดทำให้นางไม่กล้าที่จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยขณะนั้นเอง ประตูไม้ของโรงน้ำชาก็ถูกเปิดออก สตรีชราผมสีดอกเลาผู้หนึ่งเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ริ้วรอยบนใบหน้าของนางบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ดวงตากลับยังคงแจ่มใสและอบอุ่น นางคือ คุณย่าโจว เจ้าของโรงน้ำชาแห่งนี้ “แม่หนู…เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยน่า
last updateLast Updated : 2026-04-08
Read more
ตั้งหลักสร้างตัวตนใหม่
เย็นวันนั้น ชุนเซียงก็ได้มายืนอยู่หน้ากระท่อมหลังเล็กที่อยู่ท้ายหมู่บ้านสมใจ มันเก่าและโทรมยิ่งกว่าที่คุณย่าโจวบอกไว้เสียอีก หลังคาที่มุงด้วยฟางมีรูโหว่ให้เห็นแสงตะวันรำไร ประตูไม้ผุพังจนบานพับหลุดไปข้างหนึ่ง ต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้จึงจะปิดได้ ผนังดินมีรอยร้าวและคราบน้ำฝนอยู่ทั่วไปหมดนางสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นหนาเตอะลอยออกมาปะทะจมูก แต่นางกลับไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ผลักประตูที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเข้าไป ภายในมีเพียงแคร่ไม้เก่าๆ หนึ่งตัวกับเตาดินที่มุมห้องเท่านั้น ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยหยากไย่และฝุ่นที่จับตัวหนาเป็นนิ้วสตรีอื่นอาจจะร่ำไห้เมื่อต้องเจอกับสภาพเช่นนี้ แต่สำหรับชุนเซียงแล้ว นางกลับมองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ค่อยๆ ทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาทีละน้อย นางวางห่อผ้าเล็กๆ ของนางลงบนแคร่ไม้เบาๆ ราวกับเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของนี่ไม่ใช่ห้องหับอันโอ่อ่าในจวนตระกูลซู ไม่ใช่ที่พักชั่วคราวตามโรงเตี๊ยมราคาถูก แต่นี่คือ ‘บ้าน’ แห่งแรกของนาง…บ้านที่นางจะสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของตนเองนางไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อย แต่กลับเริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถูทันที นางใช้ชายแขนเสื้อเช
last updateLast Updated : 2026-04-08
Read more
ฝีเข็มพิสูจน์ ฝีมือ
วันแรกผ่านไปอย่างเงียบเชียบ กระท่อมเล็กยังคงไร้เงาผู้คน ชุนเซียงนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ละสายตาจากเข็มด้ายบ่อยครั้ง วิ่งออกไปชะโงกมองทางเดินดินที่ทอดผ่านหน้าบ้านอยู่เนือง ๆ หัวใจเต้นแรงทุกคราที่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเสียงเกวียนคลอนผ่าน แต่ทุกครั้งก็เป็นเพียงชาวบ้านที่เดินเลยไปโดยไม่แลแม้ป้ายไม้เล็ก ๆ ที่เขียนว่า “รับปะชุนเสื้อผ้า”ชุนเซียงได้แต่เดินวนออกมาดูทางดินครั้งแล้วครั้งเล่า หูเงี่ยฟังทุกเสียงฝีเท้า แต่เมื่อใดที่เห็นเพียงชาวบ้านเดินเลยไปโดยไม่แลก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงทีละเล็กทีละน้อยระหว่างที่นั่งถอนใจอยู่นั้น เด็กชายตัวเล็กสองคนวิ่งเล่นใกล้ ๆ กระท่อม หนึ่งในนั้นสะดุดหกล้มทำให้ตุ๊กตาผ้าขาดเป็นรอย เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดตุ๊กตาแน่นเพราะเป็นของเล่นชิ้นเดียวที่มีชุนเซียงเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้า เอื้อมมือไปรับตุ๊กตา“ไม่ต้องร้องนะเจ้าหนู พี่สาวจะช่วยซ่อมให้” น้ำเสียงอ่อนโยนและสายตาที่เต็มไปด้วยเมตตาทำให้เด็กลดเสียงสะอื้นลงนางหยิบเข็มด้ายขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว เย็บรอยขาดเล็ก ๆ นั้นอย่างประณีตไม่ต่า
last updateLast Updated : 2026-04-10
Read more
ร้านปะผ้า
มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเสื้อตัวนี้เคยชำรุดมาก่อน นี่คือฝีมือของทายาทตระกูลซูโดยแท้จริงเช้าตรู่วันนั้น ป้าหยางอวี้ก็กลับมาทวงของตามสัญญา ท่าทางของนางยังคงแฝงแววไม่เชื่อถืออยู่เจือจาง"เสร็จแล้วรึแม่นางตัวน้อย อย่าบอกนะว่าเจ้าแค่เย็บลวกๆ พอให้ข้าตายใจ"ชุนเซียงไม่ตอบโต้อะไร เพียงยื่นเสื้อที่พับไว้อย่างดีส่งให้ ป้าหยางอวี้รับมาคลี่ออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางกวาดหา "แผลเป็น" ของเสื้อตัวเก่ง...แต่นางกลับหามันไม่พบ"นี่...นี่เจ้าเอาตัวใหม่มาให้ข้ารึ!"นางอุทานออกมา พลิกเสื้อกลับไปกลับมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นางลูบไปตรงตำแหน่งที่เคยขาด เนื้อผ้าเรียบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์ "สวรรค์! เจ้าทำได้อย่างไรกัน"ชุนเซียงยิ้มบางๆ
last updateLast Updated : 2026-04-13
Read more
หนทางของนาง
นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็กๆ ลงบนชายผ้าเช็ดหน้าให้เสร็จ“ฝีมือก็ดีอยู่หรอก แต่ราคาก็ยังแพงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ!”“ฝีมือของข้าย่อมคู่ควรกับราคาที่ท่านจ่ายนะเจ้าคะคุณป้า” ชุนเซียงตอบกลับอย่างนอบน้อมแต่ไม่ยอมลดราวาศอก นางเรียนรู้ที่จะรับมือกับลูกค้าขาประจำจอมขี้เหนียวแต่ก็อดที่จะมาใช้บริการไม่ได้อย่างป้าหยางอวี้ได้แล้วชีวิตของนางเริ่มดีขึ้น…แต่ในใจของชุนเซียงกลับรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น การรับจ้างปะชุนเสื้อผ้าอาจทำให้นางมีชีวิตรอดไปได้วันๆ แต่มันไม่ใช่หนทางที่จะทำให้นางสามารถ ‘สร้างชีวิต’ ขึ้นมาใหม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ทุกครั้งที่นางจรดปลายเข็มลงบนผ้าของผู้อื่น หัวใจของนางกลับโหยหาการได้สัมผัสเส้นไหม
last updateLast Updated : 2026-04-13
Read more
ทางที่เลือก
นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะนางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงินอีแปะทั้งหมดที่นางหามาได้จากการทำงานตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางกำถุงเงินเล็กๆ ไว้ในมือแน่น สัมผัสเย็นๆ ของเหรียญทองแดงที่เสียดสีกันอยู่ภายในให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มันคือทุนรอนทั้งหมดที่นางมี คือความหวังเดียวที่จะใช้พลิกชะตาชีวิตของตนเอง คือน้ำพักน้ำแรงที่แลกมาด้วยฝีเข็มและความอดทนวันรุ่งขึ้น นางนำเงินทั้งหมดที่มีไปแลกซื้อเส้นไหมจากชาวบ้านคนหนึ่ง มันไม่ใช่เส้นไหมคุณภาพดีที่สุด แต่เป็นเส้นไหมเกรดรองที่ชาวบ้านมักจะเก็บไว้ทอใช้เองในครัวเรือนนางค่อยๆ คลี่มันออกอย่างทะนุถนอมเมื่อกลับมาถึงกระท่อม เส้นไหมนั้นหยาบกระด้างและมีสีขาวอมเหลืองไม่สม่ำเสมอ เป็นของคุณภาพต่ำที่โรงทอผ้าใหญ่ๆ ในเมืองหลวงคงโยนทิ้งไปแล้ว แต่สำหรับนางในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่า คือวัตถุดิบแห่งความฝันนางหลับตาลงชั่วครู่ ภา
last updateLast Updated : 2026-04-13
Read more
ก้าวแรกแห่งความหวัง
ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จากร้านของลุงหวังโชยมาปะทะกับกลิ่นคาวปลาสดๆ และกลิ่นดินชื้นๆ ของหัวไชเท้าที่เพิ่งถอนขึ้นมาใหม่ชุนเซียงในชุดผ้าป่านสีซีดเดินแทรกตัวไปในฝูงชนอย่างเงียบเชียบ นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะมาตั้งแผงขายของด้วยตนเอง ในอดีต นางเคยมาเดินตลาดในเมืองหลวงกับบ่าวไพร่เพื่อเลือกซื้อของที่ดีที่สุด แต่ในวันนี้...สถานะของนางกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง นางคือผู้ขาย คือคนที่ต้องหาทำเลเล็กๆ เพื่อวางสินค้าเพียงชิ้นเดียวของตนเองความรู้สึกประหม่าและไม่คุ้นเคยทำให้นางเดินวนอยู่หลายรอบ ทุกสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนไม่ไว้ใจ นางเป็นคนแปลกหน้า...เป็นผู้บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ทำกินของพวกเขา ในที่สุดนางก็เลือกมุมเล็กๆ ใต้ต้นไทรใหญ่ที่พอจะมีร
last updateLast Updated : 2026-04-13
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status