โอกาสรักคืนใจ

โอกาสรักคืนใจ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-11
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
37Bab
1.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อความรักพังทลายเพราะการทรยศ นางเอกตายอย่างโดดเดี่ยว…เธอต้องเสียลูก ถูกสามีนอกใจ แต่สวรรค์ให้โอกาสเธอย้อนเวลากลับมา เพื่อแก้ไขอดีต ปกป้องลูก และพิสูจน์ว่าครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมเสียทุกอย่างไปอีก

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

เช้าวันนี้เป็นวันที่คะนึงนิจรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ เธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างและรีบออกไปจ่ายตลาดสดใกล้บ้านด้วยใจเบิกบาน ตั้งใจจะทำอาหารโปรดไว้ต้อนรับลูกชายสุดที่รัก เพราะวันพรุ่งนี้เขานัดว่าจะมาเยี่ยม แถมยังพาภรรยาและลูกชายตัวน้อยมาด้วย เพียงคิดถึงภาพการกลับมาพบกัน หัวใจของเธอก็อบอุ่นและตื้นตัน...เธอไม่ได้เจอลูกมานานเกือบสองเดือนแล้ว

ภาคินทร์ ลูกชายคนเดียวของเธอ เวลานี้ทำงานเป็นผู้อำนวยการในบริษัทร่วมทุนเทคโนโลยีระดับโลกแห่งหนึ่ง ภาระหน้าที่มากมายและการเดินทางทั้งในและต่างประเทศทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขามักจะหาโอกาสกลับมาหาแม่เสมอ เพื่อได้พูดคุยและนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างเรียบง่าย

ห้าปีก่อน ภาคินทร์แต่งงานกับภาวิณี หญิงสาวที่คบหาดูใจกันมานานถึงห้าปี วันแต่งงานของลูก คะนึงนิจยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกว่าหน้าที่ของความเป็นแม่ได้ถูกเติมเต็ม เหมือนได้ส่งลูกชายขึ้นฝั่งอย่างสง่างาม

หนึ่งปีให้หลัง เธอก็ได้รับข่าวดีอีกครั้ง เมื่อลูกสะใภ้คลอดลูกชายที่แข็งแรงสมบูรณ์ คะนึงนิจย้ายไปอยู่ด้วยเพื่อช่วยเลี้ยงดูจนหลานอายุครบสามขวบและถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล เธอผูกพันกับหลานน้อยอย่างสุดหัวใจ แต่ด้วยความเคยชินกับบ้านหลังเดิมที่มีสนามหญ้าและพื้นที่ให้ทำกิจกรรม เธอจึงตัดสินใจกลับมาอยู่ทาวน์เฮาส์ที่เคยใช้ชีวิตกับลูกชายมานานกว่ายี่สิบปี

นับแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ภาคินทร์มีวันหยุด เขาจะพาภรรยาและลูกชายมาเยี่ยมเสมอ ทุกมื้ออาหารที่ได้ล้อมวงกัน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่นที่โอบล้อมหัวใจของผู้เป็นแม่

คะนึงนิจยิ้มทักทายเพื่อนบ้านในซอยเดียวกันที่สัญจรไปมา บ้างก็เร่งรีบออกไปทำงานเพื่อหลีกหนีการจราจรที่กำลังจะเริ่มติดขัดในไม่ช้า บ้างก็รีบขับรถไปส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนในเมือง ขณะที่บางคนเลือกเดินออกกำลังกายเบา ๆ ในสวนส่วนกลางเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน

“สวัสดีค่ะพี่นิจ วันนี้จะไปไหนแต่เช้าคะ” เพื่อนบ้านคนหนึ่งเอ่ยทัก

“ว่าจะไปจ่ายตลาดสักหน่อย เดี๋ยวของสด โดยเฉพาะอาหารทะเลจะหมดเสียก่อน พรุ่งนี้ลูกชายจะมาหาน่ะ แล้วก็พาเมียกับลูกมาด้วย พี่เลยกะว่าจะทำอาหารทะเลให้ลูกกับหลานได้ทานกัน” คะนึงนิจตอบด้วยรอยยิ้ม

“ดีจังเลยค่ะ ขอให้สนุกนะคะ”

หลังจากทักทายเพื่อนบ้านสองสามรายเสร็จ คะนึงนิจเร่งฝีเท้าไปยังตลาด เลือกซื้อของสดใหม่ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารทะเล เพื่อนำมาปรุงเป็นเมนูโปรดของลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายตัวน้อย...ความสุขเรียบง่ายของคนเป็นแม่ ที่ได้ลงมือทำอาหารให้ครอบครัวได้นั่งล้อมวงทานด้วยกันพร้อมหน้า

ตลอดทั้งวัน บ้านหลังเดิมที่อบอุ่นและคุ้นเคยเต็มไปด้วยความชีวิตชีวาของเธอ คะนึงนิจจัดเตรียมอาหารและเครื่องปรุงต่าง ๆ อย่างประณีต เพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะสามารถลงมือปรุงอาหารได้ทันที ทันเวลาที่ลูกชายและครอบครัวมาถึง เธอตั้งใจจะเก็บเกี่ยวทุกนาทีแห่งความสุขที่จะได้ใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะคราวนี้ ภาคินทร์ลาพักร้อนได้ถึงสองวัน และตั้งใจจะพักค้างคืนที่บ้าน ทำให้เธอปลื้มใจเป็นพิเศษ

เมื่อเตรียมของในครัวเสร็จ เธอก็ขยับมาทำความสะอาดห้องนอนชั้นบน รวมทั้งห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน เพื่อให้ลูกชาย ภรรยา และหลานชายได้พักผ่อนอย่างสะดวกสบาย...ทุกการกระทำล้วนอบอวลไปด้วยความรักและความห่วงใยที่แม่มีให้ลูกเสมอ

ท่ามกลางความเงียบสงบของชานเมืองใกล้กรุงเทพฯ บ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นขนาดยี่สิบตารางวาค่อย ๆ มืดลงเมื่อไฟในบ้านถูกปิดทีละดวง เสียงแมลงร้องระงมแข่งกับความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ สวนเล็ก ๆ รอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้เขียวขจี แต่กลับให้ความรู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูก

ขณะก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ร่างของคะนึงนิจพลันทรุดฮวบลงเพราะอาการเจ็บแน่นกลางอก เธอเพิ่งเสร็จจากการจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่าง กะว่าจะขึ้นไปพักผ่อนในห้องนอนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุขเล็ก ๆ ความสุขที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า...วันพรุ่งนี้แล้วซินะที่เธอจะได้พบหน้าลูกชาย หลานชาย และลูกสะใภ้ เธอเข้าใจว่าพวกเขายุ่งมาก หลานชายกำลังหมกมุ่นกับการเรียนเพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนดัง ส่วนลูกชายกับลูกสะใภ้ก็ติดพันกับภาระงานหนัก

แต่แล้วร่างของเธอก็เริ่มโอนเอน มือที่พยายามเกาะราวบันไดกลับอ่อนแรง หลุดปล่อยทำให้ร่างทั้งร่างร่วงลงกระแทกขั้นบันไดอย่างรวดเร็ว ทว่าภายในห้วงความรู้สึกของเธอกลับเหมือนเป็นการตกลงไปอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดแล่นผ่านทุกส่วนของร่างกาย เลือดซึมออกจากแผลที่ท้ายทอยจนทำให้ตาพร่ามัวและมึนงง

เธอพยายามยันตัวขึ้น แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง โทรศัพท์ถูกลืมไว้ในห้องนอน เธอไม่ใช่คนที่คอยพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา น้ำตาคลอจนหยดไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ คะนึงนิจรู้สึกเสียใจที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าลูกชาย คนที่เธอรักที่สุดในชีวิต ในวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปอีกแล้ว

ใจของเธอพลันหวนย้อนคิดถึงชีวิตกว่าสามสิบปีที่ผ่านมา วันที่ต้องฝืนต่อสู้เพียงลำพังโดยไร้ใครเคียงข้าง โดยที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหวังว่าจะมีคู่ชีวิตคอยเดินจูงมือไปด้วยกัน

ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลงสู่ความมืดมิดตลอดกาล คะนึงนิจหวนคิดถึงข่าวที่เธอเพิ่งอ่านเมื่อไม่นานมานี้ เรื่องของแม่ชราผู้จากไปอย่างเดียวดายในบ้าน โดยมีเพียงความเงียบงันรายล้อม เพราะลูก ๆ ต่างต้องไปทำงานในเมืองใหญ่ เธอยังจำได้ว่าตอนนั้นหัวใจของเธอหดหู่และสะท้อนใจยิ่งนัก...สังคมทุกวันนี้ ผู้คนต่างต้องดิ้นรนแสวงหาเงินเพื่อเลี้ยงปากท้องและความก้าวหน้า บางคนจำเป็นต้องห่างไกลครอบครัวเพื่อส่งเงินกลับบ้าน บางคนเลือกละทิ้งบ้านเกิดเพื่อไล่ตามอนาคตที่หวังว่าจะดีขึ้น

ความคิดเหล่านั้นวกกลับมาสู่ตัวเธอเอง คะนึงนิจไม่อยากให้ลูกชายต้องเจ็บปวดหรือเสียใจในวันที่เธอจากไป ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในอดีต ความเสียใจมากมายยิ่งถาถม เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจบางอย่างที่เธอทำนั้นทำให้ลูกชายต้องลำบาก หากวันนั้นเธออดทนอีกเพียงเล็กน้อย ลูกก็คงไม่ต้องสูญเสียโอกาสดี ๆ ที่ควรได้รับจากพ่อของเขา

ใจของเธอเอ่ยภาวนาอย่างเงียบ ๆ วอนขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดเมตตา มอบโอกาสให้เธอได้แก้ไขความผิดพลาด ให้เวลาเธออีกสักหน่อย...เพื่อจะได้อยู่เคียงข้างและปกป้องลูกน้อยให้นานกว่านี้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
37 Bab
บทนำ
เช้าวันนี้เป็นวันที่คะนึงนิจรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ เธอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างและรีบออกไปจ่ายตลาดสดใกล้บ้านด้วยใจเบิกบาน ตั้งใจจะทำอาหารโปรดไว้ต้อนรับลูกชายสุดที่รัก เพราะวันพรุ่งนี้เขานัดว่าจะมาเยี่ยม แถมยังพาภรรยาและลูกชายตัวน้อยมาด้วย เพียงคิดถึงภาพการกลับมาพบกัน หัวใจของเธอก็อบอุ่นและตื้นตัน...เธอไม่ได้เจอลูกมานานเกือบสองเดือนแล้วภาคินทร์ ลูกชายคนเดียวของเธอ เวลานี้ทำงานเป็นผู้อำนวยการในบริษัทร่วมทุนเทคโนโลยีระดับโลกแห่งหนึ่ง ภาระหน้าที่มากมายและการเดินทางทั้งในและต่างประเทศทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่ไม่ว่าอย่างไร เขามักจะหาโอกาสกลับมาหาแม่เสมอ เพื่อได้พูดคุยและนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างเรียบง่ายห้าปีก่อน ภาคินทร์แต่งงานกับภาวิณี หญิงสาวที่คบหาดูใจกันมานานถึงห้าปี วันแต่งงานของลูก คะนึงนิจยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกว่าหน้าที่ของความเป็นแม่ได้ถูกเติมเต็ม เหมือนได้ส่งลูกชายขึ้นฝั่งอย่างสง่างามหนึ่งปีให้หลัง เธอก็ได้รับข่าวดีอีกครั้ง เมื่อลูกสะใภ้คลอดลูกชายที่แข็งแรงสมบูรณ์ คะนึงนิจย้ายไปอยู่ด้วยเพื่อช่วยเลี้ยงดูจนหลานอายุครบสามขวบและถึงวัยเข้าโรงเรียนอนุบาล เธอผูกพันกับหลานน้
Baca selengkapnya
บทที่ 1
คะนึงนิจฝันถึง “ชาติก่อน” อีกครั้ง... ในความฝันนั้น เธอเห็นภาคินทร์ ลูกชายของเธอ กำลังร้องไห้อยู่ข้างศพของตัวเธอเองที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว หลังจากวันที่เธอเสียชีวิตได้เกือบสองสัปดาห์ ภาคินทร์ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ แจ้งข่าวการเสียชีวิตของแม่ให้ทราบ เขารู้สึกเหมือนโลกแตกสลายเมื่อได้รับข่าว ภาคินทร์โทษตัวเองที่ไม่ดูแลแม่ให้ดี ครั้งก่อนที่เขานัดว่าจะมาหาแม่นั้น เพียงคืนก่อนหน้าวันนัด เขายังตั้งใจว่าจะมาหาและจะได้มีเวลาอยู่กับแม่ทั้งวันทั้งคืน แต่แล้วก็พบว่า สำนักงานใหญ่ในต่างประเทศเรียกตัวให้เขาเข้าประชุมด่วน เพราะมีปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข เขาจึงส่งข้อความทางไลน์บอกเลื่อนนัดแม่แทน โดยไม่ทันเอะใจว่า แท้จริงแล้ว แม่ของเขาไม่ได้อ่านข้อความนั้น เนื่องจากเขารู้ดีว่าแม่ไม่ใช่คนติดโทรศัพท์มือถือกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบสองสัปดาห์ เพื่อนบ้านเริ่มสงสัยเพราะไม่เห็นคะนึงนิจออกจากบ้านเลย อีกทั้งตอนกลางคืนก็ไม่เคยเห็นแสงไฟส่องลอดหน้าต่างออกมา จนในที่สุด พวกเขาตัดสินใจแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ จึงพบความจริงอันน่าสะเทือนใจ เธอเสียชีวิตไปแล้วจากการพลัดตกบันไดในบ้าน ศพของเธอเริ่มเน่าเปื่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“นิจ พี่กลับมาแล้วจ้ะ เหนื่อยไหม ลูกเป็นยังไงบ้าง ซนมากหรือเปล่า”เสียงทุ้มของภูวินทร์ดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านเขาเดินตรงเข้าไปโอบกอดคะนึงนิจและก้มลงหอมแก้มลูกชายตัวน้อยในอ้อมแขนของภรรยาคะนึงนิจขยับตัวหลบอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกเคอะเขินและห่างเหินยังไม่คลาย เพราะในใจเธอยังคงมีรอยแผลจากอดีตชาติ...ความแค้นที่เขาเคยนอกใจยังคงฝังลึก“ไม่เหนื่อยค่ะ ก็เรื่อย ๆ”เธอตอบเรียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อกับชายตรงหน้า ชีวิตที่ไม่มีเขามานานกว่าสามสิบปี ทำให้วันนี้ภูวินทร์ดูเหมือนคนแปลกหน้ามากกว่าจะเป็นสามี“มา พี่อุ้มลูกให้ดีกว่า เจ้าหมูน้อยนี่หนักไม่ใช่เล่น เดี๋ยวนิจจะปวดแขนเปล่า ๆ”ภูวินทร์เอ่ยพลางยื่นมือมาจะรับลูกจากอ้อมแขนของเธอแต่คะนึงนิจกลับเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง ความรู้สึกไม่ไว้ใจและรังเกียจแล่นวูบขึ้นมาในอก เธอไม่อยากให้เขาแตะต้องลูกของเธอ...แม้เพียงนิดเดียวภูวินทร์รู้สึกแปลกใจไม่น้อยกับท่าทีของภรรยาในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเธอดูห่างเหิน เหมือนจงใจเว้นระยะห่างระหว่างกัน ทั้งยังพยายามกันเขาไม่ให้เข้าใกล้ลูกชายตัวน้อยด้วยซ้ำแต่เขาก็พยายามปลอบใจตัวเองด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น คะนึงนิจอาจแค่เหน
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ในชาติอดีต... “เป็นยังไงบ้างจันทร์ พี่ได้ยินข่าวจากแก้วแล้วล่ะ แย่เลย เจอคนชั่ว ๆ แบบนี้ แล้วจันทร์คิดจะแจ้งความสองคนผัวเมียนี้ไหม” คะนึงนิจเอ่ยด้วยความห่วงใย “มันมีเงินกับเส้นสาย จันทร์จะไปทำอะไรได้ ไอ้ที่มันลวนลามก็ถือว่าให้หมามันกินไป เมียมันก็หมาบ้ามาก เข้ามาตบหน้าจันทร์ต่อหน้าลูกน้องในบริษัท ไม่ถามไม่สืบหาความจริงอะไรเลย จันทร์เลยอยู่ต่อไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ก็เดินออกจากบริษัทมันเลย ไม่กล้ากลับเข้าไปอีก กลัวโดนมันทำร้ายอีกค่ะ” “เป็นพี่ พี่จะแจ้งความสองคนผัวเมียนี่ไว้ก่อน เพื่อป้องกันตัว อย่างน้อยก็ให้มันรู้ว่าเราสู้กลับ แต่ก็ช่างเถอะ แล้วแต่จันทร์จะตัดสินใจ แล้วโทรมาวันนี้มีอะไรให้พี่ช่วยไหม” “ตอนนี้จันทร์พยายามหางานใหม่ทำอยู่ค่ะ แต่ก็หายากมากเพราะบริษัทเก่าจันทร์ไปโพนทะนาเรื่องของจันทร์กับบางบริษัทไว้ด้วยค่ะ กลุ้มใจเลย พอดีพี่แก้วบอกจันทร์ว่า สามีพี่นิจกำลังหาเลขาฯ ส่วนตัวอยู่ พี่นิจพอจะช่วยคุยให้จันทร์ได้ไหมคะ จันทร์มีประสบการณ์ด้านนี้มาค่ะ” “ได้เลยจ้ะ จันทร์ เดี๋ยวพี่จะลองถามพี่ภูให้ ถ้ายังหาคนไม่ได
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องทำงาน เสียงแอร์เบา ๆ ทำงานอย่างต่อเนื่อง ภูวินทร์นั่งก้มหน้ามองเอกสารในมือ แต่ใจของเขาลอยไกลออกไปงานช่วงเช้าดำเนินไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เอกสารรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีกเล็กน้อยแต่สิ่งที่เขาคิดไม่หยุด คือภาพของภรรยาที่กำลังดูแลลูกคนเดียวกับบ้านอีกหลังที่เขารู้สึกว่าเธออาจเหนื่อยเกินไปเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา…นิ้วโป้งเลื่อนหาเบอร์ ในใจมีความเกรงใจอยู่นิด ๆ ที่จะรบกวนเวลาของน้องชายภรรยา“หนุ่ยครับ…พี่ภูเองนะ พอจะว่างคุยสักครู่ไหมครับ” เสียงเอ่ยทักอย่างสุภาพและเกรงใจ“สะดวกคุยครับพี่ภู สบายดีนะครับ” ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสของหนุ่มวัยยี่สิบกว่า รู้สึกแปลกใจนิด ๆ ที่ได้รับสายจากพี่เขย“คือว่า...พี่มีเรื่องอยากปรึกษากับหนุ่ยสักหน่อย ตอนนี้ น้องคินจะครบหนึ่งขวบแล้ว พี่เห็นว่านิจค่อนข้างเหนื่อยในการดูแลลูกคนเดียว แล้วก็ต้องรับผิดชอบดูแลบ้านด้วย พี่เลยคิดว่า...ถ้าหนุ่ยกับป้าสร้อยพอจะย้ายมาอยู่กับพวกเราได้ จะช่วยนิจได้มากทีเดียว ตอนนี้พี่ก็กำลังหาพี่เลี้ยงกับแม่บ้านมาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย” ภูวินทร์กล่าวด้วยความเกรงใจภูวินทร์อธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงอ่
Baca selengkapnya
บทที่ 5
จันทร์รวีเหวี่ยงตุ๊กตาตัวโปรดลงกับพื้นอย่างแรง เสียงกระแทกดัง “ปัก!” ก้องอยู่ในห้องเช่าแคบ ๆ แววตาของเธอฉายชัดทั้งความหงุดหงิดและความเจ็บใจ“เกือบแล้วเชียว...เกือบจะจับเจ้าเสี่ยอ้วนได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว!” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแผ่วแต่แฝงความเกรี้ยวกราด“เสียดายที่เมียมันรู้เรื่องเร็วกว่าที่คิด...ถ้าช้าอีกสักสองสามวัน ไอ้เสี่ยอ้วนนั่นเสร็จกูแน่”หญิงสาวเดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย ใจไม่เป็นสุขแผนที่วางไว้เป็นเดือนพังไม่เป็นท่า เพราะมีใครบางคนในบริษัทปากไว แอบไปฟ้องยัยเถ้าแก่เนี้ยนั่นเสียก่อน“ซวยจริง ๆ เชียว!” จันทร์รวีสบถออกมาพร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเงาสะท้อนในหน้าจออย่างหัวเสีย แก้มข้างหนึ่งบวมปูดขึ้นจนเห็นได้ชัด เธอยกมือแตะเบา ๆ แล้วร้อง “โอ๊ย!” ด้วยความเจ็บ“โดนนังหมูตอนนั่นตบซะหน้าบวมเลย ดั้งกูเพิ่งทำมาใหม่ยังไม่ทันเข้าที่ดีเลย!” เธอบ่นพึมพำกระปอดกระแปดพลางหมุนตัวไปมาหน้ากระจก“ไม่รู้จะกระเทือนโดนข้างในรึเปล่า เดี๋ยวต้องโทรหาหมอให้ดูหน่อยซะแล้ว...แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” เธอกดเบอร์คลินิกเสริมความงามเจ้าประจำทันทีน้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานถูกแทนที่ด้วยความร้อนรน“สวัส
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ฝนและพรเริ่มเข้ามาทำงานเป็นพี่เลี้ยงและแม่บ้านให้คะนึงนิจภายในสองวันหลังจากที่เธอตัดสินใจเลือก ทั้งหมดดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะภูวินทร์เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารและการจ้างงานด้วยความรอบคอบและคล่องแคล่วตามแบบฉบับของเขาส่วนหนุ่ยและป้าสร้อยนั้น ทั้งสองขอเวลาเก็บข้าวของหนึ่งสัปดาห์ คะนึงนิจจึงมอบหมายให้ฝนกับพรช่วยกันทำความสะอาดห้องพักที่เตรียมไว้สำหรับทั้งสองคน ส่วนภูวินทร์ก็จัดการเรื่องรถไปรับตามวันที่นัดหมายไว้เรียบร้อย วันที่ป้าสร้อยกับหนุ่ยมาถึงบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น คะนึงนิจรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนหัวใจที่เคยขาดหายไปกลับมาเต็มอีกครั้งภาคินทร์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นทั้งสองคน เด็กน้อยพยายามเดินเขย่งเท้าเข้าหาอย่างทะเล้นเหมือนตั้งใจจะอวดว่า “ตอนนี้ผมเดินได้แล้วนะ!”เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบห้องอย่างเอ็นดู เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก ส่วนป้าสร้อยก็ย่อตัวลงอ้าแขนรับหลานไว้แน่นด้วยความรักคะนึงนิจยืนนิ่งมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่พองโต ความสุขเอ่อท่วมในอก จากความสูญเสียในชาติก่อน วันนี้เธอได้ป้าสร้อย และหนุ่ย น้องชายที่รัก กลับมาอยู่เคียงข้างอีกครั้ง“ยินดีต้อนรับครับป้าสร้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 7
โครม!เสียงเอกสารถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะดังลั่น ภูวินทร์กำหมัดแน่น สายตาแข็งกร้าวสะท้อนแววอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้แน่นเขานั่งนิ่งคิดสักครู่ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท กดหาหมายเลขของคน ๆ หนึ่งที่เขาเคยใช้บริการด้วยจังหวะสม่ำเสมอ“คุณณรงค์ ผมภูวินทร์นะ เดี๋ยวผมจะส่งประวัติของผู้หญิงคนหนึ่งไปให้ ช่วยติดตามพฤติกรรมของเธอ แล้วรายงานให้ผมรู้สัปดาห์ละครั้ง”น้ำเสียงเรียบเย็นแฝงแรงกดดันจนปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบรับอย่างรวดเร็วภูวินทร์วางสายลงช้า ๆ แล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ นิ่งมองผนังห้องทำงานด้านหน้า สายตาไร้จุดโฟกัส แต่แววคิดในดวงตายังคงหนักแน่นเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่วิทยาจะเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ“เจ้านายครับ ข้อมูลที่ท่านให้ค้นเมื่อวาน ผมรวบรวมมาให้ครบแล้วครับ ย้อนหลังตั้งแต่ช่วงบริษัทเริ่มก่อตั้ง”ภูวินทร์พยักหน้ารับ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่ชัดเจน“ขอบคุณมาก คุณวิทยา แล้วก็ผมติดนัดสำคัญส่วนตัวเย็นพรุ่งนี้ คุณช่วยกันเวลาไม่ให้ใครนัดหมายช่วงเวลานี้ด้วย...แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าผู้หญิงที่ชื่อจันทร์รวีมาขอพบผมอีก ช่วยกำชับเลขาฯ หน้า
Baca selengkapnya
บทที่ 8
คะนึงนิจยกมือเรียกแก้วและผู้หญิงร่างผอมสูงอีกคนที่เดินตามกันมา เพื่อให้ทั้งคู่เห็นว่าเธอนั่งรออยู่แล้วในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยข้างห้างสรรพสินค้าใหญ่ใกล้บ้าน บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ มีเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย“พี่นิจ สวัสดีค่ะ” แก้วเอ่ยอย่างร่าเริงก่อนจะแนะนำหญิงสาวที่มาด้วย “นี่ คุณอ้อค่ะ เจ้าของโปรเจกต์ที่แก้วส่งเอกสารให้พี่นิจพิจารณาเมื่อวันก่อน”คะนึงนิจลุกขึ้นเล็กน้อย พลางยื่นมือไปจับมือหญิงสาวอีกคนด้วยรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ คุณอ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ดิฉันคะนึงนิจ เรียกว่านิจเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”“สวัสดีค่ะ คุณนิจ ดิฉันอัจมา หรือเรียกสั้น ๆ ว่าอ้อก็ได้ค่ะ ยินดีมากเลยค่ะที่ได้มีโอกาสมาพบกันในวันนี้”“เช่นกันค่ะ” คะนึงนิจตอบด้วยรอยยิ้มบางที่แฝงความเป็นกันเองแต่ยังคงความสุภาพเมื่อพนักงานนำกาแฟและของว่างสามชุดมาวางบนโต๊ะ บทสนทนาระหว่างทั้งสามก็เริ่มต้นขึ้นจากเรื่องทั่ว ๆ ไป ก่อนจะค่อย ๆ ลึกลงสู่หัวข้อธุรกิจที่เป็นประเด็นหลักของการพบกันในวันนี้คะนึงนิจเปิดเอกสารที่เตรียมไว้ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุขุม “จากข้อมูลการตลาดที่คุณอ้อส่งมา นิจเห็นว่ามีการเน้น
Baca selengkapnya
บทที่ 9
เช้านี้ หนุ่ยมีนัดสัมภาษณ์เพื่อการฝึกงานในชั้นปีสี่กับบริษัทคอนซัลท์แห่งหนึ่งที่ภูวินทร์เป็นคนแนะนำให้ชายหนุ่มรีบทานอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกจากบ้านพร้อมภูวินทร์ เพื่อให้เขาแวะลงระหว่างทาง แล้วต่อรถไปยังบริษัทดังกล่าวแม้ภูวินทร์จะอาสาให้คนขับรถไปส่งถึงที่ แต่หนุ่ยเกรงใจ เพราะเส้นทางอยู่กันคนละทิศ จึงยืนยันจะเดินทางไปเอง“ดู๊ ดู จะรีบอะไรขนาดนั้น! ดูซิ ยังมาทำหน้าทะเล้นอีก เจ้าหนุ่ยนี่!” ป้าสร้อยบ่นพลางส่ายหน้า เมื่อเห็นหนุ่ยรีบร้อนขึ้นรถแล้วหันมาทำหน้าทะเล้นใส่ พร้อมรอยยิ้มสดใสและท่าทีคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงคะนึงนิจหัวเราะเบา ๆ กับภาพนั้น ส่วนภาคินทร์ในอ้อมกอดของเธอก็โบกมือหย็อย ๆ ลาพ่อกับน้าของตัวเองที่นั่งอยู่ในรถซึ่งแล่นออกไปแล้วด้วยท่าทีร่าเริงปากเล็ก ๆ เอ่ยเสียงใส “บายพ่อ...บายพ่อ” ซ้ำไปซ้ำมาอย่างน่าเอ็นดู“เห็นหนุ่ยบอกนิจว่าบริษัทนี้น่าสนใจมากเลยค่ะ ถ้าได้ฝึกงานก็คงมีโอกาสออกนอกสถานที่ไปพบลูกค้าด้วย ดูแล้ว...น่าจะถูกจริตกับหนุ่ยนะคะ”“ป้าก็หวังให้หนุ่ยสมหวังเหมือนกัน” ป้าสร้อยพูดพลางยิ้มอ่อน “เห็นภูบอกว่า เขารู้จักกับเจ้าของบริษัท อาจพอจะช่วยพูดให้ได้”“นิจก็อยากให้หนุ่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status