All Chapters of ประกาศิตซาตาน: Chapter 41 - Chapter 50

82 Chapters

๑๑ ซาตานไร้ใจ (๓)

“อยากไปหรือเปล่า” “แม่จะเหงาไหม” ไม่ตอบคำถามแต่เลือกจะถามกลับ หล่อนเห็นอย่างนั้นได้รู้ในทันทีว่าไม่ควรเอาความรู้สึกตัวเองไปรั้งลูกไว้ จึงยิ้มให้เด็กน้อยพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะมน พูดเพื่อให้ลูกชายได้ตัดสินใจตามความต้องการ โดยไม่เอาหล่อนเป็นที่ตั้ง “ไม่เหงาหรอก แม่อยู่ได้...เราโทรหากันหรือแม่ไปหารวิทุกวันหยุดก็ได้” รู้ดีว่ากฎของโรงเรียนไม่ให้ใช้โทรศัพท์ก็เลือกจะพูดเพื่อโน้มน้าว แม้ใจจริงจะน้ำตาคลอไม่อยากห่างจากลูกก็ตาม ตอนนี้หล่อนต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่รวิกานต์ “จริงนะ!” “จริงสิ” แล้วเด็กชายก็ยิ้มกว้างมีความสุข ใช้เวลากว่าสามวันในการเตรียมตัวและข้าวของทุกอย่างเพื่อขึ้นบนรถของธนนท์ปภพที่มารับลูกไปโรงเรียน แต่เหมือนการร่ำลาจะยังไม่จบ เธอกอดลูกชายเอาไว้เพราะจะไม่ได้เจอกันเกือบสองสัปดาห์เพราะทางโรงเรียนมีกิจกรรมจึงต้องให้เด็กนักเรียนอยู่เพื่อร่วมกิจกรรมไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองไปรับกลับบ้าน “แม่รักรวินะ” กอดหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกแล้วกระซิบบอก เด็กชายก็รู้สึกไม่ต่างกันจึงได้บอกมารดา “ผมก็รักแม่ครับ” ไม่เคย
Read more

๑๑ ซาตานไร้ใจ (๔)

ที่สำคัญคนตรงหน้าไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ให้กัน สายตาของเขาฉายชัดถึงความเกลียด ริมฝีปากเหมือนจะยิ้มหยันตลอดเวลาจนเธออยากหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ “รวิเป็นยังไงบ้างคะ ปรับตัวได้หรือยัง” เธอนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขาเมื่อจัดอาหารขึ้นโต๊ะเรียบร้อย เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ทำเสมอ โดยที่หล่อนไม่ได้ร่วมรับประทานด้วยเพราะอิ่มแล้ว ต่างจากเขาที่ไม่ได้กินข้าวช่วงบ่ายจึงหิวมากกว่าปกติ ตักข้าวเข้าปากคำโตแล้วกินได้เรื่อยๆ จากรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก “เริ่มดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องห่วงลูกหรอกห่วงตัวเองเถอะ” นึกน้อยใจเหมือนกันที่คำตอบของเขาแฝงแววประชดเสมอ จนเธอไม่อยากต่อบทสนทนาจึงเลือกจะนั่งเงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายกินข้าวเพียงลำพัง จะลุกไปไหนก็ไม่ได้เพราะถูกดวงตาคมจ้องมองเสมอ “ต่อจากนี้ก็อยู่ในบ้านเงียบๆ อย่าคิดจะออกนอกบ้านไปโปรยเสน่ห์อีก ฉันไม่ได้โง่ซ้ำสองจะให้เธอหลอกได้อีกหรอกนะ” มือบางที่วางบนหน้าตักกำเข้าหากันแน่น ไม่รู้ว่าเขาจะเกลียดอะไรหล่อนนักหนาถึงได้จ้องจะหาเรื่องกันตลอดเวลาแบบนี้ “ค่ะ” เลือกรับคำเป็นการตัดบท นั่งเงียบไม่พูดจาบรรยากาศยิ่
Read more

๑๒ ผู้โดนกระทำตลอดไป (๑)

๑๒ผู้โดนกระทำตลอดไปข้าวของมากมายถูกวางลงบนโต๊ะที่ห้องรับแขก โดยหญิงสาวยืนมองด้วยแววตาวาวเพราะตัวเองไม่ต้องอยู่นั่งเหงาอีกต่อไป ดูภาพยนตร์จนแทบจะหมดทุกเรื่องแล้ว บ้านก็ทำความสะอาด เสื้อผ้ารีดทุกตัวจนไม่มีสิ่งใดจะทำ พอเห็นว่าของที่เขียนส่งให้เขาได้มาแล้วจึงรีบเข้ามาเปิดดูว่าข้างในอีกอะไรบ้างส่วนใหญ่เป็นงานอดิเรกของหล่อนไม่ว่าจะงานถัก งานปักหรืองานสวน มีครบจนหล่อนดูเพลินไม่ได้สนใจร่างสูงที่นั่งลงบนโซฟา เริ่มทำหน้านิ่งไม่ค่อยชอบใจที่ถูกเมิน เขาจึงกระแอมเสียงดังแล้วพูดกับหล่อนทั้งที่วางของเอาไว้แล้วเหมือนต้องการเรียกร้องความสนใจเขาหายไปเกือบสี่วันโดยที่เธอทำได้เพียงอยู่บ้านรออย่างเดียว อยากทำอาหารไปขายก็ไม่กล้าจะทำเพราะกลัวชายหนุ่มทราบแล้วมาห้ามอีกเหมือนคราวก่อน ไม่ว่าเธอจะทำอะไรหรืออยู่ไหนก็ถูกเขาทราบไม่อาจรอดพ้นสายตาของอีกฝ่าย กลายเป็นนกในกรงทอง...ที่อยู่เพื่อบำเรอความสุขให้แก่เจ้าของ“เอาไป...ของที่อยากได้” เธอหันไปมองเขาพร้อมกับยกมือไหว้เป็นการขอบคุณ พอจะทำให้คนที่ถูกเมินคลายความหงุดหงิดลงมาได้บ้าง “ขอบคุณค่ะ” รีบเก็บข้าวของทุกอย่างเข้าห้องครัว เ
Read more

๑๒ ผู้โดนกระทำตลอดไป (๒)

“ไม่ได้มา แต่ว่าฝากของกินมาให้เยอะเลย” “น่ากินทั้งนั้นเลยครับ ขอบคุณครับ” ขึ้นบนรถแล้วเปิดกล่องขนม มีแต่ของชอบทั้งนั้นก็ยิ้มกว้างนั่งประจำที่ของตัวเองคือเบาะว่างด้านหลังข้างธนนท์ปภพ ริมฝีปากแย้มยิ้มเสมอบ่งบอกว่ามีความสุขมากเพียงใด “เป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้หรือยัง” ระหว่างนั่งรถก็มองเด็กชายที่กินขนมอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนว่าผิวจะคล้ำขึ้นเล็กน้อยจากการเล่นกีฬากลางแจ้ง ซึ่งเขาไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะตัวเองก็เป็นเหมือนกันสมัยเข้าโรงเรียนช่วงแรก “ก็...คิดถึงแม่แต่ผมจะเข้มแข็ง ผมโตแล้วไม่ร้องไห้หรอก” ยิ้มให้พ่อแล้วรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองพอสมควร เขาได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วเอ่ยชมอีกฝ่าย “เก่งมาก...เมื่อก่อนฉันก็เรียนที่นี่เหมือนกัน” เนื่องจากผลตรวจเลือดยังไม่ออกจึงไม่ยอมเรียกเด็กน้อยว่าลูกหรือแทนตัวเองว่าพ่อ เขาใช้สรรพนามดังเดิมแล้วดูเหมือนรวิกานต์จะไม่ได้ค้านหรือสงสัย มือน้อยจับขนมไว้แน่นแล้วหันมามองพ่อสายตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง รู้ประวัติของธนนท์ปภพจากคนอื่น ยิ่งทำให้เลื่อมใสและศรัทธาบิดามากกว่าเดิม
Read more

๑๒ ผู้โดนกระทำตลอดไป (๓)

เขายังใช้ชีวิตปกติของตัวเอง กลับบ้านบ้างแล้วก็ไปนอนกับเธอในวันที่เหนื่อยล้า รังแกร่างแบบบางเหมือนเป็นการเติมพลังงาน ก่อนเช้าวันหยุดจะต้องลากสังขารมาต้อนรับแขกที่มาจากเมืองหลวงเพื่อใช้บริการสนามกอล์ฟโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและนักการเมืองผู้มีอำนาจในการบริหารประเทศ ชายหนุ่มอายุน้อยสุดแต่เขาก็มีบารมีมากพอที่จะทำให้คนเกรงกลัว ไม่มีใครมองธนนท์ปภพเป็นเพียงเด็ก กลับนับถือเขาในฐานะนักบริหารคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ เพราะนักการเมืองที่สามารถเข้ามานั่งตำแหน่งนี้ได้ ก็มาจากการสนับสนุนของเขาทั้งนั้น... “วันนี้เกมลื่นไหลมาก ต้องขอบคุณคุณหนึ่งที่อำนวยความสะดวกให้พวกเราขนาดนี้” ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงในสนามกว้าง ก่อนที่จะเอ่ยชมเจ้าของสถานที่ไม่ขาดปาก เขาได้ยินอย่างนั้นก็ทำเพียงยิ้มรับอย่างไว้ท่าที “ยินดีครับ” เดินไปที่รถกอล์ฟเพื่อจะพักผ่อนหลังเหนื่อยจากการเดินตามลูกกลมสีขาว เขาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนเหล่านี้เอาไว้ ความจริงควรเป็นหน้าที่ของมนัสกรแต่ฝ่ายนั้นไม่เก่งในการเข้าสังคม กิจการสนามกอล์ฟจึงต้องตกมาอยู่ใ
Read more

๑๒ ผู้โดนกระทำตลอดไป (๔)

“เฮ้ย ลากกูไปไหนวะ มึงจะพากูไปไหน ปล่อยสิ ปล่อยนะเว้ย!” คนก่อกวนถูกลากออกไปข้างนอก โดยที่ร่างสูงเดินไปหาคนสนิทของตัวเองก่อนจะสั่งเสียงเข้ม เพราะตนอารมณ์ร้อนเกินกว่าจะอยู่สังสรรค์ต่อได้ “คุณเจตน์ฝากรับรองต่อด้วย ผมมีธุระต้องไปจัดการ” พูดจบก็เดินกลับไปยังรถส่วนตัวแล้วสั่งคนขับให้ไปยังบ้านพักที่มีคนรออยู่ ใบหน้าคมเคร่งขรึมกับกับความร้อนที่กระจายทั่วใบหน้าจนบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความอึดอัด ขับรถเกือบสามสิบนาทีก็ถึงจุดหมาย ก้าวเท้าลงจากพาหนะแล้วตรงมายังบ้านหลังงาม มองเห็นว่าเธอกำลังนั่งปักผ้าแล้วยิ้มอย่างมีความสุข จุดประกายความโกรธให้เขามากกว่าเดิม “สวย...” หล่อนพึมพำกับตัวเองหลังจากปักผ้าเช็ดหน้าให้ลูกชายเสร็จ อยากมอบให้รวิกานต์นำไปใช้ที่โรงเรียน เป็นลายดอกทานตะวันตรงปลายแล้วก็สลักตัวอาร์เอาไว้ข้างกัน นึกชื่นชมในฝีมือของตัวเองแล้วเอ่ยเสียงเบา ก่อนได้ยินเสียงเปิดประตู พอหันไปมองก็พบร่างสูงที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ไม่รู้ว่าไปกินรังแตนที่ไหนแต่น่ากลัวจนเธอไม่อยากเข้าใกล้ด้วยซ้ำ “คุณหนึ่ง...โอ๊ย ช้าหน่อยสิคะฉันเด
Read more

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๑)

๑๓ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง การรอคอยเหมือนจะยาวนานในความรู้สึกเธอ ทราบจากธนนท์ปภพว่าวันนี้บุตรชายจะกลับบ้านก็ลุกแต่เช้ามาเตรียมอาหารไว้เรียบร้อย ถึงร่างกายของตัวเองจะระบมจากเมื่อวันก่อนที่ถูกเขารังแกตั้งแต่บ่ายจนถึงดึก แล้วปล่อยให้เธอนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น ตื่นมาพบความว่างเปล่าก็ต้องหอบร่างกายบอบช้ำกลับมาทำความสะอาดร่างกายที่ห้องของตัวเอง ร้องไห้ปริ่มขาดใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับ คล้ายวิญญาณถูกกระชากไปบางส่วนพบเพียงความหมองเศร้าที่ทำให้ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่แล้วลูกชายก็มาฉุดรั้งหัวใจที่แตกสลาย ประกอบกลับขึ้นมาใหม่ให้ใช้ได้ดังเดิม จำต้องยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้พบหน้าลูก เพราะรวิกานต์คือแสงสว่างเดียวในชีวิตของหล่อนตอนนี้... คนเดียวที่รักเธออย่างจริงใจ... “แม่ครับบบบ!” นั่งรอลูกชายอย่างใจจดจ่อ ก่อนได้ยินเสียงคุ้นเคยทำให้รีบวิ่งออกมาหน้าบ้าน แย้มยิ้มกว้างมองเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามาแล้วโผกอดกันด้วยความคิดถึง เธอยิ้มกว้างด้วยความสุขโดยที่มีน้ำตาคลอเต็มเบ้า ความรู้สึกคิดถึงเอ่อล้นใจ พร้อมกับรู้สึกได้ว่าที่พึ่งเดียวของ
Read more

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๒)

“พูดคำอื่นบ้างจะตายหรือไง” กำข้อมือเล็กแน่นกว่าเดิม เขาโมโหที่เธอทำเมินเฉยแล้วมองผ่านตนเหมือนเป็นอากาศ เขาเป็นผีหรือไง! “ฉันอยากไปค่ะ” ตอบเสียงดังฟังชัดต่างจากความจริง ซึ่งเขาก็พอจะมองออกเพียงแต่ไม่อยากจะหาเรื่องหล่อนมากกว่านี้ จำต้องปล่อยร่างบางเป็นอิสระ ผลักเธอออกห่างจนเซถอยหลังแล้วตั้งหลักได้ ยกหลังมือปาดน้ำตาแล้วเดินแกมวิ่งขึ้นชั้นสอง ปล่อยเขายืนมองแล้วผ่อนลมหายใจเหนื่อย ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ แต่เขาก็อยากให้บรรยากาศระหว่างเราดีขึ้น รวิกานต์กลับมาทั้งที...ควรจะมีความสุขไม่ใช่เหรอ ข้าวของสำหรับไปเที่ยวถูกเตรียมใส่กระเป๋า ค้างหนึ่งคืนจึงไม่ได้เอาอะไรไปมากมาย พวกเขาเลือกจะนำของทุกอย่างไปไว้หลังรถยนต์ แล้วร่างสูงก็ทำหน้าที่สารถีแทนขับรถ การเดินทางครั้งนี้มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ระหวางเดินทางก็มีเสียงร้องเพลงของลูกชาย ทั้งยังเปิดกระจกรถรับลมเย็น มองข้างทางก็มีต้นไม้ให้ความร่มรื่น ไม่ค่อยมีรถยนต์บนท้องถนนเท่าไหร่ ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งก็ถึงปลายทาง จอดรถอยู่หน้าบ้านเรือนไทยหลังงาม ข้างกันนั้นคื
Read more

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๓)

ความตั้งใจของลูกสร้างรอยยิ้มแก่พ่อแม่ อาหารมื้อนั้นเต็มไปด้วยความสุข เป็นมื้อแรกที่ไร้ซึ่งการทะเลาะเบาะแว้ง เธอลอบมองเขาบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันชายหนุ่มก็เหลือบมองอัญชิสาเช่นเดียวกัน อบอุ่นหัวใจอย่างน่าประหลาดจนไม่อยากให้อาหารมื้อนี้จบลง... แต่เมื่อมีความสุขแล้ววันจากลาก็ต้องมาถึง “ผมไปแล้วนะแม่ เจอกันเดือนหน้านะ” ลูกชายสวมชุดสีขาวทรงเกียรติเพื่อกลับไปยังโรงเรียน คราวนี้ไม่มีน้ำตาและความอาลัยอาวรณ์เพราะรู้ว่าจะได้กลับมาหาแม่เดือนหน้า ต่างจากหล่อนที่ดวงตาแดงก่ำยังพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ถึงจะอยากร้องไห้แค่ไหนก็ตาม “ครับ” กระเป๋าถูกขนขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย “ตั้งใจเรียนนะรวิ” เธอย่อกายลงไปกอดลูกชายเอาไว้แนบอก ค่อยปล่อยเด็กชายเป็นอิสระแล้วยิ้มให้กัน “รับทราบครับผม” บอกเสียงดังฟังชัด เธอได้ยินก็ยิ้มกว้างแล้วลุกยืนก่อนโบกมือลาเมื่อรถยนต์คันหรูแล่นออกจากบ้าน เสียงหัวเราะหายไป มีเพียงความเงียบและอ้างว้างจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นมากอดตัวเองเอาไว้ เธอนั่งชันเข่าอยู่บนโซฟาด้วยแววตาว่างเปล่า น่าแปลกที่อารมณ์อ่อนไหวจนร้
Read more

๑๓ ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง (๔)

เขาทราบดีว่าไม่อาจปิดบังเรื่องของรวิกานต์ได้ แต่ก็ยังไม่พร้อมจะบอกใครแล้วดูเหมือนคนที่บ้านจะไม่ทราบเลยสักคนว่าตอนนี้ตนเป็นพ่อคนแล้ว ร่างสูงใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เขาไม่ได้กลับไปหาเธอที่บ้านหลังนั้น เลือกจะทำงานตามหน้าที่ของตัวเองแล้วกลับบ้านตรงเวลาทุกวันเพื่อชิมอาหารที่น้องสาวทำ ทั้งยังช่วยน้องชายเตรียมงานแต่งที่ใกล้เข้ามา ทุกคนมีความสุขกับความรักไม่ว่าจะน้องชายหรือน้องสาว มีเพียงเขาที่ทุกข์กับรักเหมือนเดิม สิ้นศรัทธาในรักจนไม่คิดจะเปิดใจให้ใครอีก แต่น่าแปลกที่ความรักมักเล่นตลกส่งบททดสอบมาให้กันเสมอ เขาพยายามหักห้ามใจไม่ให้กลับไปเจ็บซ้ำอีก บอกตัวเองให้มูฟออนแต่เรื่องของอัญชิสาก็ยังตามหลอกหลอนไม่เลิกรา เขารู้ดีว่าลืมเธอได้ยากแม้จะย้ำตัวเองบ่อยแค่ไหนว่าเกลียดก็ตาม ส่วนลึกในใจ...ก็ยังคงรักผู้หญิงคนเดิมไม่เปลี่ยนจนน่าหงุดหงิด “อ้าว คุณพ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ก่อนชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นบิดานั่งอยู่ห้องรับแขก คุณอวัช เฟื่องรัตน์ภักดีย้ายไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอ
Read more
PREV
1
...
34567
...
9
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status