All Chapters of แอบเสน่หา: Chapter 31 - Chapter 40

67 Chapters

บทที่ 12 : หรือจะเป็นเคราะห์รัก 2/3

“พูดถึงเขาแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้นะ” ฤทัยรักษ์ว่า“จะไปห่วงมันทำไม”“ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง เราโทรไปถามวัตดูหน่อยไหมคะ เผื่อพวกเขาจะโทรหากัน”นรีกานต์บอกเสียงค่อย “ไม่น่าจะรู้เรื่องหรอกจ้ะแม่ ถ้าคุณทศโทรหาพี่วัตจริง พี่ลูกเป็ดคงโทรมาถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับหนูนาแล้ว หนูนาว่าเราค่อยถามตอนพี่ๆ กลับมาพรุ่งนี้ดีกว่า”“เอางั้นก็ได้จ้ะ”ผู้เป็นแม่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย จนถึงตอนนี้ภวัตกับกรองขวัญก็ยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคนทางนี้เห็นว่าเรื่องจบไปแล้ว ซึ่งถ้าทศวรรษมีการติดต่อกับภวัตในเรื่องนี้ กรองขวัญน่าจะรู้เรื่องด้วยแล้ว และไม่มีทางที่จะไม่มาถามข่าวจากคนในครอบครัวแน่นอนว่าภวัตไม่ได้รับการติดต่อจากทศวรรษเลยเมื่อกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้ เขาก็พาลูกๆ ที่นอนไม่พอเข้านอนก่อน ปล่อยให้กรองขวัญขึ้นไปทักทายคนบนเรือนใหญ่ก่อน พอกรองขวัญกลับมาเล่าเรื่องที่ทศวรรษก่อเอาไว้ให้ฟังนั่นละ เขาถึงได้รู้เรื่อง“ถึงขนาดตามมาไล่ยิงกันเลย? พวกมันรู้ได้ไงว่านายทศอยู่ที่นี่” เขาขมวดคิ้วถามภรรยา“ไม่มีใครรู้เลยค่ะ พี่วัตลองโทรถามพี่ทศดูไหม ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง”“อือ” ภวัตหยิบมือถือมากดติดต่อหาท
Read more

บทที่ 12 : หรือจะเป็นเคราะห์รัก 3/3

“อ้อ โบราณว่าไว้ คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน” ย่าทวดพยักพเยิดว่าตามหลานสะใภ้ “สงสัยจะเป็นเรื่องจริงนะ ขนาดหนูนาอยู่ไกลถึงบ้านนาทองคำนี่ พ่อทศยังเอาตัวมาถวายให้ถึงที่เลย”“นั่นสิจ๊ะ”“ทุกคนพูดอะไรกันเนี่ย ทำไมอยู่ๆ พาเข้าเรื่องนี้ เนื้อคู่เนื้อคี่อะไรกัน หนูนาบอกให้พาไปรดน้ำมนต์แก้ซวยอยู่นะ!”“หนูนาไม่เชื่อเรื่องเนื้อคู่เหรอ”“เชื่อกับไม่เชื่อมันต่างกันตรงไหนจ๊ะ” นรีกานต์หันไปตอบพี่สาว “ยังไงพ่อก็ไม่ยอมให้หนูนามีแฟนเร็วนี้ๆ อยู่แล้ว”“แค่เชื่อ หนูนาก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนได้แน่นอนจ้ะ”“ใช่! การมีความรักไม่ใช่เรื่องที่ผิด ถ้าหนูนารักใคร ก็บอกแม่เลย เดี๋ยวแม่จะวางแผนเลี่ยงไม่ให้พ่อรู้ก่อนเอง”‘พี่อยากเป็นคนพิเศษของหนูนา’จู่ๆ คำพูดของทศวรรษในวันนั้นก็ลอยเข้ามาในหัวแต่ชั่วครู่ต่อมา ภาพความชุลมุนวุ่นวายถ้าเธอพาเขามาเปิดตัวในฐานะคนรักก็ลอยตามมาโอย! แค่คิดยังน่ากลัวเลย!“นั่นน่ะสิ หนูนาชอบใครก็บอกพวกเราได้ พวกเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน มีอะไรก็ปรึกษากันได้ รับรองว่าไม่มีใครเอาไปบอกพ่อแน่” กรองขวัญขยิบตาบอก“เอาเป็นว่าตอนนี้หนูนายังไม่มีใคร ถ้ามีแล้วจะมากระซิบบอกทุกคนนะจ๊ะ” เธอตอบอย่างแบ่งรับแบ่งส
Read more

บทที่ 13 : บังเอิญได้เจอ 1/3

วันต่อมานรีกานต์แวะไปหาเจ้าของโรงแรมถึงห้องทำงานแต่เช้าพอเห็นหน้าเธอ สตรีวัยสี่สิบกว่าก็ส่งยิ้มหวานให้แล้วลุกเดินออกมาสวมกอดทันที “มาหาป้าแต่เช้าเชียว นัดกับพี่ๆ ไว้ตอนบ่ายโน่นไม่ใช่เหรอจ๊ะ”พี่ๆ ที่นรีกานต์นัดไว้ก็คือหม่อมหลวงเจ้าจันทร์และหม่อมหลวงพราวตะวัน ทายาทสาวทั้งสองของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันกับปานฤทัยนั่นเอง วันนี้พวกเธอมีธุระต้องจัดการที่ร้านอาหารด้วยกันนิดหน่อย ซึ่งตามเวลาที่บอกผู้เป็นแม่ไว้คือช่วงบ่าย เพราะติดงานที่อื่นในช่วงเช้านรีกานต์ยิ้มน่ารักตอบ “คิดถึงป้าปานมากนี่คะ รอพี่ๆ ไม่ไหวหรอก กว่าจะเลิกประชุมก็บ่ายนู่น”“ปากหวาน” ผู้เป็นป้ามองค้อนยิ้มๆ ยังบ่นขณะพาหลานสาวไปนั่งคุยกันที่โซฟารับแขกว่า “ครั้งก่อนมางานแต่งเพื่อนก็ไม่เห็นแวะมาหาป้าบ้างเลย”“ก็... พ่อให้รีบมารีบกลับ เลยไม่ได้แวะมาน่ะค่ะ” คนแอบหนีกลับก่อนยกเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุดมาแก้ตัวกับป้า พอนึกถึง ‘ตัวต้นเหตุ’ ที่ต้องรีบร้อนกลับบ้านนาในเช้านั้น หน้าเธอก็ร้อนวาบไปหมดปานฤทัยไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเรื่องความหวงลูกสาวของแดนดินนั้นขึ้นชื่อลือชายิ่งนัก เรียกได้ว่าความหวงแหนมาพร้อมๆ กับอายุที่มากขึ้นของเจ้าตัวเลย และเมื่อ
Read more

บทที่ 13 : บังเอิญได้เจอ 2/3

การทดลองทำเมนูใหม่ในร้านไม่ใช่งานยาก เพราะเชฟกับเจ้าของร้านมีความคุ้นเคยแบบรุ่นพี่รุ่นน้องจากสถาบันเดียวกันอยู่แล้ว พอแขวนป้ายปิดร้านเรียบร้อย นรีกานต์ก็สั่งให้เชฟลงมือทำของว่างที่ถูกส่งเข้าประกวดเป็นเมนูใหม่ของร้านทันทีเริ่มจากบุษบาลุยสวน ยำบุษบากุ้งสด และอัญชันทอดกรอบ ซึ่งเป็นเมนูที่ทำง่าย เพียงแค่มีดอกไม้เท่านั้น เมนูขายดีในหมู่นักชิมคือบุษบาลุยสวน ที่เอาแป้งเปาะเปี๊ยะญวนมายัดไส้ด้วยดอกไม้และผักสด เข้ากันนักกับน้ำจิ้มสามรส คือ เผ็ด เปรี้ยว หวาน“เอาละ ถึงคราวของหวานแล้วค่ะ”เมื่อของว่างถูกฟาดเรียบ นรีกานต์จึงเริ่มทำขนมหวานที่ตนเป็นคนเสนอขนมอย่างแรกที่ทำคือลืมกลืนกุหลาบ เป็นการนำแป้งท้าวยายม่อมมาคลุกเคล้าน้ำลอยกุหลาบสดที่เตรียมไว้พอให้เหลว ใส่น้ำตาลเชื่อมตามในปริมาณที่ตวงไว้ จากนั้นค่อยเอาลงกระทะ ตั้งไฟกลาง กวนจนข้นแล้วปิดไฟ นำมาตักหยอดใส่ถ้วยใสใบเล็ก โดยเหลือพื้นที่ไว้หนึ่งส่วน ให้เชฟผู้ช่วยบีบครีมกะทิมะพร้าวอ่อนอัดเข้าไปด้านในขนมจนมันล้นขึ้นมาเต็มถ้วยและแต่งหน้าด้วยกลีบดอกกุหลาบเป็นอันเสร็จ จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยสาวๆ พนักงานไม่รอช้า เข้ามายกขนมไปแจกคนรอชิมให้ครบทุกคนทันที“
Read more

บทที่ 13 : บังเอิญได้เจอ 3/3

“ทำอะไรคะ! ดึงฉันมาด้วยทำไม” นรีกานต์ถามหน้าตื่นวาทิตก็นิ่วหน้ามองพี่ชาย “มึงรู้ตัวใช่ไหม ว่าทำอะไรลงไป”วาทีกลืนน้ำลายแห้งๆ “ถ้ากูบอกว่าไม่รู้ตัวล่ะ”“อ้อ งั้นมึงก็รอรับผลของการทำอะไรไม่รู้ตัวเลย”“...” วาทีนรีกานต์อยากจะบอกทั้งสองคนเหลือเกิน ไม่ใช่วาทีที่จะโดนหรอก แต่พวกเขาอาจจะโดนกันหมด เห็นเธอถูกฉุดเข้าลิฟต์มากลางดึกแบบนี้ พนักงานข้างล่างคงแห่ตามขึ้นมาหมดแน่!ตอนนั้นเอง ลิฟต์ก็พาทั้งสามมาถึงชั้นที่ต้องการ...“ไหนๆ ก็ขึ้นมาแล้ว แวะไปทักทายเจ้านายนะครับ”เธอมองค้อนขวับใส่คนมือไว “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแล้วละค่ะ”“แฮะๆ”ทศวรรษที่มาเปิดประตูให้หรี่ตามองคนตัวเล็กในชุดสุภาพแบบสาวสมัยใหม่ด้วยความแปลกใจ “หนูนา? มาได้ไง”“คืองี้ครับ...” วาทิตรีบเดินเข้าไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ้านายฟังแล้วหลบไปยืนก้มหน้าอยู่อีกทาง ทิ้งให้พี่ชายยืนหน้าซีดอยู่ตรงนั้นเมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุ ทศวรรษพลันพูดไม่ออก เขาตวัดสายตาใส่ลูกน้องตัวดี ก่อนเชิญนรีกานต์ “เข้ามาข้างในก่อนสิ”“ไม่ละค่ะ” นรีกานต์ยิ้มแห้งบอก “นี่ก็ดึกแล้ว ไม่รบกวนคุณดีกว่า ฉันแค่แวะมาทักทาย คุณสบายดีนะคะ”“สบายดี ไม่เข้ามาก่อนล่ะ ไหนๆ ก็ขึ
Read more

บทที่ 14 : เช็กบิล 1/2

คล้อยหลังร่างเล็กจากไป ทศวรรษก็หันมามองวาทีด้วยสายตาเอาเรื่อง จนอีกฝ่ายหลุบตาหนีแทบไม่ทัน “เรื่องที่พากันออกไปสืบได้เรื่องหรือยัง นายถึงมีเวลาไปพาใครมาหาฉันได้”“...” วาที“ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ พวกนายก็รู้ ใครบางคนอาจจะจับตามองเราอยู่ นายพาเธอมาด้วยแบบนี้ คิดบ้างไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันเคยพาเธอเสี่ยงอันตรายมาแล้วครั้งหนึ่ง มันจะไม่มีครั้งที่สอง เพราะแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ฉันก็ไม่มีหน้าไปพบพ่อแม่ของเธอแล้ว”“ขอโทษครับ” วาทีก้มหน้าบอกเสียงอ่อยอย่างรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วจริงๆ“อย่าให้มีอีก ระหว่างนี้พวกนายหาคนมาดูแลเธอห่างๆ จนกว่าเธอจะกลับบ้านก็แล้วกัน”“ครับ”สั่งการเสร็จ ทศวรรษก็หมุนตัวเดินเข้าห้องนอน แต่ก่อนจะปิดประตูเขาก็ชะงักเล็กน้อย บอกกับวาทีเสียงอ่อน “ขอบใจที่พาเธอมา”ลูกน้องยิ้มแต้ตอบทันที “ผมเข้าใจคุณทศดีครับ”“อืม ไปนอนได้แล้วไป”วาทีรอจนเจ้านายปิดประตูสนิทจึงหันมาหาน้องชาย “กูว่าคุณทศต้องแอบเข้าไปยิ้มอยู่ในห้องคนเดียวแน่เลย”“...” วาทิตละหมดคำจะพูด ขนาดโดนเตือนแล้ว มันยังไม่สลดสักนิด!หลายวันต่อมา ตอนที่นรีกานต์กำลังจะออกไปทานข้าวที่วังเทพรัตนธรรม์ พนักงานต้อนรับก็เดินเข้ามาย
Read more

บทที่ 14 : เช็กบิล 2/2

สองพี่น้องมองกันด้วยสายตาคนละอารมณ์อยู่อย่างนั้นสักพัก ทศวรรษถึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเดาอารมณ์ไม่ออกเช่นเดิม“ฉันอาจจะฟังแกพูดกว่านี้ ถ้าแกเอาหลักฐานมาแย้งว่าแกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในสายการบิน แล้วก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉัน ตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น”“ผมเตรียมหลักฐานทุกอย่างไว้ตั้งนานแล้ว เดี๋ยวเปิดให้ดูเลย” ว่าแล้วคนเป็นน้องก็ล้วงเอามือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา ในนี้มีฟังก์ชันเก็บข้อมูลต่างๆ ครบครัน เขากดมือถือไม่นานก็ยื่นมันให้พี่ชายแล้วนั่งลงด้วยท่าทางโกรธๆ “คราวนี้ถ้ายังไม่เชื่อกันอีก ผมจะฆ่าพี่หมกห้องให้ดู!”“หึ!” ทศวรรษเลื่อนดูข้อมูลของน้องชายเงียบๆ ไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายอาจจะใช้โอกาสนี้เล่นงานเขาทีเผลอสิ่งที่พงศ์เทพให้เขาดูคือไฟล์เอกสารหลายอย่างและคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถจับภาพการแอบขนย้ายกล่องขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นยานรกขึ้นเครื่องบินลำหนึ่งของเดอะเฟิร์สแอร์เวย์หลังดูไปได้สักพัก เขาก็เลิกคิ้วถาม“มีแค่เรื่องพวกนี้เองหรือ มันไม่พอหรอกนะ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากล่องใบนี้ถูกส่งไปที่ไหน”เจ้าของมือถือแค่นยิ้มบอกสั้นๆ “เปิดไปเรื่อยๆ สิ”คลิ
Read more

บทที่ 15 : พ่อทศคนดี 1/3

เจ้าของกำไลอีกวงกำลังวุ่นอยู่กับร้านอาหารที่บ้านเกิดหลังกลับจากกรุงเทพฯ นรีกานต์ต้องทำเมนูใหม่ให้ร้านสาขาแรกนี้ด้วย งานค่อนข้างสนุกเลย เสียก็แต่มีคเชนทร์ห้อยตามหลังมาด้วยตลอดมากันท่าผู้ชายไม่ให้เข้าใกล้เธอ!ดวงตากลมโตมองค้อนใส่คนนั่งเล่นเกมรออยู่ใกล้ๆ พออีกฝ่ายเงยหน้ามามอง เธอก็ทำทีเป็นหยิบขนมที่เชฟในร้านลองทำให้มาชิมในตอนนั้นเอง แสงแวววาวบนข้อมือบางพลันเตะตาน้องชายคนดีเข้า...“กำไลนั่นซื้อมาตอนไหนเหรอ ไหนว่าไม่ชอบสวมของพวกนี้ไง” คเชนทร์ถามพลางก้มหน้าเล่นเกมในมือถือต่อด้านนรีกานต์ได้ยินคำถามของน้องชายก็ก้มมองกำไลข้อมือตัวเองแวบหนึ่ง ด้วยการทำงานที่ต้องอยู่ในครัวในสวนแทบทุกวัน ไม่เหมาะจะสวมเครื่องประดับ ปกติเธอเลยไม่ค่อยได้สวมแหวนสวมกำไลข้อมือเลยแต่กำไลวงนี้...“สวยดีนะ เหมาะกับผิวเจ้ ถ้าไม่สังเกตดีๆ นี่มองไม่เห็นเลย”ได้ยินแบบนั้นเธอก็อดพูดอวดไม่ได้ “นี่เป็นทองคำแท้เลยนะ”“จ้า ช้างมองก็รู้แล้วว่าแท้” คเชนทร์หันมาว่ายิ้มๆ ก่อนจะเลิกคิ้วถาม “แล้วไม่รำคาญตอนท
Read more

บทที่ 15 : พ่อทศคนดี 2/3

เมื่อสามแม่ลูกพากันกลับบ้านไปแล้ว นรีกานต์ก็ค่อยๆ ลงเมล็ดพันธุ์ที่เหลือจนเสร็จตามเป้าหมายในวันนี้“โอย...หลังฉัน”เสียงหวานของหญิงสาวร้องโอดโอยกับตัวเอง เมื่อยืนขึ้นแล้วรู้สึกขัดยอกทั้งเอวทั้งหลัง ต้องยืนนิ่งอยู่สักพัก ถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย“ให้พี่ช่วยไหม”คนกำลังจะนวดเอวให้ตัวเองหันขวับไปมองคนถามมาดื้อๆ ด้วยสีหน้าตกใจ “คุณ!”“ครับ พี่เอง” ทศวรรษยิ้มหวานให้นรีกานต์กะพริบตามองเจ้าของร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนครึ่งศอกกับกางเกงสแล็คสีเข้มอย่างงงๆ “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่เห็นรถเลย” พวกเธอทำงานอยู่ที่สวนทั้งวัน ไม่รู้เลยว่าข้างบ้านมีคนอยู่ด้วยทศวรรษเดินเข้าไปบอกใกล้ๆ เธอ “พวกพี่มาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พอดีทำงานอยู่เลยไม่ได้ออกมาข้างนอก ถึงแม้จะได้ยินเสียงพวกหนูนาแว่วๆ ก็เถอะ”“อ๋อ แล้วจัดการเรื่องวุ่นๆ เสร็จแล้วเหรอคะ ถึงกลับมาที่นี่ได้”“ก็น่าจะเรียกว่าเสร็จได้อยู่”นรีกานต์ขมวดคิ้ว ตอบอะไรกำกวมแบบนี้นะ &ld
Read more

บทที่ 15 : พ่อทศคนดี 3/3

“เอาละ ไหนว่ามา อยากขอโทษเรื่องอะไร” ย่าทวดเอ่ยขึ้นมาในตอนนั้นทศวรรษประคองพานวางลงเบื้องหน้าท่าน ก่อนจะก้มลงกราบอย่างสุภาพเรียบร้อย “ผมกราบขอโทษคุณทวดกับคุณอาจริงๆ ที่บังอาจพาน้องหนีตามกันไป...”“หนีจากคนร้าย” นรีกานต์ช่วยแก้คำให้เขาเสียงอุบอิบ“สิ่งที่ทำลงไปในวันนั้น เป็นไปโดยสุดวิสัยจริงๆ เพื่อความปลอดภัยของน้อง ผมจำเป็นต้องพาหนีไปด้วยกัน ผมสาบานด้วยชีวิต ระหว่างที่หนีไปด้วยกัน ผมไม่ได้ล่วงเกินหรือก่อความเสียหายใดๆ ต่อน้องเลยแม้แต่น้อย”“อืม...” หญิงชรามองนิ่งอยู่สักพัก ก็พยักหน้าบอกกับเขา “ทวดจะรับคำขอโทษไว้แล้วกัน ส่วนเจ้าดิน...”พอผู้เป็นย่ามองมา แดนดินก็ถอนหายใจเฮือก ยื่นมือไปรับพานนั่นมาไว้ตรงหน้าตัวเองกับภรรยา แม้จะไม่พอใจกับการกระทำของทศวรรษแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้น ในเมื่ออีกฝ่ายตั้งใจมาขอขมาลาโทษ พร้อมกับลั่นสาบานด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขนาดนี้ เขาก็ต้องทำใจรับไว้ละ“ขอบคุณนะครับ ที่ยอมรับคำขอขมาของผม”“เราเข้าใจดี ว่าคุณท
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status