ประตูจวนอันหนักอึ้งปิดลงอีกครั้ง ตัดขาดความหวังจนสิ้นคืนนั้น จวนของเซียวจ้านถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันราวป่าช้าไหสุรากลิ้งเกลื่อนพื้น กลิ่นสุราฉุนแรงปนเปกับความสิ้นหวังจนชวนให้อึดอัดแทบหายใจไม่ออกยามเจียงไต้เยว่ผลักประตูเข้ามาอย่างหวาด ๆ ภาพที่เห็นก็คือภาพเช่นนี้เซียวจ้านนั่งทรุดอยู่กับพื้น ดวงตาเลื่อนลอย เซี่ยอวิ๋นพิงเสา เช็ดกระบี่คู่กายที่เงาวับอยู่แล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ชีวิตชีวา ส่วนหรงจิ่งหลี่ยืนนิ่งจ้องภาพวาดเจียงหลินหลางในวัยสิบสามปีที่แขวนอยู่บนผนัง ราวกับรูปสลักหิน ไม่ไหวติงแม้แต่น้อยนางสูดลมหายใจลึก เปลี่ยนเป็นท่าทีอ่อนแอที่สุด ถึงกับจงใจสวมอาภรณ์สีขาวนวลที่เจียงหลินหลางเคยสวมบ่อยในกาลก่อน แล้วก้าวเข้ามาอย่างอ่อนช้อย “พี่ ๆ พี่หลินหลางจากไปแล้ว... ต่อจากนี้ไต้เยว่เหลือเพียงพวกท่านแล้ว...”ยังไม่ทันสิ้นคำ เซียวจ้านก็เงยหน้าขึ้นทันที!ในดวงตาแดงก่ำที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยนั้น มิได้มีความเอ็นดูเช่นวันก่อนอีกแล้ว หากเป็นสีแดงฉานน่าสะพรึงที่ใกล้จะแตกสลาย!ร่างของเขาพุ่งว่องไวปานสายฟ้า มือหนึ่งคว้าข้อมือเจียงไต้เยว่ไว้แน่น!“ไต้เยว่!” เสียงของเขาแหบพร่าและบิดเบี้ยว
Read more