ผมชอบการดัดแปลงจากนิยายเพราะมันให้มิติของตัวละครและฉากหลังที่ลึกซึ้ง จังหวะเรื่องราวมักจะมีช่วงหายใจ มีบทสนทนาที่บอกความคิด นอกจากนี้งานนิยายต้นฉบับมักมีเลเยอร์ของสัญลักษณ์และธีม ซึ่งถ้าทีมสร้างเข้าใจดี การย้ายมาเป็นภาพหรือภาพยนตร์จะทำให้เรื่องดูมีน้ำหนักขึ้น ตัวอย่างงานที่ประสบความสำเร็จในการย้ายจากหน้าเป็นจออย่างงดงาม เช่น 'The Lord of the Rings' ทำให้ผมเชื่อว่าถ้าต้นฉบับของ 'กบแก้ว' เป็นนิยาย ผลงานที่ได้จะมีความละเอียดอ่อนและชวนคิดตาม เสน่ห์อยู่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่นิยายให้ไว้และการย่อ-ขยายเพื่อให้พอดีกับสื่อใหม่
1. 'The little frog jumped into the pond.' — กบน้อยกระโดดลงบ่อน้ำ 2. 'She found a bright green frog under the log.' — เธอพบกบสีเขียวสดใต้ท่อนไม้ 3. 'Frogs sing loudly at night near the river.' — กบร้องเสียงดังในตอนกลางคืนใกล้แม่น้ำ 4. 'Put the frog gently on the lily pad.' — วางกบอย่างเบามือบนใบบัว 5. 'He rescued a frog that was stuck in the drain.' — เขาช่วยกบที่ติดอยู่ในท่อระบายน้ำ 6. 'Have you ever seen a poison dart frog in the zoo?' — คุณเคยเห็นกบพิษลูกดอกในสวนสัตว์ไหม 7. 'The scientist studied how the frog adapts to cold weather.' — นักวิทยาศาสตร์ศึกษาว่ากบปรับตัวกับอากาศหนาวอย่างไร 8. 'A tiny frog clung to my backpack during the hike.' — กบตัวเล็กเกาะเป้ฉันระหว่างเดินเขา 9. 'They named their team The Frogs and wore green shirts.' — พวกเขาตั้งชื่อทีมว่า The Frogs และใส่เสื้อสีเขียว 10. 'Listen: a chorus of frogs begins after the rain.' — ฟังนะ: คอรัสของกบเริ่มร้องหลังฝนตก
ฉันชอบยกตัวอย่างประโยคง่าย ๆ เวลาสอนคำศัพท์ให้เด็ก ๆ เช่น: 'The frog jumped into the pond.' หรือ 'A small green frog sat on the leaf.' ประโยคแรกใช้กริยาอดีตเพราะการกระโดดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบไป ส่วนประโยคที่สองเป็นประโยคบอกเล่าสภาพทั่วไปที่ใช้คำนำหน้านับได้ 'a' เมื่อพูดถึงหนึ่งตัว หากพูดถึงหลายตัวก็ใช้รูปพหูพจน์ 'frogs' เช่น 'Frogs live near water.'