จุดเปลี่ยนเชิงสากลเกิดขึ้นในทศวรรษ 1990 เมื่อเธอเริ่มออกซิงเกิลและอัลบั้มที่ได้รับความนิยมในตลาดภาษาอังกฤษ อัลบั้มอย่าง 'Unison' และ 'The Colour of My Love' ทำให้ชื่อเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำทั่วโลกจริงๆ คืออัลบั้ม 'Falling into You' และ 'Let's Talk About Love' ซึ่งมีซิงเกิลไอคอนิกอย่าง 'The Power of Love' และโดยเฉพาะเพลงประกอบภาพยนตร์ 'My Heart Will Go On' จากภาพยนตร์เรื่อง Titanic ที่กลายเป็นเพลงประจำยุคและทำให้เธอได้รางวัลระดับโลก เพลงนี้ช่วยยกระดับชื่อเสียงให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักร้องที่ขายดีที่สุดในโลก ผลงานหลายชิ้นยังได้รับรางวัลแกรมมี่และรางวัลทางดนตรีระดับนานาชาติอีกมากมาย เห็นได้ชัดว่าเธอสามารถข้ามภาษาและวัฒนธรรมได้ด้วยพลังเสียงและการตีความเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์
นอกเหนือจากผลงานสตูดิโอ ยังมีแง่มุมการแสดงสดที่เป็นที่พูดถึงมาก เช่นการมีโชว์ประจำที่ลาสเวกัสอย่าง 'A New Day...' ในช่วงกลางยุค 2000 ที่ถือเป็นหนึ่งในการแสดงที่เปลี่ยนแนวทางคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก เธอยังออกทัวร์ใหญ่หลายครั้งและมีอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลัง ในชีวิตส่วนตัวมีทั้งเรื่องความรัก การทำงานร่วมกับผู้จัดการที่เป็นสามี และการเป็นแม่ของลูกสามคน เรื่องราวชีวิตส่วนตัวทั้งสุขและทุกข์ถูกถ่ายทอดผ่านงานเพลงและคอนเสิร์ต ทำให้แฟนเพลงรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้นในหลายยุค นับตั้งแต่ปีหลังๆ เธอเผชิญปัญหาด้านสุขภาพที่กระทบต่อการทัวร์และการแสดง แต่แฟนๆ ยังคงให้การสนับสนุนและรอการกลับมาของเธออย่างอบอุ่น
โดยสรุป เส้นทางของ 'ซีลีน' เป็นภาพของศิลปินที่เติบโตจากศักยภาพในท้องถิ่นจนกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ผลงานเด่นจำนวนมากตั้งแต่เพลงภาษาเฟรนช์ ยันซิงเกิลระดับตำนานอย่าง 'My Heart Will Go On' และโชว์ยิ่งใหญ่ที่ลาสเวกัส ล้วนสะท้อนทั้งพลังเสียง เทคนิคการร้อง และการเลือกโปรเจ็กต์ที่เหมาะสมกับตัวเธอ พูดตรงๆ ว่าเสียงของเธอยังคงมีผลต่ออารมณ์ของผมทุกครั้งที่ได้ฟัง และผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นการเดินทางของศิลปินคนนี้ผ่านทั้งความสำเร็จและความท้าทาย