ผมชอบวิธีที่งานภาพและบทภาพยนตร์ดึงแก่นเรื่องจากต้นฉบับออกมา ในนวนิยายมีการสำรวจจิตใจของกษัตริย์และขุนนางอย่างละเอียด ภาพยนตร์เลือกเน้นฉากปิดล้อมกับความตึงเครียดของการตัดสินใจ ทำให้ฉากนอกกำแพงป้อมปราการมีทั้งความงามและความโหดร้ายพร้อมกัน ความแตกต่างระหว่างฉากสนทนาในห้องบรรยายและฉากสนามรบทำให้ตัวละครมีมิติขึ้นอย่างชัดเจน ผลงานอ่านแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกับหนังสงครามคลาสสิกบางเรื่องที่เน้นด้านมนุษย์ เช่น ‘The Bridge on the River Kwai’ แต่ก็ยังคงมีลายเซ็นความเป็นเอเชียที่แทรกอยู่ในรายละเอียดของประวัติศาสตร์และจารีตของตัวละคร ซึ่งทำให้ทั้งหนังและหนังสือเป็นประสบการณ์ที่ควรอ่านและดูควบคู่กันไป