เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนไทยถึงเรียก 'เอลฟ์' ตามภาษาอังกฤษ แต่ในต่างประเทศก็มีชื่อเรียกที่หลากหลายขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม อย่าง 'Elf' ในภาษาอังกฤษนี่เป็นชื่อที่คุ้นเคยจากงานฟэнเทซีคลาสสิกอย่าง 'The Lord of the Rings' แต่ถ้าลองไปดูในภาษอื่นก็จะพบชื่อที่ต่างออกไป เช่น 'Alf' ในภาษาเยอรมันที่ออกเสียงคล้ายกันแต่มีรากมาจากตำนานยุโรปโบราณ
สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องราวของเอลฟ์ในแต่ละวัฒนธรรมก็แตกต่างกันด้วย บางที่มองว่าเป็นวิญญาณธรรมชาติ บางตำราเล่าว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอายุยืนยาวและมีเวทมนตร์ ตัวละครอย่าง Legolas จาก 'The Lord of the Rings' หรือ Dobby จาก 'Harry Potter' ก็แสดงให้เห็นความหลากหลายของเอลฟ์ในวรรณกรรมสมัยใหม่
เมื่อพูดถึงคำว่า 'เอลฟ์' ภาพที่ผุดขึ้นมาในใจคือเหล่าผู้วิเศษจากป่าโบราณใน 'The Lord of the Rings' ตัวตนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการที่ผสมผสานระหว่างความงดงามเหนือมนุษย์กับพลังแห่งธรรมชาติ
พอมาถึงยุคของ J.R.R. Tolkien ใน 'The Lord of the Rings' เอลฟ์ถูกพัฒนาจนมีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งรูปร่างหน้าตา สังคม และภาษา Tolkien ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังจนสร้างภาษาสำหรับเอลฟ์ขึ้นมาแบบสมบูรณ์ งานของท่านนี่แหละที่ทำให้ภาพลักษณ์เอลฟ์ในภาษาอังกฤษเป็นที่รู้จักทั่วโลก
ความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่างเอลฟ์ในวัฒนธรรมตะวันตกกับไทยคือรูปลักษณ์และบทบาทในเรื่องเล่า เอลฟ์ภาษาอังกฤษมักถูก描绘เป็นมนุษย์สูงศักดิ์ที่มีหูแหลม รูปร่างเพรียวบาง และมีชีวิตอมตะ เช่นใน 'The Lord of the Rings' พวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกนับถือตนเองสูงและอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
เห็นตัวละครเอลฟ์บ่อยๆ ในวรรณกรรมแฟนตาซีตะวันตก แต่ที่โดดเด่นสุดคงเป็น 'The Lord of the Rings' ของ J.R.R. Tolkien เอลฟ์ในงานนี้มีหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งเอลฟ์สูงศักดิ์อย่าง Galadriel ไปจนถึงกลุ่ม Sindar ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ