INICIAR SESIÓN5Set friend zone ประกอบไปด้วย องศา เซย์ ฉลาม ลีโอ ติณห์ จีน่า มีเรื่องของทุกคนจนจบ รวมตอนพิเศษของทุกคนด้วยค่ะ
Ver más-องศา-
@ห้างสรรพสินค้า "...พี่องศา ขวัญใส่ชุดนี้น่ารักไหมคะ" เสียงสดใสของ ของขวัญ ส่งผลให้ผมที่กำลังคิดอะไรเงียบๆ หลุดจากภวังค์ ตาคมหยุดมองรอยยิ้มกว้างๆ ของคนที่สองเดือนก่อนหน้านี้แทบไม่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า มองร่างบางๆ หมุนตัวกลับไปกลับมาเพื่อเป็นคำถามว่าผมรู้สึกยังไงกับชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ดี "ก็ดี" ทั้งที่ปากเอ่ยออกไปแบบนั้น แล้วทำไมผมถึงต้องนึกถึงผู้หญิงอีกคนด้วยวะ! "แค่ดีเหรอคะ นี่สีโปรดของขวัญเลยนะ เล็งไว้ตั้งนานแน่ะ รอพี่องศาว่างถึงได้ชวนมาด้วยกัน" "ซื้อๆ ไปเถอะ ซื้อเสร็จจะได้ทำธุระอย่างอื่น" "รีบอีกแล้วเหรอคะ" "พี่มีธุระต้องไปต่อ ก็บอกไปแล้วว่ามีเวลาให้ไม่นาน" "อยากไปกินข้าวด้วยกันต่อพอได้ไหมคะ" "พี่ให้ได้แค่กลับไปส่งที่คอนโด ถ้าจะขอมากกว่านั้นพี่จะให้กลับเอง" ผมตอบกลับอย่างไม่แยแส และแน่นอนว่าของขวัญหน้างอใส่ผมทันที "พี่ไม่ให้เวลาขวัญเลยอ่ะ แบบนี้หลังเรียนจบเราจะแต่งงานกันได้จริงๆ เหรอคะ" "ถึงตอนนั้นถ้าขวัญไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง พี่ไม่บังคับขวัญ จะไม่มีใครบังคับเราได้ทั้งนั้นถ้าเราสองคนไม่เต็มใจ" ผมยิ้มมุมปาก รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ของขวัญมีความคิดในแบบเดียวกับผม ยุติบทบาทคู่รักจอมปลอมนี่ทีเถอะ ผมอยากได้ชีวิตของผมคืน! จุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับผมมันไม่ใช่ความรัก สองเดือนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำเหมือนคบกัน พ่อแม่อยากให้ลงเอยกัน ที่จริงแล้วมันมีเหตุผล เหตุผลที่เป็นทางออกของทุกคน แต่มันเป็นเรื่องที่โคตรซวยสำหรับผมเลย! "ไม่ดีกว่าค่ะ ขวัญไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ผู้ใหญ่ให้แต่งขวัญก็จะแต่ง" แม่ง! สุดท้ายก็แค่หลอกให้กูดีใจ! "ขวัญชอบฝืนใจตัวเองเหรอ?" "ไม่ได้ฝืนใจตัวเองค่ะ เรารักกัน คนรักกันแต่งงานกันมันไม่ใช่เรื่องของการฝืนใจเลย" ผมดันปลายลิ้นเข้ากับมุมปากก่อนจะเบือนหน้าหนี อยากตอบกลับฉิบหายว่าไม่ได้รัก ไม่เคยรัก ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะถูกบังคับทางอ้อมต่างหากล่ะ "พี่องศา ขวัญว่าเรามาเปิดใจคุยกันดีๆ ดีกว่าไหมคะ" เปิดใจคุยดีๆ นี่คือต้องคุยแบบไหนวะ คุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น อธิบายว่าเราไม่เคยคบกันเลย แบบนั้นนั่นแหละคือการคุยกันดีๆ แบบดีโคตรๆ สำหรับผมเลย "ขวัญไม่เหมือนเดิมเหรอคะ ไม่สวยเหมือนเดิม ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่ใจและเรียกร้องเกินไปหรือเปล่าพี่องศาถึงทำเหมือนเบื่อหน่าย ทำเหมือนไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกันเลย" นั่นไง พอจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ยัยของขวัญหน้าเหมือนตุ๊กตาอย่างที่ใครต่อใครชอบว่าก็ตั้งท่าจะร้องไห้ "อายเหรอคะที่ต้องไปไหนมาไหนกับขวัญ ถ้าเป็นแบบนั้นเราห่างกันซักพักดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมา" อะไรมันจะเข้าทางขนาดนี้วะ! "พี่แล้วแต่ขวัญ" "งั้นก็ห่างกันซักพักนะคะ ขวัญไม่โอเคเวลาที่พี่องศาทำเหมือนไม่ได้เต็มใจจะไปไหนมาไหนด้วยกัน" "..." "เอาเป็นว่าถ้าพี่องศาคิดได้ก็ค่อยกลับมาง้อขวัญละกัน" ของขวัญหมุนตัวกลับเข้าไปยังห้องลองชุด เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเดิมก่อนที่ผมจะทำหน้าที่จ่ายค่าเสื้อผ้าที่เธอตั้งใจจะซื้อให้เหมือนทุกครั้ง แตกต่างที่ทุกครั้งเธอจะยิ้มกว้างๆ และแสดงท่าทางว่าดีใจหนักมาก แต่ครั้งนี้กลับไม่ยิ้ม เลือกที่จะรอรับของแล้วเดินออกจากร้านไปเลย คอนโดS "สัส ทำไมมึงใจร้ายกับน้องได้ขนาดนั้นวะ นั่นคู่หมั้นมึงนะ" ฉลามคีบบุหรี่ออกมาจากปากก่อนที่มันจะเสนอหน้าเข้าข้างเด็กนั่น "มึงไม่สงสารแล้วหรือไง ไหนบอกว่าน้องกำลังดวงตก ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย ถ้ามึงคือคนที่ช่วยประคองดวงชะตาน้องไม่ให้ตกต่ำลงไปมากกว่านี้ตามที่คำทำนายบอกไว้จริงๆ ระวังจะเกิดเรื่องไม่ดีตอนที่มึงไม่ได้อยู่กับเขาก็แล้วกัน" "ที่ไอ้หลามพูดมันก็น่าคิดนะมึง มึงน่าจะรู้ดีกว่าพวกกูนะองศาว่าเวลาดวงตกน้องมันต้องเจอกับอะไรและเคยเจอกับอะไรมา" ไอ้เซย์ที่กำลังสนใจเกมส์ในโทรศัพท์สมทบขึ้นมาบ้าง คำพูดของมันจริงจังจนผมเผลอคิดตาม "พวกมึงเข้าข้างเด็กนั่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของกูที่เป็นเพื่อนพวกมึงอ่ะนะ" "แล้วมึงจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ การเป็นแฟนกำมะลอกับสาวน้อยหน้าตุ๊กตาคนนั้นกูก็เห็นว่ามึงมีแต่ได้กับได้ น้องของขวัญนั่นน่ารักฉิบหาย ตัวงี๊โคตรขาว หุ่นแบบนั้นแม่งก็สเปคมึงไม่ใช่เหรอวะ แล้วมึงจะมาทำท่าอมทุกข์เพื่อ?" ไอ้ฉลามพูดต่อและมองหน้าผมยิ้มๆ "ถ้ามึงเบื่อมึงก็เล่นให้มันสมบทบาท กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็คือการสมบทบาทนั่นแหละมึงเชื่อกู" "จมปลักฉิบหาย เสือกสนใจแต่ของที่จับต้องไม่ได้" ไอ้เซย์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ผมแม่งก็เบื่อขี้หน้าไอ้เวรพวกนี้แล้วเหมือนกัน "ไอ้เหี้ยติณห์กับไอ้ลีโอหายหัวไปไหนเนี่ย" "หงุดหงิดแล้วอย่ามาพาลเพื่อน พวกมันทำตัวมีประโยชน์แน่มึงไม่ต้องห่วงมันเลย" "กูแค่ถามว่าพวกมันหายหัวไปไหน" "ไปซื้อเบียร์" เซย์ตอบกลับปัดความรำคาญ มือของมันยังคงจิ้มรัวๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมส์ตามเดิม ผมดันตัวลุกจนเต็มความสูง ก้าวขาออกไปที่บริเวณระเบียงห้องพร้อมกับเคาะบุหรี่ออกมาจากซอง เรื่องของคำทำนายยังรบกวนจิตใจไม่เคยหาย ถ้าจะพูดว่ามันเป็นแค่เรื่องงมงายไม่มีอยู่จริงก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะผลของมันเคยออกฤทธิ์ให้เห็นมาแล้ว สำหรับของขวัญผมคือคนสำคัญที่เธอและครอบครัวของเธอพยายามตามหา ต่างจากผมที่เฝ้ารอและนับเวลา ครบสามเดือนขึ้นมาเมื่อไหร่ ดวงชะตาเปลี่ยนแปลงตอนไหน เรื่องของเธอกับผมต้องเป็นอันยุติลงทันที! [ END ] -ของขวัญ- "...พอแล้วยัยขวัญ แกจะกินมันทำไมนักหนา นี่เมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ" มีน พยายามดึงแก้วเหล้าออกจากมือฉัน ที่จริงมีนพยายามดึงออกเป็นรอบที่ร้อย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่มันดึงแก้วจากมือของฉันได้สำเร็จ "เอาคืนมาเถอะมีน แกปล่อยให้ฉันกินเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากให้สมองว่างจนคิดเรื่องบางเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที" ฉันซุกใบหน้าลงกับต้นแขนของตัวเองที่วางแนบอยู่บนโต๊ะ ดื่มไปหลายแก้ว ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเลยสักนิด แค่เวียนหัว จะอ้วก และยังลืมไม่ได้อยู่ดี "แกเครียดเรื่องพี่องศาสินะ" "แกบอกฉันได้ปะว่าหลังจากที่ฉันเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตของฉันมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง" ยัยมีนเบิกตาขึ้น มันดูล่อกแล่กจนฉันเองก็ใจเสีย กลัวว่าสาเหตุที่ทำให้พี่องศาเปลี่ยนไปมันจะเป็นเพราะฉันที่ไม่เหมือนเดิม "ทะ ทำไมแกถึงถามแบบนี้ล่ะ" "แกบอกว่าฉันกับพี่องศาเป็นแฟนกัน เรารักกันดี เราคบกันมานาน เรียนจบจะแต่งงานกัน ทุกคนบอกฉันแบบนั้นแต่ทำไมสองเดือนมานี้พี่องศาไม่เคยสนใจฉันเหมือนเมื่อก่อนเลย เขาไม่คิดจะสนใจจนฉันเองก็ชักสงสัยว่าเมื่อก่อนฉันกับเขารักกันจริงๆ ใช่ไหม" "ของขวัญ แกกับพี่องศารักกัน ที่ตอนนี้พี่องศาเปลี่ยนไปมันอาจจะเป็นเพราะพี่เขาเรียนหนักก็ได้ แกอย่าคิดมากสิ" "เรียนหนักงั้นเหรอ..." ฉันพึมพำออกมาก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา "ขนาดฉันตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ เขายังไม่สนใจฉันเลย ฉันบอกว่าถ้าเขาไม่สนใจ ก็ขอให้เราห่างกัน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉัน และพอเรียนจบ ถ้าฉันบอกว่าจะไม่แต่งงาน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉันเหมือนกัน เขาเย็นชาเกินไปไหมมีน แบบนี้น่ะเหรอเขาเรียกว่าคนรักกัน" "ปกติแกชวนพี่เขาไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง บางทีพี่เขาอาจจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนั้นก็ได้ เอางี้ แกลองหาเวลาอยู่กับพี่เขาแค่สองคนดีไหม อยู่ในห้องเงียบๆ ทำอาหารง่ายๆ ให้พี่เขาทานที่ห้อง มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบไม่มีใครมารบกวนมันอาจจะดีก็ได้นะ" ฉันคิดตามที่มีนบอก เท่าที่ฉันจำได้ เรื่องราวระหว่างฉันและพี่องศาเราแทบไม่เคยมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนจริงๆ "แกคิดว่ามันจะดีขึ้นมาจริงๆ เหรอมีน" "ลองดูไหม ถึงยังไงซะก็ขึ้นชื่อว่าแกกับพี่เขาเป็นแฟนกัน มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก ถ้าการอยู่ด้วยกันตามลำพังมันได้ผล ดีไม่ดีมันอาจจะทำให้แกได้พี่เขาคืนไง" ฉันกดปลายนิ้วนวดที่หว่างคิ้วและเผลอคิดตาม ใช่! ฉันอยากได้พี่องศาคืน ฉันรักเขา ฉันอยากรู้ว่าเมื่อก่อนเรารักกันแค่ไหน อยากรู้ว่ามันดีกว่าตอนนี้ไหม! [ END ]ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายข้างของจีน่าดังแทรกขึ้นมาได้จังหวะพอดี ตากลมมองใบหน้าคมที่อยู่ในระยะประชิดอีกครั้งจากนั้นก็เลือกที่จะยัดผ้าในมือใส่ไว้ในอุ้งมือของใครอีกคนแทน"ฉันขอออกไปรับโทรศัพท์แป๊บนะ" ใบหน้าจิ้มลิ้มหันกลับมาบอกเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในสายคือใคร คนป่วยเพียงพยักหน้าร
"ร้องไห้เลยนะนั่น" ฉลามหยั่งเชิงพร้อมกับกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ถึงตอนนี้จีน่าจะหยิกแรงๆ ที่แขนเพราะเขาพูดไม่ถูกหูแต่จำเป็นต้องเงียบไว้ก่อน อยากเห็นปฏิกิริยาของคนที่ปฏิเสธคนที่เคยบอกว่าชอบมากอย่างไม่ใยดี และสุดท้ายก็ได้เห็นแบบที่ใจต้องการ"เย็นนี้กูไม่ไปกับพวกมึงนะ มีนัดเรียบร้อยแล้ว" "นัดกับน้องข
ควันบุหรี่ขาวคลุ้งลอยอยู่ในอากาศในยามที่นิ้วยาวเหยียดคีบมวนบุหรี่ออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป บริเวณหัวคิ้วมีร่องรอยของการใช้ความคิดให้เห็นจนคนที่พักนี้สังเกตุเพื่อนอยู่บ่อยๆ ต้องผละจากแฟนสาวเพื่อเลี่ยงออกมาคุย “พักนี้มึงดูเครียดๆ นะเซย์ ตั้งแต่มาเหยียบผับบุหรี่หมดไปกี่ตัวแล้ววะ” คนถูกถามเพียงแต่ปรา
“ผมขออนุญาตดูแลจีได้ไหมครับ” น้ำเสียงที่อบอุ่นและจริงจังส่งผลให้มือแม่ที่ตั้งใจจะประคองลูกสาวหยุดชะงัก อดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าคมคายอย่างพิจารณา “สนิทกันมากเลยเหรอลูก” “ผมดุตลอดเวลาที่จีดื้อ มันอาจจะไม่ดีที่สุด แต่ผมตั้งใจทำทุกอย่าง” “งั้นเหรอ…” แม่ยิ้มบางๆ แทนคำตอบก่อนจะยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี “

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




reseñas