LOGINปวีร์ อัศวภัชรกุล (วีร์) อายุ 32 ปี หนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน นิสัย : เย็นชา บ้างาน ขี้หึง ขี้หวง ไม่เจ้าชู้ ปรางทิพย์ จันวราสกุล (ปราง) อายุ 22 ปี นิสัย : ชอบช่วยเหลือคนอื่น ขยัน ประหยัด ตั้งใจเรียน เก่ง มีน้ำใจ “ใจเย็นสิเด็กน้อย นิ้วมันจะไปสู้เอ็นอุ่นๆได้ยังไง”ว่าเสร็จประธานก็ยืดตัวขึ้นจับแก่นกายชักขึ้นลงสองสามครั้งแล้วแยกขาหญิงสาวออกกว้างเพื่อที่จะได้แทรกตัวเข้าไปได้ ประธานหนุ่มเอาหัวปลายหยักไปเขี่ยถูไถบริเวณติ่งเสียว เป็นการทักทายร่องสวาทก่อนที่จะเช้าไปเชยชมความคับแน่นข้างใน “อ๊าส์ ครางชื่อผมวีร์ อื้ม เด็กน้อย” “อ๊ะๆ วีร์ขาปราง อ๊าๆ เสียวแรงๆค่ะ อื้อๆ ปรางไม่ไหวแล้วอ๊ะๆ เสียว” จะเป็นอย่างไรเมื่อเขาและเธอได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่คืนนั้นที่ทั้งสองได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันไป เมื่ออีกฝ่ายอยากลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับโหยหาสัมผัสที่เขาเคยได้มันจากเธออย่างไม่อาจลืมเลือนได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นทางกายจะแปรผันมาเป็นความรักได้อย่างไรและความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลงเอยกันอย่างไร.....
View Moreالساعة التاسعة صباحاً……
هبطت الطائرة في دولة “المها”، تلك الدولة التي عشتُ فيها لسنوات منذ ولادتي، حتى غادرتها في سن العشرين بعد طلاقي الذي دام ثلاث سنوات. نزلتُ من الطائرة، وتأملت المكان من حولي. تذكرت كل المعاناة التي عشتها في ذلك الزواج. تزوجتُ في سن الثامنة عشرة من “عمر السهلي”، أغنى رجل في دولة “المها”، زواجاً سرياً. فعلتُ كل ما بوسعي كزوجة، واستمعت لنصائح العائلة لأكون ربة منزل مثالية: “تعلّمي الطبخ، حضّري لزوجك الفطور باكراً، لا تدعي زوجك يخرج بثياب بالية، اغسلي ثيابه يومياً، اكوي ملابسه قبل خروجه، فالرجل لا يحب الخروج بثياب مجعدة، تعلّمي طبخ الأكلات التي يحبها، واهتمي بأمه وأخته والجدة، فهي مهمة بالنسبة له.” فعلتُ كل شيء… تعلمت الطبخ والأعمال المنزلية، تنازلت عن الكثير من حقوقي، وتحملت الصفع والضرب من أمه، وعناد أخته وقلة أدبها، وتجاهله لي، وتقصيره في حقوقي الزوجية، وصراخ أمه الدائم عليّ ومعايرتها لي بأنني لم أنجب طفلاً. تحملت كل شيء لمدة ثلاث سنوات، وفي النهاية لم أحصد سوى “الخيانة”. ما زلت أتذكر ذلك اليوم… كنتُ في منزل الزوجية، وكان عمر يستحم حين رن الهاتف معلناً وصول رسالة. أخذت نفساً عميقاً وأمسكت الهاتف. فتحت الرسالة وإذ بها…… صورة لساق فتاة ترتدي تنورة جامعية زرقاء، تبدو مرفوعة قليلاً لتُظهر فخذها وركبتها المتورمة قليلاً، مع نص مكتوب: “ضربتُ قدمي بالطاولة دون أن أنتبه… إنها تؤلمني.” على ما يبدو كانت صورة للورم في ركبتها، لكن فخذها الأبيض الممتلئ قليلاً وساقها الطويلة كانا يبعثان على الإغراء… فمن يرى صورة كهذه ولا يتحرك شيء بداخله؟ أغلقت الهاتف وأعدته إلى مكانه ونبضات قلبي تتسارع. خرج “عمر” من الحمام بعد أن أنهى استحمامه، بدّل ثيابه وخرج مسرعاً. بقيت هادئة ظاهرياً، لكن نبضات قلبي كانت تتسارع بجنون. لم أستطع التنفس، وكأن الهواء اختفى من المكان. بعد دقائق، وصلني إشعار من تطبيق “وي شات” لمنشور نشره أبي: صورة لطاولة عليها كعكة وثلاثة أشخاص؛ رجل وامرأتان، ومكتوب: “ابنتي الخريجة عادت إلى البلاد.” دققتُ في الصورة… نفس التنورة الجامعية الزرقاء… ونفس الساق البيضاء. انقبض قلبي. لقد عادت إلى البلاد بعد تخرجها. دققت أكثر في الصورة، كانت في فندق “الأمل”. تركت كل شيء، وخرجت من منزل الزوجية، وركبت السيارة مع السائق. وصلت إلى الفندق بعد عشر دقائق. دخلت الفندق ورأيت أبي وزوجته يقفان في مكان غير بعيد. عندما رأوني، اظلمت وجوههم. تسارعت نبضات قلبي أكثر فأكثر. نظرت إلى ذلك المكان داخل الفندق… كان مطعماً. مشيت بخطوات سريعة نحوه، حينها أوقفني أبي: “رنيم، توقفي.” قالها وهو يقف في طريقي. لم أحتمل، فقلت: “أبي، إنها تفسد زواجي!” كيف لامرأة أن تدخل في علاقة مع زوج أختها؟ قال أبي مباشرة: “هو يحبها، وهي تحبه… هما يحبان بعضهما.” سكت قليلاً ثم أكمل: “تهاني وعمر كانا سيتزوجان، لولا أن تهاني قررت في ذلك الوقت السفر والدراسة في الخارج، لكانا زوجين الآن.” نعم… “تهاني” هي الابنة غير الشرعية لأبي من عشيقته “سحاب”، ومن شدة حب أبي لها كان ينوي تزويجها لعمر، لكنها رفضت بحجة الدراسة وإكمال تعليمها الجامعي، حينها اضطر أبي لتزويجي لعمر بدلاً عنها. نظر إليّ أبي وقال: “الآن بعد أن عادت أختك تهاني، يجب أن تعود المياه إلى مجاريها… تطلقي من عمر.” صرخت في وجهه: “ليست أختي! الفتاة التي تفسد زواج أختها لا تُعتبر أختاً!” قاطعني أبي محاولاً تهدئتي حتى لا يلحظ أحد الأمر: “هي لم تُفسد شيئاً. زواجك من عمر لا يُعتبر زواجاً حقيقياً، بل كان زواجاً شكلياً. طوال السنوات الثلاث كنتِ تحلين مكان أختك، والآن بعد أن عادت يجب أن تفسحي الطريق لها.” لم أستطع التحمل، فصرخت: “أنا ابنتك أيضاً! اعتنيت بزوجي طوال هذه السنوات، فكيف لها أن تأتي وتأخذه بهذه البساطة؟ لن أتطلق، وأبعد ابنتك عن زوجي!” استدرت لأغادر، حينها قالت لي زوجة أبي: “يا رنيم… هل كان زواجك من عمر زواجاً حقيقياً أصلاً؟” التفتُّ ونظرت إليها. أكملت بجرأة: “أنتِ ما زلتِ عذراء… عمر لم يلمسك.” لم أستطع الرد، لأن كلامها كان… صحيحاً. هو لم يلمسني طوال ثلاث سنوات من الزواج، وكانت أمه “منار” تعايرني لأنني لم أنجب طوال تلك المدة، وتظن أن العيب مني، بينما هي لا تعلم أن ابنها لم يقترب مني قط… وكنت أتحمل كل ذلك بصمت. استدرت وغادرت المكان بسرعة. …………………………… أخذت نفساً عميقاً، لكن هدوئي قاطعه ذلك الصوت القادم من الأمام: “سيدة رنيم، السيارة جاهزة، تفضلي.” كان السائق يقف أمامي فاتحاً باب السيارة بعد أن وضع الأمتعة في الصندوق الخلفي. سرت إلى الأمام بخطوات هادئة وصعدت إلى السيارة. أغلق السائق الباب، ثم ركب في مقعده وانطلق. نظرت من خلال النافذة وأنا أتذكر آخر مرة كنت فيها في هذه البلاد… حين عزمت على الرحيل وترك كل شيء خلف ظهري. تواصلت مع محامٍ من أجل إعداد اتفاقية الطلاق. لم أطالب بأي شيء، طبعتها ووقعت عليها، ثم خلعت خاتمي ووضعته مع الاتفاقية داخل ظرف، وأرسلته إلى مكتب عمر عبر ساعي البريد، لأنني كنت أعلم أنه لو سلمتها له بنفسي فلن يهتم، فكل شيء بالنسبة له كان أهم مني. بعدها طلبت من الخادمات التخلص من جميع أغراضي الخاصة وكل ما يخصني. أخذت جواز سفري وهويتي، وغادرت منزل الزوجية. طلبت سيارة أجرة وركبتها متجهة إلى المطار. وفي طريقي إليه، مسحت كل الأشياء المهمة من هاتفي، ثم رميته من النافذة، وبدأت حياة جديدة. الآن… عدتُ إلى البلاد بعد مرور سبع سنوات… “لأنتقم.” :::ช่วงเที่ยงของวันปรางทิพย์นั่งเล่นอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพียงลำพังเพราะสามีและลูกคนโตออกไปทำงานกันส่วนสองแฝดก็ไปเรียน เธอจึงต้องอยู่บ้านคนเดียวอย่างเหงาๆเพราะตั้งแต่มีลูกเธอก็ไม่ได้ทำงานอีกเลย “ม๊าขา อยู่ไหมคะ”ปริมลูกสาวคนเดียวของบ้านตะโกนเรียกมารดามาตั้งแต่อยู่หน้าบ้านจนกระทั่งเข้ามาถึงภายในตัวบ้าน “ม๊าอยู่ที่ห้องนั่งเล่นลูก”ปรางทิพย์ขานตอบลูกสาวปริมเมื่อได้ยินเสียงมารดาดังมาจากห้องนั่งเล่นก็รีบวิ่งเข้าไปหามารดาทันทีปรางทิพย์เห็นว่าลูกสาววิ่งหน้าตั้งตาตื่นก็ตกใจนึกว่าเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้น “ปริมมีอะไร เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่ทำไมกลับมาเร็วไม่มีเรียนเหรอคะ”ปรางทิพย์รัวคำถามใส่ลูกสาวที่วันนี้บอกว่ามีเรียนเลิกสี่โมงเย็นแต่นี่พึ่งบ่ายสองทำไมกลับมาเร็ว “อาจารย์ยกคลาสค่ะ แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ เพราะมีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นอีกค่ะ”ปริมพูดด้วยความตื่นตระหนกราวกับเ
เช้าวันใหม่แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในห้องนอนของสองสามีภรรยาที่นอนกอดกันไม่ยอมตื่นลมแอร์ปะทะร่างกายทำให้ต้องกระชับกอดกันให้แน่นขึ้นเพราะความเย็นของแอร์ ปวีร์ขยับเปลือกตาค่อยๆลืมตาปรับแสงที่มากระทบตาเมื่อปรับได้แล้วก็หันไปมองภรรยาคนสวยที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนความสวยไม่เคยเลือนหายเขายังคงหลงใหลร่างกายนี้ไม่เคยเปลี่ยน เมื่อได้สัมผัสก็ต้องการที่จะสัมผัสมากขึ้นทุกครั้งตอนนี้ก็เช่นกัน ปรางทิพย์ที่อยู่ในชุดนอนเดรสสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินลื่นมือทำให้เมียของเขาน่าสัมผัสมากขึ้นอีกเท่าตัวปวีร์จับตัวภรรยาคนสวยให้นอนราบกับที่นอนและเริ่มซุกไซ้ไปตามซอกคอไล่เลียระดมจูบไปตามซอกคอทำให้เกิดเป็นรอยจ้ำแดงระเรื่อที่คอ มือหนาเลื่อนไปบีบขย้ำหนาอกอวบนิ้วแกร่งสะกิดยอกประทุมถันที่ชูชันอีกข้างก็เลื่อนลงไปที่กลีบกุหลาบงาม ปวีร์พรมจูบไล่ลงมาจนถึงกลีบกุหลาบงามมือหนาถอดกางเกงในของปรางทิพย์ออกและเลิกชายกระโปรงขึ้นลิ้นร้อนไล่เลียไปตามรอยแยกนิ้วแกร่งสอดเขาไปในร่
20 ปีผ่านไป ตอนนี้ลูกของประธานหนุ่มและภรรยาโตเป็นหนุ่มเรียนมหาวิทยาลัยกันหมดทุกคนแล้ว ปริ๊น หรือ ปรินทร์ อัศวภัทชกุล ลูกชายคนโตของปวีร์และปรางทิพย์ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ปีสี่ ปริ๊นเริ่มเข้ามาช่วยงานพ่อตั้งแต่ขึ้นมหาลัยเพราะอยากช่วยงานพ่อแต่ช่วงนี้ก็เริ่มที่จะเข้ามาทำมากขึ้นส่วนเด็กแฝดทั้งสองคนก็เรียนมหาลัยที่เดียวกับพี่ชายท้องที่สองเธอได้แฝดชายหญิงซึ่งสมใจพ่อเขานั้นแหละ “หนูวันนี้โทรบอกลูกๆแล้วใช่ไหมว่าให้เข้ามาทานข้าวที่บ้าน” ท่านประธานวัย54แต่ยังดูดีเหมือนคนวัย30ต้นๆ เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเอ่ยถามภรรยาที่ยังสวยไม่เปลี่ยนตั้งแต่วันแรกที่เจอกันถึงแม้จะอายุเลขสี่แล้วก็ตาม “โทรบอกแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงจะมากัน” “ครับ แล้วนี่หนูทำอะไรอยู่ครับ”ปวีร์เดินมานั่งข้างภรรยาโอบเอวไว้หลวมและเอ่ยถาม “ นั่งดูอะไรไปเรื่อยค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้งานเยอะเหรอคะ”
1 เดือนผ่านไปอ๊วกๆ อ๊วกๆ อ๊วกๆ เสียงโก่งคออาเจียนของประธานหนุ่มดังขึ้นอย่างนี้มาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วหญิงสาวบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไปบอกแต่ว่าไม่เป็นอะไรอาจจะเป็นผลมาจากการทำงาน “เฮียไหวไหมคะ ไปหาหมดเถอะนะ”หญิงสาวคะยั้นคะยอให้สามีไปหาหมอเพราะเป็นห่วงกลัวว่าสามีจะเป็นโรคร้ายแรง “เฮียไม่เป็นอะไรจริงๆครับ”ประธานหนุ่มพูดแล้วเอามือลูบหัวหญิงสาวให้คลายกังวล “ตะ...” “ป๊าม๊าเสร็จยังครับ เดี๋ยวพี่ปริ๊นไปเรียนสายนะ”ลูกชายตัวแสบเปิดประตูวิ่งเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู “พี่ปริ๊นครับ ไม่เสียงดังนะครับป๊าไม่สบายอยู่นะ”หญิงสาวบอกลูกชายให้เบาเสียงลง “ป๊าไม่สบายเหรอครับ งั้นม๊าอยู่ดูแลป๊านะครับ เดี๋ยวพี่ปริ๊นให้อากิตต์ไปส่ง”เด็กชายที่มีความคิดโตเกินเด็กวัยเดียวกันหันไปมองหน้าพ่อและพูดบอ
หลังกลับมาจากฝากครรภ์ก่อนเข้าบ้านประธานหนุ่มได้พาหญิงสาวแวะทานข้าวมาจากข้างนอกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนท้องที่มักจะนอนเยอะเป็นพิเศษเพราะหลังจากที่ประธานหนุ่มได้แวะทานข้าวเสร็จหญิงสาวขึ้นมาบนรถนั่งไปยังไม่ถึงห้านาที&
หลังจากหญิงสาววิ่งออกมาจากห้องประธานหนุ่มได้ไม่เท่าไหร่นัก เธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วจะทำอะไรก็ต้องระวังให้มากๆกว่าเมื่อก่อน จึงเปลี่ยนจากการวิ่งเป็นการเดินก้าวยาวๆไปที่ลิฟต์แทน หญิงสาวกดลิฟต์ลงไปที่ชั้นล
หลังจากประธานหนุ่มทำการทวงสัญญาจากเมียเด็กอย่างสุขสมอิ่มอกอิ่มใจเมื่อคืนนี้ ช่วงเช้าทั้งคู่ตื่นมาก็ต่างแยกย้ายอาบน้ำทานอาหารก่อนไปทำงานด้วยเหมือนทุกวัน ทุกๆเช้าประธานหนุ่มและหญิงสาวจะออกไปทำงานและกลับบ้านพร้อมกันทุกวัน พอช
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพผ้าขนหนูพันรอบอกเดินมาหยุดที่ปลายเตียงที่มีประธานหนุ่มนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคนมีเรื่องให้คิด แต่ก็ไม่แปลกถ้าเขาจะมีเรื่องให้คิดเป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ก็ต้องมีเรื่องให้คิดเยอะเป็นธรร





