تسجيل الدخول‘นัสริน’ ถูกสามีทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในทริปฮันนีมูนเพื่อไปเริงร่ากับคนรักที่เป็นผู้ชาย เธอจึงเลือกประชดความเหงาด้วยการทอดกายให้ชายแปลกหน้า คิดว่าเป็นแค่เรื่องชั่วข้ามคืน... ที่ไหนได้ พอกลับเมืองไทย ชายแปลกหน้าคนนั้นกลับกลายมาเป็นอาของสามีที่ย้ายมาอยู่ในรั้วเดียวกัน
عرض المزيدภายในห้องโถงโรงแรมเต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของ นัสริน หรือ โรส หญิงสาววัย 22 ปี ผู้มีใบหน้าสวยตามแบบฉบับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสล้อไปกับแสงไฟระยิบระยับของโคมไฟบนเพดาน
วันนี้ควรเป็นวันที่ผู้หญิงทุกคนมีความสุขที่สุด แต่มันกลับเป็นวันที่นัสรินรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โลกอีกใบที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
“ยิ้มหน่อยสิยัยโรส แขกมองกันใหญ่แล้ว” เสียงกระซิบจากด้านหลังทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย เป็นเสียงของ แมนดี้ เพื่อนสนิทที่แต่งหน้าให้เธอในวันนี้ เขามากับ แพรวา และ เฌอแตม เพื่อนร่วมก๊วนร้านเสื้อผ้าที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
“ก็มันตื่นเต้นนี่คะ แขกมากันเยอะมาก โรสคิดว่าจะเป็นงานแต่งเล็ก ๆ เสียอีก”
“จะเล็กได้ยังไงล่ะ ครอบครัวของคุณณัฐวุฒิว่าที่สามีของแกมีชื่อเสียงมากแขกก็ต้องมากเป็นธรรมดา” แพรวากระซิบ
“ฉันไม่รู้มาก่อนเลย ฉันกับพี่วุฒิรู้จักกันไม่นานก็ต้องมาแต่งงานกันแล้ว”
“เอาเถอะแก คุณณัฐวุฒิเขาก็หล่อ รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ระดับทายาทโรงพยาบาลเอกชนเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ แต่งไปก็สบายไปทั้งชาติ” เฌอแตมถามเสียงเบา
สบายไปทั้งชาติ คำพูดนั้นเสียดแทงใจนัสรินอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ได้แต่งงานเพราะความรัก และไม่ได้แต่งเพราะความสบาย แต่เธอแต่งเพื่อ ชดใช้หนี้ ให้กับครอบครัว หนี้สินก้อนใหญ่ที่เกิดจากการทำธุรกิจของบิดาและการตัดสินใจกลับมาเมืองไทยครั้งนี้มีราคาที่ต้องจ่ายสูงถึงสิบล้านบาท ซึ่ง ณัฐวุฒิ เจ้าบ่าวของเธอเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด
เมื่อถึงเวลาฤกษ์มงคล นัสรินก้าวเดินออกไปพร้อมกับพ่อที่เดินมาส่งตัวเธอ ณ ปลายทางนั้นคือชายหนุ่มในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม
เขาคือทายาทเพียงคนเดียวที่กำลังจะได้หุ้นของบิดาที่มีมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ตามเงื่อนไขในพินัยกรรมที่ระบุว่าเขาต้องแต่งงานมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนเสียก่อนหุ้นของบิดาจึงจะตกเป็นของเขา
ตลอดพิธีการสวมแหวนและรดน้ำสังข์ นัสรินสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเจ้าบ่าว เขาไม่ได้มองสบตาเธอด้วยความหลงใหลเหมือนที่เจ้าบ่าวทั่วไปควรมอง แต่แววตาของเขาดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความรีบเร่ง ราวกับอยากจะให้พิธีนี้จบลงไปโดยเร็วที่สุด
เวลาล่วงเลยจนถึงค่ำคืนที่ควรจะเป็นคืนเข้าหออันแสนเร่าร้อน นัสรินนั่งอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจ เธออยู่ในชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีครีมที่เพื่อน ๆ ช่วยกันเลือกให้ หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความกังวล เธอไม่เคยผ่านมือชายใดเพราะตั้งใจจะมอบให้กับคนที่เธอจะแต่งงานด้วย แม้จะเป็นลูกครึ่งและไปเรียนที่อังกฤษมาถึงสี่ปี แต่เธอก็ยังคงเก็บสิ่งมีค่าของผู้หญิงไว้ได้อย่างดี มันจึงทำเธอทั้งประหม่าและตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในห้องหอ
เมื่อประตูห้องน้ำเปิดออก ณัฐวุฒิเดินออกมาในชุดนอนสีเทา เขามีสีหน้าเคร่งเครียดและเอาแต่ก้มดูโทรศัพท์มือถือในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง
“เหนื่อยไหมครับ” เขาถามสั้น ๆ พลางเดินไปหยิบแก้วน้ำมาจิบ
“นิดหน่อยค่ะ พี่ณัฐล่ะคะ”
“พี่รู้สึกล้ามาก งานวันนี้วุ่นวายกว่าที่คิด คืนนี้เราต่างคนต่างพักผ่อนเถอะ พี่ยังมีงานค้างที่ต้องเคลียร์ในอีเมลอีกนิดหน่อย โรสเข้าก่อนเลยนะไม่ต้องรอพี่” เขาพูดโดยไม่หันมามองเธอ
คำพูดของเขาเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่ใบหน้าของเธอ นัสรินกะพริบตาปริบ ๆ มองเจ้าบ่าวหมาด ๆ ที่เดินไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง และเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาทันที ราวกับว่าการทำงานสำคัญกว่าภรรยาที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ค่ะ” หญิงสาวตอบสั้น ๆ
เธอค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนที่ขอบเตียงฝั่งหนึ่ง หันหลังให้เขาด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างโล่งอกที่ไม่ต้องทำเรื่องอย่างว่า และน้อยใจที่ดูเหมือนเธอจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเขาเลยแม้แต่น้อย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ชีวิตหลังแต่งงานไม่ได้หวานชื่นอย่างที่คิดไว้ ณัฐวุฒิยังคงทำตัวเป็นสามีที่เคร่งขรึมและห่างเหิน เขาออกจากบ้านแต่เช้าและกลับมาในเวลาที่เธอนอนหลับไปแล้ว และบางวันเขาก็อ้างว่างานยุ่งจนต้องนอนที่โซฟาในห้องทำงาน
“อ้าวโรส นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงานซะแล้ว ข้าวใหม่ปลามันขนาดนี้ยังมีแรงมาทำงานอีกนะ” แมนดี้ทักทายอย่างครื้นเครงเมื่อนัสรินเดินเข้ามาในร้านเสื้อผ้าที่พวกเธอร่วมกันเปิด
“หนึ่งอาทิตย์ที่หายไปเพราะคุณณัฐวุฒิเขาใช้งานแกหนักจนลุกมาทำงานไม่ไหวใช้ไหมล่ะ” แพรวาแซวต่อพลางสะกิดไหล่เพื่อนสาว
นัสรินได้แต่ยิ้มบาง ๆ พลางหยิบผ้าม้วนใหม่มาวางที่โต๊ะออกแบบ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า ช่วงนี้พี่ณัฐเขามีงานเยอะ”
“โถ่ สามีระดับผู้บริหาร งานยุ่งเป็นธรรมดาแหละแก กลางวันทำงานหนักกลางคืนยังต้องทำหน้าที่สามีอีก ดูสิ หน้าตาดูอิ่มเอิบเชียว ยังไงก็ให้เขารักษาสุขภาพด้วยนะ” เฌอแตมพูดยิ้ม ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคำว่าอิ่มเอิบนั้นขัดกับความเป็นจริงในใจของเพื่อนเพียงใด
นัสรินไม่กล้าบอกใครว่า ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอและณัฐวุฒิยังไม่เคยมีอะไรกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่จูบหรือสวมกอดเขาก็ยังไม่เคยทำ เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาคงเหนื่อยจริง ๆ งานบริหารโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และหนี้สินสิบล้านที่เขาแบกรับไปจากครอบครัวเธอก็อาจจะเป็นแรงกดดันที่ทำให้เขาต้องมุ่งมั่นทำงานขนาดนี้
ก่อนหน้าที่จะแต่งงานกันชายหนุ่มเป็นคนสุภาพให้เกียรติเธอมากจนเธออดชื่นชมเขาไม่ได้แต่ก็ไม่คิดว่าหลังแต่งงานเขาก็จะยังสุภาพกับเธอจนไม่เหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
เช้าวันอังคารบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น คุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ มองดูหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม ในใจแอบหวังว่าแผนการที่วางไว้ช่วงวันหยุดคงจะได้ผล แต่ท่านไม่รู้เลยว่าคนที่ทานสาคูแคนตาลูปไปนั้นเป็นลูกชายของตนเองไม่ใช่หลานชายอย่างที่วางแผนไว้อัคคีเดินเข้ามาในห้องอาหารเป็นคนสุดท
นัสรินก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างด้วยความรู้สึกสับสน หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างสูงของณัฐวุฒิเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดนอนสีเข้ม ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมสดชื่นโชยมา แต่เธอไม่ได้รู้สึกสดชื่นตามเลย“กลับมาแล้วเหรอ” ณัฐวุฒิเอ่ยทักโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เข
ภายในรถคันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ก่อนที่อัคคีจะทำลายมันลง“วันหยุดที่จะถึงนี้อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ”“แต่อาไม่อยากให้โรสเหงาอยู่บ้านคนเดียว”“คนเดียวที่ไหนคะ พี่ณัฐก็อยู่ค่ะ”“อย่าหลอกตัวเองเลย อาเดาว่าเขาก็คงเอาเวลาไปอยู่กับคนรักส่วนโรสก็คงต้อง
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคล

![เด็กเลี้ยงประธานร้าย [Set Toxic love]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)









