เข้าสู่ระบบ
อึ่ก!!
“คุกเข่าไอ้ขยะถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็ทำตัวว่าง่าย” ปลายกระบอกปืนจ่อติดอยู่กับท้ายทอยของร่างเล็กที่ถูกถีบจากทางด้านหลังจนขาพับยวบลงกับพื้นห้องน้ำ เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มยังคงดึงความสนใจจากนักท่องราตรีใน RJK คลับได้เป็นอย่างดี ได้ดี ในขณะที่คนอีกกลุ่มกำลังจัดการคนบางคนในมุมมืดอย่างเงียบๆ
‘เรน’ มาที่คลับแห่งนี้ก็เพื่อจะมาส่งของขวัญที่พี่ชายของเขาวานให้มาส่งให้ แต่คนพวกนี้เป็นใครกันถึงได้ลากเขาเข้ามุมแถมยังยึดทุกอย่างจากตัวเขาไว้ มิหนำซ้ำยังใช้วาจาขู่เข็ญกันอีก
ชิ้นส่วนโลหะบางอย่างแตะโดนท้ายทอยทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้ง ถึงเขาจะไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าถ้าโดนมันเข้าล่ะก็คงได้วิญญาณหลุดจากร่างแน่ๆ
“หน้ามึงเหมือนไอ้อลันจังวะ เป็นอะไรกับมัน ญาติกันเหรอ” ชายที่ยืนจ่อปืนใช้ปลายกระบอกของมันกดน้ำหนักลงบนศีรษะของเรนจนเขาต้องเบี่ยงหน้าลงอัตโนมัติ “ตอบ”
“ผมไม่รู้จักคนชื่ออลัน คุณคงจำผิดคนแล้ว ปล่อยผม” ด้วยใบหน้าที่หวานเหมือนผู้หญิง เรนมักจะถูกกลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ ถ้าให้เขาวิเคราะห์ก็อาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนหมั่นไส้แล้วจ้างคนพวกนี้มารังแกเขาเหมือนที่เคยมีแน่ๆ แต่มันแรงไปหน่อยหรือเปล่า ถึงขั้นเอาปืนมาจ่อหัวกันเล่นแบบนี้
“ไม่ใช่ก็ได้ เรื่องไอ้อลันช่างมันก่อน แต่หุ่นผอมแห้ง ผิวขาวอมชมพู เส้นผมสีทองแดงกับหน้าสวยๆ ของมึง กับคนที่กูดูในรูปไม่ผิดแน่” อีกฝ่ายมองเรนสลับกับรูปภาพที่ถืออยู่ในมือ สาธยายรูปลักษณ์ของเขาละเอียดยิบ ราวกับว่ามั่นใจว่าไม่มีทางจับผิดตัว
“พวกคุณต้องการอะไร”
“ต้องการเอาเลือดหัวพวกลอบกัดไง หึ หลักฐานแน่นขนาดนี้ มึงไปแก้ตัวกับนายกูเองแล้วกัน แต่กูไม่รับประกันนะว่าถ้ามึงไปถึงตรงนั้นแล้วจะได้ตายดีหรือตายทั้งเป็นน่ะ”
“ผมทำอะไรผิด”
“เห้ย! หน้าตามึงก็ดูฉลาดนะแต่ก็ไม่คิดว่าจะถามอะไรโง่ๆ ของในตัวมึงก็บอกอยู่แล้วว่ามึงมาทำอะไรที่นี่ แต่ช่างเถอะ ยังไงมึงก็คงไม่รอด” ว่าเสร็จเขาก็ลากคอเสื้อของคนตัวเล็กออกไปทางด้านหลังร้านและโยนเขาเข้าหลังรถยนต์ไปเหมือนของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง
ฝากระโปรงหลังรถยนต์ถูกปิดลงแล้ว ทุกอย่างด้านในเหม็นอับและมืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องยนต์กับกลิ่นน้ำมันที่คละคลุ้งเท่านั้นที่ทำให้เรนพอจะรู้ว่ารถกำลังเคลื่อนที่ไปที่ไหนสักแห่ง
เมื่อแหกปากร้องให้คนช่วยแล้วไม่มีใครได้ยิน สิ่งเดียวที่เรนพอจะทำได้คือการขยับตัวหาท่าที่สบายตัวที่สุด หัวเข่าของเขาดูเหมือนจะระบมการโดนโยนขึ้นรถเมื่อครู่ ถ้านี่เป็นเรื่องล้อเล่นล่ะก็เขาขอให้มันจบโดยเร็วเถอะ เมื่อกี้ที่ล้มลงทำให้เข่าของเขากระแทกพื้นเต็มๆ ให้ลุกตอนนี้ก็ไม่รู้จะยืนได้หรือเปล่า
**********
[3 ชั่วโมงก่อน]
เรนที่ออกมาเช่าห้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวนานหลายปีถูก ‘ธนิน’ ผู้เป็นพ่อเรียกให้กลับไปเจอที่บ้าน แต่พอไปถึงกลับเจอแค่ ‘จินไตย์’ ผู้เป็นทั้งพี่ชายและนักการเมืองหนุ่มไฟแรงที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนหลายกลุ่ม
จินไตย์เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม แต่เพราะความกดดันจากผู้เป็นพ่อทำให้เขากลายเป็นคนโหยหาอำนาจ เงินทอง และลาภยศ
“เรน” ทุกครั้งที่พี่ชายเรียกชื่อเขา ในน้ำเสียงอ่อนโยนนั้นมักจะมีอะไรซ่อนอยู่ “มานี่สิ”
“พ่อล่ะครับ”
“ติดธุระด่วน ออกไปกับคุณน้าวิจิตราแล้ว” หลังจากแม่เสีย พ่อที่สนใจแต่เรื่องอำนาจก็แต่งภรรยาใหม่อย่าง ‘วิจิตรา’ เข้าบ้านและเธอเองที่เป็นคนเขี่ยเรนให้ออกจากบ้านด้วยการป้ายความผิดต่าๆ นานาให้กับเรน และเป่าหูให้สามียิ่งเกลียดลูกชายคนเล็กมากขึ้นไปอีก ขนาดจินไตย์คัดค้านหัวชนฝาก็ไม่ได้ผล แต่พักหลังเมื่อพ่อใจอ่อน จินไตย์จึงโน้มน้าวให้พ่อเห็นใจ และยอมให้เรนกลับมาเยี่ยมบ้านแทนเป็นครั้งคราวแทน
คนถูกเรียกค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ บทเรียนบางอย่างในอดีตสอนให้เขาระมัดระวังตัวแม้คนคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม เรนช้อนสายตาขึ้นมองพี่ชายที่ตอนนี้กำลังยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มนั้นช่างปลอมเปลือก
“พี่มีเรื่องอยากจะให้เรนช่วยหน่อย” เรนตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ ไม่เจอหน้ากันตั้งนาน ถามไถ่ความเป็นอยู่กันสักหน่อยก็ไม่มี เป็นแบบนี้จนเขาชินแล้ว แต่นี่แหละที่มันน่ากลัว เพราะนั่นหมายความว่าชีวิตของเขาไม่ใช่เรื่องที่จินไตย์จะต้องแคร์ “วันนี้วันเกิดเดียร์ เธอจะฉลองวันเกิดที่ RJKคลับ แต่พอดีพี่มีงานด่วนไปไม่ได้ เลยจะฝากให้เรนเอาของขวัญวันเกิดไปให้แทนหน่อย”
“พี่เดียร์?” เท่าที่เรนจำได้ เดียร์คือแฟนเก่าของจินไตย์ เคยคบหากันเพราะผู้ใหญ่แนะนำให้แต่ก็เลิกรากันไปสักพักแล้ว
“ทำไม มีปัญหาอะไร อย่าถามให้มากความ เอานี่ไป แล้วอย่านิสัยเสียแอบเปิดดูล่ะ” จินไตย์ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวขนาดสิบสองคูณสิบสองนิ้วผูกโบว์สีแดงให้
“เรนถามได้มั้ย ว่าของนี่คืออะไร”
“เรน! เสียมารยาทว่ะ” จินไตย์ขึ้นเสียงเล็กน้อยแต่พอรู้ตัวก็ลดระดับเสียงลงให้เป็นปกติ “ทำไมต้องถาม ถ้ารู้มันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ”
“พี่จะเซอร์ไพรส์พี่เดียร์ไม่ใช่เหรอครับ ไม่ใช่ผมซะหน่อย”
“ก็เพราะไม่ใช่ พี่ก็คิดว่าเรนไม่จำเป็นต้องรู้”
“งั้นเรนจะจ้างไรเดอร์ไปส่งให้แล้วกัน”
“ไม่ได้” จินไตย์เริ่มขึ้นเสียงหนักขึ้น “เรนต้องไปส่งเอง พี่จะได้มั่นใจว่าของจะถึงมือเดียร์จริงๆ”
คิ้วของเรนเริ่มขมวดเป็นปม เขาเงียบลงแล้วกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ทำไมเรนต้องไปส่งเอง”
“ก็ถ้าไม่ทำแบบนั้นมันก็เสียมารยาทไง เดียร์เป็นถึงลูกสาวโฆษกพรรคร่วมรัฐบาล อย่างน้อยก็ต้องให้เกียรติเธอบ้าง ไปเถอะน่าเรน ช่วยพี่หน่อย” จินไตย์ผุดยิ้มพรายเดินเข้ามาหา ยกมือขึ้นลูบแก้มน้องชาย ทำเอาเรนขนลุกขนชันอยู่ไม่น้อยถึงกับรีบถอยห่าง
“พี่คิดจะทำอะไรกันแน่....อึก!” แววตาที่แข็งกร้าวต่างจากเดิมของเรนทำให้จินไตย์หมดความอดทน เขาปรี่เข้าหาแล้วบีบคอเรนในทันที “ทำตามที่พี่บอกถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“ไม่”
“ไอ้เรน มึงจะลองดีกับกูเหรอ” จินไตย์โมโหเงื้อมืออีกข้างขึ้นจะตบ แต่ก็ยั้งใจไว้ทัน ถึงอย่างนั้นก็เลือกจะกำหมัดชกเข้ากลางอกของเรนแทนจนอีกฝ่ายไอแห้ง
แค่กๆ
“พี่จินนนนนนไต....” เสียงใสดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาเสียอีก ‘เมลินดา’ เด็กน้อยวัย 4 ขวบ ลูกบุญธรรมที่พ่อเขาประกาศรับอุปการะไว้อย่างเป็นทางการเนื่องจากวิจิตรามีลูกไม่ได้ วิ่งเข้ามาทำให้จินไตย์ต้องรีบผละมือจากเรน เปลี่ยนมาอ้าแขนรับน้องสาวคนเล็กแทน เมลินดาโผกอดพี่ชายทั้งสองด้วยความดีใจ ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูที่หอบมาด้วยบวกกับดวงตาที่แสนฉ่ำปรือบ่งบอกว่าเธอน่าจะเพิ่งตื่นนอน
“ขอโทษด้วยนะคะ พอดีน้องเมงอแงอยากมาหา พี่วิ่งตามก็ไม่ทัน น้องเมคะ เดี๋ยวเราไปหาอะไรหม่ำกันดีกว่าค่ะ อย่าเพิ่งไปกวนพี่ ๆ เขาเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่แดง พี่ไปเตรียมอาหารให้น้องเมก่อนเถอะ เดี๋ยวผมพาเธอตามไปทีหลัง”
“ค่ะ” พี่เลี้ยงรับคำแล้วก็ออกจากห้องไป
“ตื่นแล้วเหรอคะ แม่กวางน้อยของพี่” จินไตย์เปลี่ยนน้ำเสียงเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นหอมแก้มฟอดใหญ่ ในขณะที่เรนกลับถลึงตาใส่เขา
“อย่าเรียกเธอแบบนั้น” ในความหมายของเมลินดา กวางน้อยก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง เธอชอบใจที่ถูกเรียกแบบนั้น กลับกันสำหรับเรน กวางคือตัวแทนของหญิงสาวที่จินไตย์ตั้งใจพูดมันออกมาเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้กับเขา
“ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็แค่กวาง ใช่มั้ยคะ น้องเมเองก็อยากเป็นใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ พี่จินไตย์บอกว่า หนูเป็นกวาง หนูจะเป็นเหมือนพี่เรน เป็นกวางสวย”
“ไม่นะน้องเม เป็นไม่ได้” เรนบอกกับน้องสาว ในขณะที่จินไตย์หัวเราะเหี้ยม
“เลือกเอานะเรนว่านายจะทำรึเปล่า น้องเมจะเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย”
ยิ่งเห็นเรนกำหมัดแน่นไม่โต้ตอบ จินไตย์ยิ่งหัวเราะดังขึ้นอีก แล้วก็พาเจ้าตัวเล็กออกจากห้องไป
ในห้องทำงานส่วนตัวบุด้วยผนังกันเสียงของแอรอน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และวิสกี้ราคาแพง เจ้าของห้องนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ สายตาของเขาเฝ้ามองอลันที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม อลันกำลังประหม่ากุมมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดไปหมดหลังจากที่เข้ามาในห้อง อลันนั่งตัวสั่นอยู่อย่างนั้น พวกเขาอยู่ในความเงียบมาพักใหญ่ และแอรอนก็ใจเย็นมากพอที่จะรอให้อีกฝ่ายพูดขึ้นมาเอง“นะ...นี่ครับ” หลังจากเป่าปากลดความตื่นเต้น อลันก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกง เขากำมันไว้ในมือแน่น ก่อนจะวางไมโครชิปขนาดจิ๋วบนแผ่นกำมะหยี่สีดำแล้วเลื่อนมันไปตรงหน้าแอรอน“มันคืออะไร” แอรอนถามเสียงเรียบ เอาแต่จดจ้องที่วัตถุนั้นไม่วางตา“มัน...มันคือความลับครับคุณแอรอน ผมแอบขโมยมันมาจากห้องทำงานของจินไตย์ก่อนที่ผมจะถูกตามล่า มันคือบัญชีรายชื่อเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมดที่ตระกูลวินิชวาณิชย์คุมอยู่"อลันพูดจบก็สะอึกสะอื้นออกมา ร่างที่ซูบผอมกอดตัวเองเอาไว้ แต่สายตายังคงล่อกแล่กเก็บความหวาดระแวงไม่มิด “ผมกลัว... ผมกลัวว่าถ้าเขารู้ว่าผมเอามาให้คุณ เขาจะฆ่าผม... เขาต้องฆ่าผมแน่ๆ”“นายปลอดภัยแล้วอลัน ไม่
ต่อหน้าแอรอนนั้น อลันคือคนว่านอนสอนง่าย ดูไร้พิษภัย ออดอ้อนเอาใจแอรอนสุดๆ แต่ลับหลังเมื่อต้องอยู่กับเรนสองต่อสอง ตัวตนที่แท้จริงของอลันก็เผยออกมาจนได้“เมื่อไรนายจะออกไปจากที่นี่ซะที”“อะไรนะ”“พี่ถามว่าเมื่อไรนายจะไสหัวออกไปจากที่นี่ ตอนนี้แอรอนเขามีพี่แล้ว แม้แต่เรื่องสแกนใบหน้าเขาก็ให้ความยินยอมกับพี่เหมือนที่เคยให้กับนาย แค่นี้นายก็ควรจะรู้ตัวได้แล้วนะว่าไม่เป็นที่ต้องการแล้ว ยังจะหน้าด้านหน้าทนอยู่ได้อีก เมื่อก่อนก็ร้องจะออกไปทำงานข้างนอกไม่ใช่รึไง ที่อยู่ก็เพราะหวงก้างสิท่า พวกหมาเห่าเครื่องบิน"“คุณเป็นอะไรของคุณน่ะอลัน กินยาผิดรึไง” พักหลังอลันเริ่มไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์ขึ้นลงจนน่าใจหาย"เปล่าเลย ก็แค่เจ้าของที่เขากลับมาทวงของคืนแล้ว เจ้าของจอมปลอมจะอยู่ทำไมอีก นี่กูไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ คุณแอรอนเป็นของกูแล้ว เข้าใจมั้ยวะไอ้โง่เรน"เมื่อสรรพนามเปลี่ยนอีกครั้ง เรนก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น เขาเคยเห็นสายตาอาฆาตคู่นี้มาก่อน มันเหมือนกับวันแรกที่เขาได้เจออลันในห้องเช่านั่นไม่มีผิด สายตาที่เกิดจากอาการคลุ้มคลั่ง เส้นเลือดขึ้นแดงก่ำและแข็งกร้าวจน
บ่ายวันนี้เป็นบ่ายที่บรรยากาศน่าอึดอัดกว่าทุกวัน เรนกับอลันที่เคยร่วมมื้ออาหารกันมาตลอดแทบทุกมื้อ ตอนนี้กลับนั่งแยกกันคนละมุมห้อง ตั้งแต่ตื่นนอนจนตอนนี้พวกเขาคุยกันนับคำได้ไม่นานแอรอนก็กลับมาจากข้างนอกและหย่อนตัวลงนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว ในมือถือกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ที่มีเครื่องประดับอยู่ด้านใน ส่วนอลันที่เก็บตัวเงียบมาทั้งวันนั้นก็ร่าเริงขึ้นมาทันทีและรีบเดินเข้าหาเจ้าของบ้านพร้อมรอยยิ้มต้อนรับกลับ“กลับมาแล้วเหรอครับ คุณหิวไหม ผมไปหาอะไรมาให้ดีกว่า”“นายนี่กระตือรือร้นดีจังนะ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ อยู่มาก็นานแต่ไม่เคยคิดจะแม้แต่จะเสิร์ฟน้ำ” ทางด้านเรนได้ยินแบบนั้นก็หน้าตึง เขาก็อยู่เงียบๆ ก็ดีแล้วแท้ๆ ยังจะวนมาแขวะกันได้ “นายเป็นพี่ก็ช่วยสอนเขาหน่อยแล้วกัน เขาอาจจะอยากได้คำแนะนำดี ๆ จากนาย”“อย่าไปว่าเรนเลยครับ ชีวิตเขาคงกดดันอะไรหลายอย่าง ก็เลยอาจจะยังไม่พร้อมรับอะไร เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้คุณดื่มเอง”“แต่ฉันมีธุระจะคุยกับนายน่ะสิ”“ถ้าเขาอยากบริการคุณขนาดนั้นก็ให้เขาทำสิครับคุณแอรอน แต่คุณแข็งแกร่งร่างล่ำบึ้กขนาดนั้นคงไม่ขาดใจตายเพราะน้ำแก้วเดียวหรอกมั้ง”อลันได้ฟังก็ชักสีหน้
[หนึ่งเดือนผ่านไป]ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านอลันดีขึ้นมาก ชายหนุ่มเข้ารับการบำบัดอย่างต่อเนื่องจนไม่ค่อยมีอาการกำเริบให้เห็น อาจมีบ้างบางครั้งที่เขาวิตกจริตเกือบคลุ้มคลั่ง แต่เพราะมีเรนอยู่ด้วยจึงพอช่วยเรียกคืนสติให้เขาได้อลันนั้นเหมือนคนขาดความรัก ยามที่ถูกตามใจเขาจะร้องขอมันเพิ่มเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ ขณะเดียวกันแอรอนก็ไม่เคยปฏิเสธ และตามใจอลันถึงขั้นที่ว่าอลันอยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด“คุณแอรอน คุณใจดีกับผมที่สุดเลยครับ ไม่เหมือนเรนกับคนอื่นที่คอยห้ามนั่นห้ามนี่ผมตลอดเลย คุณกลับมาที่นี่บ่อยๆ ได้มั้ยครับ อย่างน้อยให้ผมได้ทำอะไรตอบแทนคุณบ้าง”“อย่างเช่นอะไร”“ก็...ผมทำกับข้าวให้คุณได้นะครับ ไม่ก็นวดผ่อนคลายให้คุณ”“อาบน้ำขัดตัวให้ฉันได้รึเปล่า”“ไม่ได้” เรนขัดขึ้น น้ำเสียงเขาฟังดูฉุนราวกับคนกำลังหวงของ เรนไม่รู้ตัวเลยว่าเขาแสดงท่าทีออกมาแบบไหน แต่แอรอนถึงกับหรี่ตาลงไม่คิดว่าคนที่พยายามไม่เข้ามายุ่งในบทสนทนาระหว่างเขากับอลันเลยตลอดเวลาที่อลันอยู่ที่นี่ กลับโพล่งสิ่งที่ไม่คาดคิด “คุณห้ามแตะต้องเขาอลันไม่ใช่ของเล่นของคุณ” เขารู้แค่ว่าแอรอนต้องการอะไรจากอลัน และเขาก็ไม่อยากให้เกิดการบังคับฝืนใจ
“อยู่ที่นี่เฉยๆ น่าเบื่อจัง เรน...นายไม่เบื่อบ้างเหรอ เราไปข้างนอกกันดีกว่าไหม พี่อยากไปเดินตลาดกลางคืน" นับตั้งแต่อลันเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ทำให้เรนมีอะไรทำมากขึ้น และไม่ค่อยว่างเท่าเมื่อก่อน แต่คนที่รู้สึกเบื่อกลับเป็นอลันแทน และเรนก็เข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดี“คุณคงไม่ได้คิดจะไปหาซื้อยาพวกนั้นมาใช้อีกหรอกใช่มั้ย”“เปล่านะ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เชื่อพี่สิ พี่ไม่ได้รู้สึกอยากใช้ยาพวกนั้นอีกแล้ว พี่สาบานได้” อลันปฏิเสธยกใหญ่ เขายังยืนยันว่าแค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาเท่านั้น“งั้นคงต้องไปขออนุญาตแอรอนก่อน แต่เขาจะยอมมั้ยก็อีกเรื่อง” เพราะเรนมั่นใจว่าแอรอนไม่มีทางยอม เขาถึงแนะนำให้อลันไปลองถามเอาจากเจ้าตัว**********"ก็ไปสิ ฉันจะให้คนพานายไป”เรนไม่อยากจะเชื่อหูกับคำตอบของแอรอน เมื่อก่อนเขาขอร้องแทบตายกลับไม่ได้รับความยินยอม แต่พอเป็นอลันเท่านั้น แอรอนตอบกลับแบบไม่ต้องคิด“นี่สำหรับนาย” แอรอนวางบัตรสีดำดีไซน์เรียบหรูลงบนโต๊ะตรงหน้าอลัน "อยากได้อะไร ก็ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอถามฉัน" อลันเบิกตากว้าง มือที่หยิบบัตรขึ้นมาสั่นเทาด้วยความดีใจ "จริงเหรอครับ? ผมซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ใช่มั้ย ซื้อของที่ผ
แสงไฟสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวางทำให้บรรยากาศดูอึดอัดกว่าปกติ นั่นทำให้เรนมักจะหนีออกมานั่งอยู่ที่ริมระเบียงมุมที่เขาชอบอยู่เสมอ สายตาของเขาเหม่อลอยมองออกไปไปยังฟ้ากว้าง เขาเพิ่งกลับมาหายใจได้เป็นปกติหลังจากได้พักรักษาตัว แต่ความหน่วงในใจกลับเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ต้องมาอยู่รวมกับคนที่เขาไม่อยากอยู่ และอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของเขา“คุณแอรอนครับ...ดื่มเยอะไปรึเปล่า”น้ำเสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นไม่ใช่ของเรน แต่เป็นอลันที่เดินเข้าไปหาแอรอนที่นั่งดื่มวิสกี้เงียบๆ อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ร่างกายที่ซูบผอมและใบหน้าที่คล้ายเรนราวกับพิมพ์เดียวแต่ดูซีดเซียวกว่า ทำให้แอรอนชะงักไปครู่หนึ่ง“ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องห่วง” แอรอนตอบเสียงเรียบ สายตาของเขากลับไม่ได้มองไปยังคู่สนทนา แต่ทอดมองไปยังเงาของใครอีกคนที่นั่งเหม่ออยู่นอกระเบียงนั่นอลันไม่ได้ขยับตัวไปไหน เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเรนที่กำลังจะเดินกลับเข้ามาด้านในก็รีบทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ของแอรอนอย่างนอบน้อม มือของเขาสั่นเทานิดๆ ขณะเอื้อมไปแตะหลังมือหนา "ผมแค่เป็นห่วง ผมรู้ว่าผมมันไม่มีค่าอะไร แต่ในวันที่ผมตกนรก จินไตย์ทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าไว้ใจใคร จนกระทั่งผ
เรนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติ เขาทิ้งช่วงไว้อีกหลายวันถึงได้ใช้วิธีการแบบเดิมโดยการขอเฮียวุธออกไปพักหลังร้าน แล้วเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างแวะไปสอดส่องดูอลัน“เรน ผมนึกว่าผมจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว” อลันพูดเสียงเครือ แต่สายตายังคงล่อกแล่กดูหวาดระแวงสิ่งรอบตัว เขายื่นมือที่ยังคงสั่นเทาออกมารับของยังชี
หลายวันมานี้เรนยังคงทำตัวตามปกติ เขาไม่ได้กลับไปหาอลันอีกเพราะยังหาจังหวะไม่ได้ และยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครเพราะเขาต้องห่วงสวัสดิภาพตัวเองเหมือนกันถ้าขืนบอกแอรอนไปรับรองได้เลยว่าคงไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกอีกนานแต่เพราะเรนรู้ดีว่าความรู้สึกตกนรกทั้งเป็นมันเป็นอย่างไร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแต
[2 สัปดาห์ผ่านไป]เรนทำงานเป็นลูกมืออยู่ในครัวอยู่ครึ่งเดือน เขาก็ยังไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ออกไปหายใจหายคอที่ไหน“ไม่ได้ สถาการณ์ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัย”ไม่ว่าจะยืนยันเจตจำนงกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่คำพูดของแอรอนไม่ว่ายังไงก็ยังคำยืนยันคำเดิม แต่เรนทนอยู่ในกรอบแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เขาก็แค่อยากได้ชีวิตปกติคืน
“เอ้านี่ เอาไปกรอกให้หน่อย ทางศูนย์อยากได้ข้อมูลของเด็ก นังหนูมันเคยกินยังไงนอนยังไง นิสัย ความชอบ คำถามสำคัญๆ ก็ตามนี้ มึงน่าจะเป็นคนที่จักเธอดีที่สุดแล้ว ช่วยพวกเขาหน่อย”ก่อนกลับเรนรับแบบฟอร์มสำหรับให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมลินดามาชุดหนึ่ง สิงห์มาส่งเขายังเพนต์เฮาส์ได้ก่อนเวลาห้าทุ่มพอดิบพอดีนั่งกรอก







