ข้ามมิติมารวย

ข้ามมิติมารวย

last updateآخر تحديث : 2025-12-17
بواسطة:  ลัยลาمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
31فصول
2.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หนิงเฉินเด็กกำพร้าที่ตั้งใจเรียนการเกษตรจนจบปริญญาโท หวังเดินทางข้ามมิติไปสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองในยุค 80 ลองมาติดตามกันดูนะคะว่าเธอจะทำความฝันของเธอให้เป็นจริงได้หรือไม่และต้องพบเจอกับอะไรบ้าง

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 การเดินทางข้ามมิติเวลา

ณ.ห้องปฏิบัติการข้ามเวลาปี ค.ศ. 2050 ซูหนิงเฉินบัณฑิตจบใหม่ในสาขาวิชาภาคการเกษตรได้เตรียมตัวพร้อมที่จะเป็นหนูทดลองให้กับการปฏิการข้ามมิติเวลาไปยังโลกยุคอดีต

หนิงเฉินซึ่งเป็นเด็กกำพร้าถูกทอดทิ้งมาตั้งแต่เด็ก มีความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะเอาความรู้ความสามารถของเธอไปสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองในยุคอดีต เนื่องจากโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยเทคโนโลยี หุ่นยนต์ เอไอ ผู้ช่วยมากมายที่ทำให้ทุกคนมุ่งเน้นไปทางด้านการเรียนเรื่องวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ กลศาสตร์ การเขียนโปรแกรม สร้างหุ่นยนต์ มีเพียงเธอซึ่งเลือกวิชาการเกษตรที่มีกลุ่มคนจำนวนน้อยเท่านั้นที่เลือกเรียนสาขาวิชานี้

ตั้งแต่ที่หนิงเฉินรู้เรื่องโครงการข้ามมิติเวลาของบริษัทเอสแอลอี บริษัทพัฒนาวิทยาการล้ำสมัยในด้านการผลิตหุ่นยนต์ เดินทางผ่านห้วงอวกาศ และมีโครงการใหม่เกี่ยวกับการข้ามมิติเวลา เธอก็มุ่งมั่นตั้งใจเข้ามาเป็นอาสาสมัครโดยมีเงื่อนไขว่าทางบริษัทต้องส่งเสียเธอเรียนจนจบในระดับปริญญาเอก ส่วนเรื่องคุณสมบัติและการสัมภาษณ์นั้นกว่าเธอจะผ่านมาได้ก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยมาขอสมัครเพื่อแย่งสิทธิ์เหล่านี้ เพราะแม้นการข้ามมิติจะเสี่ยงแต่ก็คุ้มค่าและเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของใครหลายๆคนเช่นตัวเธอเอง

และวันนี้ก็ถึงกำหนดที่เธอจะได้เดินทางข้ามมิติเวลาตามที่ตั้งใจเอาไว้ในช่วงอายุ 23 ปีที่เธอเรียนจบปริญญาเอกในสาขาวิชาภาคการเกษตรเรียบร้อยแล้ว   

“พี่เจียงหลุน ฉันพร้อมแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่คอยดูแลฉันมาตลอดหลายปีมานี้” หนิงเฉินเอ่ยกับโจวเจียงหลุน นักวิทยาศาสตร์ดูแลโครงการที่ทำหน้าที่ดูแลเธอโดยเฉพาะ ซึ่งอาสาสมัครข้ามมิติเวลาแต่ล่ะคนจะมีผู้ดูแลเป็นของตัวเอง ส่วนเธอจะเป็นเจียงหลุนที่คอยดูแลจัดเตรียมความพร้อมให้เธอทุกด้านตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนเพื่อก้าวเข้าสู่วันปฏิบัติการจริงในวันนี้

“เฉินเฉิน..การข้ามมิติเวลาในวันนี้หากสำเร็จเราก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ ฉันหวังว่าเธอจะโชคดีได้ไปยังยุคสมัยที่เธอปรารถนาและได้ทำในสิ่งที่ต้องการจนสำเร็จล่ะ” เจียงหลุนเอ่ย เขาสนิทสนมกับหนิงเฉินเพราะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยเตรียมความพร้อมและดูแลเรื่องข้อสัญญาต่างๆให้เธอมา 4 ปีเต็ม ดังนั้นเขาเองก็เห็นว่าเธอเป็นเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง ยามนี้น้องสาวต้องเดินทางไกลและคงไม่ได้กลับมาพบเจอกันอีกก็อดใจหายไม่ได้

“แน่นอนค่ะ ฉันต้องประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้อยู่แล้วล่ะ” หนิงเฉินกล่าวใบหน้ายิ้มแย้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“ยังจำได้ใช่ไหมว่าฉันเคยเตือนอะไรไว้ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการข้ามมิติไปยังอีกโลกหนึ่ง” เจียงหลุนถาม หนิงเฉินทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

“จำได้ค่ะ เมื่อไปถึงที่นั่นฉันจะถูกจับคู่กับร่างเสมือนที่มีความคล้ายคลึงกันกับฉันในตอนนี้มากที่สุดและจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างนั้น ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเป็นใคร อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นใด”

“ถูกแล้ว เช่นนั้นเธอต้องเตรียมตัว ตั้งสติให้ดีไปถึงนู่นแล้วต้องเอาตัวรอดให้ได้นะ”

“ทราบแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็นใครฉันจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นให้ได้และจะทำตามความปรารถนาให้สำเร็จ”

“ดีมาก อ้อ..นี่คือของขวัญพิเศษที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้เธอนำติดตัวไปด้วย”

“อะไรงั้นหรือคะ” หนิงเฉินเอียงคอพร้อมมองดูกล่องกำมะหยี่ขนาดกลางในมือของเจียงหลุน

“นี่คือกำไลข้อมือที่มีกลไกและความพิเศษเฉพาะตัว เธอสามารถเปิดกลไกที่พลอยแต่ละสีสามสีนี้เอาไว้ใช้งานได้แตกต่างกัน สีแรกพลอยสีน้ำเงินจะเปิดช่องว่างแห่งมิติให้เธอใช้จัดเก็บทุกสิ่งที่ต้องการไม่ว่าจะขนาดใหญ่โตเพียงใดโดยไม่เสื่อมสภาพ ยกเว้นก็แต่สิ่งซึ่งกำเนิดจากธรรมชาติพวกแม่น้ำ แผ่นดิน ขุนเขา มหาสมุทรอะไรพวกนั้นนะ”

“ค่ะ”

“ส่วนพลอยสีแดง อันนี้พิเศษมาก เพราะฉันสร้างโพรงมิติให้เธอดึงสิ่งที่ต้องการโดยเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้ามากมายในโลกใบนี้ทำให้เธอสามารถเลือกและหยิบทุกสิ่งที่ต้องการได้ ภายในกลไกจะสร้างสิ่งที่เธอต้องการออกมาให้ใหม่โดยต้องใช้เวลาแล้วแต่ว่าสิ่งที่เธอเลือกเป็นอะไร หากเป็นพวกอาหารของกิน เนื้อสัตว์ ผลไม้ พืชผักก็ไม่เกินยี่สิบนาที ถ้าพวกข้าวของเครื่องใช้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนในการสร้าง อันนี้เธอต้องลองดูเองอีกทีนะ”

“เยี่ยมไปเลยค่ะ” หนิงเฉินเอ่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ

“ส่วนพลอยสีสุดท้ายสีเขียวเป็นพลอยที่บรรจุยารักษาอาการ โรคภัย พิษทุกอย่างเอาไว้แทบทุกชนิดที่ฉันสะสมมาให้เธอตลอดสี่ปี เพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยเหลือเธอไม่มากก็น้อยแล้วนะ” เจียงหลินอธิบายคร่าวๆก่อนจะยื่นกล่องใส่กำไลวิเศษไปให้หนิงเฉิน

“พี่เจียงหลุน..ขอบคุณพี่มากจริงๆนะคะ สมแล้วที่พี่เป็นอัจฉริยะเรียนจบดอกเตอร์ตั้งแต่อายุ 19 ปี แถมได้เข้าทำงานที่นี่เลยด้วย ตอนนี้เพิ่งจะอายุ 25 ปีก็ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโครงการข้ามมิติแล้ว ฉันนี่ก็โชคดีมากจริงๆที่ได้พี่เจียงหลุนมาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล”

“พอเลยไม่ต้องมาชมประจบเอาใจพี่หรอก ของก็ให้ไปแล้วเก็บรักษาเอาไว้ดีๆล่ะ อ้อ..แล้วกำไลวงนี้มีแค่เพียงสองวงในโลกนี้เท่านั้นนะ วงหนึ่งพี่ทำเอาไว้สำหรับตัวเอง ส่วนอีกวงหนึ่งก็ที่ให้เธอไปนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีๆและใช้อย่างคุ้มค่าล่ะ”

“ได้เลยค่ะ รับรองว่าฉันจะใช้มันอย่างดีเลยทีเดียวขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่เจียงหลุน”

“อืม..เอาล่ะได้เวลาแล้ว ไปเถอะ โชคดี” เจียงหลุนเอ่ยก่อนจะเปิดประตูทางเข้าเครื่องข้ามมิตืซึ่งเป็นเสมือนหลอดแก้วแคปซูลขนาดใหญ่ที่บรรจุคนเข้าไปได้ ซึ่งหนิงเฉินก็เข้าไปยืนด้านใน พอปิดประตูเสร็จเจียงหลุนก็เริ่มดำเนินการเปิดระบบเพื่อทำการส่งหนิงเฉินไปยังอีกมิติหนึ่งในปี ค.ศ. 1980 หรือย้อนหลังกลับไปจากโลกยุคปัจจุบันประมาณ 70 ปี

เมื่อเครื่องเริ่มดำเนินการลำแสงสว่างจ้าก็ฉายลงมาจากอุปกรณ์ที่ทันสมัยด้านบนแคปซูล แสงนั้นสว่างจ้ามากจนทุกคนรวมทั้งหนิงเฉินต้องใส่แว่นตาป้องกันเอาไว้ หลังจากผ่านไปราว 15 นาทีเมื่อแสงสว่างดับลงไป ร่างของหนิงเฉินก็หายวับไปจากแคปซูลแห่งกาลเวลานั้นแล้ว

หนิงเฉินที่ผ่านห้วงมิติเวลามามองเห็นรูหนอนที่เป็นโพรงมิติทับซ้อนกันอยู่มากมาย เพียงแต่สำหรับเธอนั้นแยกไปในโพรงหนึ่งที่ถูกตั้งพิกัดจับคู่เสมือนที่ตัวเธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่เอาไว้แล้ว

ซึ่งการสวมร่างแทนที่กันนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อตัวเธอกับบุคคลผู้นั้นมีความเหมือนกันโดยรวมมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ที่สำคัญเลยคือต้องมีเรื่องอะไรกับร่างนั้นที่ทำให้เธอต้องหายไปจากยุคสมัยที่อยู่ก่อนหน้าหรือเรียกง่ายๆว่าตายไปแล้วนั่นเอง

หนิงเฉินเดินทางมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร รูหนอนประหลาดมีสีสันแปลกตาก็ยืดยาวออกไปเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด หากแต่ผ่านไปอีกสักพักใหญ่เธอก็เริ่มเห็นแสงสว่างส่องมาจากปลายทางอีกฟากหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วนั่นเอง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
31 فصول
ตอนที่ 2 ข้ามมิติมาเป็นสาวมัธยมปลาย
เมื่อใกล้ถึงปากทางออก แสงที่ส่องเข้ามาก็ดูเหมือนว่าจะสว่างมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจนเธอมองไม่เห็นอะไรเลย ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างราวกับเธอเป็นแผ่นโลหะที่กำลังถูกแม่เหล็กขนาดยักษ์ดึงดูดเข้าไปที่ใดที่หนึ่งผ่านไปชั่วครู่ก็มีภาพความทรงจำของเด็กสาวผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาให้เห็นฉายเป็นภาพอยู่ในสมอง ประทับอยู่ในความทรงจำ เป็นเรื่องของเด็กสาวอายุ 17 ปีนามว่าซูหนิงเฉิน รูปร่างหน้าตาชื่อสกุลคล้ายคลึงกลับเธอทุกอย่างเพียงแต่เป็นเธอในช่วงวัยรุ่นเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายที่โรงเรียนแถบชานเมืองเจิ้นโจวครอบครัวของหนิงเฉินที่นี่อยู่ร่วมกันกับปู่ย่ามีนามว่าซูเมิ่งจื่อกับซูไห่เม่ย เธอมีลุงคนหนึ่งนามว่าซูอี้ไห่กับภรรยาหรือป้าสะใภ้ของหนิงเฉินนามว่าซูเจียหลินพวกเขามีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคนอายุ 18 ปีนามว่าซูจินม่าย ลุงของเธอทำงานเป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมือง ป้าสะใภ้เป็นแม่บ้าน จินม่ายกำลังเรียนในมหาลัยเจิ้นโจวชั้นปีที่ 1 ครอบครัวของลุงจึงไปเช่าบ้านอยู่ร่วมกันในเมืองส่วนครอบครัวเธออยู่กับปู่ย่าที่นอกเมืองแห่งนี้โดยมีพ่อของเธอนามว่าซูอี้เฉิน แม่ของเธอนามว่าซูเย่าหลิน เธอมีพี่ชาย 1
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 มุ่งหน้าทำตามความฝัน
หนิงเฉินเดินเข้ามาในบ้านของปู่กับย่าในมือถือชามใส่หมูสามชั้นตุ๋นผักดองชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่พอสมควรสองชิ้นเอาไว้ส่งกลิ่นโชยหอมน่ากินเธอเดินดูไปรอบๆบ้านแต่ยังไม่เห็นใครที่นั่น หากแต่เดินไปได้สักพักเธอก็ได้กลิ่นหอมอบอวลของกับข้าวลอยมาจากในครัว หนิงเฉินไม่รีรอเดินตามกลิ่นหอมๆนั้นไปทันที“คุณปู่คุณย่าอยู่ที่นี่เองเหรอค่ะ” หนิงเฉินส่งเสียงทักทายสองผู้เฒ่าที่กำลังช่วยกันหุงหาอาหาร“อ้อ..เฉินเอ๋อนั่นเอง ว่าอย่างไรเล่า” คุณปู่ซูเอ่ยทักทายและออกปากถามหลานสาว“คุณแม่ให้หนูเอาหมูสามชั้นตุ๋นผักดองมาให้ค่ะ” หนิงเฉินตอบก่อนจะเดินไปทางคุณย่าซู“อืม หน้าตาน่ากิน กลิ่นก็หอมสมกับเป็นฝีมือเย่าหลิน ต้องอร่อยแน่ๆ” คุณย่าซูเอ่ยกับหลานสาว“ใช่ค่ะ อาหารฝีมือคุณแม่อร่อยทุกอย่าง ความจริงคุณปู่คุณย่าเองก็ไม่น่าต้องลำบากทำอาหารทานเองเลยนะคะ ไปทานด้วยกันกับพวกเราก็ได้นี่คะ” หนิงเฉินเอ่ย เนื่องจากคุณปู่คุณย่าของเธอไม่ได้เรียกรวมทานอาหารด้วยกันทุกมื้อ เพียงแต่นัดแนะทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสัปดาห์ล่ะครั้ง ส่วนทางด้านครอบครัวของคุณลุงก็จะกลับมาเยี่ยมบ้านอย่างน้อยเดือนละครั้งและทานอาหารร่วมกันทุกคนส่วนห่าวหมิงพี่ช
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 สำรวจตลาดมืด
หลังจากคุณลุงคนที่เป็นลูกค้าร้านขายของป่าได้ฟังตำแหน่งที่ตั้งของตลาดมืดจากพ่อค้าของป่าแล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางทันที โดยมีหนิงเฉินแอบลอบตามไปห่างๆเส้นทางไปยังตลาดมืดค่อนข้างจะวกวนไม่น้อย หากไม่ใช่คนในพื้นที่หรือแม้นแต่คนในพื้นที่เองก็เกรงว่าจะหลงทางได้ถ้าไม่เคยไปมาก่อน และคุณลุงคนนั้นก็พาเธอเดินวนไปเวียนมาจนสับสน แต่สุดท้ายก็มาถึงจุดหมายปลายทางจนได้สภาพของตลาดมืดดูดีกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ได้ยินว่ายุคสมัยนี้รัฐบาลไม่ค่อยจะเข้มงวดกับการค้าขายในตลาดมืดมากนักจึงมีผู้คนคึกคักมากมายไปหมดหนิงเฉินเดินสำรวจร้านค้าต่างๆที่มีสินค้าดีคุณภาพสูงเยอะแยะมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าราคาก็สูงตามไปด้วยเช่นกัน มีตั้งแต่พืชผักผลไม้ สมุนไพร เครื่องเทศ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับของตกแต่ง อาหารสด อาหารแห้ง อาหารแปรรูป ไปจนกระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภท แม้นแต่รถจักรยานก็มีขายที่นี่ นับว่าเป็นตลาดที่มีสินค้าครบครันจริงๆ ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดด้วยคูปอง เพียงมีเงินสดก็สามารถจับจ่ายซื้อขายกันได้แล้วหนิงเฉินเตรียมสมุดและปากกามาจดรายละเอียดที่สำคัญต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ซื้อขายกันในตลาดมืด
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 กลับมาสำรวจที่บ้านต่อ
หนิงเฉินเดินเข้ามาดูสองปู่หลานช่วยกันซ่อมเล้าไก่ก่อนจะเอ่ยปากทักทายพวกเขา“คุณปู่ เสี่ยวเยว่ซ่อมเล้าไก่ใกล้เสร็จหรือยังคะ”“อ้อ..เฉินเอ๋อกลับมาแล้วเหรอ เราซ่อมเล้าไก่กันใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ หนูมาก็ดีแล้ว ปู่มีธุระสำคัญจะคุยด้วยพอดี” คุณปู่ซูเอ่ยกับหลานสาว“ธุระสำคัญงั้นเหรอคะ เรื่องอะไรกันคะคุณปู่”“เดี๋ยวทำงานนี้เสร็จแล้วค่อยคุยก็แล้วกันนะ” คุณปู่ซูยังไม่ยอมบอกธุระที่ว่าสำคัญนั้น“ได้ค่ะ งั้นหนูกลับไปช่วยคุณแม่ทำของว่างมาให้ทุกคนทานก่อน แล้วถ้าคุณปู่เสร็จงานทางนี้ให้เสี่ยวเยว่ไปตามหนูก็แล้วกันนะคะ”“เอางั้นก็ได้” คุณปู่ซูรับคำ ส่วนห่าวเยว่ก็พยักหน้าให้พี่สาวเป็นการตอบรับ หนิงเฉินจึงบอกคุณย่าซูนิดหนึ่งว่าจะไปทำของว่างมาให้จากนั้นก็เดินกลับไปที่บ้านเมื่อมาถึงหนิงเฉินก็อาสาเข้าครัวก่อนจะลงมือทำของว่างเป็นบัวลอยไส้งาดำน้ำขิงง่ายๆให้กับทุกคน หลังจากทำของว่างเสร็จห่าวเยว่ก็กลับมาที่บ้านพอดี หนิงเฉินจึงยกของว่างมาให้พ่อกับแม่จากนั้นก็นำส่วนของตนเองและปู่ย่าไปให้ที่บ้านอีกหลัง“เสี่ยวเยว่เดี๋ยวนายไปตักของว่างเอาเองในครัวนะ พี่จะเอาของว่างไปให้ปู่กับย่า แม่กับพ่อคะหนูไปทานของว่างที่บ้านนู้นเลย
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 ทำสินค้าขายในตลาดมืด
หลังทานมื้อค่ำและอยู่คุยกับทุกคนในครอบครัวอีกพักหนึ่งหนิงเฉินก็ขอตัวกลับขึ้นห้องไปเพื่อพักผ่อน แต่ความจริงแล้วเธอมาคิดแผนการหาเงินต่อ รวมทั้งคิดปรับปรุงการเพาะปลูกพืชผักของที่บ้านด้วย เธอคิดเอาไว้ว่าเธอจะนำปุ๋ยคุณภาพเยี่ยมในโลกก่อนหน้านี้ของเธอมาใช้กับพืชพันธุ์ของที่นี่ รับรองว่าต้องได้ผลดกงามมากเป็นแน่ต่อจากนั้นเธอจะขอใช้ที่ดินบางส่วนของพ่อมาเพาะปลูกพืชผักผลไม้หายาก เอาเงินที่หามาได้จ้างคนมาสร้างโรงเพาะพืชผักสมุนไพรที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมทั้งต้นกล้าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นอย่างดีด้วยส่วนทางด้านของที่เธอจะนำไปขายต่อไปในตลาดมืดนั้นเธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้พืชผักผลไม้ในสวนที่บ้านมาแปรรูปซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอเรียนรู้มาจากโลกก่อนหน้านี้เช่นกันหนิงเฉินคิดว่าจะทำผักดองสามรสชาติ มีแตงกวาแครอทหัวไชเท้าหั่นเป็นท่อนยาวพอประมาณใส่รวมเอาไว้ด้วยกันพร้อมหั่นพริกสดใส่ลงไปตัดรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้นกินแล้วเจริญอาหารดีนอกนั้นเธอก็จะทำผักดองซีเซ็กฉ่ายซึ่งมีผักหลายชนิดมาดองรวมกันออกรสชาติเค็มๆเผ็ดๆกินกับข้าวสวยร้อนๆหรือข้าวต้มหรือนำไปทำกับข้าวอย่างอื่นก็อร่อย
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 เข้าเมืองเจอสหายเก่าและใหม่
คุณปู่โจวกับลูกชายลูกสะใภ้ดูมีน้ำใจไมตรียิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตรมาก พวกเขานำทางหนิงเฉินและครอบครัวมายังห้องรับรองพิเศษซึ่งอยู่บนชั้นสองของภัตตาคารที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย ระหว่างเดินผ่านโต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะหนิงเฉินก็คอยสังเกตอาหารที่พวกบรรดาแขกเหรื่อสั่งไปด้วยตามความเคยชินของคนช่างสังเกตและคอยมองหาลู่ทางทางการค้าอยู่เสมอ“พี่หนิงเฉิน หิวเหรอ” ห่าวเยว่ที่เห็นท่าทางของพี่สาวมองไปยังอาหารบนโต๊ะเอ่ยถามขึ้น“เปล่าหรอก พี่ก็แค่อยากรู้ว่าแขกส่วนใหญ่ที่นี่เขาสั่งอะไรมากินกันบ้างก็เท่านั้นเอง”“แล้วพี่จะอยากรู้ไปทำไมกัน”“เสี่ยวเยว่ พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าการเป็นคนช่างสังเกตมันสามารถช่วยอะไรเราได้มากเลยทีเดียวนะ”“ช่วยยังไงกันครับ”“ก็สกุลโจวสั่งพืชผักผลไม้ของบ้านเรามาทำอาหารให้บรรดาลูกค้าในภัตตาคารและร้านอาหารอื่นๆไม่ใช่เหรอ พี่ก็อยากดูว่าเขาใช้พืชผักของเรามาทำอะไรบ้าง ที่สำคัญมีวัตถุดิบอะไรอีกที่ใช้ในการปรุงอาหารแต่ที่บ้านเราไม่ได้ปลูกอย่างไรล่ะ”“เพื่ออะไรล่ะครับ&rdq
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 งานเลี้ยงพบป่ะสองสกุล
สองครอบครัวสกุลโจวและสกุลซูสนทนาพูดคุยกันอย่างออกรส ทางด้านหนิงเฉินที่เพิ่งจะได้พบกับพี่ชายคนโตของเธอห่าวหมิงเป้นครั้งแรกก็พูดคุยกับเขาอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว เนื่องจากพี่ชายของเธอก็เลือกเรียนด้านการเกษตรเพื่อมาดูแลพัฒนากิจการของครอบครัวต่อไปเช่นกัน“เฉินเอ๋อ..ดูเหมือนว่าเธอจะมีความรู้ด้านการเกษตรไม่น้อยเลยนะ เมื่อก่อนพี่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอจะสนใจด้านการเกษตรมากขนาดนี้” ห่าวหมิงกล่าวกับน้องสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันเพียงแค่หนึ่งเดือนแต่บุคลิกท่าทางความคิดความอ่านดูโตขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยทีเดียว“โธ่พี่ห่าวหมิง ก็ครอบครัวของเรามีอาชีพหลักเป็นเกษตรกรนี่คะ หนูก็ต้องสนใจด้านนี้อยู่แล้ว ดูอย่างพี่สิยังเลือกเรียนต่อมหาลัยด้านการเกษตรเลยไม่ใช่เหรอ” หนิงเฉินตอบ“อืมจริง แต่ที่พี่เรียนการเกษตรไม่ใช่เพราะเป็นอาชีพหลักของครอบครัวอย่างเดียวหรอกนะ”“แล้วเพราะอะไรงั้นหรือคะ”“เพราะว่าประเทศเราเคยผ่านยุคของความอดอยากยากแค้นมาแล้ว ตอนนั้นผู้คนล้มตายไปมาก พี่จึงเลือกเรียนการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาห่วงโซ่
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 พูดคุยเรื่องธุรกิจและสานสัมพันธ์
เมื่อจินม่ายเห็นว่าห่าวเยว่และหนิงเฉินไม่โต้แย้งคำกล่าวของเธอ ก็คิดว่าทั้งสองยอมรับมันแต่โดยดีแล้วจึงไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีกแต่เป็นหลี่จวินที่ชวนหนิงเฉินพูดคุยต่อ“เฉินเอ๋อ..ถ้าคุณอยากหารายได้พิเศษมาทำงานกับผมก็ได้นะ รับรองว่าผมจะพิจารณาค่าจ้างคุณให้คุ้มค่าเลยทีเดียว” หลี่จวินเสนอตัวช่วยเหลือ"พี่หลี่จวินนี่เป็นคนดีจริงๆเลยค่ะ หนิงเฉินเธอก็รีบขอบคุณพี่เขาเสียสิ พี่เขาอุตส่าห์มีน้ำใจ” จินม่ายกล่าว“ขอบคุณค่ะพี่หลี่จวิน แต่ฉันไม่รบกวนดีกว่า เพราะฉันลองคำนวณดูแล้วเงินที่ฉันหาเพิ่มเติมมาได้ก็น่าจะพอ อีกอย่างเหลือเวลาอีกเกือบปีกว่าฉันจะเรียนจบมีเวลาเก็บเงินก่อนเข้ามหาลัยนานพอค่ะ” หนิงเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ‘เพียงเงินที่เธอหามาได้ตอนนี้ก็มากพอค่าเรียนแล้วล่ะ เพียงแต่เธอต้องหาเงินเผื่อเอาไว้เยอะๆเพื่อเป็นค่าปลูกสร้างโรงเพาะชำต้นกล้า ปลูกพืชที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษแล้วไหนจะโครงการพัฒนาผลผลิตของครอบครัวให้ออกผลงามสมบูรณ์ แล้วยังมีโครงการผักผลไม้ใหม่ๆที่เธอคิดจะปลูกเพิ่มกับโครงการปลูกผักใต้หิมะที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนอีก ซึ่งต้องใช
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 พาพี่ชายมาดูโครงการที่ทำไว้
หลังงานเลี้ยงพบป่ะสังสรรค์กันระหว่างสองสกุลจบลงและเอ่ยคำร่ำลากันเสร็จ คุณปู่โจวก็ให้รถที่เตรียมเอาไว้ไปส่งครอบครัวสกุลซูที่บ้าน โดยรอบนี้มีห่าวหมิงตามกลับไปด้วยเช้าวันต่อมาห่าวหมิงที่กลับมานอนค้างที่บ้านคืนหนึ่งก่อนจะกลับเข้าเมืองไปเรียนที่มหาลัยก็ได้มาเดินดูงานที่น้องสาววางแปลนเอาไว้ ทั้งเรื่องจ้างคนมาสร้างโรงเรือนเพาะพันธุ์ต้นกล้า โรงเรือนสำหรับเพาะพันธุ์เห็ดและพืชผลที่ต้องการการดูเอาใจใส่เป็นพิเศษ และแปลงพื้นที่ที่เตรียมเอาไว้เพาะปลูกพืชผลใหม่ๆ รวมทั้งแปลงเปล่าที่บำรุงดินรับแสงแดดเอาไว้เพาะพืชผักชนิดพิเศษที่น้องสาวบอกว่ามันเป็นการปลูกผักใต้หิมะที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ก็อยากให้หนิงเฉินได้ลองทำอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับที่ปู่ พ่อและทุกคนซึ่งสนับสนุนหนิงเฉินให้ได้ทำในสิ่งที่ต้องการส่วนปุ๋ยที่หนิงเฉินแอบกระซิบว่าความจริงแล้วเธอซื้อหามาจากตลาดมืดก็ได้ผลดีกับพืชผลซึ่งเพาะปลูกอยู่ไม่น้อย ระยะเวลาเพียงเดือนเดียวที่เขาไม่อยู่ก็รู้สึกได้ว่าแปลงพืชผักผลไม้ที่หนิงเฉินใช้ในการทดลองให้ทุกคนดูเห็นผลได้อย่างชัดเจนพืชผักออกดอกออกผลดกงาม อุดมสมบูรณ์น่ากินโดยแท้“เฉินเ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status