تسجيل الدخولณภัทรยิ้มบาง ๆก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้เธอนอนลงบนโซฟาใหม่นับดาวยังนอนทับบนตัวของเขา แถมยังทับส่วนที่ล่อแหลมที่สุด “นับอย่าดื้นสิ” ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วเตือนสติคนเมาให้หยุดดิ้นบนตัวเขา “อื้อ” เสียงครางอย่างไม่สบอารมณ์ออกมาจากริมฝีบากบาง “นับ…อย่าดิ้นอย่าทำให้พี่หมดความอดทน” นับดาวชะงัก ช้อนตามอง ใบหน้าหล่อของอีกคนที่อยู่ห่างกันเพียงคีบเดียว สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน ใบหน้าสวยขยับเข้ามาใกล้ๆ ริมฝีปากบางแตะลงมาที่ริมฝีปากของเขา สัมผัสเบา ๆ แต่แนบแน่นพอให้รู้ว่า…ไม่ได้เกิดขึ้นจากความพลั้งเผลอ ใจของณภัทรสะดุดไปชั่ววินาที ไม่ใช่เพียงเพราะสัมผัสนั้น แต่เพราะมันมาจากเธอนับดาว คนที่เขาพยายามห้ามใจมานานเกินไป เขายกมือแตะแขนเธอเบา ๆ ไม่ได้ผลักออก แต่เหมือนจะเตือน เสียงของเขาต่ำลง คล้ายขู่ ทั้งที่เต็มไปด้วยความสั่นไหว “นับ…หยุดเถอะ” “ถ้าไม่หยุด อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ” เขาไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้กับใครมาก่อน น้ำเสียงที่ไม่ได้แข็งกร้าว…แต่แฝงแรงอารมณ์ที่ควบคุมแทบไม่อยู่
عرض المزيد“นับรีบลงมาเร็ว เดี๋ยวพี่เสือก็กลับมาจากสนามบินแล้ว!”
เสียงของม่านมุก เพื่อนสนิทของนับดาวตะโกนมาจากชั้นล่าง
นับดาวรีบหยิบลิปกลอสในกระเป๋าแล้วแต้มเบา ๆ บนริมฝีปาก กัดฟันมองเงาในกระจกพลางพึมพำกับตัวเอง
“ไม่ได้เจอกันห้าปีเขาจะจำเราได้ไหมนะ”
พี่เสือพี่ชายของม่านมุก คือผู้ชายคนแรกที่ทำให้หัวใจของ
นับดาวเต้นไม่เป็นจังหวะตั้งแต่ตอนมัธยม เขาอายุห่างจากนับดาวสี่ปี ตอนนั้นนับดาวก็แค่นักเรียนตัวเล็กๆ ที่ชอบแอบมองเขาตอนมาส่งม่านมุกที่โรงเรียน ทุกครั้งที่เขายิ้ม หรือแม้แต่ตอนที่เขาว่าม่านมุกเสียงเข้ม มันก็ทำให้ใจฉันเต้นแรงแบบไม่เข้าใจตัวเองเลย
นับดาวแอบรักเขา
แอบรักมาตลอด โดยไม่เคยพูดมันออกไปให้ใครฟังแม้แต่กับม่านมุก
กลับมาจากอเมริกา หลังจากไปเรียนแพทย์และทำงานอยู่ที่นั่นนานถึงห้าปีเต็ม
ห้าปีที่เขาหายไปจากชีวิตของนับดาว ราวกับหายไปจากโลกใบนี้
ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวนอกจากคำบอกเล่าผ่านม่านมุกเพื่อนสนิทของเธอและน้องสาวของเขา“พี่เสือสอบบอร์ดผ่านแล้วนะเว้ย”
“ปีหน้าอาจได้เป็น นักเรียนแพทย์อยู่ที่บอสตันเลยนะ แม่ปลื้มมาก” “เฮ้ย นับ! ถ้าพี่ฉันแต่งงานกับหมอสาวอเมริกันล่ะ ฉันจะทำยังไงดีว่ะแก”ทุกประโยคเหล่านั้น นับดาวยิ้มรับได้แต่เงียบๆ
ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มจางๆ ของนับดาว มันมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่เสมอเธอแอบรักพี่ชายเพื่อนและไม่เคยลืมเขาเลย
แม้วันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แม้นับดาวจะโตขึ้น เป็นพนักงานบริษัทคุณดารินแม่ของณภัทร และกลายเป็นสาวมั่นมากกว่าเมื่อก่อน แต่ในความทรงจำเขายังเป็นผู้ชายคนนั้น
พี่ชายของม่านมุก ผู้ชายที่ชอบผูกเชือกรองเท้าหละหลวม ผู้ชายที่มักทำหน้าดุแต่เผลอยิ้มตอนแอบฟังน้องเล่าเรื่องเพื่อนในห้องและเป็นผู้ชายที่ทำให้เด็กผู้หญิงอายุสิบหกคนหนึ่ง เรียนรู้คำว่า “แอบรัก” ครั้งแรกในชีวิต
ตอนนี้นับดาวยืนอยู่ในบ้านของม่านมุก สวมเสื้อไหมพรมแขนยาวสีครีมกับกางเกงยีนส์พอดีตัว หน้าผมเธอจัดเต็มกว่าปกตินิดหน่อย แต่ก็พยายามไม่ให้ดูจงใจเกินไป
เสียงแตรรถหน้าบ้านดังขึ้นในตอนที่หัวใจนับดาวเต้นแรงจน
น่ากลัว
“มาแล้ว!”
ม่านมุกตะโกนอย่างตื่นเต้น วิ่งผ่านหน้านับดาวลงไปที่ประตูรั้ว
เธอยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และค่อย ๆ เดินตามลงไปช้า ๆ
ในใจเต้นแรงจนหมือนจะหลุดออกมาเขาจะจำเธอได้ไหมเขาจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน
และเธอยังมีที่ว่างในความทรงจำของเขาอยู่บ้างหรือเปล่านะประตูรั้วถูกเปิดออก ร่างสูงในเสื้อโค้ทสีเทาเข้มกับทรงผมที่ตัดเรียบร้อย ก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
แค่เห็นเงาแรกเธอก็รู้แล้วว่า
ห้าปีที่ผ่านมา ไม่เคยลบเขาไปจากใจนับดาวได้เลยนับดาวยังจำได้ดี วินาทีสุดท้ายก่อนเขาจะขึ้นเครื่อง เธอแค่ยืนอยู่ในมุมเงียบ ๆ ข้าง ๆ ม่านมุก ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปกอดลา ไม่มีแม้แต่โอกาสบอกว่า
“เดินทางปลอดภัยนะคะ พี่เสือ”
นับดาวตื่นจากภวังค์ รีบลงจากบันไดและพบว่า ม่านมุกกำลังวิ่งไปเปิดประตูให้พี่ชายของเธอ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีอ่อนเดินเข้ามา ดวงตาเข้มของเขายังเหมือนเดิมอบอุ่นแต่เด็ดขาด และเขาก็ยังดูดีเหมือนเดิม ไม่สิอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“นับดาว” เสียงของเขาดังขึ้นทำให้นับดาวชะงักไป
เขาจำเธอได้แค่ได้ยินชื่อจากริมฝีปากเขา หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะรับไม่ไหว
“เออ สวัสดีค่ะพี่เสือ” เธอยิ้มบาง ๆ พยายามเก็บอาการดีใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด
“โตเป็นสาวแล้วนะเรา” เขาว่า พลางยิ้มให้ นับดาวได้แต่หัวเราะเบา ๆ
แค่เขายิ้ม เธอก็แทบละลายตรงนั้นแล้ว
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือณภัทรเองก็จดจำภาพของเด็กสาวที่มักจะซ่อนสายตาไว้ในเงามืดได้เช่นกัน
“พี่เสือ!” ม่านมุกร้องเรียกแล้วกระโดดเข้าไปกอดแน่น “ในที่สุดก็กลับมาจนได้!”
เสียงหัวเราะของณภัทรดังขึ้นต่ำ ๆ แผ่วเบาแต่คุ้นเคย
“กลับมาแล้วครับ คุณน้องสาว”
เขาอุ้มม่านมุกหมุนหนึ่งรอบก่อนจะวางลงอย่างง่ายดาย แล้วจึงหันมาหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่จากท้ายรถ
นับดาวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปทัก หัวใจเหมือนถูกดึงถอยหลังไปอยู่ตรงบันไดบ้าน ราวกับเป็นเด็กมัธยมคนเดิมที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืดหลังต้นไม้ตอนที่เขามาส่งน้องสาวไปโรงเรียน
“พี่เสือ นี่ไง นับดาว” ม่านมุกเรียกชื่อนับดาวขึ้นมาเฉย ๆ
เธอสะดุ้งเล็กน้อย ยิ้มบางๆ แล้วเดินเข้าไปช้า ๆบอกตัวเองว่าอย่าคาดหวัง อย่าหวั่นไหว อย่า
“นับดาว”
เสียงของเขาเรียกชื่อเธอขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเข้มสบตาของนับดาวตรง ๆ อย่างไม่รีรอ
นับดาวพยักหน้า ยิ้มให้ “คะ…พี่เสือ”
ณภัทรหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่มันกลับทำให้ใจของนับดาวเต้นผิดจังหวะไปเฉย ๆ
“ดูเปลี่ยนไปเยอะด้วย”
แค่นั้นเองแค่คำว่า “จำได้” กับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาให้
นับดาวก็แทบลืมหายใจ
“พี่เสือเพิ่งลงเครื่องเลยนะ แก๊ ฉันบอกแกให้มานอนบ้านฉันวันนี้แหละ พี่เสือจะได้เจอแกนานๆไง” ม่านมุกหันมาพูดกับนับดาวด้วยท่าทีร่าเริง
“จริงเหรอ?” นับดาวหันไปมองม่านมุกอย่างตกใจนิด ๆ
“อือ คืนนี้อยู่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยกลับ เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะเล่าเรื่องพี่เสือให้ฟังหมดเลยว่าเขามีแฟนรึยัง”ม่านมุกกระซิบประโยคสุดท้ายเบา ๆ แล้วแอบยักคิ้วใส่
นับดาวหัวเราะ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนหล่นวูบลงไปในช่องว่างอะไรบางอย่าง‘เขามีแฟนรึยัง’
แค่คิดถึงคำถามนี้ ใจเธอก็เต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งขณะที่เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน นับดาวก็แอบมองเงาร่างสูงที่เดินนำหน้า ใจหนึ่งบอกให้หยุดความรู้สึกไว้ตรงนี้ แต่อีกใจกลับร้องเรียกเขาเงียบ ๆ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมเย็นวันเสาร์บ้านทรงไทยสมัยใหม่ย่านใจกลางเมืองหลังเดิมที่เธอเคยมาครั้งสุดท้ายเมื่อตอนที่เขากลับมาจากเมืองนอก ยังคงอบอุ่นเหมือนเดิมกลิ่นอาหารหอมลอยมาตั้งแต่หน้าบ้านม่านมุกกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ“ได้ข่าวว่าพี่เสือทำเองด้วยนะจ๊ะเมนูวันนี้ไข่พะโล้+ยำแซ่บ”เธอเอาศอกกระทุ้งเพื่อนแบบเขิน ๆ“จริงดิ!พี่เสือทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”ณภัทรกำลังยืนหั่นผักอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดา ผ้ากันเปื้อนสีเทาคาดอก ผมยุ่งเล็กน้อยเพราะไอน้ำจากหม้อแกงภาพที่ไม่ใช่หมอในห้องตรวจ แต่เป็นพี่ชายที่ดูอบอุ่นแบบที่เธอไม่เคยเห็นชัดขนาดนี้“นับ มาแล้วเหรอ?”เขาหันมายิ้มให้เธอ ดวงตานิ่งแต่มีประกายบางอย่างที่อธิบายไม่ได้“ค่ะ”เธอยิ้มเขิน ๆ แล้วมองเขายกหม้อพะโล้ลงจากเตาไปตั้งบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่วคุณดารินแม่ของเขาเดินออกมาพอดี ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู“นับ ทำไมหน้าซีดจังเลยลูก เข้ามา ๆ วันนี้แม่กับเสือช่วยกันทำหลายอย่างเลยนะ”นับดาวก้มศีรษะไหว้ก่อนจะตามเข้าไปม่านมุกแอบกระซิบข้างหู“บรรยากาศเหมือนสามีทำอาหาร รอภรรยาเลยอ่ะแก”ทั้งโต๊ะถูกจัดอย่างเรียบง่าย แต่อบอุ่นมีไข่พะโล้ หมูสามชั้นนุ่มละลายในปาก ยำวุ้นเส้นรสจัดจ้าน
ค่ำวันพุธ หลังเลิกงานนับดาวกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ข้างออฟฟิศเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว พับแขนขึ้นถึงศอก หน้าผากมีเหงื่อบาง ๆ จากอากาศอับชื้นหลังฝนตกมือกำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากะจะเลื่อนดูโซเชียลแบบไร้จุดหมายแต่ชื่อที่โผล่ขึ้นบนหน้าจอทำให้มือเธอชะงัก“Dr. Naphat K.”ข้อความสั้น ๆ เด้งขึ้นมาจากไลน์ที่เธอเคยใช้คุยกับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เธอส่งรูปงานวันรับปริญญาให้เขาดู แล้วเขาตอบกลับมาว่า “ยินดีด้วยนะครับ คนเก่งของพี่เสือ”วันนี้เขาทักมาอีกครั้ง"นับ สะดวกมาตรวจติดตามผลอีกทีวันไหนครับ?"เธอจ้องข้อความอยู่นานราวกับมันคือรหัสลับพิมพ์ลบพิมพ์ลบอยู่หลายรอบก่อนจะตอบกลับไปอย่างพยายามรักษาระยะห่าง"สัปดาห์หน้าคงว่างช่วงวันพุธค่ะ"ข้อความอ่านแล้ว แต่เงียบไปหลายนาทีจนเธอเริ่มคิดว่าเขาคงไม่ว่างแต่แล้วก็มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา"งั้นจองคิวไว้วันพุธบ่ายนะครับเดี๋ยวพี่....หมอจะดูให้เอง"เธออ่านคำว่า “พี่... หมอ” อยู่หลายรอบเหมือนเขาเองก็ยังลังเลระหว่างบทบาทหมอกับบทบาทบางอย่างที่เคยเป็นมาก่อนเธอพิมพ์กลับไปสั้น ๆ"ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ"และคิดว่าเรื่องควรจะจบแค่นั้นแต่ไม่กี่นาทีต่อ
คืนนั้น บนเตียงนอนเดิม ผ้าห่มเดิมนับดาวนอนตะแคงกอดหมอนข้างแน่น ๆ เงียบ ๆ“พี่เสือพี่คงไม่รู้สินะว่าการอยู่ใกล้พี่ มันเจ็บยิ่งกว่าการไม่เจอกันเลย”เธอหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาเงียบ ๆ ซึมลงหมอนอีกครั้งอย่างที่ทำมาหลายคืน ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าเธอคือ “น้องสาวอีกคนหนึ่ง”และในขณะที่เธอกำลังพยายามลืมเขากลับเพิ่งเริ่มรู้ว่ากำลังสูญเสียบางอย่างไปจริง ๆเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมหายใจในห้องพักคนไข้นับดาวกดรับสายขณะนั่งรอเรียกเข้าตรวจที่แผนกสูติ-นรีเวช“ยัยมุก..ฉันมาถึงแล้ว รอคิวอยู่แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ”เธอพูดเบา ๆ พลางหันซ้ายขวาวันนี้นับดาวไม่ได้รู้สึกไม่สบายอะไร แต่ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา รอบเดือนของเธอเริ่มมาไม่ปกติบางเดือนก็ขาด บางครั้งก็มาพร้อมอาการปวดท้องน้อยจนต้องหยุดงานแม้จะคิดว่าเป็นเพราะความเครียดหรือพักผ่อนไม่พอแต่ม่านมุกไม่ยอมให้ปล่อยไว้เฉย ๆ“ตรวจไว้ก็สบายใจกว่า”นั่นคือคำพูดของม่านมุกที่เธอเถียงไม่เคยชนะและนับดาวเองก็เริ่มแอบกลัวเล็กน้อยเพราะนอกจากประจำเดือนจะไม่สม่ำเสมอเธอยังรู้สึกแน่นหน้าอกช่วงก่อนมีรอบเดือนมากกว่าปกติบวกกับความเหนื่อยล้าแบบแปลก
เช้าวันถัดมา แสงแดดสีทองอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างนับดาวลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาหนักอึ้งจากการร้องไห้เมื่อคืนไม่มีเสียงใดในหัว นอกจากความเงียบที่คอยย้ำว่า..แค่น้องสาวคนหนึ่งนับดาวลุกขึ้นมาเงียบ ๆ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก่อนใครในบ้านเธอหยิบเสื้อยืดเรียบ ๆ กับกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆไม่แต่งหน้าเหมือนทุกครั้ง ไม่แม้แต่จะแตะลิปบาล์มที่พกติดกระเป๋าเสมอเมื่อเดินลงมาถึงโต๊ะอาหาร กลิ่นข้าวต้มหมูหอมกรุ่นยังคงลอยอยู่ในอากาศณภัทรนั่งอยู่ที่เดิมมุมขวาของโต๊ะ ท่าทางเหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเขาหันมามองเธอทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา"ตื่นเช้าเลยนะ" เขาทัก รอยยิ้มบาง ๆ ยังประดับอยู่บนใบหน้านับดาวเพียงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงอย่างสงบ“ค่ะ พอดีตื่นเอง เลยนอนไม่หลับต่อ”บทสนทนาถูกปล่อยให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เธอพยายามไม่สบตาเขาพยายามไม่สนใจเวลาที่เขาขยับตัวพยายามไม่รับรู้เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขากับม่านมุกที่นั่งตรงข้ามมือตักข้าวต้มไปอย่างไม่มีรส ไม่มีแม้แต่ความหิวหลังอาหารเช้า เธอลุกขึ้นเก็บจานของตัวเอง เงียบ ๆปฏิเสธคำชวนของม่านมุกที่จะนั่งเล่นต่อและบอกว่าเธอจะกลับก่อนเที





