LOGIN"เมื่อ 'เมริน' ทายาทสาวสุดเนี๊ยบจากสยามคอร์ป ต้องโคจรมาพบกับ 'ก้อง' ช่างซ่อมบำรุงที่ชีวิตมีแค่เครื่องมือทำกินกับความมุ่งมั่นเต็มร้อย คนหนึ่งอยู่บนยอดตึกสูงเสียดฟ้า อีกคนดิ้นรนใต้แสงนีออนที่ริบหรี่... ในโลกที่ทุกอย่างตีค่าเป็นเงิน แม้แต่จังหวะหัวใจก็อาจจะมีราคาที่ต้องจ่าย!"
View Moreในมหานคร นีโอ-กรุงเทพฯ (Neo-Bangkok) ปี 2089 ท้องฟ้าไม่เคยเป็นสีดำสนิท มันถูกย้อมด้วยสีชมพูฟูเชียและฟ้าไซอันจากป้ายโฮโลแกรมยักษ์ที่ฉายโฆษณา "ระบบอัปเกรดดวงตาไซเบอร์เนติกส์" และ "เครื่องดื่มชูกำลังผสมนาโนบอท" รถลอยฟ้าหลากสีสันพุ่งทะยานผ่านทางยกระดับชั้นที่ 45 ส่งเสียงหวีดหวิวตัดกับเสียงดนตรีซินธ์ป๊อปที่ดังมาจากคลับสักแห่งในย่านทองหล่อชั้นบน
บนชั้นสูงสุดของตึก สยามคอร์ปทาวเวอร์ อาคารที่สูงเสียดเมฆจนมองไม่เห็นพื้นดินเบื้องล่าง เมริน ยืนมองกระจกหน้าต่างนิรภัยพลางปรับแต่งสายรัดข้อมืออัจฉริยะราคาแพงระยับของเธอ วันนี้เธอสวมชุดเดรสที่ตัดเย็บจากเส้นใยเรืองแสง สั่งทำพิเศษจากดีไซเนอร์ชื่อดังในปารีสโดม ทุกย่างก้าวของเธอดูราวกับนางพญาที่หลุดออกมาจากนิตยสารโฮโลแกรม “น่าเบื่อชะมัด” เมรินพึมพำ น้ำเสียงใสแต่เจือความรำคาญ “ทำไมงานปาร์ตี้คืนนี้ต้องเชิญพวกเศรษฐีใหม่ที่อัปเกรดแขนเหล็กเกรดต่ำพวกนั้นมาด้วยนะ กลิ่นน้ำมันเครื่องโชยมาถึงนี่เลย” เธอไม่เคยรู้เลยว่า คำว่า ‘น้ำมันเครื่อง’ ที่เธอรังเกียจ กำลังจะกลายเป็นกลิ่นที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ในขณะเดียวกัน ที่ระดับพื้นดิน-หรือ "เขตอันเดอร์ซิตี้"-โลกนั้นกลับเต็มไปด้วยความมืดสลัวและแอ่งน้ำขังที่เป็นคราบน้ำมัน สายไฟระโยงระยางเหมือนเถาวัลย์เหล็กพันรอบตึกแถวเก่าๆ ที่พังแหล่ไม่พังแหล่ ก้อง ชายหนุ่มในชุดหมีสีน้ำเงินเข้มที่ซีดจนเกือบเป็นสีเทา กำลังเช็ดมือที่เปื้อนจาระบีด้วยเศษผ้าเน่าๆ เขาเพิ่งเสร็จจากการซ่อมตัวจ่ายไฟย่อยที่ระเบิดเพราะระบบทำงานหนักเกินไป ร่างกายของเขากำยำจากการทำงานหนัก หน้าตาของเขาจัดว่า "ธรรมดา" ในแบบที่เดินผ่านไปสิบคนก็จำไม่ได้ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือดวงตาที่เรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น “เฮ้ย! ไอ้น้องก้อง เสร็จยังวะ?” เสียงตะโกนแหบๆ ดังมาจาก จ็อด เพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยองๆ ซ่อมโดรนส่งก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่แผงลอยข้างๆ จ็อดมีแขนซ้ายเป็นเหล็กสนิมเขรอะที่มักจะกระตุกเวลาเขาตื่นเต้น “เสร็จแล้วคุณพี่จ็อด ถ้าคืนนี้ไม่มีใครแฮกระบบไฟแถวนี้อีก ก็น่าจะใช้ได้ไปถึงเช้า” ก้องตอบพลางเก็บเครื่องมือลงกล่องเหล็ก “เออ ดีแล้ว แวะมากินหมี่ร้านป้าชื่นก่อนสิโว้ย วันนี้ป้าแกใจดี แถมลูกชิ้นสังเคราะห์ให้ลูกนึงว่ะ ถือเป็นมื้อฉลองที่เอ็งสอบผ่านใบเซอร์วิศวกรระดับกลางไง” จ็อดหัวเราะจนแขนเหล็กกระตุก แก๊งค์ๆ ก้องยิ้มบางๆ พลางส่ายหัว “เอ็งกินเถอะ ข้าต้องรีบไปควงกะที่บริษัทรักษาความปลอดภัยต่ออีก 4 ชั่วโมง ตั๋วไปไปอาณานิคมดวงจันทร์มันไม่ได้ซื้อด้วยใบเซอร์ฯ อย่างเดียวนะเว้ย มันต้องใช้เงิน... เงินเยอะมาก” “เอ็งจะมุ่งมั่นไปถึงไหนวะ ก้อง” จ็อดบ่นพลางยัดเส้นหมี่เข้าปาก “ใช้ชีวิตบนดินเน่าๆ นี่กับพวกข้าก็สนุกดีออก มีเหล้าเถื่อน มีก๋วยเตี๋ยว มีพวกเรา... จะไปลำบากบนอวกาศทำไมวะ?” ก้องไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรถลอยฟ้าและแสงไฟจากตึกชั้นบน สำหรับเขา การไปจากที่นี่ไม่ใช่แค่การหนีจากความอัตคัต แต่มันคือการพิสูจน์ว่าคนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนอย่างเขา ก็สามารถมี "ชีวิต" ในแบบที่ตัวเองต้องการได้ คืนเดียวกันนั้นเอง อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมรินตัดสินใจขับรถสปอร์ตลอยฟ้ารุ่นล่าสุดของเธอออกจากงานเลี้ยงด้วยความหงุดหงิด เธอใช้ความเร็วเกินกำหนดผ่านเขตที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่น ทันใดนั้น ระบบนำทางอัตโนมัติก็เกิดรวนเพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากย่านสลัมด้านล่าง “กรี๊ดดด! ระบบหยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฉันบอกให้หยุด!” รถสีชมพูเมทัลลิกราคาหลายสิบล้านเครดิตเสียการทรงตัว มันร่วงหล่นลงจากระดับความสูงหลายพันฟุต ทะลุผ่านม่านหมอกควันพิษ และพุ่งตรงลงมายังลานจอดรถร้างในเขตอันเดอร์ซิตี้... ตรงจุดที่ก้องกำลังปั่นจักรยานไฟฟ้ากลับห้องพักพอดี โครม!!! เสียงระเบิดดังสนั่นจนกระจกแถวนั้นสะเทือน ก้องเบรกจักรยานจนตัวโก่ง เขามองเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งมาจากซากรถหรูที่พังยับเยิน จิตสำนึกแห่งการเป็นช่างซ่อมบอกเขาว่า "ถ่านพลังงานไฮโดรเจนกำลังจะระเบิด" เขาไม่รอช้า ก้องวิ่งเข้าไปที่ซากรถทันที ภายในนั้น เขาเห็นหญิงสาวในชุดเดรสเรืองแสงที่บัดนี้ขาดวิ่นและเต็มไปด้วยฝุ่น คราบเลือดซึมออกมาจากหน้าผากที่สวยราวกับสลักจากหยก เมรินลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เธอเห็นใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งที่มีคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ “ช่วย... ช่วยฉันด้วย...” เธอพึมพำด้วยเสียงที่สั่นเครือ ก้องไม่ได้พูดอะไร เขาใช้ประแจขนาดยักษ์ในมือทุบกระจกนิรภัยที่ร้าวอยู่แล้วจนแตกละเอียด ก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปดึงร่างบางออกมาอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่เขากระโดดหลบพ้นรัศมีรถเพียงไม่กี่วินาที... บึ้ม!!! แรงระเบิดส่งร่างของทั้งคู่กระเด็นไปบนกองขยะสีนวล ก้องใช้ตัวบังเศษเหล็กให้เธอจนหลังของเขาถูกไฟลวกเล็กน้อย เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เมรินค่อยๆ ยันตัวขึ้น เธอหอบหายใจรัวพลางมองไปที่ก้องที่กำลังไอค่อกแค่ก เธอมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า... เสื้อผ้าสกปรก หน้าตาบ้านๆ กลิ่นเหงื่อผสมน้ำมันเครื่องที่เธอเกลียดนักเกลียดนักหนา “นี่นาย! ระวังหน่อยสิ! ชุดฉันพังหมดแล้วเนี่ย!” แทนที่จะขอบคุณ เมรินกลับแผดเสียงใส่เขาด้วยความตกใจและนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย “รู้ไหมว่าชุดนี้ราคาเท่าไหร่? ต่อให้นายทำงานทั้งชีวิตก็ซื้อไม่ได้!” ก้องนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาปัดฝุ่นออกจากกางเกงแล้วมองหน้าไฮโซสาวด้วยสายตาเรียบเฉย “ผมไม่รู้หรอกครับว่าชุดคุณราคาเท่าไหร่ แต่ที่รู้แน่ๆ คือถ้าเมื่อกี้ผมไม่ลากคุณออกมา ‘ชีวิต’ คุณจะมีราคาเป็นศูนย์ทันที” เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจจะต่อความยาวสาวความยืด เดินไปหยิบจักรยานไฟฟ้าที่ล้มอยู่ขึ้นมา “เดี๋ยว! นายจะไปไหน? มาช่วยฉันก่อนสิ! นี่มันที่ไหนก็ไม่รู้ สัญญาณโฮโลแกรมฉันก็ดับ! นายต้องไปส่งฉันที่ตึกสยามคอร์ปเดี๋ยวนี้!” เมรินสั่งเสียงเขียว ก้องหันมามองข้ามไหล่ “ผมมีเข้าเวรตอนเที่ยงคืนครับ และที่นี่ไม่มีรถรับส่งตอนนี้ ถ้าอยากกลับบ้าน... เดินตรงไปอีกสองซอยจะมีคิวรถเมล์เหล็กที่วิ่งผ่านเขตชั้นใน แต่อย่าลืมระวังกระเป๋าตังค์ด้วยล่ะ ที่นี่ไม่ใช่ห้องนั่งเล่นบน upper city” พูดจบ ก้องก็ปั่นจักรยานจากไป ทิ้งให้เมรินยืนกระทืบเท้าอยู่กลางสลัมด้วยความโกรธจัด “ไอ้คนเฮงซวย! ไอ้คนไม่มีมารยาท! อย่าให้ฉันเจอหน้านายอีกนะ!” แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยอัลกอริทึมและโชคชะตาที่บิดเบี้ยว... คำว่า ‘อย่าให้เจออีก’ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘ตลอดไป’ ก็ได้เวลา 10:00 น. (สามวันหลังจากการจับกุมดนัย) ณ ห้องพักฟื้น VVIP สยามคอร์ป เมดิคอลเซ็นเตอร์แสงแดดอ่อนๆ ยามสายสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาในห้องพักฟื้นที่ไร้ซึ่งความอึดอัดอีกต่อไป เครื่องช่วยหายใจถูกถอดออกแล้ว เจ้าสัวเกริกพล นั่งพิงหมอนอ่านรายงานข่าวบนแท็บเล็ตโฮโลแกรมด้วยสีหน้าที่ดูมีเลือดฝาดและแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมริน นั่งปอกแอปเปิลอยู่ข้างเตียง ขณะที่ ก้อง ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนและกางเกงสแล็ค ดูผ่อนคลายและเป็นตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่ชุดสูทรัดติ้วเหมือนวันแรกๆ"ดนัยสารภาพหมดแล้วค่ะคุณพ่อ" เมรินส่งชิ้นแอปเปิลให้เจ้าสัว "เขาแอบยักยอกเงินบริษัทไปลงทุนในตลาดมืดมาหลายปี พอเราจะเริ่มโปรเจกต์ Blue Sky โซน B ซึ่งมันไปทับซ้อนกับเครือข่ายเถื่อนของเขา เขาเลยต้องหาทางกำจัดคุณพ่อเพื่อยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ"เจ้าสัวเกริกพลถอนหายใจยาว วางแท็บเล็ตลง"ฉันเลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัวมาสามสิบปี โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลย... มัวแต่มองหาศัตรูที่อยู่ไกลตัว จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด" พญาเหยี่ยวหันไปมองช่างไฟสลัมที่ยืนอยู่มุมห้อง "ถ้าไม่ได้ 'หมาเฝ้าบ้าน' ที่ตาไวอย่างนาย ฉันคงกลายเป็นเถ้ากระ
เวลา 23:45 น. ณ สยามคอร์ป เมดิคอลเซ็นเตอร์ (ห้อง ICU ลับสุดยอด)เสียงฝีเท้าเปียกแฉะย่ำกระแทกพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาล VVIP ก้องภพ และ คุณชายพีท ในสภาพที่เปียกโชกไปด้วยฝนกรดและโคลนจากตึกแดง วิ่งกระหืดกระหอบตรงดิ่งมาที่หน้าห้อง ICU โดยมีกระเป๋านิรภัยเก็บความเย็นอยู่ในมือของพีทเมริน ที่นั่งรออยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าซีดเซียว รีบผุดลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นสภาพของทั้งสองคน"ก้อง! พีท! พวกนายเลือดออกนี่!" เมรินถลาเข้าไปหาก้อง สังเกตเห็นรอยถลอกและคราบเลือดที่ไหลซึมจากหางคิ้วของเขา"เลือดพวกทหารรับจ้างน่ะครับ ไม่ใช่เลือดผม" ก้องฝืนยิ้มบางๆ พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เขาหันไปพยักหน้าให้พีทพีทรีบเปิดกระเป๋านิรภัย ดึง 'หลอดแก้วเรืองแสงสีแดงเลือด' ออกมาส่งให้ทีมแพทย์เฉพาะทางที่ยืนสแตนด์บายรออยู่"ยาถอนพิษเรดาร์คครับคุณหมอ... รีบเอาไปฉีดให้ท่านประธานด่วนเลยครับ!"หมอรับหลอดแก้วไปแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้อง ICU ทันทีเมรินโผเข้ากอดก้องแน่น ซุกหน้าลงกับอกที่เปียกชุ่มของเขาโดยไม่สนใจว่าสูทของเธอจะเปื้อน "ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่กลับมาอย่างปลอดภัย ทั้งสองคนเลย"พีทมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาย
เวลา 22:00 น. ณ เขตอิทธิพลเถื่อน (The Red Zone) ชานเมือง Neo-Bangkokสายฝนกรดเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยแสงนีออนสีแดงฉานจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมที่กะพริบติดๆ ดับๆ เบื้องหน้าของทีมสลัมวอร์รูมคือ "ตึกแดง (The Red Tower)" อดีตศูนย์การค้าคอมพิวเตอร์ยุคเก่าที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นป้อมปราการและห้องแล็บเถื่อนของมาเฟียใต้ดินรถ Hover-Tuk-Tuk จอดหลบมุมอยู่ในซอยมืดฝั่งตรงข้ามมายด์ กำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย สวมแว่นตา VR ควบคุม 'ไมโครโดรน (Micro-Drone)' ขนาดเท่าแมลงวัน บินสำรวจไปตามช่องระบายอากาศของตึกแดง"ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนามาก" มายด์รายงานผ่านวิทยุ "มีทหารรับจ้างถือปืนกลอัจฉริยะ (Smart-Guns) เฝ้าทุกจุดทางเข้า กล้องวงจรปิดเป็นระบบจับความร้อนทั้งหมด... แต่หนูเจอจุดบอดตรงปล่องทิ้งขยะเก่าด้านหลังตึก มันเชื่อมตรงไปถึงชั้น 13 ที่เป็นห้องแล็บของ ดร.เซน พอดีค่ะ!""เยี่ยมมากมายด์ รักษาพิกัดโดรนไว้" ก้องภพ กระชับเสื้อแจ็กเก็ตหนัง หันไปเช็กความเรียบร้อยของลูกทีม "ไข่แฝด คอยคุ้มกันมายด์อยู่ที่รถ สตาร์ทเครื่องรอไว้เลย""รับทราบพี่!" ไข่แฝดรับคำสั่งก้องหันไปหาคู่หูทะลวงฟันอีกสองคนจ็อด กำ
เวลา 08:00 น. ณ ห้องทำงาน Chief Engineer ชั้น 98 สยามคอร์ป ทาวเวอร์แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านเมฆมลพิษกระทบกระจกบานยักษ์ ก้องภพ นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานหินอ่อน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ เบื้องหน้าคือจอโฮโลแกรมที่เต็มไปด้วย 'เอกสารอนุมัติงบประมาณ' กว่าร้อยฉบับที่เขาต้องเซ็นด้วยปากกาดิจิทัล"รื้อสายไฟเมนหลักทั้งซอยยังง่ายกว่าอ่านไอ้ศัพท์กฎหมายพวกนี้อีก..." ก้องพึมพำ โยนปากกาดิจิทัลลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดติ๊ด... ฟืดดดประตูอัตโนมัติเปิดออก เมริน ในชุดสูททำงานสีครีม เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาสองแก้ว รอยยิ้มของเธอสดใสยิ่งกว่าแสงนีออนใดๆ ในเมืองนี้"บ่นอะไรแต่เช้าคะ ท่านหัวหน้าวิศวกร?" เมรินวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา "วันนี้ฉันชงเองเลยนะ กาแฟอเมริกาโน่คั่วเข้ม ไม่ใส่น้ำตาล... แบบที่นายชอบ"ก้องชะงัก เขามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าของเมริน"คุณไม่ได้สั่งเลขาฯ ชงให้เหรอ?""ฉันเป็นแฟนเธอนะก้อง... เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะทำให้ผู้ชายของฉันไม่ได้ล่ะ" เมรินยิ้มหวาน โน้มตัวข้ามโต๊ะมาประทับริมฝีปากลงบนแก้มของเขาเบาๆ หนึ่งที "รางวัลสำหรับคนเก่งที่ช่วยบริษัทฉันไว้เมื่อวาน"ก้องหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แม้จะผ่านค
เสียงโทรศัพท์ในออฟฟิศ Wanderer Services ดังขึ้นเป็นรอบที่สิบของวัน ไข่ต้ม รับสายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ก่อนจะหันมาทำตาโตเท่าไข่ห่านใส่ทุกคนในห้อง“เจ๊! งานช้างเข้า! งานด่วนระดับ VVIP!” ไข่ต้มตะโกน “ลูกค้าต้องการทีมช่างไฟและระบบโฮโลแกรมไปซ่อมหน้างานเดี๋ยวนี้! ให้ราคา 50,000 เครดิต!”“ห้าหมื่น!” จ็
เช้าวันจันทร์ที่สดใส (เท่าที่ฝุ่นควันเมืองหลวงจะอนุญาต) บรรยากาศในออฟฟิศ Wanderer Services เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น วันนี้เป็น "วันหยุดบริษัท" วันแรกหลังจากที่พวกเขารับงานหนักมาตลอดสองสัปดาห์ ทั้งงานซ่อมพัดลมตลาดสดและงานกู้ระบบไฟงานกาล่า ซึ่งทำรายได้รวมกันกว่า 65,000 เครดิต! เม
ความเงียบที่ปกคลุมร้านก๋วยเตี๋ยวป้าชื่นในเช้าวันนี้ ช่างแตกต่างจากความเงียบสงบในยามเช้าทั่วไป มันคือความเงียบของ "จุดจบ"ป้ายสติกเกอร์สีแดงคำว่า "ห้ามใช้อาคาร (อันตราย)" ที่แปะคาดประตูเหล็กม้วนหน้าร้าน ดูเหมือนยันต์กันผีที่สะกดวิญญาณของทุกคนไว้ ป้าชื่น นั่งเหม่อลอยอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้เก่าแก่ ด
อากาศภายในสำนักงานสาขาย่อยของ บริษัท ไททัน เอสเตท (Titan Estate) เย็นเฉียบด้วยระบบปรับอากาศแบบ Central Air ที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส แต่มันกลับไม่สามารถดับความร้อนรุ่มในใจของ นายวิโรจน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายได้เลยเขานั่งจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงสถานะการโอนเงิน ตัวเลขสีเขียวสว่างวาบระบุย