ร่านสวาทเมียไซด์ไลน์

ร่านสวาทเมียไซด์ไลน์

last updateLast Updated : 2025-04-27
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
162Chapters
10.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ครั้งแรกที่รับงานแบบทรีซัมก็ทำให้ ‘แพรวา’ สาวไซด์ไลน์สิบแปดมงกุฎ ต้องเสียสาวให้กับลูกค้านักศึกษาแพทย์หนุ่มหล่อทั้งสองคนอย่างจำยอม ด้วยรสสวาทที่ถึงใจของ ‘อเล็กซ์’ และ ‘คิม’ ทำให้เธอตอบตกลงเป็นเมียลับ ๆ เป็นที่ระบายความใคร่อย่างเต็มใจ เพื่อแลกกับเงินเดือน

View More

Chapter 1

บทที่ 1 หนูไม่ค่อยถนัด

แสงจันทร์สีเงินนวลทาบทอไปทั่วผืนฟ้าเหนือวังเฉินหยวน หิมะแรกแห่งปีร่วงหล่นลงมาดังปุยนุ่นจากสวรรค์ แผ่คลุมยอดหลังคาพระตำหนักให้กลายเป็นม่านขาวสงัดราวอยู่ในแดนเซียน

สายลมยามราตรีเย็นเยียบ แม้จะอยู่ในเดือนที่สองแห่งเหมันต์ แต่ไอเยือกกลับแรงราวคมมีดแทงผ่านผ้าคลุมเนื้อหนา

ท่ามกลางความเงียบงันแห่งค่ำคืนหนึ่ง เซิ่งอี้เหวิน องครักษ์ในชุดคลุมสีดำประจำราชองค์รักษ์ยืนเงียบอยู่บนยอดหลังคาเรือนฝ่ายใน นัยน์ตาคมของเขามองทอดไปยังทิศเหนือ สู่เขตตำหนักที่แม้จะอยู่ภายในวัง แต่กลับถูกทิ้งร้างไร้ผู้คนมายาวนาน

ตำหนักเหมันต์

ลมคืนนี้พัดแรงนัก

เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น ทว่าดวงตากลับยังจ้องไปยังดงไม้สีขาวพราวหิมะเบื้องหน้า เมื่อครู่ ขณะลาดตระเวนบนกำแพงวัง อี้เหวินได้ยินบางสิ่ง

เสียงพิณ...

เสียงเพลงลึกล้ำคล้ายมนตรา ขับขานมาเบา ดั่งสายลมพัดผ่านขุนเขา แม้เบาแต่ทว่าลึกสะท้านไปถึงทรวงอก ราวกับเคยได้ยินมาก่อน แต่เขาแน่ใจ เพลงนี้ไม่เคยมีในวัง ไม่มีในบันทึกของดนตรีหลวง และไม่มีในงานพิธีใด

เขาตัดสินใจกระโจนลงจากหลังคา แฝงกายในเงาไม้ หยุดยืนอยู่เบื้องนอกแนวรั้วไม้เก่าคร่ำของสวนเหมยอวิ๋น

เสียงพิณขับขานอยู่ใต้ต้นเหมยดอกแดงซึ่งผลิบานเพียงต้นเดียวกลางความขาวโพลน

ใต้ต้นนั้น มีร่างหนึ่งในชุดคลุมขาวบาง นั่งเหยียดเรียวมือบรรเลงพิณโบราณ ดวงหน้าเรียบสงบ แววตาหลับพริ้มราวกำลังฝันอยู่ในห้วงอดีต

เซิ่งอี้เหวินหลุบตาลงช้า เสียงเพลงยังไม่จบ แต่ใจเขากลับเต้นแรงประหนึ่งได้พบภาพในฝันของตนที่หายไปนานแรมปี

สตรีผู้นั้น...นางคือผู้ใด?

เขาย่างเท้าช้า ก้าวเข้าไปยังสวนเหมย มือแตะด้ามกระบี่แนบกายตามสัญชาตญาณ ทว่าในใจก็ไร้ซึ่งแรงต้าน เสียงเพลงนั่นช่างว่างเปล่า เย็นชาและเศร้าโศกนัก

ทันทีที่เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนผืนหิมะ เสียงพิณก็หยุดลงหญิงสาวเงยหน้าขึ้น ชำเลืองมองเขาเล็กน้อย หากดวงตากลับแฝงความสงบนิ่ง มิได้ตื่นตกใจหรือมีวี่แววตระหนกใด

เจ้าคือ...?” อี้เหวินถามออกไปด้วยเสียงขรึม

หญิงสาวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดุจละอองหิมะที่เพิ่งตกต้องยอดดอกเหมย

ข้าคือ...เงาที่มิอาจหวนคืน

          คำตอบนั้นช่างประหลาด และยากจะเข้าใจ ทว่ากลับสะกิดบางสิ่งในใจของเขาให้สั่นไหว

ตำหนักนี้ถูกปิดตายมาเกือบสามทศวรรษ ไม่มีใครอาศัยอยู่ เจ้าเป็นใครกันแน่?”

เสียงของเขายังคงเยือกเย็น แต่น้ำเสียงแผ่วลงกว่าคราแรกหญิงสาวไม่ตอบในทันที หากแต่วางมือบนสายพิณเบา เสียงสายพิณสั่นสะเทือนวาบหนึ่ง แล้วก็เงียบหาย

เจ้าได้ยินเสียงเพลงของข้าหรือ?”

นางถามขึ้นแทนคำตอบ ดวงตาเศร้าสร้อยของนางจับจ้องเขาอย่างพินิจ

อี้เหวินพยักหน้า ข้าได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ทุกท่วงทำนอง...

หญิงสาวยิ้มบาง และกล่าวว่า เช่นนั้นเจ้าอาจเป็นผู้แรกในสามสิบปี ที่สามารถมองเห็นข้าได้

หัวใจของอี้เหวินพลันไหววูบ เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางหิมะ ทบทวนคำพูดแสนประหลาดของนาง

มองเห็น?

หญิงสาวผู้นั้นมิใช่คนธรรมดาหรอกหรือ?

อี้เหวินยืนแน่นิ่ง มือที่แตะกระบี่เลื่อนหลุดออกช้า สายตาจ้องมองหญิงสาวในชุดขาวตรงหน้า นางนั่งอย่างสงบนิ่งใต้ต้นเหมยที่มีเพียงกลีบหล่นโรย แต่ไร้ดอกใหม่แม้แต่หนึ่งหน่อ

ข้าถามอีกครั้ง เจ้าเป็นใครกันแน่?”

น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมขึ้น ดวงตาเยือกเย็นราวกระจกน้ำแข็ง แต่ในความเย็นชานั้นกลับสั่นคลอนเล็กน้อย

หญิงสาวยังคงมองเขา ริมฝีปากเคลื่อนช้าเอ่ยถ้อยคำที่ราวกับเป็นบทกวีของฤดูเหมันต์

หากเจ้าเรียกข้าว่าเงา ข้าก็จะเป็นเงา หากเจ้ามองข้าเป็นลม ข้าก็พร้อมหายไปในพริบตา หากเจ้าถามหานาม ข้ามีนามว่าเซี่ยอวี่เซี่ยอวี่ที่เป็นหิมะ ที่มิอาจเกาะอยู่บนฝ่ามือผู้ใดได้นาน

อี้เหวินได้ฟังเช่นนั้น แววตาทอแสงลังเลขึ้นชั่วครู่ เขาก้าวเข้าใกล้ตำแหน่งที่นางนั่งอยู่ใต้ต้นเหมย ดวงจันทร์เบื้องบนทอดเงายาวของต้นไม้และเงาของเขาบนพื้นหิมะขาว

หากแต่ใต้ร่างของนางนั้นไร้ซึ่งเงาใด มือของเขาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกโพลง ชะเง้อมองซ้ำอีกครั้ง นางนั่งอยู่ตรงนั้นจริง แสงจันทร์ส่องผ่านหมู่เมฆอย่างเต็มดวง แต่ใต้เรือนร่างนางกลับไม่มีเงาทอดผ่านบนหิมะเลยแม้แต่น้อย อี้เหวินถอยหลังหนึ่งก้าว

เจ้าเป็นมนุษย์หรือวิญญาณ?”

เซี่ยอวี่ยังคงยิ้ม ดวงหน้าสงบไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย

หากข้าคือวิญญาณ เจ้าจะยังคุยกับข้าหรือไม่?”

น้ำเสียงของนางแผ่วเบา แต่เจือรอยเจ็บลึกในใจ

ข้ามิใช่ผู้ตัดสินความเป็นหรือไม่เป็น ข้าเพียงสงสัยว่าผู้ใดลอบเข้าวังใน และยังกล้าร้องเพลงยามราตรีอย่างไม่พรั่นพรึงราชบัญญัติ

อี้เหวินฝืนความสั่นในใจกลับมาเป็นองครักษ์อีกครั้ง สายตานิ่งเฉียบ มือกลับไปแตะกระบี่ที่ข้างเอวอีกครา เซี่ยอวี่เหลือบตามองสายกระบี่นั้น ยิ้มแผ่ว

กระบี่นั้นไม่อาจฟาดข้าได้หรอก แม้เจ้าจะเป็นราชองค์รักษ์ประจำพระองค์โดยตรงก็ตาม

อี้เหวินตะลึง เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

หญิงสาวลุกขึ้นช้า ยืนท่ามกลางหิมะที่ยังคงโรยตัวราวเกล็ดแก้วจากฟากฟ้า ชุดคลุมขาวของนางปลิวเบา ไม่มีรอยเท้าทิ้งไว้บนหิมะแม้ครึ่งรอย นางชี้นิ้วเรียวไปทางทิศเหนือของสวนเหมย

ตำหนักที่เจ้ามิกล้าเข้าใกล้ ตำหนักที่ผู้คนลืมเลือน ข้าเคยอยู่ที่นั่น...

ตำหนักเหมันต์...?” อี้เหวินขานเสียงแผ่ว

หญิงสาวพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงที่อ้อยอิ่งปานจะขับขานบทเพลงอีกครั้ง

ที่แห่งนั้น เคยมีบทเพลง เคยมีแสงจันทร์ และเคยมีรักต้องห้าม

ในวินาทีนั้นเอง กลีบเหมยโรยลงอีกรอบ ลมพัดแผ่วหนึ่งสาย ดวงจันทร์ถูกเมฆหนาบังในพริบตา เมื่อแสงกลับมาอีกครา นางก็หายไป ทิ้งไว้เพียงกลีบดอกไม้บนพิณที่ยังอุ่น และแผ่นหิมะที่ไม่มีรอยเท้าใดแม้แต่รอยเดียว

เซิ่งอี้เหวินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าต้นเหมยนั้นอยู่นาน มิได้เอ่ยวาจาใดสักคำ เสียงลมหิมะพัดคล้ายจะสอดแทรกกระซิบคำถามมาในอก

สตรีนางนั้น เป็นสิ่งใดกันแน่

ในหัวใจเขา ความกลัวมิอาจครอบงำได้ดั่งชาวสามัญ ทั้งที่นางไร้เงา หายวับไปกับลม แต่กลับมิใช่สิ่งที่เรียกว่าภูตผีตามที่เคยร่ำลือกันในหมู่ขันทีนางใน ขาก้าวออกจากสวนเหมย เขาไม่ย้อนกลับทางเดิม หากมุ่งตรงไปยังตำหนักเหมันต์ที่หญิงผู้นั้นชี้บอกไว้ แม้จะรู้ดีว่าตำหนักนั้น ถูกลงกลอนด้วยตราของพระราชโองการตั้งแต่สมัยฮ่องเต้พระองค์ก่อน ผู้ใดล่วงล้ำล้วนถือว่าหมิ่นเบื้องสูง

หากแต่เสียงเพลงนั่น เสียงที่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทจนถึงยามนี้ มันดึงเขาไป

ตำหนักเหมันต์ตั้งอยู่เบื้องหลังสวนหยกกลาง เขตที่ในอดีตเคยสง่างามบานสะพรั่งด้วยดอกเหมยสีแดงเลือดนก หากบัดนี้กลับกลายเป็นผืนหิมะเงียบงัน

ซากประตูไม้สูงใหญ่ถูกตรึงด้วยผ้าดำจาง และผนึกตราราชโองการด้วยครั่งเก่าแตกร้าว เสาหินสลักมังกรสองตัวที่หน้าประตูมีรอยชำรุดจากกาลเวลา

เขายืนตรงหน้าประตูกั้นนั้นอยู่ครู่หนึ่ง พลันได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ย่ำหิมะมาจากด้านหลัง

อี้เหวิน

เสียงหนึ่งเอ่ยเรียก เขาหันขวับ

ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์ขุนนางกรมพิธีการยืนอยู่ เบื้องหลังเขาคือ หลินเซียน ขุนนางหนุ่มคู่สนทนาเก่าแก่ของเขา ผู้ขึ้นชื่อว่าเก็บข่าวลับในวังได้เฉียบกว่าใคร

เจ้ามาทำอันใดที่นี่?” อี้เหวินถามทันที

หลินเซียนมองไปยังประตูตำหนักเหมันต์ ดวงตาใต้แว่นหยกหรี่ลงอย่างแฝงความระวัง

ข้าได้ยินข่าวว่า เจ้าเห็นเงาใต้แสงจันทร์ เงาที่ไร้เงา

อี้เหวินขมวดคิ้ว ข่าวเช่นนี้ แพร่ไปไกลเพียงใด?”

มากพอจะทำให้ฝ่ายราชเลขาคิดว่าท่านมีสิ่งผิดปกติ พรุ่งนี้อาจมีราชโองการสั่งสอบสวนหลินเซียนเอ่ยราบเรียบ แต่ในน้ำเสียงแฝงเร่งเร้า

เจ้าควรรีบลืมเรื่องนี้...

แต่ข้าเห็นจริงนี่อี้เหวินกล่าวหนักแน่น ดวงตาคมเข้มทอประกายแน่วแน่

นางบอกว่าชื่อเซี่ยอวี่ อยู่ในตำหนักนี้ และเจ้าก็รู้นี่ ว่าใครเคยอยู่ที่นี่ก่อนจะถูกปิดตาย

หลินเซียนเม้มปากแน่น นิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดเสียงเบา

ชายารัชทายาท...นางผู้ถูกตราว่าเป็นกบฏเมื่อสามสิบปีก่อน

อี้เหวินพยักหน้า ข้าเคยอ่านบันทึกหลวง บอกว่าเมื่อฮ่องเต้พระองค์ก่อนยังมีชีวิต รัชทายาทได้ลอบคบรักกับหญิงผู้หนึ่งซึ่งเป็นบุตรีขุนนางพรรคใต้ และนางได้เข้าวังมาโดยไร้การแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ข้าสงสัยว่านั่นคือเซี่ยอวี่’”

หลินเซียนถอนหายใจยาว แม้เป็นเช่นนั้น เจ้าก็มิอาจเปลี่ยนความจริงของอดีตได้ เงาที่ท่านเห็นอาจเป็นเพียงภาพหลอนของผู้ที่ยังติดในความฝัน

อี้เหวินหันกลับมามองประตูตำหนักอีกครั้ง หิมะโปรยลงบนไหล่เขา เบื้องหน้าเป็นความว่างเปล่า หากในหัวใจกลับแน่นล้นด้วยคำถาม

นางคือเงานั้น หรือนางคืออดีต?”

คำถามนั้นทิ้งตัวลงในใจเขา ราวเกล็ดหิมะตกลงสู่หุบเหวลึกไม่มีเสียงตอบกลับ

คืนนั้น แม้หิมะจะโปรยเบา แต่หัวใจของเซิ่งอี้เหวินกลับหนักแน่นปานจะฝังตนลงในแผ่นดิน เขาไม่ได้กลับเรือนพัก แต่กลับไปยังหอคัมภีร์ลับของวังใน

ที่นั้น มีเพียงเหล่าขุนนางตำแหน่งสูงสุดที่ได้รับพระราชานุญาตเท่านั้นจึงจะเข้าสืบค้นบันทึกเก่าได้

ในฐานะองครักษ์ประจำองค์รัชทายาท และสืบเชื้อสายจากจวนแม่ทัพฝ่ายเหนือ เขามีสิทธิ์เช่นนั้น

หอคัมภีร์ลับปิดสนิทด้วยประตูไม้หอมสลักลายดอกเหมยซ้อน ชั้นในมีตู้ไม้โบราณเรียงรายสูงตระหง่าน แสงไฟตะเกียงส่องสะท้อนหมึกแห้งบนม้วนผ้าไหมเก่า

อี้เหวินคุกเข่าลงตรงเบื้องหน้าตู้หมายเลข 7 ตู้ที่เก็บบันทึกฝ่ายในแห่งรัชศกหรงซวี่ซึ่งเป็นรัชศกก่อนปัจจุบันสามทศวรรษ มือเรียวแกร่งค่อย เปิดกล่องไม้หอมใบหนึ่ง ม้วนผ้าไหมเก่าซึ่งซีดสีเพราะกาลเวลาเผยออก เผยให้เห็นลายอักษรเขียนด้วยหมึกจาง

“...ว่ากันว่า รัชทายาทหลงจื้อ พระโอรสแห่งฮ่องเต้เซียวหลง ผู้ทรงเกรียงไกร มีหญิงในใจหาใช่ธิดาขุนนางฝ่ายกลางไม่ แต่กลับเป็นธิดาผู้ถูกประณามว่ามีเชื้อสายสำนักกบฏจากดินแดนใต้ ชื่อของนางคือ เซี่ยอวี่...

อี้เหวินขมวดคิ้ว นามเดียวกันกับสตรีที่เขาเพิ่งพบเมื่อคืน

“...ขณะรัชทายาทกำลังจะได้รับราชบัลลังก์ ได้เกิดกบฏแฝงจากภายใน เสียงลือบอกว่า ผู้วางกลคือสตรีในตำหนักเหมันต์ ที่หวังให้รัชทายาทละจากบัลลังก์เพื่อรักต้องห้าม...

มุมปากของอี้เหวินกระตุก เขาอ่านถัดไปอีกบรรทัด

“...รัชทายาทหลงจื้อได้สละสิทธิ์ในบัลลังก์ และถูกส่งออกนอกเมืองหลวง ขณะที่หญิงนามเซี่ยอวี่ถูกตราเป็นกบฏและหายสาบสูญ บางบันทึกกล่าวว่านางสิ้นแล้ว แต่บางเล่มกลับเว้นบรรทัดท้ายของชื่อนางไว้ว่างเปล่า...

มือของเขาชะงักอยู่ตรงถ้อยคำนั้น

ว่างเปล่า?

นางอาจยังไม่ตาย...เขาพึมพำในลำคอ

ทันใดนั้น เสียงกระแสลมบางเบาพัดแทรกหน้าต่างไม้โบราณจนม้วนผ้าไหมสะบัดไหว แสงตะเกียงสั่นไหววูบหนึ่ง เงาของเขาทอดอยู่ยาวบนพื้น แต่กลับมีเงาอีกเงาที่มิใช่ของเขา ปรากฏขึ้นชั่วพริบตา เคียงข้างเงาของตน เขาหันวาบ แต่ไม่พบผู้ใด สิ่งเดียวที่อยู่ตรงนั้น คือกลีบเหมยเพียงหนึ่งกลีบ ที่ลอยตกลงจากเพดาน ทั้งที่ในหอคัมภีร์นี้ ไม่มีต้นไม้สักต้นเดียว อี้เหวินยืนขึ้นทันที มือกำม้วนบันทึกเก่าแน่นในอก

ข้าจะสืบจนรู้ว่าเจ้าเป็นใคร และเหตุใดเงาของเจ้ายังคงอยู่ในวังนี้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
162 Chapters
บทที่ 2 ฉันไหว
(ถ้าไม่ใช่น้องพี่ก็ไม่เอาครับ เพราะพี่กับเพื่อนต้องการแค่น้องเท่านั้น น้องอยากได้เงินเท่าไหร่เรียกมาได้เลย)ฉันอยากจะกรี๊ดดังลั่นอยู่ตรงนี้เสียเหลือเกิน ใจป้ำขนาดด!!! ถ้ามาคนเดียวฉันจะตอบตกลงตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ แต่เอ๊ะ! ลองเรียกเงินสูง ๆ ไปก่อนละกัน เผื่อว่าจะฟลุ๊ค ฉันมั่นใจว่าจะต้องเอาตัวรอดได้แน่นอน“ถ้างั้นหนูขอห้าหมื่นไม่มีต่อรองได้ไหมคะ”(พี่ให้หกหมื่น)ได้ยินอย่างนั้นฉันก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มองหน้ายัยจอยด้วยความตื่นเต้นดีใจ ขนาดนี้ไม่เอาก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วน่ะสิ“โอเคค่ะหนูตกลง แล้วพี่สะดวกวันไหนคะ”(วันนี้ตอนทุ่มน้องว่างไหม)“ว่างค่ะแต่หนูมีข้อแม้นะคะ พวกพี่ต้องมาที่ห้องหนูเท่านั้น”(ได้ไม่มีปัญหา น้องแชร์โลเคชั่นมาละกัน)“ค่ะพี่แล้วเจอกันนะคะ”(แล้วเจอกันครับหึ ๆ) เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะวางสายไปทำไมหนูรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้ท่าทางจะหื่นกามมากน่าดู แต่ก็ช่างหนูเอาอยู่!!“ขายดีเหลือเกินนะยะ”“ก็แน่นอนอ่ะ คนมันสวยเนอะ”“ได้ตั้งห้าหมื่นเลยเหรอแกเยอะมาก ฉันต้องหาลูกค้าเป็นสิบคนเลยนะถึงจะได้เท่านี้” จอยว่า“ห้าหมื่นก็จริงแต่มากันสองคนน่ะสิ” นี่คือสิ่งที่ฉันหนักใจในตอนน
Read more
บทที่ 3 ขอบคุณค่ะพี่
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!ขณะนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือรอทั้งสองหนุ่มอยู่บนเตียงเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ฉันจึงรีบเดินไปที่ประตูในสภาพสวมชุดนอนสายเดี่ยวเว้าลึกจนเห็นเนินอกเกือบครึ่งเต้า แถมชายกระโปรงยังสูงเลยหัวเข่าขึ้นมาเกือบจะถึงน้องสาวอีกด้วย และที่สำคัญฉันไม่ได้ใส่อะไรปกปิดของสงวนไว้เลยสักชิ้นแอ๊ด!ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาฉันเบิกตากว้าง เพราะเขาทั้งสองคนหล่อและดูดีมาก แม้จะสวมชุดนักศึกษาอำพรางหุ่นที่แท้จริงไว้ แต่ฉันมั่นใจว่าข้างในนั้นต้องเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและซิกแพคแน่น ๆ อย่างแน่นอน รอยยิ้มที่ส่งมาให้ทำเอาฉันแทบจะละลายลงตรงพื้นเสียให้ได้“สวัสดีค่ะพี่ เชิญด้านก่อนในค่ะ”“ขอบคุณครับผม”ฉันจำพี่อเล็กซ์ได้ดีเพราะเขาเป็นลูกครึ่งใบหน้าคม จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มดกดำ ผมสีน้ำตาลเหมือนในรูปโพรไฟล์เด๊ะ ส่วนอีกคนฉันยังไม่รู้จักชื่อแต่เขาหล่อไม่แพ้กัน หน้าตี๋ตามฉบับหนุ่มเกาหลี รอยยิ้มมีเสน่ห์ แถมยังสูงมากจนฉันต้องเงยหน้ามองเขาทั้งสองคนยืนอยู่กลางห้องกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังมาถ่ายทำสารคดีชีวิตสาวไซด์ไลน์ซะอย่างนั้น...นั่งสิคะนั่ง“พวกพี่นั่งจิบเบียร์ที่โต๊ะก่อนนะคะหนูขอตัวไปเข้าห้องน้
Read more
บทที่ 4 ตากูบ้าง
“ดื่มให้หมดสิครับพวกพี่ยังดื่มไปจนหมดแล้วเนี่ยเห็นไหม” เขาว่าก่อนจะยิ้มมุมปาก ราวกับมีแผนร้ายในใจ แต่ฉันไม่สนใจหรอกเพราะจะต้องคิดหาวิธีจนได้“หมดแล้วค่ะ” ฉันยกดื่มไปจนหมดแก้วอย่างที่เขาบอก“น้องแพรวาเคยมีเซ็กซ์แบบทรีซัมอย่างนี้มาก่อนไหมครับ” พี่อเล็กซ์ถาม สายตาคมเขาโลมเลียที่เนินอกเต่งตึงขาวฉันอย่างหน้าไม่อาย คนบ้าอะไรอ่านกินผู้หญิงแล้วทำหน้าหื่นไปด้วยน่ากลัวชะมัด“ไม่เคยเลยค่ะนี่ครั้งแรก”“ถ้างั้นพวกพี่ก็คงจะโชคดีมากสินะที่ได้เป็นคู่แรกของน้อง” พี่คิมว่า“คงงั้นมั้งคะ” ฉันยิ้มแหย ๆ ให้“ถ้างั้นเราเริ่มกันเลยดีไหมครับ เห็นหน้าอกน้องแล้วพี่ไม่ไหวจริง ๆ ดุ้นพี่มันจะดันกางเกงในออกมาแล้วเนี่ย” เขาว่าพลางลูบคลำแก่นกายผ่านทางกางเกงชั้นใน“เอ่อ...ได้ค่ะ” ฉันเริ่มตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเมื่อรู้ว่ากำลังจะเสียท่าแล้ว “อ๊ะ...อื้อ” ฉันเผลอร้องออกมาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังครั่นเนื้อครั่นตัว ความต้องการทางเพศมันปะทุขึ้นมาจากแห่งหนใดก็ไม่ทราบ จนต้องค่อย ๆ เลื่อนมือไปที่หว่างขาตัวเอง ลูบไล้เนินสาวที่เต็มไปด้วยขนหยิกดกดำ อย่างไม่อายคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า“ออกฤทธิ์แล้วสินะ น้องคิดว่าจะหลอกพวกพี่เหมือนคนอ
Read more
บทที่ 5 หนูไม่เคยค่ะพี่
“อมให้พี่หน่อยสิครับ”พี่คิมก้าวขาเข้ามาจนชิดตัวฉัน มือข้างหนึ่งเอนศีรษะฉันเข้ามาใกล้กับดุ้นตัวเขื่องตรงปากฉันพอดี เห็นอย่างนี้แล้วฉันก็อ้าปากรอรับความคับแน่นไว้ทันที“อ็อก! อ็อก”โอ้แม่เจ้ามันทั้งใหญ่ทั้งยาวจนทำให้ฉันแทบจะสำลัก พี่คิมเริ่มกระเด้งเด้ากระแทกดุ้นใหญ่เข้ามาในปากฉันอย่างช้า ๆ จากนั้นก็เริ่มเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ความคับแน่นในปากนั้นทำให้ฉันถึงกับน้ำตาไหลลงมา“โอย...ซี๊ดด เสียวสุดยอดเลยว่ะไอ้อเล็กซ์” พี่คิมสูดปากร้องครวญครางเสียงดัง ขณะกระเด้งเด้าปากฉันถี่รัวหลังจากทั้งสองหนุ่มพอใจกับท่วงท่าบนเก้าอี้แล้ว พี่คิมก็อุ้มฉันไปบนราบบนเตียงนอน ก่อนจะช่วยกันระดมจูบฉันไปทั่วทั้งตัวราวกับเสือที่ไม่ได้ขย้ำเหยื่อมานานแรมปีสองหนุ่มนั่งอยู่ข้างตัวฉันก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อลงมาดูดเม้นที่ยอดอกฉันคนละข้าง จังหวะที่เขาทั้งสองลงลิ้นที่ยอดอกแข็งเป็นไตนั้น ทำเอาฉันต้องแอ่นอกรับความเสียวซ่านนั้นตามไปด้วย ฉันยกมือขึ้นไปวางที่ท้ายทอยของเขาทั้งสอง กำผมไว้แน่นเพื่อระบายความกำหนัด“อื้อ...พี่จ๋าหนูเสียวเหลือเกิน...อ๊ะ”ฉันได้แต่นอนร้องครวญครางอยู่อย่างนั้น รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าพี่อเล็กไปนั่งอ
Read more
บทที่ 6 อย่าค่ะ
เห็นอย่างนั้นฉันก็รีบไปนั่งยอง ๆ คร่อมบนตัวพี่คิม ให้ร่องสวาทฉันตรงจุดพอดีกับดุ้นใหญ่ จากนั้นฉันก็เอื้อมมือไปจับดุ้นถูไถตามร่องแฉะชื้นจากน้ำหล่อลื่นที่ไหลออกมา ทุกครั้งที่หัวเห็ดดำคล้ำนั้นลากผ่านจุดเสียวฉันสูดปากตามไปด้วยตลอดเวลาแจ๊ะ แจ๊ะ“อย่างนั้นล่ะครับคนดีถูแรง ๆ ไปเลยของพี่มันไม่สึกหรอแน่นอน” พี่คิมยกศีรษะขึ้นมามองฉันเป็นระยะ เขาเองก็สูดปาดส่งเสียงซี๊ดเสียวไม่แพ้กันเมื่อได้ที่แล้วฉันก็เริ่มกดน้ำหนักตัวลงอย่างช้า ๆ ทำให้หัวเห็ดบานค่อย ๆ ถูกร่องสวาทฉันกลืนเข้าไปเรื่อย ๆ จนมิดในที่สุด ฉันนั่งแช่อย่างนั้นอยู่สักพักเพื่อทำความคุ้นเคย ในระหว่างนั้นพี่อเล็กซ์ก็โน้มศีรษะฉันเข้าไปที่กลางลำตัว ก่อนจะดันดุ้นแท่งใหญ่เข้ามาในปากกระเด้งเด้าอย่างเมามัน ส่วนฉันก็เริ่มโยกตัวจากช้า ๆ ค่อย ๆ เร็วขึ้นเรื่อย ๆ“ซี๊ด...แม่งเสียวสุดยอดเลยว่ะสัดดดด ตอดฉิบหาย” พี่คิมร้องครวญครางเสียงดังเมื่อฉันเริ่มโยกตัวด้วยจังหวะที่ถี่ยิบ เขาเองก็กระเด้งดุ้นสวนมาไม่ยั้งเช่นกัน แก้มก้นฉันกระทบกับท่อนทาแกร่งของพี่คิมจนแดงเถือกไปหมด แต่ทว่ายิ่งเร่งจังหวะยิ่งรู้สึกเสียวเข้าไปใหญ่จนหยุดไม่ได้“เร่งเลยครับน้องแพรเร่งเลยครั
Read more
บทที่ 7 ถามกูรึยัง
ตอนนี้ฉันกำลังยืนกอดอกมองดูพี่อเล็กซ์กำลังกรอกตัวเลขลงในเช็กอย่างตั้งใจ เสร็จแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มพร้อมทั้งยื่นเช็กใบนั้นให้ฉัน“อ่ะหกหมื่นบาทถ้วนครับ”“ขอบคุณค่ะพี่” ฉันรับมาก่อนจะมองดูตัวเลขในนั้นแล้วยิ้มน้อย ๆ ออกมา สบายไปหลายเดือนเลยนะเนี่ย แต่ทว่าจู่ ๆ ฉันกลับรู้สึกใจหายเพราะอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเขาทั้งสองก็จะออกจากห้องไปแล้ว เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะตกหลุมรักผู้ชายสองคนนี้พร้อม ๆ กัน“ถ้าพวกพี่ออกไปจากห้องแล้วคิดจะรับงานอีกไหมเนี่ย เราเพิ่งจะเคยโดนเอาไม่ใช่เหรอ” พี่คิมถาม“ไม่ล่ะค่ะเพราะเงินที่พวกพี่ให้มาหนูคงอยู่ได้หลายเดือนเลย”“แล้วถ้าหมดล่ะจะทำยังไงต่อ” ที่คิมถามต่อ“ก็คงเริ่มหาลูกค้าใหม่ พวกพี่ห้ามไปบอกใครเด็ดขาดนะคะหนูขอร้องล่ะ ถ้าไม่ทำอย่างนี้หนูก็ไม่มีเงินเรียนแถมยังต้องส่งกลับไปที่บ้านอีกด้วย” ฉันยกมือไหว้ขอร้องพวกเขาไม่ให้บอกคนอื่น ๆ ว่าฉันใช้กลโกงหลอกลวงอะไรบ้าง“พวกพี่มีข้อเสนอ” เขาสองคนมองหน้ากันก่อนที่พี่อเล็กซ์จะเป็นคนเอ่ยกับฉัน“อะไรคะ” ฉันเลิกคิ้วมองคนทั้งสองด้วยความสงสัย พวกเขาจะเสนออะไรให้ฉันงั้นเหรอเนี่ย“มาเป็นเมียพี่พวกไหมล่ะ พี่มีเงินเดือนให้ อยากได้อะไร
Read more
บทที่ 8 จริงดิ
ฉันยืนกอดอกมองดูเขาทั้งสองแล้วยิ้มไปด้วย ผู้ชายสองคนกำลังแย่งเป็นแฟนฉันอย่างนั้นเหรอคิดแล้วก็น่าขำ เกิดมายังไม่เคยมีแฟนพอมีทั้งทีกลับมาพร้อมกันสองคนซะงั้น“เอางี้ก็ได้ค่ะ เอาเป็นว่าถ้าใครถามหนูก็จะบอกว่าพวกพี่เป็นพี่ชายที่หนูรู้จักละกัน พออยู่ด้วยกันสามคนเราค่อยเป็นแฟนกันอย่างนี้โอเคไหมคะ พวกพี่จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”“ถ้าน้องแพรวาสะดวกอย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้างั้นพวกพี่กลับก่อนนะ อย่าให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาดนะรู้ไหม เพราะตอนนี้เธอเป็นของพวกพี่สองคนแล้ว” พี่อเล็กซ์ก้าวเท้าเข้ามายืนตรงหน้าฉัน ก่อนจะโน้มใบหน้าคมเข้ามาหอมแก้ม ฉันอยากจะกรี๊ดให้สุดเสียงทำไมรู้สึกฟินอย่างนี้เนี่ยยยย“ค่ะพี่อเล็กซ์” ฉันตอบเขาด้วยรอยยิ้มจากนั้นพี่คิมเองก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน เขาผลักตัวที่อเล็กซ์ออกไปก่อนจะเดินเข้ามากอดฉัน คนนี้แรงกว่าหลายเท่าเขาประกบจูบฉันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว“อื้อ” เขาบดจูบฉันแทบจะไม่ให้หายใจหายคอ“เฮ้ย! ไอ้คิมมึงชักจะเกินหน้าเกินตากูแล้วนะเว้ย” พี่อเล็กซ์โวยวายพร้อมทั้งดึงตัวพี่คิมให้ออกห่างจากตัวฉัน“อ้าว! ไอ้ห่านี่เมียกูเว้ยกูจะทำอะไรก็ได้” พี่คิมทำหน้ากวนตีนใส่เพื่อน ฉันมองดูหน
Read more
บทที่ 9 อย่ามาทำเป็นปากหวาน
“ใช่ย่ะสองคนเลย ตอนนี้ฉันมีแฟนสองคนพร้อมกันเริดป่ะละ”“อีเพื่อนเลวฉันอุตส่าห์เป็นห่วง ที่ไหนได้กลับยิ้มระเริงเชียวนะยะ” จอยเหลือบตามองฉันอย่างน้อยอกน้อยใจ“อย่างอนสิขอบใจแกมากที่เป็นห่วงฉัน ตอนนี้ฉันไม่ต้องหาลูกค้าแล้วล่ะเพราะพี่เขาจะเป็นคนให้เงินเดือนและดูแลฉันทุกเรื่อง”“แกมั่นใจแล้วใช่ป่ะว่าสองคนนั้นโอเคจริง ๆ”“จะบอกว่ามั่นใจไหมก็ยังแหละแก แต่ฉันรู้สึกชอบพี่เขาแล้วอ่ะทำไงได้ อีกอย่างฉันก็เสียตัวไปแล้วด้วย ฉันไม่ยอมเสียฟรี ๆ แน่นอน” ฉันบอกเหตุผลกับยัยจอยไป“ถ้าแกตัดสินใจแล้วก็ตามนั้น ฉันดีใจด้วยละกันอย่างน้อยแกก็ไม่ต้องมาเสียตัวให้ผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างฉัน” จอยมันเอ่ยด้วยสีหน้าเศร้า เห็นอย่างนั้นฉันก็รู้สึกสงสารมันเหมือนกัน เพราะความจนนี่ล่ะที่ทำให้พวกเราไม่มีทางเลือก“แกอย่าคิดมากสิอย่างน้อยเราก็ได้เงินไปเลี้ยงครอบครัวแถมยังส่งตัวเองเรียนอีกต่างหาก ถือซะว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานแกจะตั้งตัวได้และเลิกทำอาชีพนี้แน่นอน”“แกคิดว่าฉันจะเลิกได้จริง ๆ เหรอ”“ได้สิทำจะไม่ได้ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับแกคนเดียวเท่านั้น”“ขอบใจแกมากนะที่ยังอุตส่าห์คบกับฉันอยู่”“ต่างหากที่ต้องขอ
Read more
บทที่ 10 เดี๋ยวก็รู้
(ถึงแม้จะรู้จักกันแค่ไม่นานแต่พี่ก็รู้จักทุกซอกทุกมุม ทุกรูขุมขนของน้องแพรว่าแล้วนะอย่าลืมสิครับ ตกลงทำอะไรอยู่ฮึ) เขาส่งเสียงหล่อผ่านสายมา ทำเอาฉันแทบละลายลงกับพื้น“เพิ่งเรียนเสร็จค่ะ รอไปกินข้าวเที่ยงแล้วพี่ล่ะ เอ้อ! แล้วพี่อเล็กซ์อยู่ด้วยกันไหมคะ”(มันกลับบ้านไปแล้วที่บ้านมันมีธุระสำคัญเลยเรียกตัวไป ส่วนพี่ตอนนี้กำลังจะไปรับน้องแพรวานั่นล่ะครับ)“อ้าว! จะมารับหนู”(ใช่...พี่ว่าจะรับน้องแพรวาไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน ตอนนี้อยู่ไหนเดี๋ยวพี่ไปรับ)“อยู่ข้างคณะค่ะ คือถ้าอย่างนั้นหนูขอชวนเพื่อนไปด้วยได้ไหมคะ”(คงไม่ได้อ่ะครับเพราะพี่มีกิจกรรมจะทำกับน้องแพรวาน่ะสิ)“หือ! กิจกรรมงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่จะ...” คนบ้าอะไรจะหื่นได้แม้กระทั่งตอนกลางวันแสก ๆ มันจะมากไปแล้วนะ(นะครับน้องแพรวาไม่นานหรอกน่าพี่ทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย)“ไม่ต้องทำเป็นอ้อนขนาดนั้นก็ได้ ตกลงค่ะหนูจะไปคนเดียว” ในที่สุดฉันก็ใจอ่อนจนได้(เย้! เดี๋ยวพี่ขับรถไปรับตอนนี้เลยครับไม่เกินห้านาที)“ค่ะพี่คิม”เมื่อวางสายแล้วฉันก็เดินกลับไปหายัยจอย แค่เห็นหน้าฉันมันก็รู้แล้วว่าคงจะโดนเรียกตัวแน่แล้ว“ไงยะใครโทรมาเรียกตัวอีกล่ะ”“พี่คิมอ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status