ชั่วช้าสามานย์

ชั่วช้าสามานย์

last updateآخر تحديث : 2026-03-31
بواسطة:  เขียว_หวานمستمر
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
20فصول
311وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ชลิดาได้ตระหนักแล้วว่า กฎแห่งกรรมมีอยู่จริง สิ่งที่เธอเคยก่อกรรมไว้กับผู้หญิงคนหนึ่ง...และเด็กตัวเล็ก ๆ อีกคน กำลังย้อนกลับมาหลอกหลอนเธอช้า ๆ อย่างทรมาน เธอไม่รู้เลยว่า ต้องชดใช้ไปอีกนานแค่ไหน รู้เพียงว่า ทุกอย่างในชีวิตกำลังค่อย ๆ พังลงทีละอย่าง ทั้งพ่อแม่ที่เคยรักใคร่ พี่น้องที่เคยสนิทชิดใกล้ กระทั่งอนาคตที่เคยสว่างไสวรออยู่ข้างหน้า ก็เริ่มเลือนรางราวกับถูกมือของโชคชะตาขีดฆ่าอย่างไร้ความปรานี

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

ในความมืดของกลางคืน มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงและเสียงแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ พิมลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือหนึ่งก่ายหน้าผากราวกับแบกรับความหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจ

ดวงตาคู่สวยบวมแดงจากการร้องไห้มาหลายคืนแล้ว…นับตั้งแต่ลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหลับสนิทในทุกค่ำคืน

หญิงสาวพลิกตัวไปด้านข้าง สายตามองไปยังร่างเล็ก ๆ ที่นอนขดอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยหลับลึกด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นซนตลอดวัน ใบหน้าไร้เดียงสานั้นกลับยิ่งบีบรัดหัวใจของผู้เป็นแม่ให้ปวดร้าวยิ่งกว่าเดิม

พิมลดาหลับตาลงช้า ๆ และความทรงจำก็ไหลย้อนกลับมาอย่างไม่อาจห้ามได้

วันนี้…เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับสามี

และเป็นวันที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต

ตฤณชา...สามีของเธอ...ยื่นคำขาดขอแยกทาง

ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผล

เขาบอกเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมเบื่อ”

ประโยคง่าย ๆ นั้นกลับทำลายโลกทั้งใบของเธอ

เขาบอกว่าเขาจะยังคง “จุนเจือ” เธอและลูกเหมือนเดิม

คำพูดนั้นทำให้พิมลดาอดหัวเราะอย่างขมขื่นไม่ได้ในใจ

              จุนเจืออย่างนั้นหรือ…

ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องพึ่งพาใคร

ก่อนแต่งงาน เธอเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างมั่นคง

หลังแต่งงาน เธอยังคงทำงานในบริษัท ดูแลบ้าน เลี้ยงลูกอย่างเต็มที่ และเป็นแรงสนับสนุนให้สามีในทุกย่างก้าว

โดยเฉพาะเมื่อเขาได้รับตำแหน่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดังเมื่อปีที่แล้ว

พิมลดาเสียสละทุกอย่างเพื่อเขาและลูก เพียงเพราะอยากให้ครอบครัวนี้อบอุ่นและสมบูรณ์

ตฤณชาเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

เธอแต่งงานกับเขาหลังจากคบหาดูใจกันมากว่าสองปี ด้วยศรัทธาในความดี ความสุภาพ และความเอาใจใส่ที่เขาเคยมอบให้

ก่อนแต่งงาน ทั้งสองตัดสินใจซื้อบ้านชานเมืองเพื่อเป็นหลักแหล่งในการสร้างครอบครัวร่วมกัน โดยตกลงกันว่าจะช่วยกันผ่อนคนละครึ่ง

ทว่า ภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และการดูแลทุกอย่าง กลับตกมาอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว ด้วยข้ออ้างว่าเขาไม่สะดวกให้หักบัญชี

พิมลดาไม่เคยปริปากบ่น

เธอคิดเสมอว่า นี่คือการสร้างครอบครัวร่วมกัน

สี่เดือนหลังแต่งงาน เธอพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ได้สองเดือน

การเดินทางจากบ้านไปทำงานเริ่มเป็นเรื่องยากลำบาก สามีจึงตัดสินใจสมัครเช่าหอพักของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสวัสดิการสำหรับอาจารย์

แม้จะเป็นเพียงห้องเช่าขนาดเล็ก แต่ก็ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของทั้งคู่

พวกเขาจะกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์ และกลับมาหอพักอีกครั้งในวันอาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานในสัปดาห์ใหม่

ในวันนั้น พิมลดาไม่เคยคิดเลยว่า

บ้านหลังนี้

ครอบครัวนี้

และชีวิตคู่ที่เธอพยายามประคองไว้สุดกำลัง

จะกลายเป็นเพียงความทรงจำที่กำลังจะแตกสลาย

พิมลดาหลับตาแน่น น้ำตาไหลพรากอย่างห้ามไม่อยู่ ต่อให้พยายามกลั้นมากเพียงใด ความเจ็บปวดในใจก็ยังล้นทะลักออกมาผ่านดวงตาคู่แดงก่ำนั้น

เธอรู้ดี…

รู้ถึงสาเหตุที่สามีขอแยกทาง

เมื่อสัปดาห์ก่อน พี่ชายของเธอนัดพบและบอกข่าวร้ายที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัวใจ

เขาเห็นตฤณชา สามีของเธอ อยู่กับหญิงสาวอ่อนวัยคนหนึ่ง

ทั้งคู่เล่นโบว์ลิ่งด้วยกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะและท่าทางเป็นกันเองนั้นไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเกินเลยกว่าคำว่า “คนรู้จัก”

มือที่แตะต้องกันอย่างไม่เกรงใจสายตาใคร…ทำให้คำแก้ตัวใด ๆ หมดความหมายลงทันที

ทันทีที่ได้ยิน ใจของพิมลดาหล่นวูบราวกับถูกดึงลงเหวลึก

ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยสังเกต

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง

ช่วงหลังมานี้ ตฤณชามักอ้างว่าต้องไปทำงานต่างจังหวัดแทบทุกเสาร์อาทิตย์

ปล่อยให้เธออยู่กับลูกตามลำพัง

เขาเริ่มใช้น้ำหอม ใส่ใจการแต่งตัวมากกว่าที่เคย

แม้กระทั่งซื้อกางเกงในแบรนด์ดังใหม่หลายตัว ทั้งที่เขาเป็นคนประหยัดจนบางครั้งถึงขั้นเรียกได้ว่า ขี้เหนียว

สัญญาณเหล่านั้นเคยผ่านตาเธอมาแล้ว

แต่พิมลดาเลือกที่จะไม่คิด ไม่ถาม และไม่อยากเชื่อ

เธอรับปากพี่ชายว่าจะคุยกับสามีให้รู้เรื่อง

แต่หลังจากวันนั้น จิตใจของเธอกลับว้าวุ่นจนไม่อาจตั้งสติได้

เธอไม่เคยคิดเลยว่า คู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาหลายปีจะนอกใจ

และยิ่งไม่อาจหลอกตัวเองได้ว่า เธอไม่รู้สึกผิดกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง

หลังมีลูก รูปร่างของเธอเปลี่ยนไปอย่างมาก

จากน้ำหนักหกสิบกิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมภายในสามปีหลังลูกชายหย่านม

ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ และความเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันที่ไม่มีวันหยุด

ทำให้ความพยายามลดน้ำหนักของเธอกลายเป็นเพียงวงจรโยโย่

ลดได้ไม่นาน น้ำหนักก็เหวี่ยงกลับมาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

กลางวันเธอทำงาน

เย็นหลังเลิกงาน เธอรับช่วงเลี้ยงลูกต่อจากสามีที่ไปรับลูกจากโรงเรียนอนุบาลภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากร

เสาร์อาทิตย์ต้องดูแลลูกเพียงลำพัง ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาหายใจ

ไม่มีใครมาช่วยแตะมือแบ่งเบาภาระ แม้เพียงช่วงสั้น ๆ

พิมลดาคิดอะไรไม่ออก

สมองของเธอเหมือนหยุดทำงาน

ความกลัว ความเจ็บ และความรู้สึกไร้ค่าถาโถมเข้ามาพร้อมกัน

เธอไม่รู้เลยว่าจะหาทางออกให้ชีวิตนี้อย่างไร

และยิ่งคิด…หัวใจก็ยิ่งจมดิ่ง

เพราะความผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเธอ

คือการไม่จดทะเบียนสมรสกับเขา

ทั้งหมดนั้น…เกิดจากคำว่า ไว้ใจ เพียงคำเดียว

ในวันนี้...วันครบรอบแต่งงาน

หลังจากเขา เธอ และลูกน้อยนั่งรับประทานอาหารร่วมกันในร้านแถวบ้านอย่างพร้อมหน้า

ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า เขาขอแยกทางกับเธอ

เขาขอคงสถานะของเธอไว้เพียง แม่ของลูก เท่านั้น

ทั้งสามคนจะยังคงอยู่ร่วมกันต่อไปที่หอพักของมหาวิทยาลัยเพื่อรักษาหน้าตาของเขาไว้ในฐานะผู้บริหารคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย

แต่ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ เขาขอมีเวลาอิสระไว้เป็นเวลาส่วนตัว

เมื่อเขาพูดจบ น้ำตาของพิมลดาก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากปาก

เธอได้แต่มองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวดร้าวลึก

ในขณะที่เขากลับมองเมิน และคร่ำเคร่งกับการกดโทรศัพท์มือถืออ่านข้อความต่าง ๆ ราวกับไม่รู้สึกอะไร

ช่างเป็นผู้ชายที่จิตใจอำมหิตเสียจริง

ครั้งหนึ่ง ตอนที่เขายังเป็นเพียงอาจารย์ธรรมดา ไม่มีฐานะ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

เขาเคยบอกกับเธอว่า

เรามาร่วมกันสร้างฐานะและครอบครัวไปด้วยกัน

แต่เมื่อวันนี้ เขาได้ดี เป็นผู้บริหาร เงินเดือนหลักแสน

กลับยังคงเอาเปรียบเธอเช่นเดิม

ทุกมื้ออาหารที่ทานร่วมกันสามคนพ่อแม่ลูก เขายังคงปล่อยให้เธอเป็นผู้จ่าย

ทว่าเมื่ออยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขากลับกลายเป็นผู้ชายใจป้ำ พร้อมเปย์โดยไม่เคยลังเล ไม่ว่าราคาจะสูงเพียงใด

เมื่อวาน พิมลดาค้นเจอสลิปบัตรเครดิตของเขาในลิ้นชักโต๊ะภายในห้องนอน

สลิปที่บอกชัดว่า ชายหนุ่มใช้ช่วงเย็นที่อ้างว่าจะไปทำงานต่อ ไปพบหญิงสาวในสถานที่ใกล้มหาวิทยาลัย

ทั้งร้านเค้กชื่อดังในห้างเปิดใหม่ใจกลางแหล่งวัยรุ่น

ร้านปิ้งย่างยอดนิยม

มื้ออาหารราคาหลักพันที่เขาจ่ายอย่างสบายใจให้กับผู้หญิงคนอื่น

แต่กับเธอ…แม้ทานอาหารร่วมกันเพียงหลักห้าหรือหกร้อยบาท

เขาก็ยังให้เธอเป็นผู้ชำระเงินเสมอ

แม้กระทั่งค่าเหล้าเบียร์ของเขาเอง

และแน่นอน…แม้กระทั่งมื้ออาหารฉลองครบรอบแต่งงาน

เขาก็ยังปล่อยให้เธอเป็นคนจ่าย

พิมลดาได้แต่คิดในใจว่า เธอแต่งงานกับคน…หรือตัววรนุชกันแน่

หญิงสาวพยายามหลับตาลง บังคับให้ร่างกายได้พักผ่อน เพื่อจะได้มีกำลังลุกขึ้นสู้ในวันรุ่งขึ้น

แม้จะไม่รู้เลยว่า ชีวิตของเธอจากนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัด คือเธอต้องสู้สุดกำลัง…เพื่อลูกชาย

เด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใด ๆ กับการกระทำอันเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่

ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่เป็นระเบียบ

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงตีสาม พิมลดาจึงหลับลงได้ในที่สุด

ในขณะที่ภรรยากำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดภายในห้องนอนใหญ่

ตฤณชา...สามีของเธอ...กลับกำลังมีความสุขกับการสนทนาทางโทรศัพท์กับหญิงสาวอันเป็นที่รัก

อยู่ในห้องนอนเล็กที่เขาขอแยกตัวมานอน

หลังจากเอ่ยปากขอแยกทางกับภรรยาไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมื้อค่ำ

ในความคิดของตฤณชา

ตอนนี้เขามีตำแหน่ง มีฐานะ เป็นถึงผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ผู้หญิงอย่างพิมลดา…ไม่เหมาะสมอีกต่อไปที่จะพาออกงาน

เธอทั้งอ้วน ทั้งจบการศึกษาเพียงระดับปริญญาตรี

ในแวดวงสังคมของเขา ผู้คนล้วนจบปริญญาเอกทั้งสิ้น

เขาเชื่อมั่นว่า ตนเองกำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่กำลังไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด

และจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันถดถอย

หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของมหาวิทยาลัย

เขาได้พบกับ ชลิดา นักศึกษาหญิงคนหนึ่งในวิชาที่เขาสอน

หญิงสาวมีใบหน้าสวย น่ารัก และดูดีมีชาติตระกูล

ตฤณชารู้มาว่า ครอบครัวของเธอทำธุรกิจหลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีตระกูลหนึ่ง

ในช่วงแรก เขาเพียงให้คำแนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนในคลาส

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชลิดาก็เริ่มขอช่องทางติดต่อส่วนตัว ด้วยข้ออ้างเรื่องการปรึกษาการเรียนและการศึกษาต่อในต่างประเทศ

โอกาสนั้นทำให้ชายหนุ่มได้นัดพบเธอเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง

จนในที่สุด ชลิดาก็ถามเขาอย่างจริงจังถึงสถานะส่วนตัว

ตฤณชาบอกกับเธอว่า เขาแยกทางกับภรรยาแล้ว และมีลูกชายหนึ่งคน

เขาเคยพาลูกชายมาให้หญิงสาวดูถึงสองครั้ง

ภาพลักษณ์ของชายผู้เป็นพ่อที่อุ้มลูกชายอย่างทะนุถนอม

สร้างความประทับใจให้ชลิดาไม่น้อย

และตฤณชาก็รู้ดีว่า ภาพของเขาที่อุ้มลูกเดินไปเดินมาในมหาวิทยาลัย

เป็นที่ชื่นชมของทั้งนักศึกษาและบุคลากร

ลูกชายตัวน้อยของเขาหน้าตาน่ารัก สดใสและยิ้มเก่ง เป็นตัวดึงดูดสายตา

และเป็นสะพานให้สาว ๆ เข้ามาใกล้

แม้กระทั่งเวลาที่เขาพาลูกไปเดินห้าง ก็มักมีพนักงานหญิงเข้ามาเล่นกับเด็กน้อย

เปิดโอกาสให้เขาหว่านเสน่ห์อย่างแนบเนียน

บางคนถึงกับให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ เพื่อให้เขาติดต่อกลับ

และแน่นอน…สำหรับหญิงสาวที่หน้าตาดี รูปร่างดี

เขาก็ไม่ลังเลที่จะหาเวลาว่างโทรกลับไป

ชายหนุ่มส่งข้อความ ฝันดี ไปหาชลิดา นักศึกษาสาวที่เขากำลังติดพัน และตั้งใจจะคบหาอย่างจริงจัง

ในความคิดของเขา เธอเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง

หากพาเธอเดินเคียงข้างไปที่ใด ก็ย่อมเป็นที่น่าอิจฉาของคนทั่วไป

เขาในวัยสี่สิบสองปี แต่กลับสามารถมีแฟนสาววัยยี่สิบสอง วัยที่กำลังบานสะพรั่ง สดใส และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

วันพรุ่งนี้ เขาวางแผนจะไปคลินิกเสริมความงาม นวดหน้าให้ดูอ่อนวัยลงอีกสักหน่อย

ตำแหน่งและเงินเดือน รวมถึงเงินเบี้ยเลี้ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเป็นผู้บริหาร

ทำให้เขาสามารถใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย หลังจากต้องใช้ชีวิตอย่างกระเบียดกระเสียรมาหลายปี

กับภรรยาคนนี้…

อ้อ..อดีตภรรยาคนนี้

ในความคิดของเขา

ถึงเวลาแล้ว

ถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดของตัวเองเสียที

ตฤณชาหลับใหลไปพร้อมกับความฝันถึงชีวิตอันสมบูรณ์แบบ

ชีวิตที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง มีชลิดา...ว่าที่ภรรยาสาววัยละอ่อน ผู้เหมาะสมกับสถานะของเขา

และลูกชายตัวน้อยที่น่ารัก เป็นเครื่องประดับของความสำเร็จ

ทุกอย่างควรดำเนินไปตามแบบที่เขาเลือก และสมควรได้รับ

...

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
20 فصول
บทที่ 1
ในความมืดของกลางคืน มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงและเสียงแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ พิมลดานอนนิ่งอยู่บนเตียง น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือหนึ่งก่ายหน้าผากราวกับแบกรับความหนักอึ้งที่ถาโถมเข้ามาในหัวใจดวงตาคู่สวยบวมแดงจากการร้องไห้มาหลายคืนแล้ว…นับตั้งแต่ลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบหลับสนิทในทุกค่ำคืนหญิงสาวพลิกตัวไปด้านข้าง สายตามองไปยังร่างเล็ก ๆ ที่นอนขดอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยหลับลึกด้วยความเหนื่อยล้าจากการเล่นซนตลอดวัน ใบหน้าไร้เดียงสานั้นกลับยิ่งบีบรัดหัวใจของผู้เป็นแม่ให้ปวดร้าวยิ่งกว่าเดิมพิมลดาหลับตาลงช้า ๆ และความทรงจำก็ไหลย้อนกลับมาอย่างไม่อาจห้ามได้วันนี้…เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับสามีและเป็นวันที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตตฤณชา...สามีของเธอ...ยื่นคำขาดขอแยกทางไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผลเขาบอกเพียงสั้น ๆ ว่า “ผมเบื่อ”ประโยคง่าย ๆ นั้นกลับทำลายโลกทั้งใบของเธอเขาบอกว่าเขาจะยังคง “จุนเจือ” เธอและลูกเหมือนเดิมคำพูดนั้นทำให้พิมลดาอดหัวเราะอย่างขมขื่นไม่ได้ในใจ จุนเจืออย่างนั้นหรือ…ทั้งชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องพึ่งพาใครก่อนแต่งงาน เธอเลี้ยงดูตัวเองได้อย่างมั่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
เสียงนกร้องแว่วมาพร้อมแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านม่านหน้าต่าง ห้องนอนโทนสีชมพูสว่างขึ้นอย่างอ่อนโยน ชลิดาลืมตาตื่นพร้อมรอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้าวันนี้เธอมีนัดกับตฤณชา ชายหนุ่มที่เธอตกลงคบหาด้วยเมื่อสองเดือนก่อนหลังจากได้รู้จักเขาในช่วงเทอมที่ผ่านมาภาพแรกที่เธอพบเขายังคงชัดเจนวันนั้นเขาจูงมือลูกชายตัวน้อยเดินเล่นอยู่ในสวนหย่อมของคณะ เด็กน้อยน่ารัก ยิ้มแย้มสดใส ขณะที่เขาดูมีเสน่ห์อย่างยากจะละสายตาความเป็นแฟมิลี่แมนที่เขาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ดึงดูดสายตาของเธอได้อย่างไม่รู้ตัวเธอได้ยินเสียงนักศึกษาสาวหลายคนกรี๊ดกร๊าดทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวเมื่อเธอได้เข้าเรียนในวิชาที่เขาสอน สายตาของเธอก็มักจะเผลอมองตามเขาอยู่เสมออย่างไม่รู้เบื่อหลังเลิกคลาส เพื่อน ๆ เป็นฝ่ายผลักดันให้เธอเดินเข้าไปถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาการสอนแม้ความจริงแล้ว เธอจะเข้าใจบทเรียนทั้งหมดดีอยู่แล้วแต่เมื่อเพื่อนอยากให้เธอเป็นคนถาม เธอก็ไม่ปฏิเสธเพราะในใจลึก ๆ เธอเองก็อยากเข้าใกล้เขาอยู่แล้วชลิดาเดินเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มหวานใบหน้าที่แต่งมาอย่างงดงามจัดเต็มก่อนเข้าเรียนยิ่งขับความมั่นใจของเธอจากการถามคำถามเพียงไม่
اقرأ المزيد
บทที่ 3
น้องแม็กซ์ ลูกชายตัวน้อยของเธอ ตื่นขึ้นในเวลาเจ็ดโมงเช้า ช้ากว่าเวลาปกติที่มักจะตื่นตอนหกโมงราวหนึ่งชั่วโมงราวกับเด็กน้อยจะรับรู้ได้ว่า แม่เพิ่งหลับไปเมื่อตอนตีสาม ทำให้พิมลดาได้พักผ่อนนานขึ้นอีกเล็กน้อยหลังจากพาลูกลงมาชั้นล่าง เธอก็พบว่า ตฤณชากำลังนั่งดูโทรศัพท์มือถืออย่างอารมณ์ดี มืออีกข้างจิบกาแฟสบาย ๆเมื่อเขาเห็นเธอและลูกเดินลงมา ก็ลุกขึ้นไปอุ้มลูกชายไปนั่งเล่นด้วย ก่อนจะเอ่ยกับเธอโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้า“คุณขับรถออกไปซื้ออาหารเช้าหน่อยสิ เดี๋ยวผมดูลูกให้ กุญแจอยู่บนตู้หน้าประตู”พิมลดาไม่ตอบอะไร เธอเดินไปหยิบกุญแจรถของเขาจากตู้ตามที่บอก เปิดประตูรั้ว แล้วขับรถออกไปเงียบ ๆสุดสัปดาห์นี้ ตฤณชาเลือกขับรถของตัวเองมาทั้งที่ตามปกติ เขามักใช้รถของพิมลดาเวลามาบ้านชานเมือง เพื่อประหยัดค่าน้ำมันของเขาแต่วันนี้ เขามีนัดกับชลิดา สาวคนรัก การใช้รถของตัวเองจึงสะดวกกว่าเขาวางแผนไว้ว่า หลังจากออกเดตกับหญิงสาวเสร็จ เขาจะกลับมารับพิมลดาและลูกเพื่อเดินทางกลับหอพักของมหาวิทยาลัยในช่วงค่ำวันนี้ ตฤณชาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาสามารถทำตามแผนที่เขาวางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พิมลดายอมจำนนในสิ่งที่เขาเ
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ตฤณชาเร่งความเร็วรถด้วยหัวใจที่ร้อนรน ความคิดเดียวในตอนนี้คืออยากไปพบหน้าคนรักสาว หญิงสาวที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจอย่างหนักบทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างเขากับแฟนสาวเมื่อชั่วโมงก่อน ยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่หยุดในตอนนั้น ระหว่างรอพิมลดากลับจากซื้ออาหารเช้าที่ตลาดใกล้บ้าน เขาเห็นว่าลูกชายกำลังนั่งเล่นของเล่นอย่างเพลิดเพลินจึงผละออกมาโทรศัพท์หาชลิดา เพื่อทักทายยามเช้าและยืนยันเวลานัดพบกันอีกครั้งแต่ทันทีที่แฟนสาวรับสายสิ่งที่เขาได้ยินกลับไม่ใช่เสียงสดใสอย่างเคย...แต่เป็นเสียงร้องไห้สะอื้นราวกับหัวใจของหญิงสาวกำลังแตกสลาย“พี่ชา…ฮือ…ฮือ…”“เกิดอะไรขึ้นครับด้า เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เขารีบถาม น้ำเสียงแฝงความร้อนใจ“เมื่อกี้…ภรรยาของพี่โทรหาด้า”ชลิดาสะอื้นไปพูดไป เสียงสั่นเครืออย่างน่าสงสาร“เธอบอกว่าเธอเป็นภรรยาของพี่…ฮือ…”หัวใจของตฤณชากระตุกวูบ แต่เขารีบกดอารมณ์นั้นลงทันที“ใจเย็น ๆ ด้า ค่อย ๆ พูด”หญิงสาวกลั้นสะอื้น ก่อนจะเล่าออกมาอย่างยากลำบาก“เขาใช้เบอร์มือถืออีกเบอร์ของพี่ชาโทรมาหาด้า ด้าก็นึกว่าเป็นพี่ชาโทรมา ก็เลยรับสาย แต่กลับกลายเป็นว่า
اقرأ المزيد
บทที่ 5
ชลิดากลับบ้านด้วยอารมณ์ที่สดใสผิดกับช่วงเช้า การพูดคุยกับตฤณชาหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทำให้ความกังวลในใจเธอคลี่คลายลงจนแทบไม่เหลือร่องรอยหญิงสาวรีบทำตามคำแนะนำของเขาโดยไม่ลังเล เธอแวะไปที่ร้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่ เพื่อขอยกเลิกหมายเลขที่ใช้ในปัจจุบันทันทีแม้จะเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ตลอด ก็ไม่มีสายเรียกเข้าจากพิมลดา หรือแม้แต่สายแปลก ๆ โทรมาอีกเลยความเงียบเช่นนั้น ทำให้ชลิดารู้สึกสบายใจ ราวกับปัญหาทั้งหมดถูกตัดขาดไปเรียบร้อยแล้วไม่นานนัก แม่ของเธอก็โทรเข้ามาที่อีกเบอร์หนึ่ง เพื่อเร่งให้เธอกลับไปทานอาหารเย็น ที่บ้านมีแผนจะพาคุณย่าออกไปทานข้าวเพื่อฉลองวันเกิดกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาชลิดาเอ่ยปากชวนตฤณชาไปด้วย แต่ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยอ้างว่าต้องรีบกลับไปจัดการงาน เพราะวันรุ่งขึ้นมีประชุมสำคัญก่อนจะแยกจากกัน ตฤณชารับปากกับเธออย่างหนักแน่น ว่าเขาจะจัดการเรื่องของตัวเองกับภรรยาเก่าให้เรียบร้อย และจะไม่ปล่อยให้มีเรื่องใดมารบกวนเธออีกอย่างแน่นอนชลิดาเชื่อในคำพูดนั้น และตัดสินใจว่าเรื่องทั้งหมดถือว่าเคลียร์ลงแล้ว เธอเลือกจะไม่เล่าอะไรให้แม่ฟัง เพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์ของต
اقرأ المزيد
บทที่ 6
พิมลดาไขกุญแจห้องหอพักอย่างใจลอย มือของเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งที่เคยเปิดประตูบานนี้มานับครั้งไม่ถ้วนทันทีที่ประตูเปิดออก หญิงสาวก็เห็นร่องรอยชัดเจน ว่าตฤณชา ผู้ซึ่งกลายเป็นอดีตสามีของเธอในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้เข้ามาในห้องนี้ก่อนหน้าแล้วเมื่อพิมลดาเดินไปถึงตู้เสื้อผ้า สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกติดทิ้งไว้อย่างจงใจข้อความสั้น ๆ แข็งกระด้าง ไร้เยื่อใยหญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ก่อนจะส่งไปให้พิพัฒน์ทางไลน์ พร้อมพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ตามไป“เขาไม่อยู่ค่ะ ทิ้งไว้แค่ข้อความตามรูป ไม่ต้องห่วงพิมนะคะ พิมยังทำใจไม่ได้ก็จริง แต่ก็พร้อมเผชิญกับทุกเรื่องค่ะ”ดวงตาของพิมลดาเอ่อคลอ แต่เธอฝืนกลั้นมันไว้เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องเห็นแม่ในสภาพตาแดงเมื่อเธอลงไปข้างล่าง“น้องแม็กซ์ตื่นแล้วนะ” พิพัฒน์ส่งข้อความมาบอก“เดี๋ยวพิมลงไปรับค่ะ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว“ให้มานั่งเล่นที่ห้องก่อนก็ดีค่ะ จะได้ไม่ซนมาก”พิมลดาจัดเก็บข้าวของที่หยิบได้จำนวนหนึ่ง ใส่ลงในรถเข็นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเข็นลงไปยังชั้นล่างที่ลิฟต์ เธอพบกับลุงป้อม“คุณพิม จะให้ผมขึ้นไปช่วยขนของไหมครับ”ลุงป้อ
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ตู้กำลังสนทนาทางโทรศัพท์กับตฤณชา โดยมีพิมลดานั่งอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวนั่งฟังอย่างใจเย็น แม้ในใจจะยังไม่สงบ หลังจากเธอพูดคุยกับตู้มาเกือบชั่วโมงเต็มเมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ตู้กดวางสาย ก่อนจะถอนหายใจแรง ราวกับแบกรับความหนักหน่วงไว้ไม่น้อยชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงหันมาพูดกับพิมลดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“พี่คุยกับชาให้แล้วนะ” เขาเริ่มต้น“เขาตกลงตามที่พิมขอ คือจะคืนของแต่งงานทั้งหมดที่เอาไป และจะรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของลูกจนจบระดับปริญญาตรีหรือจนถึงระดับสูงสุดที่น้องแม็กซ์ต้องการเรียน”ตู้หยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ“แต่เขามีข้อแม้”“พิมต้องให้น้องแม็กซ์เรียนที่โรงเรียนอนุบาลเดิมและต่อประถมและมัธยมในโรงเรียนของมหาวิทยาลัย โดยชาจะเป็นคนดูแลลูก ในช่วงวันจันทร์ถึงวันพฤหัสฯ ส่วนวันศุกร์ พิมไปรับลูก และดูแลต่อจนถึงวันอาทิตย์”“เช้าวันจันทร์ พิมต้องพาลูกไปส่งที่โรงเรียน จากนั้นชาจะเป็นคนรับช่วงต่อตอนเย็น”ตู้เหลือบมองพิมลดา ก่อนอธิบายรายละเอียดต่อ“ชาแจ้งว่าจะให้อ้อย น้องสาวอีกคน ย้ายมาอยู่ที่หอพัก เพื่อช่วยดูแลน้องแม็กซ์ในช่วงเย็น”อ้อยคือน้องสาวคนที่สองถัดจากตุ้ย เป็นลูกคนที่สี่ในบรรดาพี่น้องท
اقرأ المزيد
บทที่ 8
พิมลดาก้าวเท้าเดินเข้าสำนักงานที่ตั้งอยู่บนชั้นแปดของอาคารอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันเวลาเข้างานวันนี้นับเป็นเวลาครบรอบสามเดือนแล้วที่เธอและลูกชายต้องใช้ชีวิตแยกจากกันสามวันต่อสัปดาห์พิมลดาจะได้เจอลูกในวันศุกร์และใช้เวลาอยู่ร่วมกันตลอดวันเสาร์–อาทิตย์ ก่อนจะพาลูกไปส่งโรงเรียนในเช้าวันจันทร์ แล้วไม่ได้พบหน้ากันอีกเลยตลอดทั้งสัปดาห์ในช่วงเดือนแรก บางวันที่ไม่มีนัดต้องออกไปทำงานนอกสำนักงาน หญิงสาวจะใช้เวลาพักกลางวันหนึ่งชั่วโมงขับรถไปที่โรงเรียนอนุบาลเพื่อนั่งดูน้องแม็กซ์รับประทานอาหารกลางวันคุณครูประจำชั้นเข้าใจถึงความจำเป็นของเธอ จึงอนุญาตและคอยรายงานพัฒนาการของเด็กน้อยให้พิมลดาทราบอย่างสม่ำเสมอพิมลดาเป็นกังวลเรื่องสุขภาพจิตใจของลูกชายอย่างมากเมื่อไม่นานมานี้ พิมลดาได้อ่านข่าวจากต่างประเทศข่าวหนึ่งว่าด้วยเด็กหญิงวัยเก้าขวบที่เสียชีวิตลงเพราะความโศกเศร้าอย่างรุนแรง หลังต้องพลัดพรากจากมารดาอันเป็นผลจากการหย่าร้าง ศาลมีคำตัดสินให้บิดาเป็นผู้ได้รับสิทธิเลี้ยงดูบุตร เนื่องจากมารดาไม่มีอาชีพการงาน เพราะหลังแต่งงานเธอทำได้เพียงดูแลลูกและงานบ้านข่าวระบุว่า เด็กน้อยเสียใจจนหัวใจล้มเหลว ขณะวิ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
พิมลดาหันกลับไปตามต้นเสียงที่เรียกชื่อของเธอ สายตาพบหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อสีฟ้ากับกระโปรงสีดำเรียบง่าย ผมยาวถูกรวบไว้เรียบร้อย กำลังก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าดีใจ“พิม จำพี่ได้ไหม พี่ปุ้ยที่อยู่ภาควิชาเดียวกับพี่ชาน่ะ”“สวัสดีค่ะพี่ พิมจำได้ค่ะ สบายดีไหมคะ”“แล้วพิมล่ะ สบายดีไหม ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าพิมเลย เห็นแต่พี่ชาอุ้มลูกมาที่คณะ บางวันก็ให้นักศึกษาในภาคฯ ช่วยดูให้”“พิมกับพี่ชาแยกทางกันแล้วค่ะ” พิมลดาเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมสบตากับปุ้ยปุ้ยเป็นอาจารย์ในภาควิชาเดียวกับตฤณชา พิมลดาเคยพบเธออยู่หลายครั้ง เป็นคนอัธยาศัยดีและมีน้ำใจ บางครั้งเมื่อเห็นพิมลดาพาน้องแม็กซ์มาเดินเล่นเพียงลำพัง ปุ้ยก็มักเข้ามาทักทาย พูดคุย และเล่นกับเด็กน้อยอย่างเป็นกันเอง“จริงเหรอ” ปุ้ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าฉายแววสะเทือนใจอย่างเห็นได้ชัด“เกิดอะไรขึ้นหรือพิม พอจะเล่าให้พี่ฟังได้ไหม” เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่แฝงความห่วงใยปุ้ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงนะ แค่สองสามวันก่อน พี่บังเอิญเจอพี่ชาเดินอยู่กับอาจารย์ใหม่ในคณะ เป็นนักศึกษาเพิ่งจบใหม่ ท่าทางดู
اقرأ المزيد
บทที่ 10
ตลาดกลางคืนย่านดังของกรุงโตเกียวสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและเสียงผู้คน ชลิดาเดินทอดน่องอย่างอารมณ์ดี แขนข้างหนึ่งคล้องอยู่กับแขนของตฤณชาที่ก้าวเคียงข้างเธออย่างใกล้ชิด ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยไม่แยแสสายตาใครด้านหลัง แม่ น้องสาว และญาติของเธอเดินตามมาเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะและบทสนทนาดังแว่วมาท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของค่ำคืนที่ดูสมบูรณ์แบบหญิงสาวดื่มด่ำกับความรู้สึกของความสำเร็จที่หลั่งไหลเข้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย คนรอบข้างต่างบอกว่าเธอทั้งเก่งและโชคดี เรียนหนังสือเก่ง ได้รับเลือกเป็นอาจารย์ ได้ทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศทั้งหมดนี้…ชลิดารู้ดีว่า ส่วนหนึ่งมาจากผู้ชายที่เดินอยู่ข้างกายตั้งแต่วันแรกที่ได้พบตฤณชา ชีวิตของเธอก็เหมือนถูกเปิดประตูสู่ความรุ่งเรือง ทุกอย่างดูง่ายดาย ราบรื่น และได้มาโดยไม่ต้องดิ้นรน แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะมีเสียงหนึ่งคอยเตือนว่า เธอกำลังทำผิดศีลธรรม แย่งชิงสามีของผู้หญิงคนอื่น และทำลายครอบครัวของใครบางคนแต่สิ่งที่เธอได้รับตอบแทน กลับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆกรรมเวรอะไรนั่น…ชลิดาไม่สนใจขอเพียงเธอเป็นผู้ชนะ ได้ครอบครองทุกสิ่งดี ๆ ที่คนอื่นไม่มี เท
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status