LOGINเด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
หลังจากนั้นวันนั้น ทิวเขากับเจ้าเอยได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตอย่างเป็นทางการ เหลืองานแต่งที่จะจัดขึ้นที่เขาใหญ่เจ้าเอยรู้สึกว่าทิวเขาทำตัวเป็นแมวน้อยมากกว่าโกลเด้นมากขึ้นทุกวัน ทั้งอ้อนทั้งเข้ามากอดรัดออเซาะตลอด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ขัดใจหรอก กลับชอบใจด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภีมคุยกับจูเน่ถึงไหนกันแน่ แต่ได้ยินว่าหญิงสาวบินกลับไปออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว“จะว่าไป พี่ภีมกับพี่ริชาร์ดไม่มีแฟนเหรอคะ” เธอถามทิวเขาขณะเขามาส่งเธอไปทำงาน“ริชาร์ดมี แต่แฟนเรียนป.เอกอยู่เมืองนอก”“อ้อ คนไทยหรือคะ”“คนไทยสิ” เขาค่อย ๆ เปลี่ยนเกียร์จอด “ส่วนภีม มันปิ๊งสาวอยู่ แต่ยังไม่กล้าจีบ”“ทำไมคะ”“ไม่รู้มัน” เขายักไหล่แล้วหอมแก้มเธอ “ตอนเย็นมารับเหมือนเดิมนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้ม “วันนี้เอยมีของจะเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” บอกแล้วเปิดประตูลงไปเลย ทิวเขาที่รอฟังเลยได้แต่รอเก้อ“แบบนี้ค้างสิครับ น้องเอย” เขาตะโกนผ่านกระจก แต่เจ้าเอยเพียงโบกมือ ยิ้มหวานอย่างเดียวแท้จริงแล้ว เจ้าเอยอยากเป็นฝ่ายให้บ้าง เธอคิดว่ารับจากทิวเขามาเยอะ ทั้งแรงสนับสนุนทางกายและทางอารมณ์ เสียงนินทาซุบซิบเกี่ยวกับวันงานแสนโกลาหลเบาลง เมื่อ
ทิวเขาถูกประคองออกมาจนถึงลอบบีโรงแรม เดชคุณกับริชาร์ดวางตัวเพื่อนลง เขาแสร้งร้องโอดโอยอยากให้เจ้าเอยเอาใจ“โอย พี่เหมือนเดินไม่ไหวเลย”“งั้นหรือคะ นี่พี่จูเน่ทำอะไรกันแน่เนี่ย”“มันสำออย” ริชาร์ดชี้ “ตอนเดินลงมา มันก็ยังเดินได้ กะอีแค่แผลถลอกนิดเดียว น้องเอยอย่าตกหลุมพราง”“แม่ง” พลันก็ยกเท้าเตะเพื่อน“นั่นไง”เจ้าเอยยิ้ม เธอนั่งลงข้าง ๆ สามี ดีที่จับใส่เสื้อผ้าคลุมแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย จึงช่วยติดกระดุมให้“ทำไมพี่จูเน่เล่นแรงขนาดนี้คะ ต้องถึงกับชอร์ตไฟฟ้าเลยเหรอ พี่จะแจ้งความไหม”เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ว่าภีมคงทำให้เธอเข้าใจแล้วล่ะ แล้วทำไมถึงมากันหมดได้”“น้องเอยโทรไปหาไอ้ภีม พวกเราก็เลยโดนเรียกมาด้วย พอเห็นรูป พอดีไอ้ริชาร์ดจำได้ว่าที่ไหน” เดชคุณเล่าให้ฟัง ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสบตากับเจ้าเอย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น “นั่นแหละ พวกเราก็เลยรีบมา ไม่รู้ว่าจูเน่จะบ้าขนาดนี้”“เฮ้ย ทำไมแกจำได้วะ ไอ้ริช เคยมากับใคร” ทิวเขายังมีอารมณ์แซวเพื่อน เลยโดนริชาร์ดเตะเบา ๆ“เงียบไปเลย คุณมึง”“แล้วทำไมต้องขนาดนี้ด้วย เอยฟังแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ”“จูเน่น่ะ ไม่เคยโดนปฏิเสธ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นา
เพราะไม่มีสินสอด เดชคุณให้บ้านเป็นชื่อของเธอ แถมแสดงความใจป้ำสมทบเงินดาวน์ให้ก่อน หนี้งานแต่งไม่มี แต่หนี้บ้านนี่แหละก้อนใหญ่สุด อย่างน้อยสองสามีภรรยาก็ช่วยกัน เวลาจ่ายค่าบ้านต่อไปก็คนละครึ่ง เธอไม่คิดจะให้เขารบกวนสมบัติพ่อแม่หรอกขณะเดียวกัน พัชราเหลือบมองเจ้าเอยที่กำลังฝันหวานอยู่ จึงหันไปทาง
ระหว่างรอรถไฟฟ้า เจ้าเอยคุยโทรศัพท์กับคนรักเรื่องงานแต่ง “ค่ะ พี่คุณ เอยจ่ายมัดจำไปหมดแล้ว ครึ่งหนึ่งค่ะ”“งั้นหรือ จ่ายแล้วใช่ไหม”เธอย่นคิ้วนิดหนึ่ง “พี่คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าจ้ะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง เอยไม่ต้องกังวลนะ พี่จะสมทบที่เหลือ”“เอยไม่กังวลอยู่แล้วล่ะค่ะ” ก็เขาเป็นคนขอแ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นา







