LOGINดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย
“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”
เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน
“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”
“จ้ะ ฉันเชื่อ”
“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม
พวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด
8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงาน
ตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชคุณกับอรพลินหลบมาคุยกันทั้งน้ำตา เขาสวมกอดแล้วบอกขอโทษที่ไม่กล้าสารภาพความจริงกับเจ้าเอย
ว่าคนทั้งสองมีอะไรกันแล้วหลายครั้ง
“ให้มันจบเหอะพี่” เธอยอมรับ ว่าหลงรักว่าที่สามีของเพื่อน เพราะเขาอบอุ่นและอ่อนโยนมาก จากเป็นที่ปรึกษาจนเลื่อนขั้นมาดามหัวใจ พูดคุยดื่มกินจนเลยเถิดโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นไฟรักกับคุในอกจนห้ามใจไม่ได้อีก ทว่ายิ่งใกล้วันแต่งงาน อรพลินพยายามหักห้ามใจตีตัวออกห่าง เพราะเธอรู้สึกผิดกับเพื่อน ในทีแรก เธอลังเลว่าจะสารภาพดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นเจ้าเอยตื่นเต้นดีใจขนาดนี้ เธอไม่กล้าทำลายวันดี เลยเหมือนรูดซิปปากตัวเอง
คบกันมาเกินสิบปี จะให้มิตรภาพพังเพราะความใจไม่นิ่งหรือ ส่วนเดชคุณเป็นคนขอเจ้าเอยแต่งงาน ทั้งยังไม่เคยแตะต้องตัวแฟนสาวเลย เรื่องนี้อรพลินรู้ดี
“ให้มันเป็นอดีตไป สำหรับพี่ ฉันก็แค่ผู้หญิงอย่างนั้น พี่ถนอมเอยมาตั้งนานนะ”
กระนั้น ในคำพูดกลับประชดแดกดันน้อยใจ ราวกับความเห็นแก่ตัวกับสำนึกผิดต่อสู้แย่งชิงอยู่ภายใน
“แต่ใจมันไม่เหมือนเดิมแล้ว พี่ทำผิดกับเอย แต่พี่ก็ทำผิดกับอรด้วย วัน ๆ พี่เอาแต่คิดถึงอร จะให้ทำอย่างไร” เขาทุบกำปั้นกับกำแพง โหยหาสัมผัสของเธอ หากได้ลิ้มลองรสชาติเผ็ดร้อนร่วมกันแล้ว ยิ่งกระหายอยาก
เจ้าเอยเปรียบเสมือนอาหารทิพย์ที่เขายังไม่เคยลองชิม พอได้กินจนอิ่มท้องของจริงไปก่อนจึงไม่ได้คะนึงหา
“อร...อรว่ามันเป็นความผิดพลาดของพวกเราทั้งคู่” ตอนแรกจะบอกว่าเต็มใจ แต่กระดากปากเพราะทำเรื่องผิด “เราต้องฝังมันลงไปเพื่อเอยนะคะ”
“แล้วอรจะทำยังไง” เขาถาม “สายตาของอรมันไม่ได้บอกว่าโอเคเลย พี่ก็ไม่โอเค”
“พี่คุณ อีกไม่ถึงวันแล้ว พี่ล้มเลิกงานแต่งไม่ได้”
“แต่พี่ไม่อยากหลอกเอย สิ่งสำคัญก็คือ พี่หลอกหัวใจตัวเองไม่ได้ อร ถ้าแต่งแล้วหย่า มันยิ่งแย่กับเอย”
“แล้วจะมายกเลิกตอนนี้หรือพี่” เธอถาม
“อรยินดีกับพี่กับเอยจริงหรือเปล่า” เขาประคองใบหน้าเธอ สบตาจดจ้องดวงตาคู่งามของหญิงสาว แม้แต่ยามร้องไห้ยังงดงามจนเจ็บไปถึงหัวใจ ความรักที่เขามีให้เจ้าเอยในเวลานี้ไม่ต่างจากพี่ชายมีให้น้องสาวไปแล้ว แต่ความรักที่มีให้อร มันคือความรักบริสุทธิ์
นั่นคือความคิดของเขา ณ ตอนนั้น
เขาอยากปลอบโยนเธอ อยากอยู่ข้างเธอ ความรู้สึกที่เคยมีให้เจ้าเอย ไปอยู่กับอรพลิน แม้แต่ยามนี้ ก็ยังอยากจะจรดริมฝีปากลง
“อร...อร”
หยาดน้ำตาไหลรดมือชายหนุ่ม เธอมันชั่วช้าสิ้นดี ทั้งที่พลาดไปแล้วก็ควรจบ แต่ทั้งสองไม่อาจห้ามใจก็ยังรั้นมาเจอกัน จนแม้แต่วันพรุ่งนี้ ไม่สิ อีกไม่กี่ชั่วโมงที่เขาจะกลายเป็นสามีของเพื่อน แค่เพียงสบตามองกัน ใจถวิลหาจนร่างกายพามาเจอกัน หลบอยู่ตรงบันไดหนีไฟ
เดชคุณเห็นเธอไม่อาจตอบได้ก็น้ำตาไหล จึงจูบที่หน้าผากหญิงสาว “พี่ตัดสินใจแล้ว พี่จะชดใช้ให้เอยทีหลัง เราไปด้วยกันเถอะ”
“พี่...” อรพลินตกตะลึง “ไม่ได้”
“ไปเถอะ ถ้าเราโกหกหัวใจตัวเอง เราทำร้ายเอยยิ่งกว่า ไปกับพี่”
“จะไปไหน”
“ไปจดทะเบียนกัน”
“แต่...”
“อร มองตาพี่”
เมื่อสบตากัน ริมฝีปากทั้งสองกลับเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดให้แนบชิดสนิท รักที่เกิดผิดที่ผิดเวลา กลับมอบรสหวานรัญจวนปนขมพาให้เสพติดยิ่งนัก เดชคุณกอดร่างม่ายสาวไว้แนบตัว ไออุ่นและกลิ่นหอมจากตัวเธอพาให้ทั้งตัวของเขาร้อนผ่าว อยากอยู่ใกล้ อยากครอบครองตลอดไป
ถ้าหากเขายังรู้สึกกับเจ้าเอย มันคงง่ายกว่านี้ แต่ค่ำคืนที่เขาลูบไล้สัมผัสกายงดงามของอรพลิน สองร่างนอนกอดผสานราวกับเป็นคนคนเดียวกัน ท่ามกลางแสงไฟสลัวในร้าน บรรยากาศร้างลูกค้าเมื่อร้านปิด แต่เสียงเพลงแจซคลอยังเปิดอยู่ เขากลับจดจำมันยิ่งกว่าตอนริมฝีปากตัวเองแตะกับของเจ้าเอย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองของอรพลินงดงาม และพาให้เขาลืมความน่ารักใสบริสุทธิ์ในดวงตาของคนรักตัวจริง
“อร...” เขากอดร่างอ่อนระทวยของอรพลินที่ไม่อาจต้านทานรสจูบไปได้
อรพลินเองพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง เธอเคยมีสามีที่ให้กอดได้สัมผัส แต่เขาทำตัวสกปรกจนเธอขยาด ทว่ากับเดชคุณ ยามเธอซบไหล่ของเขา ยามฝ่ามือร้อนสัมผัสลูบไล้ร่างเธอ โหยหาที่จะได้กอดก่ายกัน หัวใจม่ายสาวเต้นแรง แรงจนพรากเอาสามัญสำนึกออกไปจนหมด
ราวกับทั้งคู่เสพติดรสรักของกันและกัน เดชคุณหมุนร่างเธอมาแนบกับกำแพง ฝังจูบดูดดื่ม เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ผิดขนาดนี้มาก่อน แต่ไอ้ความระทึกใจนี้ พาให้การลอบพบกอดรัดกันยิ่งส่งอารมณ์แรงกล้า เขาเลิกกระโปรงเธอขึ้น จากนั้นสอดตัวตนเข้าไป สองร่างผสานริมกำแพงราวกับเป็นเตียงในที่ลับ แต่กลับอยู่ตรงบันไดหนีไฟ...
ขณะที่เจ้าสาวของเขากำลังจมลงอยู่ในนิทรา ผจญอยู่ในความฝันที่เต็มไปด้วยอนาคตที่วาดไว้และความกังวลว่างานจะมีข้อบกพร่อง
ขณะที่ครอบครัวของทั้งสองรอตื่นมาเป็นบ้านเดียวกัน
ขณะที่เพื่อนฝูงของพวกเขารอร่วมฉลองจุดเริ่มต้นของความรัก
ชู้รักทั้งสองกับพลอดรักแลกเปลี่ยนไออุ่นอย่างถึงพริกถึงขิง เมื่อเสร็จกิจยังไม่อาจกลับมามีสติ ดันจับมือกันหนีความรับผิดชอบทั้งหมด เดชคุณพาอรพลินขับรถหนีออกไปจากโรงแรมในยามวิกาล
เด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
หลังจากนั้นวันนั้น ทิวเขากับเจ้าเอยได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตอย่างเป็นทางการ เหลืองานแต่งที่จะจัดขึ้นที่เขาใหญ่เจ้าเอยรู้สึกว่าทิวเขาทำตัวเป็นแมวน้อยมากกว่าโกลเด้นมากขึ้นทุกวัน ทั้งอ้อนทั้งเข้ามากอดรัดออเซาะตลอด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ขัดใจหรอก กลับชอบใจด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภีมคุยกับจูเน่ถึงไหนกันแน่ แต่ได้ยินว่าหญิงสาวบินกลับไปออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว“จะว่าไป พี่ภีมกับพี่ริชาร์ดไม่มีแฟนเหรอคะ” เธอถามทิวเขาขณะเขามาส่งเธอไปทำงาน“ริชาร์ดมี แต่แฟนเรียนป.เอกอยู่เมืองนอก”“อ้อ คนไทยหรือคะ”“คนไทยสิ” เขาค่อย ๆ เปลี่ยนเกียร์จอด “ส่วนภีม มันปิ๊งสาวอยู่ แต่ยังไม่กล้าจีบ”“ทำไมคะ”“ไม่รู้มัน” เขายักไหล่แล้วหอมแก้มเธอ “ตอนเย็นมารับเหมือนเดิมนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้ม “วันนี้เอยมีของจะเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” บอกแล้วเปิดประตูลงไปเลย ทิวเขาที่รอฟังเลยได้แต่รอเก้อ“แบบนี้ค้างสิครับ น้องเอย” เขาตะโกนผ่านกระจก แต่เจ้าเอยเพียงโบกมือ ยิ้มหวานอย่างเดียวแท้จริงแล้ว เจ้าเอยอยากเป็นฝ่ายให้บ้าง เธอคิดว่ารับจากทิวเขามาเยอะ ทั้งแรงสนับสนุนทางกายและทางอารมณ์ เสียงนินทาซุบซิบเกี่ยวกับวันงานแสนโกลาหลเบาลง เมื่อ
ทิวเขาถูกประคองออกมาจนถึงลอบบีโรงแรม เดชคุณกับริชาร์ดวางตัวเพื่อนลง เขาแสร้งร้องโอดโอยอยากให้เจ้าเอยเอาใจ“โอย พี่เหมือนเดินไม่ไหวเลย”“งั้นหรือคะ นี่พี่จูเน่ทำอะไรกันแน่เนี่ย”“มันสำออย” ริชาร์ดชี้ “ตอนเดินลงมา มันก็ยังเดินได้ กะอีแค่แผลถลอกนิดเดียว น้องเอยอย่าตกหลุมพราง”“แม่ง” พลันก็ยกเท้าเตะเพื่อน“นั่นไง”เจ้าเอยยิ้ม เธอนั่งลงข้าง ๆ สามี ดีที่จับใส่เสื้อผ้าคลุมแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย จึงช่วยติดกระดุมให้“ทำไมพี่จูเน่เล่นแรงขนาดนี้คะ ต้องถึงกับชอร์ตไฟฟ้าเลยเหรอ พี่จะแจ้งความไหม”เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ว่าภีมคงทำให้เธอเข้าใจแล้วล่ะ แล้วทำไมถึงมากันหมดได้”“น้องเอยโทรไปหาไอ้ภีม พวกเราก็เลยโดนเรียกมาด้วย พอเห็นรูป พอดีไอ้ริชาร์ดจำได้ว่าที่ไหน” เดชคุณเล่าให้ฟัง ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสบตากับเจ้าเอย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น “นั่นแหละ พวกเราก็เลยรีบมา ไม่รู้ว่าจูเน่จะบ้าขนาดนี้”“เฮ้ย ทำไมแกจำได้วะ ไอ้ริช เคยมากับใคร” ทิวเขายังมีอารมณ์แซวเพื่อน เลยโดนริชาร์ดเตะเบา ๆ“เงียบไปเลย คุณมึง”“แล้วทำไมต้องขนาดนี้ด้วย เอยฟังแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ”“จูเน่น่ะ ไม่เคยโดนปฏิเสธ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเห







