INICIAR SESIÓNพล็อตซีรีส์จีนประเภททะลุมิติเข้าโลกนิยายที่เทียนหอมเคยดู มีเงื่อนไขการกลับบ้านง่ายๆ ข้อหนึ่งคือนั่งกินลมชมวิวรอจนถึงฉากจบ เธอเองก็หวังไว้เช่นนั้น...อุตส่าห์ตั้งใจเป็นแค่ตัวประกอบพลทหารปลายแถว หวังใช้ชีวิตจืดจางรอถึงวันจบนิยายแล้วจะได้กลับโลกความจริง ทว่าโชคชะตาดันเล่นตลก ดีดเธอเข้าสู่วงโคจรของเหล่าตัวละครหลัก แล้วก็ได้รู้ว่าพระเอกเรื่องนี้มันหื่นจริงๆ!
Ver másบทนำ
อาการปวดเมื่อยตามร่างกายทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวจากการหลับใหล ร่างที่อยู่บนเสื่อสานขมวดคิ้วแน่นแล้วปรือตาขึ้นตื่นอย่างงัวเงีย ก่อนจะบิดตัวไปมาต่อด้วยยกแขนทั้งสองข้างขึ้นบีบต้นแขนของอีกฝั่งไล่จนมาถึงข้อมือ
โอ๊ยยยย ทำไมมันปวดไปทั้งตัวแบบนี้
หญิงสาวอ้าปากหาวพลางหมุนคอไปมาซ้ายขวาเพื่อบรรเทาอาการปวด ก่อนจะแคะขี้ตาอย่างสะลึมสะลือ มือขวาสัมผัสอะไรหยาบๆ ก็เอะใจ
ผ้าปูที่นอนของตัวเองหยาบขนาดนี้เลยเราะ ถึงจะไม่ได้ซักมาร่วมเดือนแต่ไม่น่าจะหยาบได้ขนาดนี้ และเมื่อลืมตาขึ้นตื่นเต็มๆ ตา ภาพห้องนอนเบื้องหน้าก็ทำให้ตนต้องลุกขึ้นพรวดด้วยความตกใจ ร้องลั่นห้อง
“เฮ้ย! นี่ที่ไหน!!”
ทยิดาหรือเทียนหอมกวาดสายตาไปทั่ว หันซ้ายหันขวาซ้ำไปซ้ำมา มันเป็นห้องไม้เก่าๆ ผุๆ หยากไย่และฝุ่นเต็มไปหมด ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเธอแน่ๆ ห้องของเธอเป็นกำแพงสีชมพูย่ะ เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างสีชมพู เป็นผู้หญิงหวานๆ อะยูโน้ว?
เอ๊ะ หรือว่าถูกลักพาตัว!?
ไม่รอช้าหญิงสาวรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่าง ทว่าต้องอ้าปากค้างเมื่อพบว่าตนเองอยู่ในหมู่บ้านอะไรก็ไม่รู้ สภาพดูจ๊นจน ผู้คนสวมเสื้อผ้าแปลกตา มันเป็นเสื้อแขนสั้นปกเสื้อไขว้กันมีผ้ารัดคาดเอว นี่มันชุดชาวบ้านคนจีนสมัยโบราณไม่ใช่เหรอ
หรือว่าอยู่ในกองละคร?
เทียนหอมเอียงคองุนงงกับสถานที่ที่ตนตื่นมาเจอ ก้มลงมองตัวก็พบว่าอยู่ในชุดไม่ต่างกันหากแต่เป็นกระโปรงยาว
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
เมื่อคืนเธอทำงานเสร็จก็เป็นเวลาตีสองกว่า เพราะลูกค้าไม่พอใจกับผลงานที่ตนวาดเลยบอกขอแก้นิดหน่อยแต่ล่อไปสี่ชั่วโมง ใช่แล้ว เธอรับจ้างวาดภาพทั้งหน้าปกนิยาย แฟนฟิค อะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะช่วงนี้มีสถานการณ์โรคระบาดทั่วโลกทำให้นางตกงาน! เลยผันตัวมารับจ้างวาดรูปตามอินเทอร์เน็ตเสียเลย โชคดีที่ตัวเองสามารถวาดรูปได้สวย
ไม่ได้หลงตัวเอง ฉันวาดสวยจริงๆ!
โอเคโอเค เทียนหอมสะบัดหัว เอาเป็นว่าเมื่อคืนเธอแก้งานเสร็จ ส่งงานลูกค้าเรียบร้อยก็ขึ้นเตียงนุ่มๆ กอดเงินในบัญชีที่มีอยู่น้อยนิดพร้อมล้มตัวลงนอนคิดว่าพรุ่งนี้จะสั่งอะไรมากินระหว่างดูซีรีส์เป็นรางวัลสำหรับจบงานได้
แต่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่แล้ว!
ร่างซูบผอมตัดสินใจเดินออกไปถามคนนอกบ้านเพื่อหาข้อมูล แต่แล้วอาการปวดหัวจี๊ดก็ทำให้เธอทรุดตัวลงกับพื้น ความทรงจำของร่างนี้พรั่งพรูเข้ามาไม่หยุด
จนกระทั่งผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ อาการปวดหัวจึงบรรเทาลง แล้วเทียนหอมก็รับรู้ว่าตัวเองมาอยู่ในร่างแม่หม้ายสาว ผัวตายไปเมื่อสองปีก่อน ยังไม่ได้อะโจ๊ะๆ หรือทำอะไรกันเลยเพราะแต่งงานเสร็จ ผัวก็ต้องไปออกรบทำสงครามทันที
นอกจากเป็นหม้ายแล้วยังเวอร์จิ้นอยู่อี๊ก
แล้วหมู่บ้านที่อยู่ก็แร้นแค้นฉิบหาย ดินเพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น สัตว์ที่เลี้ยงไว้ก็พากันล้มตาย
เธอข้ามมิติมาหรืออะไรไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าโลกนู้นเธอก็อดอยากแล้วมานี่ก็ยังอดอยากอีกเหรอ!
เทียนหอมยกมือกุมแก้มทั้งสองข้างแล้วดึงลงจนแก้มลู่ตามมือจนเห็นลูกตาขาว ใครมาเห็นคงอุทานว่าอุบาทว์
“ทำไมกูไม่โผล่ไปร่างคุณหนูอะไรกับเขาบ้าง!!”
บทที่ 38 ฝันร้ายกลายเป็นดีมู่เหยียนกลับมาจากงานเทศกาลทรุดนั่งที่เตียง กว่าจะเลิกแหกปากร้องไห้ใส่ท่านแม่ทัพได้ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง พอรู้ตัวอีกทีอดเขินไม่ได้ที่ทำตัวเช่นนี้ต่อหน้าเขา แต่หวังเฟิงหลงก็ไม่ได้กล่าวอะไรขึ้นมาให้นางเขินอายนอกจากพากลับจวนเงียบๆ บรรยากาศระหว่างนางกับเขาผ่อนคลายขึ้นหญิงสาวกุมหัวใจตัวเอง มันเต้นสม่ำเสมอ ความกังวลจากเรื่องหมิงเหมยได้สลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นมู่เหยียนล้มตัวลงนอนหลับตานึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่หวังเฟิงหลงอ่อนโยนเหลือเกิน ใส่ใจแม้กระทั่งนางที่เป็นเพียงองครักษ์ประจำตัว รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าหลังจากดื่มด่ำกับความอบอุ่นเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวลุกขึ้นเตรียมตัวเปลี่ยนชุดเพื่อเข้านอน แต่แล้วเสียงร้องครวญครางเจ็บปวดก็ดังขึ้นจากห้องแม่ทัพ มู่เหยียนเดินไปแนบหูกับผนัง เสียงทุ้มร้องอึกอักราวกับกำลังทุกข์ทรมานหญิงสาวไม่รอช้ารีบวิ่งไปยังห้องข้างๆ เลื่อนประตูเข้าไป แสงจากดวงจันทร์เล็ดลอดผ่านผ้าม่านทำให้นางสามารถเห็นภายในห้องนอนของหวังเฟิงหลงได้ ไม่มีผู้บุกรุก มีเพียงเจ้าของห้องอยู่บนเตียง กำลังนอนพลิกตัวไปมาและร้องครวญคราง มู่เหยียนรู้ได้ทันทีว่าเขากำล
บทที่ 37อยู่เคียงข้างมู่เหยียนเดินชมงานกับหลี่เฉิงไห่ มีหยุดดูการแข่งขันหัตถกรรมของสาวชาวบ้าน พวกนางแข่งถักกำไลเชือกกัน สิ้นสุดการแข่งขันสามารถนำกำไลนั้นไปมอบให้แก่ชายคนรักได้ ระหว่างทางก็แวะซื้อของกินข้างทางและแวะชมของต่างๆ ที่นำมาวางขายในงาน เช่น หน้ากากสัตว์ต่างๆ เครื่องรางความรัก หรือลูกน้ำเต้า เป็นต้นแต่หลี่เฉิงไห่รู้ดีกว่าหญิงสาวฝืนยิ้ม บางครั้งเห็นนางเหม่อลอย จนกระทั่งชายหนุ่มเห็นสหายของตนโผล่มาในงานก็ไม่รอช้าที่จะยกมือขึ้นสูงให้เขาเห็นหวังเฟิงหลงสาวเท้าเข้ามาทันทีที่เห็นสัญญาณมือ “มู่เหยียน ข้าต้องขอตัวกลับก่อน” หลี่เฉิงไห่บอกคนตัวเล็ก“เอ๊ะ ได้ๆ” นางพยักหน้ารับ ละสายตาจากวงดนตรีพื้นบ้านมายังเขา“เฟิงหลงมาแล้ว เจ้าเดินชมงานกับเขานะ” ชายหนุ่มว่าพร้อมยกมือขึ้นยีหัวคนตัวเล็กที่ทำหน้าจ๋อย “เจอกันพรุ่งนี้”ตอนเดินสวนสหายก็กระซิบบอกว่ามู่เหยียนทะเลาะกับคุณหนูหมิงมาเลยทำให้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ก่อนจะเร่งสาวเท้ากลับจวนของตน แต่ก็ชะงักแล้วถอยหลังมาบอกว่าหญิงสาวมีความคิดว่านางตัวคนเดียวในนี้ รู้สึกโดดเดี่ยว เจ้าช่วยอยู่ดูแลเป็นเพื่อนนาง“เจ้าไม่บอกข้าก็ทำเช่นนั้น” หวังเฟิงหลงบอ
บทที่ 36ความจริงมู่เหยียนหน้าเหวอ มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก โชคดีที่ผู้คนไม่ได้สนใจพวกนาง ต่างกำลังรื่นเริงกับเทศกาล“คุณหนูไม่ได้ชอบท่านแม่ทัพหรือขอรับ”“ไม่เจ้าค่ะ ข้าชอบท่าน” หมิงเหมยส่ายหน้า เน้นย้ำอีกรอบ“คือ...”มู่เหยียนเผลอเอนตัวไปด้านหลัง นางไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าตนไปทำอะไรให้เด็กสาวคนนี้รู้สึกพิเศษด้วยได้ แต่นางต้องปฏิเสธให้หนักแน่นมู่เหยียนก้มหัวลง “ข้าต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถรับความรู้สึกของคุณหนูได้”หมิงเหมยเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมเริ่มมีน้ำตาขึ้นคลอเบ้า“ทำไมเจ้าคะ ข้าไม่ดีตรงไหน หรือท่านมีคนที่ชอบอยู่แล้ว!”มู่เหยียนส่ายหน้า หมิงเหมยในนิยายเริ่มแสดงตัวตน นางเป็นเด็กเอาแต่ใจคนหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องความรัก เพราะฉะนั้นต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง“ข้ายังไม่มีคนที่ชอบ-”มู่เหยียนพูดยังไม่ทันจบประโยคดีเสียงเล็กก็กล่าวขึ้นทันที“เช่นนั้นก็ชอบข้าสิเจ้าคะ!”“คุณหนูหมิง ความรักมันบังคับกันไม่ได้นะขอรับ มันเกิดจากคนทั้งสองคน”“เอาเป็นว่าท่านรู้จักข้ามากกว่านี้ท่านก็จะรักข้าเอง” หมิงเหมยเอ่ยอย่างดื้อดึงมู่เหยียนถอนหายใจ นางรู้ดีว่าหมิงเหมยเป็นคนยึดติด อยากได้อะไรแล้วต้องได้ และถ้านางไม่ได
บทที่ 35คำสารภาพใต้แสงจันทร์ ยามซวี (19.00-20.59 น.)หลังจากมู่เหยียนพบหลี่เฉิงไห่แล้วจึงพากันเดินมายังทางเข้างาน ระหว่างทางเห็นชาวบ้านแต่งตัวกันพิถีพิถันสวยงามกว่าปกติ ส่วนใหญ่มักเดินกันเป็นคู่ๆ นางแอบเห็นหญิงสาวบางคนยื่นของขวัญให้ชายคนรัก พิธีการคล้ายกับวันวาเลนไทน์เหลือเกิน แต่ของที่ให้มักเป็นเครื่องนุ่งห่มเพราะนี่เป็นปลายปี อากาศเริ่มหนาวเย็นก่อนออกจากจวน มู่เหยียนฝากลู่อิงอิงสาวใช้ที่ตนสนิทที่สุดบอกท่านแม่ทัพว่าตนจะมาร่วมงานเทศกาลกับเฉิงไห่ หากท่านแม่ทัพกลับมาทันก็มาร่วมได้ เพราะนางรอท่านแม่ทัพมาเกือบค่อนวันก็ยังไม่กลับจวนดวงตากลมโตสีดำเปล่งประกายระยิบระยับ ปากเป็นรูปตัวโอตื่นเต้นกับบรรยากาศของเทศกาลซีซี เมื่อเงยหน้าขึ้นฟ้าก็พบเห็นพระจันทร์เต็มดวงและดวงดาวนับล้านเปล่งแสงสู้แสงจากเทศกาล โคมไฟหลายร้อยส่งแสงส้มนวล ทั้งไฟที่ประดับประดาบ้านเรือนและต้นไม้ใหญ่ และยิ่งนำโคมไฟและของตกแต่งมาห้อยกับเชือกไว้เหนือหัวตลอดทางเดินทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกมู่เหยียนเห็นเด็กสาวในชุดสีชมพูสดยืนรออย่างกระวนกระวายอยู่หน้าทางเข้างาน มีสาวใช้อยู่เบื้องหลัง“พี่มู่ ทางนี้เจ้าค่ะ” หมิงเหมยโบกมือเมื่อเห











