Masukสำนักคุ้มภัยเป่าจินจง
ด้านหน้าเป็นลานกว้างที่ใช้ฝึกยุทธ์และมีหมู่เรือนสองชั้นล้อมรอบสามด้านให้ศิษย์ในสำนักพักอาศัย หมู่เรือนของสำนักคุ้มภัยเป่าจินจงกินเนื้อที่กว้างขวางใหญ่โตจนเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว ด้านหลังเป็นเรือนพักอาศัยของอดีตประมุขและฮูหยินผู้เฒ่า มีต้นสนใหญ่และดอกกุ้ยฮวาปลูกอยู่ล้อมรอบ
อดีตท่านประมุขและฮูหยินผู้เฒ่ามีบุตรด้วยกันสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งและบุตรสาวสองคน บุตรสาวสองคนนั้นได้ออกเรือนไปแล้ว เหลือแต่บุตรชายคนโตเพียงคนเดียวที่ได้ตำแหน่งประมุขของสำนักคุ้มภัยและได้เป็นหัวหน้าตระกูลหยาง แต่อดีตประมุขหยางมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกหนึ่งคนซึ่งอายุน้อยกว่าหยางต้าหลงราวสามปีซึ่งแต่งงานแยกเรือนไปแล้ว
“ต้าหลงเจ้าบาดเจ็บมาเช่นนี้หัวใจแม่แทบจะสลาย รู้ไหมว่าแม่นอนไม่หลับทุกครั้งที่เจ้าออกไปทำงานรับคุ้มภัย ทำไมเจ้าไม่ส่งใครไปทำแทน”
“งานนี้สำคัญมาก ข้าต้องไปเอง อีกอย่างข้าก็ปลอดภัยดีแล้ว ท่านแม่โปรดวางใจเถอะ ข้าจะต้องปลอดภัยกลับมาหาท่านไม่มีทางเป็นอะไรไปง่ายๆ” หยางต้าหลงบอกขณะที่ปล่อยให้หมอเข้ามาพันแผลจนเสร็จและออกไปแล้ว
เมื่อวานหลังจากไปส่งเจ้าสาวที่บ้านเจ้าบ่าวแล้ว เขาก็นำหมอและรถม้าไปรับศิษย์ที่บาดเจ็บ พร้อมกับนำสินเดิมของเจ้าสาวไปส่งให้ที่บ้านเจ้าบ่าว ถือว่างานนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อย แต่น่าเสียใจที่เสียศิษย์ในสำนักไปหกคน ซึ่งเขาก็ได้จัดการพิธีศพและช่วยเงินให้ทางบ้านของทั้งหกคนแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องรับปากแม่ว่าจะแต่งฮูหยินภายในปีนี้”
“เรื่องนี้ข้าขอคิดดูก่อนท่านแม่”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ไข่ของเถ้าแก่หวังแม่ก็เอามาให้เจ้ากินแล้ว ยังไม่เกิดผลอีกหรือ” นางถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ร่างกายของเจ้าไม่รุ่มร้อนเอ่อ...อยากจะมีฮูหยินบ้างเหรอ”
หัวคิ้วของหยางต้าหลงขมวดมุ่น ร่ายกายแข็งแกร่งใหญ่โตมองอาหารที่สาวใช้ยกเข้ามา “วันนี้ท่านแม่ไม่ได้นำไข่ต้มสูตรพิสดารมาให้ข้ากินใช่ไหมขอรับ”
“เถ้าแก่หวังให้นำมาฝากเจ้าเพียงสามใบเท่านั้น เห็นว่าหายาก หากเจ้าต้องการอีกแม่จะไปเอา...”
“ไม่ขอรับท่านแม่” ความรวดเร็วและหนักแน่นในคำตอบของเขาทำให้มารดามองหน้าแล้วยิ้มเจื่อนๆ เป็นเวลาเดียวกับสาวใช้สืบเท้าเข้ามาหาด้วยท่าทางนอบน้อมก่อนจะรายงานฮูหยินผู้เฒ่าว่า
“ฮูหยินเจ้าคะเถ้าแก่หวังมาขอพบท่าน แจ้งว่าจะมาขอเยี่ยมท่านประมุขเจ้าค่ะ”
“เจ้ารีบไปเชิญเถ้าแก่หวังเข้ามาเร็ว” นางกับเถ้าแก่หวังเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์สนิทสนมกันดีมีของดีก็มักนึกถึงกันตลอด
เถ้าแก่หวังรู้สึกถึงความกังวลคืบคลานเข้ามา ประมุขหยางไม่เคยมองเขาด้วยสายตาไม่ไว้ใจแบบนี้ ขณะที่เขายื่นกล่องไม้ภายในบรรจุของดีไปให้
“ข้านำปั๋งทุ้ยของดีมาเยี่ยมท่านประมุข ข้าได้ข่าวว่าท่านได้รับบาดเจ็บ ท่านรีบให้บ่าวไพร่นำไปต้มกับน้ำแกงไม่กี่วันท่านประมุขจะต้องกลับมาแข็งแรงดังเดิม”
“ปั๋งทุ้ยของท่านคงไม่ได้นำไปต้มกับฉี่เด็กบริสุทธิ์เหมือนไข่ต้มที่ฝากท่านแม่มาคราวก่อนใช่หรือไม่”
สีหน้าเฉยชาแลดูดุดันของท่านประมุขเจ้าสำนักคุ้มภัยทำให้เถ้าแก่หวังเสียวสันหลังวูบวาบอย่างประหลาด เขาฆ่าคนได้ภายในพริบตา ถ้าไม่พอใจขึ้นมาเขาอาจตายได้ง่ายๆ เขาอยากแก่ตายไม่อยากถูกสังหารตาย
“ไม่ขอรับ ปั๋งทุ้ยนี้ได้มาสดๆ ไม่ได้นำไปแช่อะไร แต่ไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์ที่ข้าฝากฮูหยินมาคราวก่อนเป็นของดีจริงๆ นะขอรับ เวลานี้ไข่ของโรงน้ำชาข้าบุรุษทั่วเกาซานตามหากันให้ควั่ก เสียแต่คนทำนางไม่ว่าง”
“เห็นไหมต้าหลง แม่บอกเจ้าแล้วว่าเป็นของดี เถ้าแก่หวังมายืนยันด้วยตัวเอง” ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้ม
หยางต้าหลงขยับกายลุกขึ้น ร่างกายเขากำยำใหญ่โตจนเถ้าแก่หวังเกรงจะทำให้เขาโกรธรีบถอยไปด้านหลังอีกสองก้าวเพราะสัมผัสได้กับรังสีสังหารที่แผ่กระจายออกมา
“ใครหน้าไหนเป็นคนปรุงไข่ต้มกับฉี่เด็กให้เถ้าแก่หวังบอกข้ามา”
เถ้าแก่หวังยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ไม่แน่ใจนักว่าท่านประมุขหยางจะไปบังคับให้นางต้มไข่สูตรลับของบรรพบุรุษเขาหรืออย่างไรกัน “เอ่อ ถ้าข้าน้อยบอกแล้วท่านประมุขต้องเก็บเป็นความลับนะขอรับ หากบิดานางรู้เข้าว่านางลอบออกจากจวนเพื่อมาแอบส่งไข่ต้มให้ข้านางต้องถูกบิดาทำโทษแน่”
“บอกมานางเป็นคุณหนูสกุลไหน ถึงได้กล้าทำเรื่องแบบนี้...”
‘พิเรนทร์นัก’
บุรุษในเกาซานอาจมองว่าไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์ของนางเป็นอาหารเพิ่มกำลังวังชา เป็นยาโบราณก็ช่างแต่สำหรับเขาเท่ากับนางบังอาจลบหลู่หลอกให้เขากินฉี่ใครเข้าไปเห็นทีจะเก็บไว้ไม่ได้
ทว่าเมื่อเถ้าแก่หวังกระซิบชื่อของนาง เพลิงโทสะเมื่อครู่พลันผ่อนปรนลงช้าๆ กุ้ยฮุ่ยชิง เป็นคนเดียวกับสตรีประหลาดกลางป่าผู้นั้นเขาจะไตร่ตรองดูอีกทีระหว่างตัดนิ้วนางกับกัดนิ้วของนางอย่างไหนจึงจะเหมาะกว่า
หลังเถ้าแก่หวังกลับไปแล้ว หยางต้าหลงเห็นใบหน้าระทมทุกข์ของมารดาก็หลับตานิ่ง ครั้งนี้เขาบาดเจ็บกลับมา มารดาจึงทวีความเป็นห่วงและยิ่งเร่งรัดให้เขาแต่งฮูหยิน เขาจำต้องยอมรับปากในที่สุดเพราะทนการรบเร้าของนางไม่ไหวอยากให้แต่งเขาก็จะแต่ง จิ้มใครสักคนมาเป็นเมียคงไม่ใช่เรื่องยาก
“ข้ารับปากท่านแม่ ข้าพร้อมจะหาสะใภ้ให้ท่านแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ นางสู้ไปไหว้พระขอพรมาหลายที่ วันนี้จะได้สมปรารถนาเสียที “ดี แม่จะให้แม่สื่อนำรายชื่อหญิงงามมาให้เจ้าเลือก” นางว่าแล้วทำท่าจะผลุนผลันไปแต่ถูกหยางต้าหลงเรียกไว้ก่อน
“ลำบากท่านแม่เปล่าๆ ข้าหาเองดีกว่า”
“เจ้ามีสตรีที่ถูกใจแล้วเช่นนั้นหรือ”
“นับว่ามีแล้ว” หยางต้าหลงบอกปัด
ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าอมยิ้ม ลูกชายนางยังใช้การได้คงเป็นเพราะไข่ของเถ้าแก่กวัง นางคิดการในใจไว้แล้วว่าหากบุตรชายแต่งงานแล้ว นางจะรีบเร่งรัดให้มีลูก จากนั้นก็จะขอร้องให้บุตรชายไม่ต้องออกไปคุ้มภัยด้วยตัวเองอีก อย่างน้อยบุตรกับฮูหยินก็อาจทำให้บุตรชายของนางรักชีวิตมากขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจเจ้า เจ้าพอจะบอกแม่ได้หรือไม่ว่าเป็นคุณหนูบ้านไหน”
หยางต้าหลงอยากจะยกมือกุมขมับจะจิ้มนิ้วไปลงที่คุณหนูบ้านไหนดี พอดีกับมีบ่าวรับใช้เดินค้อมตัวเข้ามาพอดี
“ท่านประมุขขอรับ ข้าเตรียมม้าไว้แล้วขอรับ”
บ่าวคนสนิทของหยางต้าหลงรายงาน
“อืม ดีมาก ทำงานเร็วดีจริง” หยางต้าหลงดวงตาเจิดจ้า ยิ้มกว้าง ตบบ่าคนสนิทที่รู้ใจเข้ามาช่วยได้ทัน จริงๆเขาไม่ได้สั่งงานบ่าวเอาไว้ แต่ดูท่าว่าบ่าวคนสนิทจะรู้ใจ “ท่านแม่ข้าต้องไปพบอ๋องสามที่วังหลิวหยวน ข้าต้องรีบไปแล้ว จะให้อ๋องสามรอนานไม่ได้ ท่านแม่กลับเข้าห้องพักผ่อนได้แล้วนะขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ทันเอ่ยปากอะไร หยางต้าหลงก็สาวเท้าไปไกลแล้ว “เดี๋ยวก่อนสิต้าหลง เจ้ายังไม่บอกแม่เลยว่าคุณหนูบ้านไหนที่เจ้าถูกใจ”
แต่ไม่ทันแล้วร่างสูงสง่าที่อยู่ในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด ผมเกล้ามีที่ครอบไว้เรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกสลักเดินห่างออกไปไกลจนเห็นแต่แผ่นหลังที่เป็นจุดเล็กๆ ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หันมาค้อนควักใส่บ่าวชายคนนั้นที่เข้ามาขัดจังหวะนาง
“คุณหนูบ้านไหนนะที่ทำให้ต้าหลงคิดแต่งงานแม่อยากเห็นหน้านางนัก คงจะเป็นกุลสตรีโฉมสะคราญที่เพียบพร้อม”
“อืม เป็นเช่นนั้นก็ดี”“เสด็จแม่สีพระพักต์ซีดขาว ลูกว่ากลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ก็ดีเหมือนกัน แม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าอย่างนั้นแม่จะไปพักก่อน เจ้าไม่ต้องไปส่งแม่หรอก ดูแลฮุ่ยชิงเถอะ”สนมจางเฟยบอกแล้วก็หันไปหานางกำนัลประจำตัว พวกนางรู้งานรีบเข้ามาประคองไปพักผ่อน ส่วนฮุ่ยชิงที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็คลายความสงสัยตอนที่เดินออกมาจากตำหนักเยว่ซวงแล้ว ฮุ่ยชิงจึงพูดขึ้น“ที่แท้แล้วความรักก็ไม่ใช่มีแค่หญิงชาย ยังมีชายรักชาย ข้าไม่แปลกใจที่ความรักทำให้คนขาดสติไร้คุณธรรม แต่ข้าจะไม่เป็นอย่างที่พวกเขาสองคนเป็นเด็ดขาด เพราะไม่เห็นมีอะไรดีเลย” นางว่าแล้วทอดถอนหายใจเจิ้งอี้เหยียนประคองเมียรักเดินออกมา ท้องฟ้า สายลมยามนี้สดใส มองดูสดชื่นยิ่งนัก“ข้าไม่เข้าใจ เจ้ากำลังหมายความว่า” เขาเลิกคิ้วกระบี่ หันไปเชยคางเมียรักขึ้นมองฮุ่ยชิงไม่หลบสายตาแต่จ้องกลับหวานเยิ้ม “หม่อมฉันจะทูลว่าหม่อมฉันเชื่อว่าองค์ชายรักหม่อมฉันคนเดียว องค์ชายจะไม่มีสนมมาทำให้หม่อมฉันเสียใจในภายหลัง องค์ชายเ
องค์หญิงโต้วเฟยเซียนกลับแคว้นในสายวันถัดมา หลังจากขอเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบทูลขอยกเลิกสมรสพระราชทานโดยให้เหตุผลว่านางป่วย ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้เวลารักษาตัวหลายปี ไม่สามารถทำหน้าที่พระชายาให้แก่องค์ชายรองได้“เจ้าตัดสินใจแล้วข้าก็อนุญาต” ฮ่องเต้เจิ้งตอบอย่างเฉื่อยชา ราวกับรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงโต้วเฟยเซียนจะต้องแล่นมาพบในวันนี้ ฮ่องเต้เจิ้งถอนหายใจคราหนึ่งหันไปทางขันทีประจำพระวรกาย สั่งถ่ายทอดราชโองการองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนเป็นอิสระจากสมรสพระราชทานครั้งนี้ หลังจากนี้มีสิทธิ์แต่งตั้งพระชายาได้เอง ทันทีที่ราชโองการนี้ถ่ายทอดไป องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนก็แต่งตั้งฮุ่ยชิงขึ้นเป็นพระชายาเอกทันที พร้อมกับคืนอำนาจทางการทหารให้แก่ฮ่องเต้ ทั้งหมดก็เพื่อลดทอนความระแวงของฮองเฮาและรัชทายาทเมื่อปลดภาระหนักหน่วงลงได้ เจิ้งอี้เหยียนก็พาฮุ่ยชิงที่ได้ตำแหน่งพระชายาไปที่ตำหนักเยว่ชวงของสนมจางเฟย“เสด็จแม่ ลูกพาสะใภ้มาถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” เจิ้งอี้เหยียนโอบเอวบางของฮุ่ยชิงเข้ามาในตำหนักหลังจากผ่านการแต่งตั้งอย่างเรียบร้อย
“เพคะ”โต้วเฟยเซียนฉายแววไม่สบอารมณ์แกมหมั่นไส้ แต่เมื่อนางกำนัลสองคนกำลังยกถาดเข้ามา องค์หญิงเลื่อนพระเนตรอย่างช้าๆ ไปมองในถาดมีอาหารบนจานขนาดใหญ่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“กลิ่นหอมฟุ้ง เป็นเนื้อชนิดใดตุ๋นน้ำแดงเพคะ องค์ชายรองชอบเสวยเนื้อชนิดใดเพคะ”เจิ้งอี้เหยียนกระดิกนิ้วบอกให้นางกำนัลรีบวางอาหารจานพิเศษลงตรงกลาง “ก็เนื้อที่องค์หญิงนำมา ข้าขอเพ่ยเพ่ยเจ้าแล้ว เจ้าให้ข้า ข้าเลยส่งมันไปที่ห้องเครื่อง”ฮุ่ยชิงที่นังฟังอยู่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แล้วมองพระสวามีของนางด้วยหางตา‘คนเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจนัก’ดวงตาคู่งามมองผ่านมาถึงองค์หญิง‘ช่างน่าสงสารนัก’ตะเกียบทองคำตกลงกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องขององค์หญิงผู้เลอโฉม เพ่ยเพ่ย เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของนาง นางนำมันไปทุกที่แม้เวลานอนก็ให้มันนอนร่วมเตียง แต่เวลานี้ในจานใบใหญ่กลางโต๊ะอาหาร“ไม่จริง ไม่จริง ท่านส่งเพ่ยเพ่ยไปห้องเครื่อง องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียน จิตใจท่านทำด้วยอะไร”เพ่ยเพ่ยที่นางรักน
‘ท่านป้าช่างเลือกนัก สมแล้วที่เลือกองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนให้ข้า’แต่เพียงครู่เดียวร่างน้อยก็กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อองค์ชายรองโยนร่างบอบบางราวกับตุ๊กตาจีนเคลือบไปบนเตียง เกือบจะทับกับเพ่ยเพ่ยที่กระโดดหลบแทบไม่ทัน‘องค์ชายรองช่างร้อนแรงนัก’แม้องค์หญิงจะเจ็บร้าวไปทั่วพระวรกายแต่ยังฉีกยิ้มอ่อนหวานมอบให้กับบุรุษรูปที่นางหลงใหลเพียงแต่ว่าเวลานี้เจิ้งอี้เหยียนไม่แย้มยิ้มเช่นเคย ร่างกำยำย่างสามขุมเข้ามาที่เตียง“องค์ชายรองจะทำอะไรเพคะ”หากเขาจะล่วงเกินนาง นางก็พร้อมจะยอม...สีหน้าไม่พอใจมองไปที่เพ่ยเพ่ย “ใครใช้ให้เอาสุนัขขึ้นมาบนเตียงนอนข้า ไม่รู้หรือไงข้าแพ้ขนสัตว์ ไม่ชอบกลิ่นเหม็น” อันที่จริงแม้แต่หญ้าที่หยาบที่สุดพระองค์ก็นอนทับมันได้ ต่อให้เป็นดินแข็งแห้ง แผ่นหลังของบุรุษผู้นี้ก็ไม่เคยรังเกียจ“เพ่ยเพ่ย เป็นสุนัขของหม่อมฉันเพคะ”“เป็นขององค์หญิงเองถ้าเช่นนั้นเราคงจะมีความชอบตรงกัน ข้าก็ชอบสุนัข”โต้วเฟยเซียนมองด้วยสายตางงงันเมื่อครู่องค์ชายรองย
เจ้ามีป้ายทองคำนี้อยู่ในแคว้นลั่วใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ยกเว้นข้ากับเจ้าของป้ายทองคำฮุ่ยชิงรีบเข้าไปยื้อภาพจากปากเพ่ยเพ่ยทำที่ล่อหลอกมัน มันจึงคลายภาพวาด นางเห็นรอยเห่อแดงเกลื่อนกระจายบนใบหน้างดงามขององค์หญิงโต้วเฟยเซียน ฮุ่ยชิงรีบม้วนภาพนั้นเก็บแล้วซ่อนไว้ด้านหลัง รูปภาพของพระสวามีแค่ฮุ่ยชิงมองผ่านๆ นางก็จำได้แล้ว“องค์หญิงเพคะ องค์หญิงตรัสถูกแล้วเพคะ นางกำนัลทั้งสองบังอาจล่วงเกินองค์หญิงสมควรถูกลงโทษ เมื่อครู่หม่อมฉันก้าวเข้ามาในตำหนักแห่งนี้คิดอยู่แล้วเชียวจะลงโทษพวกนางสองคนอย่างไรดี พวกนางคงเป็นนางกำนัลที่เกียจคร้าน แล้วยังไม่เกรงกลัวเจ้านายอีก”สองนางกำนัลที่องค์ชายรองมอบหน้าที่ให้ดูแลรับใช้พระชายาฮุ่ยชิงต่างมองหน้ากัน ทำไมพระชายาที่มีน้ำพระทัยงดงามกลายเป็นแบบนี้ไปได้เล่า“องค์หญิงทอดพระเนตรดูสิเพคะมี่เฟิงบินกันให้ว่อนภายในตำหนัก บุกมาถึงห้องบรรทมอย่างนี้ใช้ได้แล้วหรือ”ฮุ่ยชิงชี้นิ้วไปยังมี่เฟิงตัวน้อยที่กำลังบินเข้ามา พวกมันบินพาดผ่านหน้านางไป มันช่างรู้ใจนางนัก‘ข้าจะยกต้นท้อให้เจ้าต้นหนึ่งเลย&rsq
ถัดออกจากที่องค์หญิงประทับกับสุนัขตัวโปรดทางด้านขวาและซ้ายมีนางกำนัลยืนขนาบข้างอยู่ขับเน้นให้องค์หญิงแลดูมีอำนาจสูงศักดิ์ฮุ่ยชิงเพิ่งเข้าใจเวลานี้เองว่างามล่มบ้านล่มเมืองเป็นเช่นไร สตรีตรงหน้า คิ้วตาโค้งงามงอน ผิวพรรณนวลเนียน ทั้งหมดขององค์หญิงช่างรับกับใบหน้าหวานล้ำชวนให้ผู้คนหยุดหายใจเพียงแต่แววตาคู่งามที่ทอดมองฮุ่ยชิงเต็มไปด้วยความดูแคลน หยามหมิ่น มุมปากขององค์หญิงโต้วเฟยเซียนบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียด“นี่หรือสตรีที่องค์ชายรองพากลับมา ข้าได้ยินข่าวแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะดูไม่จืดขนาดนี้ หากไม่รู้ว่าองค์ชายพาเจ้ามาด้วย คงคิดว่าเจ้าหลบภัยสงครามมา ถึงได้ดูสกปรกเช่นนี้”สำหรับสตรีแล้วเรื่องสวยเรื่องงาม เรื่องน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องที่สมควรเอามาล้อเล่น นางทรุดโทรมเช่นนี้เพราะเดินทางมาเป็นเวลานานน้ำเสียงหวานกราดเกรี้ยวใส เมื่อเห็นฮุ่ยชิงไม่แยแส“เจอข้าแล้วเหตุใดจึงไม่รีบคุกเข่า ไม่รู้หรือว่าข้าคือใคร” โต้วเฟยเซียนวางอำนาจแล้วม้วนเก็บภาพที่กำลังนอนชื่นชมอยู่บนเตียงก่อนหน้านี้นางได้ข่าวจากองครักษ์หญิงว่าองค์ชายรองเจ
“ครั้งนี้ข้าอภัย เป็นเพราะข้ารีบเร่งยัดเยียดวิชาความรู้ให้เจ้ามากเกินไป เจ้าคงฝึกหนักแล้วกดดันถึงคิดปรุงยาขึ้นมาทำร้ายอาจารย์”ฮุ่ยชิงไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา นางละอายใจที่ทำแบบนั้นกับสามี เขาดีกับนางทุกเรื่อง แค่ใช้งานนางหนักไปหน่อยยามกลางคืน“ข้าขอโทษเจ้าค่ะ”
จะว่าเขาล่อหลอกนางขึ้นเตียงก็ไม่ถูกนัก เรื่องเทพเซียนในการฝังเข็มก็เขาอีกนั่นแหละ จะว่าเขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มคนหนึ่งคงไม่เกินเลยนัก หมอหลวงที่รักษาอาการประชวรของฮ่องเต้เป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาการฝังเข็มให้เขา ตอนที่ท่านอาจารย์ป่วยเขายังเคยถวายการรับใช้เสด็จพ่อด้วยการฝังเข็มกระตุ้
สำนักคุ้มภัยเป่าจินจงภายนอกดูสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ภายในวุ่นวายราวกับมีมดงานเดินวุ่นกันให้พล่าน หยางต้าหลงนั่งอ่านตำราอยู่ภายในห้องทำงาน เขายกน้ำชาขึ้นจิบอ่านตำราไปพลางขบคิดเรื่องราวมากมาย“ท่านประมุข ฮูหยินผู้เฒ่าให้ข้ามาถามว่าชุดในงานมงคลของท่านสวมใส
บ่าวชายหลายคนที่มาใหม่และที่ยืนอยู่เก่าก่อนตรงประตูจวนไม่แน่ใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เพราะเมื่อครู่ก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่ยืนขับไล่พวกส่งของหมั้นอยู่ แต่บ่าวพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วมีคนส่งของหมั้นสองขบวน พวกเขาคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงปิดประตูไว้ไม่ยอมเปิดผ่านไปสองเค่อ หม่าอี้หวาก็หันไปหาสาวใช้“ทำไ





![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

