Masuk"เจ้าอยากมีวาสนาสูงส่งหรือไม่ ตอบข้ามาสิ” “การเดินทางครั้งนี้ท่านพี่ไปพบพานวิชาแปลกใหม่ เปลี่ยนวาสนาผู้คนได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” นางหยอกล้อเขาแล้วส่งยิ้มขี้เล่นซุกซน “หากข้าตอบว่า ข้าไปเรียนวิชาสร้างวาสนาให้สูงส่งมาสามารถพลิกชะตาคนธรรมดาให้มีชะตาสูงส่ง เปลี่ยนเป็ดให้เป็นหงส์ เจ้าอยากทดลองวิชาของข้าหรือไม่” “ท่านพี่เจ้าคะ ทั้งวิชาลมปราณ แล้วยังจะฝึกการฝังเข็ม เท่านี้ข้าก็....” ฮุ่ยชิงหน้าเห่อแดงหลังจากถูกหลอกบ่อยเข้านางย่อมมองออกว่ากำลังจะถูกยัดเยียดให้หัดเรียนวิชาใหม่ "วิชาเปลี่ยนวาสนาของข้า ฝึกไม่ยาก เจ้าแค่นอนลงก่อน ผ่อนแล้วผ่อน ลมหายใจให้สม่ำเสมอ ลองทำตามข้าสิ"
Lihat lebih banyakเมืองเกาซาน แคว้นจ้าว
ห่างจากกำแพงวังสูงตระหง่านไม่เกินสามสิบลี้ เลี้ยวผ่านถนนซือเป่าที่คึกคักตั้งแต่รุ่งสางจนกระทั่งอาทิตย์ลับขอบฟ้า ถนนเส้นนี้มีทั้งโรงเตี๊ยม โรงน้ำชาที่แย่งกันผุดขึ้นในยามกลางคืน แสงจากไฟโคมแข่งกันแย่งแสงจากดวงดาวมองดูสว่างไสว ทิ้งระยะห่างมาอีกสองหัวมุมถนน จวนใหญ่โตตั้งตระหง่านกินบริเวณเนื้อที่กว้างขวาง เจ้าของจวนคืออัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายนามว่า ‘กุ้ยไป๋เทียน’
เรือนใหญ่และเรือนเล็กที่ตั้งอยู่รวมกันล้อมรอบด้วยต้นไม้มงคลมากมาย ทั้งกุ้ยฮวา ปลูกแซมด้วยสามสหายแห่งเหมันต์ ไผ่ สน และเหมย เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่จวนและผู้เป็นนายเรือน ทุกจวนได้รับการดูแลอย่างดีเพราะมีบ่าวไพร่ใช้สอยนับร้อย
ทว่าเรือนเล็กหลังหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งโดดเด่นนัก ด้านหลังสวนสมุนไพรกลับไร้การเหลียวแล แม้แต่หลังคาที่มีรอยรั่วจนทุกคราที่ฝนตกรั่วซึมลงไปเปียกชื้นเครื่องนอน กลับไม่เคยมีคำสั่งให้ปรับปรุงซ่อมแซม ร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยาแช่มช้อยนุ่มนวล มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นมีบ่าวไพร่จากเรือนใหญ่ผ่านไปมาทางนี้นางจึงวิ่งกลับมาที่หน้าต่าง คว้าตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่ภายในบรรจุไข่ต้มที่ปรุงขึ้นพิเศษไว้เต็มตะกร้าแล้วค่อยๆ แง้มบานประตูออกจากเรือน เร้นกายลอบออกไปอย่างรวดเร็ว…
เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นที่หน้าประตูครัวเมื่อไม่เห็นร่างบอบบางที่มักจะขลุกอยู่ประจำหน้าเตาไฟ หม่าอี้หวาหรือฮูหยินเอกของกุ้ยไป๋เทียนถลึงตามองหาร่างเล็กอย่างดุร้าย
“นังตัวดีหายไปไหน มีใครเห็นฮุ่ยชิงบ้าง”
สาวใช้ในครัวต่างหลุบตาซ่อนหน้า เห็นทีวันนี้คุณหนูรองคงถูกหาเรื่องอีกตามเคย คุณหนูรองดีต่อพวกนางมาก แม้พวกนางจะรู้ว่าคุณหนูคิดลอบออกจากจวนไปที่โรงน้ำชาแต่ไม่กล้าปริปากพูด แม้จะถูกเฆี่ยนตีพวกนางก็ยอมทน มารดาของคุณหนูรองเป็นเพียงอนุ ซ้ำยังเป็นอนุที่ท่านกุ้ยไป๋เทียนชังน้ำหน้า ทำให้ชีวิตของคุณหนูรองกุ้ยฮุ่ยชิงลำบากไม่ต่างจากสาวใช้ในจวน
น้ำเสียงของฮูหยินใหญ่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบระหว่างคิดหาทางกลั่นแกล้งให้คุณหนูรองแต่งกับคนไม่เอาไหน เพราะเวลานี้สามีของนางกำลังรู้สึกอับอายที่ยังไม่มีใครมาขอแต่งฮุ่ยชิงออกไปทั้งที่ถึงวัยออกเรือนแล้ว หรือควรจะยุแยงให้เฉดนางตัวดีเข้าไปอยู่ในหอคณิกาด้วยข้อหาชอบลักลอบออกไปทำเรื่องเสื่อมเสียนอกจวน เห็นทีคราวนี้ฮุ่ยชิงคงต้องมีสามีนับร้อย
หม่าอี้หวาคิดอย่างอารมณ์ดี “พวกเจ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไร”
แววตาคมแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บิดขึ้นทีละนิดอย่างชั่วร้าย
“ไปปิดประตูจวนทุกด้าน ห้ามใครเข้าออกจวนจนกว่าข้าจะสั่งให้เปิด เห็นทีคราวนี้ท่านพี่อาจจะส่งตัวนังลูกอนุชั่วไปอยู่ในหอนางโลม เลี้ยงเอาไว้ก็ดีแต่เปลืองข้าวสุก แค่ลูกอนุแพศยาหายออกไปจากจวนสักคน คงไม่มีใครสนใจกระมัง”
เรื่องกลั่นแกล้งลูกเลี้ยงขอให้บอกนางเถอะ นางยอมได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์แต่ไม่มีทางให้ลูกเลี้ยงอยู่อย่างมีความสุข นางเกลียดตั้งแต่แม่ของฮุ่ยชิงแล้วดังนั้นความเกลียดนี้จึงส่งต่อมาถึงฮุ่ยชิงด้วย
ฮุ่ยชิงไม่ใช่บุตรสาวของนาง มันเป็นเพียงพยานชิ้นเอกย้ำเตือนว่าท่านพี่เคยนอกใจนางจนแต่งหญิงอื่นเข้ามาเป็นอนุ
หลังจากพ้นหัวมุมถนน จนลับตาคนแล้ว ร่างเล็กของฮุ่ยชิงก็ลอบมองซ้าย มองขวา จนแน่ใจแล้วว่าไม่เจอคนรู้จัก นางจึงเลือกใช้เส้นทางลัดเพื่อให้ไปถึงโรงน้ำชาเร็วที่สุด เวลานี้ทั่วทั้งเมืองเกาซาน ชายหนุ่ม หญิงสาวกำลังพากันติดนิยายของบัณฑิตหนุ่มเจ้าสำราญจนเถ้าแก่หรงและคุณหนูสามแห่งจวนสกุลฉินที่ร่ำลือกันว่าเป็นผู้แต่งต่างพากันร่ำรวย
บรรดาชายหนุ่มที่ซื้อหนังสือนิยายไปอ่านต่างเกิดอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาว ต้องการอาหารชนิดพิเศษไปบำรุงกำลังวังชา เถ้าแก่หวังที่โรงน้ำชาเป็นคนหัวดี มองเห็นช่องทางค้าขาย จึงมีงานง่ายๆ แต่จ่ายงามให้นางแอบทำอย่างลับๆ ทว่าเวลานี้กลับกลายเป็นสินค้าขาดตลาด มีเท่าไรก็ขายหมดไม่เหลือ
กุ้ยฮุ่ยชิงเป็นธิดาคนรองของกุ้ยไป๋เทียน อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ข้าราชบริพารในราชสำนักแคว้นจ้าว นางไม่ใช่ธิดาที่เกิดจากฮูหยินหลวง แต่เกิดจากฮูหยินรองที่งดงาม กุ้ยไป๋เทียนเคยหลงใหล แต่เวลานี้ฮูหยินรองกลายเป็นฮูหยินที่สามีไม่ต้องการแต่ก็ยังชุบเลี้ยงไว้ในบ้าน ด้วยสาเหตุอันใด ฮุ่ยชิงเองก็สุดรู้ ด้วยบิดาเป็นคนที่เดาใจยากคนหนึ่ง
ทุกวันนี้ชีวิตของนางลำบากเสียยิ่งกว่าบ่าวไพร่ในบ้าน หลายปีผ่านไปเลยวัยปักปิ่นจนอายุ19ปี นางต้องอยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัว พูดอะไรก็ผิดหูท่านพ่อไปเสียหมด เงินทองของขวัญอย่าหวังจะได้รับ แค่มีข้าวกินครบสามมื้อก็นับว่าได้รับความเมตตามากแล้ว
บิดารักพี่สาวคนโตที่ออกเรือนแต่งงานไปกับขุนนางขั้นสามที่ทำให้บิดามีหน้ามีตามากขึ้นหลายส่วน ผิดกับนางที่ยังไม่มีแม่สื่อจากบ้านไหนมาส่งเทียบให้เลย
เรื่องนี้ทำให้บิดาชิงชังนางมากขึ้นไปอีกที่อยู่เป็นสาวแก่คาบ้าน ไม่มีชายใดหมายปอง ทำให้ครอบครัวต้องอับอาย นางคิดว่าอยากตัดปัญหาด้วยการไปบวชเป็นชีแต่ก็สงสารมารดาที่ร่างกายไม่แข็งแรงจึงทำได้แต่รอให้บิดาหาคนที่จะมาเป็นสามีให้นาง ถึงตอนนั้นนางก็จะทำตามแต่โดยดีไม่อิดออดเพราะอย่างน้อยก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณของบิดา ไม่ทำให้ท่านต้องอับอายไปมากกว่านี้
หญิงสาวลอบออกจากจวนตรงมาตามตรอกที่เต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง แล้วเลี้ยวหายไปหลังโรงน้ำชาซึ่งในอดีตที่นี่เคยคึกคักอยู่พักใหญ่ และภายหลังซบเซาลงจนเกือบจะปิดกิจการ แต่เวลานี้โรงน้ำชาของเถ้าแก่หวังมีคนเข้าอย่างครึกครื้นขึ้นมาก็เพราะของดีที่อยู่ในตะกร้า
“คุณหนูมาถึงแล้วหรือ แขกของข้ากำลังรอซื้อไข่ต้มสูตรพิเศษของท่านอยู่พอดีเลย” เฒ่าแก่พูดอย่างดีอกดีใจ
หลังจากเสี่ยวหลงไปกระซิบบอกว่าคุณหนูรองกุ้ยฮุ่ยชิงนำของมาส่ง ตอนนี้กำลังรออยู่หลังร้าน เถ้าแก่หวังเจ้าของโรงน้ำชาก็หน้าบาน ในมือกำถุงเงินแล้วเดินออกมาทางหลังร้าน ด้วยรูปร่างอ้วนลงพุงทำให้เขาเดินได้ช้า
เถ้าแก่หวังปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเฉกเช่นคนใจดี เขามองสตรีที่อำพรางใบหน้าด้วยผ้าแพรแล้วเห็นใจในชะตาอาภัพ หากบิดาของนางรู้ว่าแอบต้มไข่สูตรพิเศษนี้มาขายให้กับลูกค้าในโรงน้ำชา ทั้งนางและเขาคงได้ถูกเล่นงานอย่างหนัก แต่ไข่ต้มสูตรพิเศษจากฝีมือนางซึ่งมีเขาเป็นผู้บอกสูตรกำลังเป็นสินค้าที่ขายดิบขายดีในหมู่บุรุษที่ชอบมาเสพสำราญ มีเท่าไรก็ขายหมด พวกเขาเชื่อกันว่ากินไข่ต้มกับฉี่เด็กชายบริสุทธิ์สูตรนี้เข้าไปจะทำให้ฮูหยินและเหล่าอนุฮูหยินติดอกติดใจในรสรัก
“คุณหนู พรุ่งนี้จะมีไข่ต้มฉี่เด็กบริสุทธิ์มาส่งให้ข้าอีกหรือไม่ ลูกค้าต่างพากันติดใจไข่ต้มของท่าน พวกเขาเล่าให้ข้าฟังว่าบรรดาเมียใหญ่ เมียรอง ต่างชมกันไม่ขาดปาก บางคนถึงกับเรียกหาช่างไม้เข้าไปเสริมขาเตียง”
ร่างเล็กตรงหน้าที่ยืนหน้าแดงระเรื่อเมื่อฟังถึงสรรพคุณไข่ต้มที่นางหอบหิ้วมาขายดีมาก ไข่ต้มของนางมีสรรพคุณหลายอย่างแต่ที่เด่นมากคือเรื่องอุ่นเตียง เห็นว่าเถ้าแก่หวังยังอยากคุยด้วย นางจึงปลดผ้าแพรคลุมใบหน้าออก
“เถ้าแก่หวัง วันนี้ข้ามาส่งไข่แทนคุณหนู คุณหนูบอกให้ท่านฝากเงินไปกับข้า”
“ที่แท้เจ้าเอง สาวใช้จวนสกุลกุ้ย เหตุใดเจ้าจึงต้องสวมรอยเป็นคุณหนู หรือคุณหนูของเจ้าป่วย” เถ้าแก่หวังถามอย่างห่วงใย
สาวใช้ร่างเล็กดวงหน้าสดใสยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วรับถุงผ้าบรรจุเงินซ่อนเก็บเข้าไปในแขนเสื้ออย่างมิดชิด
“อืม เป็นเช่นนั้นก็ดี”“เสด็จแม่สีพระพักต์ซีดขาว ลูกว่ากลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“ก็ดีเหมือนกัน แม่รู้สึกเหนื่อย ถ้าอย่างนั้นแม่จะไปพักก่อน เจ้าไม่ต้องไปส่งแม่หรอก ดูแลฮุ่ยชิงเถอะ”สนมจางเฟยบอกแล้วก็หันไปหานางกำนัลประจำตัว พวกนางรู้งานรีบเข้ามาประคองไปพักผ่อน ส่วนฮุ่ยชิงที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็คลายความสงสัยตอนที่เดินออกมาจากตำหนักเยว่ซวงแล้ว ฮุ่ยชิงจึงพูดขึ้น“ที่แท้แล้วความรักก็ไม่ใช่มีแค่หญิงชาย ยังมีชายรักชาย ข้าไม่แปลกใจที่ความรักทำให้คนขาดสติไร้คุณธรรม แต่ข้าจะไม่เป็นอย่างที่พวกเขาสองคนเป็นเด็ดขาด เพราะไม่เห็นมีอะไรดีเลย” นางว่าแล้วทอดถอนหายใจเจิ้งอี้เหยียนประคองเมียรักเดินออกมา ท้องฟ้า สายลมยามนี้สดใส มองดูสดชื่นยิ่งนัก“ข้าไม่เข้าใจ เจ้ากำลังหมายความว่า” เขาเลิกคิ้วกระบี่ หันไปเชยคางเมียรักขึ้นมองฮุ่ยชิงไม่หลบสายตาแต่จ้องกลับหวานเยิ้ม “หม่อมฉันจะทูลว่าหม่อมฉันเชื่อว่าองค์ชายรักหม่อมฉันคนเดียว องค์ชายจะไม่มีสนมมาทำให้หม่อมฉันเสียใจในภายหลัง องค์ชายเ
องค์หญิงโต้วเฟยเซียนกลับแคว้นในสายวันถัดมา หลังจากขอเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์ตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบทูลขอยกเลิกสมรสพระราชทานโดยให้เหตุผลว่านางป่วย ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้เวลารักษาตัวหลายปี ไม่สามารถทำหน้าที่พระชายาให้แก่องค์ชายรองได้“เจ้าตัดสินใจแล้วข้าก็อนุญาต” ฮ่องเต้เจิ้งตอบอย่างเฉื่อยชา ราวกับรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงโต้วเฟยเซียนจะต้องแล่นมาพบในวันนี้ ฮ่องเต้เจิ้งถอนหายใจคราหนึ่งหันไปทางขันทีประจำพระวรกาย สั่งถ่ายทอดราชโองการองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนเป็นอิสระจากสมรสพระราชทานครั้งนี้ หลังจากนี้มีสิทธิ์แต่งตั้งพระชายาได้เอง ทันทีที่ราชโองการนี้ถ่ายทอดไป องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนก็แต่งตั้งฮุ่ยชิงขึ้นเป็นพระชายาเอกทันที พร้อมกับคืนอำนาจทางการทหารให้แก่ฮ่องเต้ ทั้งหมดก็เพื่อลดทอนความระแวงของฮองเฮาและรัชทายาทเมื่อปลดภาระหนักหน่วงลงได้ เจิ้งอี้เหยียนก็พาฮุ่ยชิงที่ได้ตำแหน่งพระชายาไปที่ตำหนักเยว่ชวงของสนมจางเฟย“เสด็จแม่ ลูกพาสะใภ้มาถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” เจิ้งอี้เหยียนโอบเอวบางของฮุ่ยชิงเข้ามาในตำหนักหลังจากผ่านการแต่งตั้งอย่างเรียบร้อย
“เพคะ”โต้วเฟยเซียนฉายแววไม่สบอารมณ์แกมหมั่นไส้ แต่เมื่อนางกำนัลสองคนกำลังยกถาดเข้ามา องค์หญิงเลื่อนพระเนตรอย่างช้าๆ ไปมองในถาดมีอาหารบนจานขนาดใหญ่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง“กลิ่นหอมฟุ้ง เป็นเนื้อชนิดใดตุ๋นน้ำแดงเพคะ องค์ชายรองชอบเสวยเนื้อชนิดใดเพคะ”เจิ้งอี้เหยียนกระดิกนิ้วบอกให้นางกำนัลรีบวางอาหารจานพิเศษลงตรงกลาง “ก็เนื้อที่องค์หญิงนำมา ข้าขอเพ่ยเพ่ยเจ้าแล้ว เจ้าให้ข้า ข้าเลยส่งมันไปที่ห้องเครื่อง”ฮุ่ยชิงที่นังฟังอยู่พยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แล้วมองพระสวามีของนางด้วยหางตา‘คนเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจนัก’ดวงตาคู่งามมองผ่านมาถึงองค์หญิง‘ช่างน่าสงสารนัก’ตะเกียบทองคำตกลงกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงกรีดร้องขององค์หญิงผู้เลอโฉม เพ่ยเพ่ย เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของนาง นางนำมันไปทุกที่แม้เวลานอนก็ให้มันนอนร่วมเตียง แต่เวลานี้ในจานใบใหญ่กลางโต๊ะอาหาร“ไม่จริง ไม่จริง ท่านส่งเพ่ยเพ่ยไปห้องเครื่อง องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียน จิตใจท่านทำด้วยอะไร”เพ่ยเพ่ยที่นางรักน
‘ท่านป้าช่างเลือกนัก สมแล้วที่เลือกองค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนให้ข้า’แต่เพียงครู่เดียวร่างน้อยก็กรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อองค์ชายรองโยนร่างบอบบางราวกับตุ๊กตาจีนเคลือบไปบนเตียง เกือบจะทับกับเพ่ยเพ่ยที่กระโดดหลบแทบไม่ทัน‘องค์ชายรองช่างร้อนแรงนัก’แม้องค์หญิงจะเจ็บร้าวไปทั่วพระวรกายแต่ยังฉีกยิ้มอ่อนหวานมอบให้กับบุรุษรูปที่นางหลงใหลเพียงแต่ว่าเวลานี้เจิ้งอี้เหยียนไม่แย้มยิ้มเช่นเคย ร่างกำยำย่างสามขุมเข้ามาที่เตียง“องค์ชายรองจะทำอะไรเพคะ”หากเขาจะล่วงเกินนาง นางก็พร้อมจะยอม...สีหน้าไม่พอใจมองไปที่เพ่ยเพ่ย “ใครใช้ให้เอาสุนัขขึ้นมาบนเตียงนอนข้า ไม่รู้หรือไงข้าแพ้ขนสัตว์ ไม่ชอบกลิ่นเหม็น” อันที่จริงแม้แต่หญ้าที่หยาบที่สุดพระองค์ก็นอนทับมันได้ ต่อให้เป็นดินแข็งแห้ง แผ่นหลังของบุรุษผู้นี้ก็ไม่เคยรังเกียจ“เพ่ยเพ่ย เป็นสุนัขของหม่อมฉันเพคะ”“เป็นขององค์หญิงเองถ้าเช่นนั้นเราคงจะมีความชอบตรงกัน ข้าก็ชอบสุนัข”โต้วเฟยเซียนมองด้วยสายตางงงันเมื่อครู่องค์ชายรองย
“ครั้งนี้ข้าอภัย เป็นเพราะข้ารีบเร่งยัดเยียดวิชาความรู้ให้เจ้ามากเกินไป เจ้าคงฝึกหนักแล้วกดดันถึงคิดปรุงยาขึ้นมาทำร้ายอาจารย์”ฮุ่ยชิงไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา นางละอายใจที่ทำแบบนั้นกับสามี เขาดีกับนางทุกเรื่อง แค่ใช้งานนางหนักไปหน่อยยามกลางคืน“ข้าขอโทษเจ้าค่ะ”
จะว่าเขาล่อหลอกนางขึ้นเตียงก็ไม่ถูกนัก เรื่องเทพเซียนในการฝังเข็มก็เขาอีกนั่นแหละ จะว่าเขาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มคนหนึ่งคงไม่เกินเลยนัก หมอหลวงที่รักษาอาการประชวรของฮ่องเต้เป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาการฝังเข็มให้เขา ตอนที่ท่านอาจารย์ป่วยเขายังเคยถวายการรับใช้เสด็จพ่อด้วยการฝังเข็มกระตุ้
สำนักคุ้มภัยเป่าจินจงภายนอกดูสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ภายในวุ่นวายราวกับมีมดงานเดินวุ่นกันให้พล่าน หยางต้าหลงนั่งอ่านตำราอยู่ภายในห้องทำงาน เขายกน้ำชาขึ้นจิบอ่านตำราไปพลางขบคิดเรื่องราวมากมาย“ท่านประมุข ฮูหยินผู้เฒ่าให้ข้ามาถามว่าชุดในงานมงคลของท่านสวมใส
บ่าวชายหลายคนที่มาใหม่และที่ยืนอยู่เก่าก่อนตรงประตูจวนไม่แน่ใจแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เพราะเมื่อครู่ก็เห็นว่าฮูหยินใหญ่ยืนขับไล่พวกส่งของหมั้นอยู่ แต่บ่าวพวกนี้ก็ไม่รู้ว่าที่แท้แล้วมีคนส่งของหมั้นสองขบวน พวกเขาคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงปิดประตูไว้ไม่ยอมเปิดผ่านไปสองเค่อ หม่าอี้หวาก็หันไปหาสาวใช้“ทำไ









![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://yfbwww.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

