Masukทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่สถานะเป็นเพียงแค่…เพื่อนสนิท เท่านั้น “เพื่อนกัน เขาไม่หวงกันหรอกนะเว้ย!” “แล้วเพื่อนที่ไหนเขาเอากันวะ”
Lihat lebih banyakกริ๊ง!!
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผิงผิง หรือ ฌาณิดา ยื่นมือออกจากผ้าห่มช้าๆ พลางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย “ฮัลโหล…” ทว่าเธอยังไม่ทันพูดจบประโยคดี ฐิติกา คุณแม่ของเธอก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อน (ผิงตื่นได้แล้วลูก วันนี้ไปเรียนวันแรกนะ) สิ้นเสียงปลายสาย คนตัวเล็กก็เบิกตากว้างทันที พร้อมอุทานออกมาด้วยความตกใจ “อร้าย! หนูลืมตั้งปลุกค่ะแม่ แค่นี้ก่อนนะคะ” พูดจบ เธอก็กดวางสายอย่างรวดเร็ว พลางลุกลงจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยท่าทางลนลาน เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกของการเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ สำหรับเธอที่เพิ่งย้ายเข้ามากลางเทอม กลับเริ่มต้นด้วยความโกลาหล หญิงสาวใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ตอนนี้เธออยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว มัดผมขึ้นลวกๆ แต่งหน้าโทนอ่อน ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นพาดบ่า แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากห้องด้วยความเร่งรีบ ผิงผิงนั่งวินมอเตอร์ไซค์ที่แวะส่งผู้โดยสารอยู่หน้าคอนโด มุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยทันที “พี่คะ จอดตรงป้ายหน้ามหาวิทยาลัยนะคะ” เธอเอ่ยบอกคนขับด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมกับล้วงมือหยิบธนบัตรสีเขียวขึ้นมาสองใบ เมื่อรถชะลอและจอดสนิท คนขับจึงหันมาพูดกับเธอ “สี่สิบบาทครับ” คนตัวเล็กก้าวลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว พลางยิ้มบางๆ แล้วยื่นเงินให้กับเขา “พอดีเลย ขอบคุณนะคะ” พูดจบ เธอจึงรีบหมุนตัวเดินเข้าไปยังมหาวิทยาลัยอย่างไม่รีรอ อีกฟากฝั่ง ช็อปเปอร์ หรือ ปภินวิช ยืนอยู่ข้างรถบิ๊กไบค์คู่ใจตรงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย MRT หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น แววตาแข็งกร้าวจับจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ “เลิกก็คือเลิก หยุดทำตัวน่ารำคาญสักทีดิ๊” พูดจบ เขาก็หันหลังเตรียมตัวคร่อมรถบิ๊กไบค์ ทว่าอีกฝ่ายกลับพุ่งเข้ามากอดเขาจากด้านหลังเอาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “เค้กขอโทษ…เค้กบล็อกมันไปแล้ว เปอร์กลับมาคบกับเค้กนะ” ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางแกะมือของแฟนเก่าออกจากตัวอย่างไม่ลังเล ดวงตาคมกริบหันกลับมามองเธอตรงๆ สีหน้าฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจน “พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยดิ๊ เลิกก็คือเลิกดิวะ” “แต่เค้กไม่อยากเลิก เค้กรักเปอร์นะ” เธอพูดเสียงสั่น ดวงตาแดงก่ำราวกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ในจังหวะที่ช็อปเปอร์เบือนหน้าไปอีกทางด้วยความเหนื่อยหน่าย นัยน์ตาคมกลับเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังเดินผ่านมาพอดี ทันใดนั้น เขาก็คว้าแขนของเธอรั้งเข้ามาโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ร่างบางเซถลามาชนแผงอกแกร่งอย่างจัง “อ๊ะ!” ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พลางเงยหน้าขึ้นมองคนที่จับแขนเธอไว้แน่น สายตาของทั้งคู่ประสานกันอยู่ชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ตุบตับ…ตุบตับ… อีกฝ่ายมีใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับโครงหน้าชัดเจน ใส่จิลตรงคิ้วให้ลุคที่ดูดิบเท่ ต่างหูไม้กางเขนที่ห้อยลงมาช่วยให้ดูโดดเด่นสะดุดตา หนำซ้ำเขายังใส่เสื้อช็อปวิศวะสีแดง ยิ่งเสริมให้ดูมีเสน่ห์ในแบบที่ใครก็ยากจะละสายตา ช็อปเปอร์หลบสายตาของคนในอ้อมแขน พลางโอบไหล่เธอแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นี่แฟนใหม่ฉัน เลิกตามตอแยสักที ยังไงฉันก็ไม่กลับไปคบกับเธอ” สิ้นเสียงทุ้ม เค้กก็ได้แต่ยื่นนิ่ง หยาดน้ำตาร่วงหล่นออกมาโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้ ผิงผิงกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ ทว่าคนตัวสูงกลับกระชากแขนเธอไปยังรถบิ๊กไบค์ ก่อนจะสั่งเสียงเข้ม “ขึ้นรถ” “ไม่…” เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างบางก็ถูกอุ้มขึ้นไปนั่งบนบิ๊กไบค์อย่างง่ายดาย “ว้ายยย!!” ผิงผิงยังไม่ทันได้ตั้งตัว อีกฝ่ายก็บิดคันเร่งพุ่งเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยทันที ช็อปเปอร์คว้ามือคนด้านหลังกอดเอวตัวเองเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะพลัดตกรถ ทันใดนั้น หญิงสาวก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยายามดึงมือตัวเองออก แล้วจับชายเสื้อเขาไว้เบาๆ แทน “นายไม่สงสารแฟนเหรอ เธอร้องไห้ด้วยนะ” เธอพูดเสียงแผ่ว คำพูดนั้น ทำเอาเขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะถามกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “เรียนคณะไหน” “วิศวะเครื่องกล” เธอตอบกลับทันควัน ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “หึ! เรียนเครื่องกล…หรือแฟนอยู่เครื่องกล เอาดีๆ” เพราะเขาเองก็เรียนวิศวะเครื่องกลเหมือนกัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อนเลย “ฉันเพิ่งย้ายมาอะ มาเรียนวันนี้วันแรก” ผิงผิงตอบ ช็อปเปอร์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะตอบสั้นๆ โดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม “อืม” “แล้วนายเรียนคณะอะไร” เธอย้อนถามกลับเสียงใส “เหมือนกัน” เขาตอบเรียบๆ ทันใดนั้น ผิงผิงก็เบิกตากว้าง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงดิ งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันไหม” “ไม่!” เขาปฏิเสธทันควัน สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อรองอย่างไม่ยอมแพ้ “งั้นฉันจะไปบอกแฟนเก่านายว่านายโกหก นายไม่ได้มีแฟน เธอจะได้มาตามตื๊อต่อ…ชุดนักศึกษาของแฟนนาย คือมหาลัยเก่าฉันเอง” เธอว่า ช็อปเปอร์ขับรถต่อไปเงียบๆ โดยไม่ตอบอะไร “ว่าไง จะให้ฉันเป็นเพื่อนปะ” เธอถามย้ำ เมื่อรถจอดสนิทข้างตึกวิศวกรรมศาสตร์ “ลง ถึงแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ พร้อมก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอช้า ผิงผิงรีบเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปภายในตัวอาคารทันที “ให้ฉันเป็นเพื่อนด้วยนะ ฉันตั้งใจเรียนมากเลย เดี๋ยวให้ลอกข้อสอบด้วยก็ได้” เธอยังคงพูดไม่หยุด จนกระทั่งถึงห้องเรียน คนตัวเล็กยังคงเดินตามช็อปเปอร์เข้าไป แล้วเห็นเขานั่งลงข้างกลุ่มเพื่อน เธอจึงพูดขึ้นอย่างเง้างอน “นายโคตรใจร้ายเลย คอยดูนะ...ฉันจะไปบอกแฟนเก่านาย” “ตามใจ” เขาตอบสั้นๆ ทันใดนั้น ไต้ฝุ่นที่นั่งข้างช็อปเปอร์ก็หันมาเอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงสงสัย “ใครวะ?” ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตอบอะไร ร่างบางก็รีบพุ่งเข้าไปแนะนำตัวเองทันที “ฉันเป็นเพื่อนใหม่เขา ชื่อผิงผิงนะ” คำพูดนั้น ทำให้ไต้ฝุ่นเหลือบไปมองหน้าช็อปเปอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “อ๋อ...เราไต้ฝุ่น ส่วนนี่เพลิงกัลป์” “ยินดีที่ได้รู้จักนะ ตรงนั้นว่างไหมอะ” เธอเอ่ยถาม พลางชี้นิ้วไปยังที่นั่งข้างเพลิงกัลป์ “ว่าง มานั่งดิ” เพลิงกัลป์ตอบ คนตัวเล็กยิ้มบางๆ พลางก้าวเดินเข้าไป ทว่าจู่ๆ แขนเรียวกลับถูกใครบางคนรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็ว หมับ!! “นั่งตรงนี้” ช็อปเปอร์พูด พร้อมมองไปยังเก้าอี้ข้างตน “อือ” ผิงผิงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงข้างเขาโดยไม่พูดอะไรสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว





