تسجيل الدخولจากปลัดปากจัดกลายเป็นปลัดคลั่งรัก ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งอยากปกป้อง จนทั้งอำเภอลือกันสนั่นว่า “ไอ้ปลัดนั่นน่ะ…มันหลงยัยอวบคนนั้นยิ่งกว่าอะไรดี”
عرض المزيدครั้งแรกที่เห็นเธอ
เช้าตรู่ของอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในหุบเขา หมอกบาง ๆ ลอยคลออยู่เหนือทุ่งนาสีเขียวเข้ม กลิ่นดินชื้นจากฝนเมื่อคืนอบอวลไปทั่วอากาศ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงมอเตอร์ไซค์คันเก่า ๆ ที่ชาวบ้านทยอยขี่ไปตลาดเช้า เป็นภาพความคึกคักที่คุ้นตาของคนที่นี่มานานหลายปี
แต่สำหรับ ปลัดกุลเชษฐ์ ภัทรนันท์ หรือเรียกสั้น ๆว่า ปลัดเชษฐ์ คนที่เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้ไม่กี่สัปดาห์ ทุกอย่างยังใหม่ไปหมด
ตั้งแต่ถนนลูกรังคดเคี้ยว ไปจนถึงเสียงทักทายตามรายทางของคนท้องถิ่นที่ชอบพูดเสียงดังฟังชัดราวกับเกรงว่าเขาจะไม่ได้ยิน
เชษฐ์เป็นชายวัยสามสิบสอง สูงโปร่ง ผิวสีแทนแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดวงตาเรียบนิ่งและคมจนหลายคนเผลอกลัว
ถึงบุคลิกจะดูสุขุม เคร่งครัด และพูดจาตรงจนบางทีกระแทกใจเกินไป แต่คนที่ทำงานกับเขารู้ดี เขาไม่ได้เป็นคนเย็นชา เขาแค่ไม่ค่อยรู้วิธีแสดงออกแบบอ่อนหวานเหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง
ในตำแหน่งปลัดใหม่ เขามักเริ่มงานแต่เช้า ออกตรวจพื้นที่ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่เพราะชอบความเป็นระเบียบ แต่เพราะเขามีความตั้งใจจริงที่จะดูแลชุมชนนี้ให้ดีที่สุด เหมือนที่ครอบครัวความเป็น “ภัทรนันท์” สอนมาแต่เด็กว่า “ทำอะไรต้องรอบคอบ และต้องรับผิดชอบในทุกคำพูดของตัวเอง”
วันนี้ก็เช่นกัน เชษฐ์เดินในตลาดเช้าพร้อมสมุดบันทึกเล่มเล็ก เขาตั้งใจลงพื้นที่ตรวจดูความเรียบร้อยของผู้ค้า หลังจากมีรายงานเรื่องเด็กวัยรุ่นบางคนก่อกวนแม่ค้าในตลาดช่วงวันหยุดที่ผ่านมา
เขากำลังก้มลงดูสภาพพื้นตลาดที่ลื่นจากน้ำฝน ยังไม่ทันจะคิดอะไร เสียงล้อเลียนทุ้ม ๆ ของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้น
“โอ๊ยยย มาแล้ว ๆ แม่ค้าคนสวยไขมันเยอะของตลาดเรา! ระวังเดินสะดุดไขมันตัวเองนะพี่ลิน~”
เสียงหัวเราะดังตามมาเป็นชุด
เชษฐ์เงยหน้าเพราะไม่ชอบใจตั้งแต่คำแรกที่ได้ยิน และนั่นเอง…ที่เขาเห็นเธอครั้งแรก
หญิงสาวร่างอวบ ผิวขาวนวลเหมือนน้ำนมอ่อน ๆ ใบหน้ากลมใสมีแก้มแดงระเรื่อเพราะทั้งเหนื่อยและอาย ดวงตาทอประกายอ่อนโยนแต่แฝงความเศร้าเหมือนกำลังกลืนน้ำตา
เธอก้มหน้าลงต่ำจนผมยาวสีน้ำตาลเข้มปิดแก้มไว้ครึ่งหนึ่ง เสื้อผ้าก็ธรรมดา เสื้อยืดสีซีด กระโปรงผ้าถุงลายเรียบ และผ้ากันเปื้อนเก่าที่มีรอยดินติดนิดหน่อย
เธอใช้สองมือกำชายเสื้อแน่นอย่างพยายามกลั้นตัวเองไม่ให้ร้องโต้ตอบ
ลิน ธิดาลิน ไพศาลกิจ
ลูกสาวกำนันผู้ล่วงลับ ที่ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่หนึ่งคน
เด็กสาวที่ต้องตื่นตีสี่ทุกเช้าเพื่อเก็บไข่ไก่ เด็ดผักหลังบ้าน แล้วเอามาขายที่ตลาด
เด็กสาวที่ชาวบ้านบางคนล้อเรื่องรูปร่างจน “ชินชา” แต่ไม่เคยชินกับความเจ็บในใจเลยแม้สักครั้งเดียว คนตรงหน้าปลัดเชษฐ์…คือเธอคนนั้น
ภาพแรกที่เห็นนั้นทำให้หัวใจเขาหยุดไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะเธอสวยแบบคนในเมืองแต่เพราะเธอมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เขาดึงสายตากลับไม่ได้
…ทว่าอารมณ์แรกที่เด่นชัดกลับเป็น “หงุดหงิด”
“โดนล้อก็เงียบ?” เขาคิด “ทำไมไม่สู้เขาบ้าง?”
เด็กพวกนั้นยังไม่หยุดแค่นั้น
“พี่ลินจ๋า ขายผักหรือขายไขมันตัวเองล่ะเนี่ย~”
เสียงหัวเราะดังเหมือนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี
เชษฐ์ขบกรามแน่น สองขาเดินเข้าไปโดยไม่รู้ตัวจนกลุ่มเด็กวัยรุ่นเห็นเขาพอดี
“เอ่อ…ปลัดมาเหรอครับ!”
“ผะ…ผมไม่ได้ทำอะไรนะ!”
พวกนั้นรีบแตกฮือออกเหมือนโดนลมพายุพัด เชษฐ์ยังคงยืนขวางหน้าลินอยู่ น้ำเสียงเขาต่ำและเฉียบจนทำตลาดนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ตลาดไว้ขายของ ไม่ใช่ที่ให้พวกเธอมาก่อกวนคนอื่น ถ้าเห็นอีก…ผมจัดการตามกฎหมาย”
เด็กพวกนั้นพูดไม่ออก ทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ แล้วรีบหายไปจากสายตาทั้งหมด
เชษฐ์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหันกลับมาหาเธอ
ลินยังคงก้มหน้า ไหล่สั่นเล็กน้อย มือกำกระโปรงผ้าถุงแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ก็พยายามไม่ให้มันไหลออกมา
เขาเงียบไปวินาทีหนึ่งก่อนพูดออกไป
…แต่ประโยคที่หลุดออกมามันไม่ใช่คำปลอบใจอย่างที่ใจเขาต้องการ
“ทำไมปล่อยให้เขาล้ออยู่แบบนั้น” เขาพูดเสียงนิ่ง
“เด็กผู้หญิงอะไร…โดนล้อก็ยืนก้มหน้า ไม่เถียงสักคำ น่าหงุดหงิดชะมัด”
ลินสะดุ้ง
เงยหน้าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหลบสายตาอีกครั้ง
“ละ…ลินไม่ได้อยากมีเรื่องค่ะปลัด”
เสียงเธอเบาเหมือนคนไม่มั่นใจในตัวเอง
“เขาล้อมาตลอด ลินก็เลย…ชินแล้วค่ะ”
คำว่า “ชินแล้ว” ทำให้เชษฐ์เงียบไปทันที ความรู้สึกบางอย่างจุกขึ้นมาที่อก คนแบบนี้…เขาเคยเจอเยอะ แต่ไม่เคยรู้สึกอยากปกป้องใครเท่านี้มาก่อน
แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังทำงานแบบปากปลัดเชษฐ์อยู่ดี
“หัดสู้บ้างก็ดี คนแบบเธอ ปล่อยให้ใครว่าก็โดนย่ำยีไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ”
ลินเม้มปากแน่น เธอไม่ได้โกรธแต่คำของเขาเหมือนกดซ้ำลงไปบนแผลใจที่อยู่กับเธอมานาน
เชษฐ์สังเกตเห็นแววตาเจ็บแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะก้มหน้าหนี เขารู้ทันทีว่า…ตัวเองพูดแรงเกินไป
เขาถอนหายใจเบามาก จนแทบไม่ได้ยิน จากนั้นก็เปลี่ยนไปถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“นี่…ขายผักทุกวันเหรอ”
ลินพยักหน้า
“ค่ะ ลินต้องตื่นตีห้าครึ่ง…เก็บไข่ เก็บผักค่ะ แล้วก็เอามาขายตอนเช้า แล้วตอนเย็นขายอีกรอบค่ะ”
เชษฐ์เลิกคิ้วนิด ๆ
เขาเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้แค่ใจดี แต่ยัง…ขยันจนเขาเริ่มนับถือ
“เรียนจบอะไร” เขาถามต่อ
“ปวส.ค่ะ ลินอ่านหนังสือเตรียมสอบราชการด้วย แต่…ยังไม่ค่อยเก่งค่ะ ก็เลยพยายามอยู่”
เชษฐ์นิ่งไปอึดใจหนึ่ง บางอย่างในตัวเขาอ่อนลงอย่างประหลาดเพราะเขารู้ว่าเส้นทางราชการไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่สำหรับคนที่ไม่มีใครสนับสนุน
เธอดู…ตัวเล็กสำหรับเขา อ่อนโยนแต่มีความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ซ่อนอยู่
ดวงตาเชษฐ์จับจ้องเธอโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง มองนานเกินไปจนลินเริ่มทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ…ปลัดจะซื้อผักเหรอคะ”
คำถามนั้นทำให้เชษฐ์รู้ตัวรีบเบือนหน้า
“ก็…ใช่” เขาตอบเสียงเรียบ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยสักนิด
“มีอะไรขายบ้าง”
ลินยิ้มบาง ๆ อย่างเกรงใจ
ก่อนชี้ให้ดูตะกร้าผักตัดสดที่เพิ่งเก็บเมื่อเช้า
“มีผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง แล้วก็ไข่ไก่ค่ะ สดมากนะคะ”
เชษฐ์ไม่ได้สนใจว่าผักสดหรือไม่ เขาแค่ไม่อยากให้เธอมองตัวเองต่ำกว่าใครอีกแล้ว
“ผมเอาหมดนี่แหละ” เขาว่า
ลินเงยหน้าขึ้น ตาเบิกกว้างเล็กน้อย
“เอ่อ…ปลัดจะเอาหมดเลยเหรอคะ มันเยอะนะคะ”
“ก็ผมบอกว่าเอาหมด” เขาตอบเสียงนิ่ง
“หรือจะให้ผมพูดย้ำ”
ลินส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่ค่ะ ๆ ขอบคุณมากนะคะ”
ตอนเธอเงยหน้ายิ้มขอบคุณ…แก้มแดง ๆ กับรอยยิ้มเขิน ๆ นั้นทำเชษฐ์เผลอมองค้างไปอีกทีต่ออีกที
และเขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเอง…เต้นแปลกไปนิดหนึ่ง ไม่นิดด้วย แปลกมากทีเดียว
เขารีบหันหนีแล้วพูดราวกับกำลังกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“ไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวตลาดคนเยอะ เดี๋ยวโดนใครมาว่าอีก”
ลินพยักหน้า
“ค่ะ ลินจะรีบทำค่ะ ขอบคุณปลัดมากเลยนะคะ”
เชษฐ์อยากตอบแบบสุภาพ
แต่สุดท้าย…สิ่งที่หลุดออกมาคือประโยคแบบปลัดเชษฐ์อีกแล้ว
“…ก็ทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าไปให้ใครว่าได้อีก”
ลินหัวเราะเบา ๆ เหมือนชินแล้วกับความปากร้ายของเขา และเป็นอีกครั้งที่เชษฐ์รู้สึกว่าเสียงหัวเราะแบบนี้…ฟังแล้วสบายหูผิดปกติ
เขาเดินออกจากแผงผักอย่างนิ่ง ๆ แต่หัวใจยังติดอยู่ตรงนั้นเต็ม ๆ
ขาก้าวออกมาได้ไม่กี่ก้าว เขาก็รู้ตัวว่า…กำลังแอบมองเธออยู่อีกครั้ง
ตอนเธอก้มจัดผัก จัดไข่
ตอนเธอปัดปอยผมออกจากหน้า
ตอนเธอยิ้มให้ลูกค้า
เขามองจนรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง
“ผู้หญิงอะไร…น่าหงุดหงิดจริง ๆ” เขาบ่นพึมพำ แต่ปลายประโยคที่เผลอหลุดออกมาในใจเบา ๆ คือ น่ามองชะมัด
และนั่น…คือครั้งแรกที่ปลัดเชษฐ์เห็นเธอ ครั้งแรกที่บางอย่างในหัวใจเขาเริ่มขยับ ครั้งแรกที่เขาไม่อาจละสายตาจากผู้หญิงคนหนึ่งได้
เบอร์โทรที่ไม่มีหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว…แต่วิถีชีวิตของลินยังเหมือนเดิมทุกเช้าค่ำ ตื่นตีห้าครึ่ง เก็บผัก เก็บไข่หลังบ้าน ขายของที่ตลาดตามปกติ ช่วยงานร้านป้าใจช่วงเที่ยงและตอนเย็นก็ยังต้องขายของอีกรอบแต่วันนี้…วันนี้คือวันจันทร์เป็นวันที่ตลาดหยุดขายของ ลินจึงทำงานแค่ที่ร้านป้าใจเท่านั้น แม้จะไม่มีตลาด แต่เธอก็ตั้งใจช่วยงานร้านไม่ต่างจากทุกวันป้าใจกับลุงผู้ใหญ่บ้านก็เอ็นดูเธอเสมอ เพราะรู้ว่าลินลำบากและขยันจนเกินเด็กวัยเดียวกันช่วงเที่ยงวันนี้ร้านคึกคักกว่าปกติเพราะพี่ ๆ เจ้าหน้าที่จากอำเภอมานั่งกินข้าวที่ร้านแทนการสั่งให้ลินไปส่งเหมือนทุกวัน“ลิน~ ทำต้มจืดให้พี่ด้วยน้า”
เงียบเกินไปตลาดเย็นวันนี้คึกคักกว่าปกติ ลินยืนขายผักอยู่ที่แผงเล็ก ๆ ของลุงผู้ใหญ่บ้านที่ให้เธอใช้วางของฟรีมาตลอด ปี๊บเหล็กใบเดิมถูกเปิดออกพร้อมผักคะน้า กวางตุ้ง มะเขือ พริก และไข่ไก่บ้านที่เธอช่วยเก็บจากเล้าเมื่อช่วงสายทุกอย่างมีกลิ่นดิน กลิ่นฟางที่คุ้นชิน เธอคุ้นกับเสียงแม่ค้าแผดลั่นเป็นประจำ คุ้นกับเสียงเด็กวิ่งไล่กันจนฝุ่นคละคลุ้ง และคุ้นกับความพยายามทำตัวร่าเริงแม้ในใจจะอ่อนล้าแค่ไหนก็ตาม“ลินจ๊ะ ไข่เบอร์สี่แผงหนึ่งเอามาให้ป้าหน่อย”เสียงป้าข้างร้านเอ่ยขึ้น“ได้ค่ะป้า รอแป๊บหนึ่งนะคะ”ลินยื่นไข่ไปพร้อมรอยยิ้มที่ตั้งใจให้สดใสที่สุด แม้ว่าเมื่อยแก้มแทบจะแข็งก็ตาม เธอขายของไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือดหมูขลับจาง ๆ ความวุ่นวายก็เบาลงตามเวลาแต่ระหว่างที่เธอกำลังนับเงินในกล่องกระดาษเก่า ๆ ดวงตาเธอก็อดผละไปทางถนนใหญ่มิได้… เธอนึกถึงปลัดเชษฐ์ภาพเขาเอามือไขว้หลังยืนอยู่หน้าห้องทำงาน สายตาเย็นชาแต่พรั่งด้วยความหมายที่อ่านไม่ออกยังติดอยู่ในหัว"มาทำอะไรที่นี่?"เสียงเขาในตอนกลางวันยังดังก้องในหูทั้งที่เขาน่าจะไม่สนใจเธอเลย ทั้งที่เขามองเธอเหมือนเด็กที่ต้องดุ แต่ในแววตา
สายตาที่ไม่อยากปล่อยไปลมสายก่อนเที่ยงพัดลอดหน้าต่างกระจกของว่าการอำเภอเข้ามาปะทะใบหน้า ปลัดเชษฐ์ยืดตัวหลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร สีหน้านิ่งขรึมแบบคนที่ตั้งใจทำงานหนัก แต่ข้างในกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาดตั้งแต่เมื่อเช้าเขาไม่อยากยอมรับกับตัวเองนักว่า…มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตั้งแต่เผลอนึกถึง “ผู้หญิงคนนั้น” อีกครั้งภาพเด็กสาวอวบผิวขาวนวลที่ยืนเก็บผักอยู่หลังบ้านเมื่อวานยังติดตาเขาอยู่ ลิน ธิดาลิน ไพศาลกิจเธอก้มหน้าเหมือนกลัวโลกทั้งใบ เหมือนขอโทษทุกลมหายใจ เหมือนคนที่ถูกกดทับจนความมั่นใจแทบไม่เหลือเขาไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงทำให้เขาหงุดหงิดขนาดนั้น ทำไมยัยเด็กคนนั้นถึงทำให้ฉันคิดมากได้ขนาดนี้วะ…ปลัดเชษฐ์ถอนหายใจแล้วดันเอกสารเพิ่มเข้าแฟ้ม พยายามดึงความคิดกลับมาที่งานตรงหน้า แต่เสียงพูดคุยด้านนอกก็ทำให้เขาชะงัก“ลินมาแล้วเหรอ ไปเก็บไว้ให้พี่หน่อยนะ”“ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวลินยกเข้าไปให้ถึงโต๊ะเลยค่ะ”เสียงหวาน ๆ นั้น… เขาจำได้ทันทีเชษฐ์ก้มหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองเงี่ยหูฟัง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนสายตาไปทางประตูห้องทำงานที่แง้มไว้เล็กน้อย และแน่นอนเธออยู่ตรงนั้นลินใ
ครั้งแรกที่เห็นเธอ 2เช้าวันถัดมา บ้านไพศาลกิจเสียงไก่ขันตอนตีห้าครึ่งปลุกลินให้ลืมตาช้า ๆ ความปวดเมื่อยจากเมื่อวานยังจับตัวทั่วแขนขาแต่เธอก็ลุกจากที่นอนบาง ๆ แล้วพับผ้าห่มวันนี้มีผักค้างแปลง ต้องรีบตัดไปขายตอนเช้า อีกอย่าง…เธอต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบด้วย ถ้าจัดการทุกอย่างเช้า ๆ จะมีเวลามากกว่าเดิมสักชั่วโมงสองชั่วโมงลินผูกผมขึ้น สวมผ้ากันเปื้อนเก่า ๆ และเดินออกหลังบ้านเงียบ ๆหลังบ้านไพศาลกิจมีเล้าไก่และแปลงผักเล็ก ๆ ซึ่งถ้าจะเรียกว่าสวนก็ดูจะเกินจริงเป็นแค่พื้นที่แคบ ๆ ที่เธอเก็บไว้ปลูกผักพื้นบ้าน ยอดฟักทอง มะเขือ ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ทุกต้นเป็นผักที่เธอเป็นคนดูแลทั้งหมดมืออวบขาวที่มีรอยขีดข่วนบาง ๆ จากกิ่งไม้ยังคงทำงานไม่หยุดเก็บไข่เรียงในตะกร้าตัดถั่วอย่างชำนานเตรียมถังน้ำล้างผักเธอทำทุกอย่างอย่างเงียบงัน…จนกระทั่งได้ยินเสียงแม่เลี้ยงลอดจากในครัว“ยัยลิน! แกอย่าลืมเอาไข่ไปให้ร้านพี่เดือนด้วยนะ! ค้างอยู่ตั้งสิบฟอง!”“ค่ะแม่”“แล้วก็อย่าให้ผักเหี่ยว! ลูกค้าบ่นเมื่อวานนะ!”“ค่ะ…”เสียงตอบเบา ๆ ของลินไม่ทำให้ในบ้านสงบลงกลับมีเสียงบ่นเสียงดุสลับกันไปมาแต่อย่างน้อย…วันนี้เธอมีเวล





