ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

ลุงเหมือง ภารโรงพันล้าน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-12
โดย:  Bosskerrจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
32บท
1.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ใครจะคิดว่าแค่มะเขือเทศที่ปลูกเอาไว้เก็บกิน จะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จากภารโรงประจำโรงเรียนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก กลับถูกมะเขือเทศนำพาให้กลายมาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกมะเขือเทศรายใหญ่ ระดับพันล้าน ที่มีผู้คนรู้จักมากมาย!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ

"Ini uang gajiku selama sebulan penuh, Kuberikan semuanya tanpa sisa. Janji jangan meminta lagi. Sebab, ini nafkah terakhir yang aku berikan. Maaf Alina, aku menjatuhkan talak atas dirimu saat ini juga."

Tak ada yang bisa menarik kata-kata itu di tengah suasana yang sebelumnya terlihat biasa saja. Meluncur bak anak panah terlepas dari busurnya. Alina, tak mampu lagi menopang bobot tubuhnya. Semula duduk di tepi ranjang, perlahan meluruh ke lantai. 

"Tapi kenapa, Mas? Dosa sebesar apa yang sudah aku lakukan?"

Air mata terus mengucur tiada henti. Ia tak menyangka jika lelaki yang ia bangga-banggakan dihadapan teman-teman telah memberi jalan hidup tanpa pilihan. Tanpa sadar, amlop yang ada di tangannya terlepas. Siapa sangka jika gaji yang diberikan oleh Fatih merupakan nafkah terakhir.

"Tidak ada, Al. Tak ada yang salah darimu. Hanya saja, aku tidak tega melihat kamu dan ibuku terus bertengkar setipa harinya."

"Hanya karena itukah kamu menjatuhkan talak? Masalah sepele seperti itukah?"

"Bagiku ini masalah yang rumit, Al. Kamu nggak tau, betapa ibu sangat menyayangi kamu sejak awal, padahal pernikahan kita hanya sebuah kebetulan."

"Aku gak terima. Mestinya, Mas bilang dulu kesalahanku sebelumnya, supaya aku bisa berubah. Gak bisa seperti ini, Mas."

"Maaf, Al. Aku tak bisa lagi. Mempertahankan kamu sama dengan mengabaikan ibu. Kalian tidak bisa akur, selamanya tidak akan bisa."

"Mas!" Alina menarik lengan Fatih agar tetap duduk di sisinya.

"Maaf, Al. Aku tidak bisa lagi. Maaf!" Fatih menggenggam jemari Alina, dan memgembalikan ke pangkuan wanita yang sudah dinikahi selama enam bulan itu dengan hati yang sangat perih.

"Mas ...!" Bahkan teriakan istrinya tidak mampu lagi menghentikan langkahnya yang sudah pasti. 

Keinginan menceraikan Alina sudah terbersit sejak dua bulan lalu. Ketika Meri, ibunda Fatih selalu mengeluhkan kondisi keuangan rumah yang morat-marit setelah dipegang oleh menantunya, Alina.

Ketidakmampuan Alina mengelola uang milik Fatih menjadikan Meri selalu uring-uringan. Menasehati Alina juga percuma. Sebab, Alina selalu bisa memberikan alasan yang masuk akal perihal kemana larinya uang yang diberikan Fatih. Tak jarang, Meri mendatangi kantor Fatih, hanya untuk sekadar meminta uang untuk membeli susu. 

Awalnya, Fatih memaklumi tindakan sang istri sebagai wujud kehati-hatian dalam mengelola uang yang diamanahkan kepadanya, tetapi, lambat laun, Alina tidak lagi memberikan bagian uang belanja untuk ibunya.

*

"Mas mau ke mana?" tanya Alina ketika pagi menjelang, Fatih pulang dan langsung memasukkan pakaian ke dalam koper.

"Mas semalam nggak pulang. Kenapa tiba-tiba pulang dan mau pergi lagi bawa baju sebanyak ini?" Alina terus memberondong dengan pertanyaan-pertanyaan, tetapi Fatih tetap bergeming. Alina menyekal lengan Fatih agar menghentikan aksinya.

"Mas--"

"Hentikan, Al!" bentak Ilham. Alina terkesiap. Sebelumnya, Fatih tidak pernah sekasar ini, walaupun pernikahan mereka tidak di dasari atas cinta.

"Ingat, kamu bukan lagi istriku."

"Astagfirullah, Mas ...."

"Aku ... aku akan menghindari kamu, Al."

"Apa maksudmu, Mas?"

"Aku tidak sanggup melihatmu keluar dari rumah ini, aku tidak tega. Maka, berdiamlah di sini sampai kamu benar-benar siap pergi. Selama itu juga, jangan berharap bisa menemuiku. Soal persidangan, akan aku urus tanpa merepotkan kamu."

Tak mampu berkata-kata lagi, cengkeraman tangan pada lengan Fatih mengendur bersamaan dengan tubuhnya yang merosot ke lantai.

"Mas ...."

Fatih sudah menutup mata dan hatinya untuk tidak memandang Alina. Ia menutup lemari, menyambar koper dan menariknya dengan segera melewati mantan istrinya yang tidak sanggup lagi berkata-kata.

Sementara Fatih terus mengayunkan kaki tanpa menoleh. Bagaimanapun, keputusan sudah diambil. Ia tak mungkin mempertahankan wanita yang tidak bisa menyayangi ibunya.

Saat menghidupkan mesin mobil, handphone di dalam saku jasnya berdering.

"Halo, Sayang. Aku sudah bersiap-siap. Aku langsung ke apartemen, ya?"

:

:

Next

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
32
บทที่ 1 ทำหน้าที่ด้วยใจ
ช่วงสายของทุกวันที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา หลังจากที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จเรียบร้อยและขึ้นเรียนกันแล้ว ลุงเหมือง ชายวัย 49 ปี ภารโรงประจำโรงเรียนแห่งนี้ก็จะทำงานของตนเองต่อไปอย่างขยันขันแข็ง วันนี้เองก็เช่นกัน ลุงเหมืองเดินถืออุปกรณ์สำหรับกวาดพื้นไปกวาดพื้นที่โรงประชุมของโรงเรียน ด้านหลังของโรงประชุมคือแปลงผักริมรั้วขนาดไม่ใหญ่มากที่ลุงเหมืองได้ปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กิน“บ้านดอนแดงพัฒนา” เป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 38 กิโลเมตร ในหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้อง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันดั่งน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อาชีพส่วนใหญ่ของคนในหมู่บ้านก็คือทำการเกษตรที่เน้นหนักไปที่การปลูกข้าวโรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนาเป็นโรงเรียนประจำชุมชนขนาดเล็ก ซึ่งมีตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้ว ก็จะไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่โรงเรียนในตัวอำเภอลุงเหมืองยืนกวาดพื้นโรงประชุม มือหนึ่งจับไม้กวาด มืออีกข้างจับที่ตักขยะ เขาเป็นภารโรงที่โรงเรียนแห่งนี้มา 12 ปีแล
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 เมล็ดพันธ์ที่กำลังเติบโต
ในเช้าวันเสาร์ที่แสนพิเศษ นอกจากจะเป็นวันหยุดแล้ว ในทุกวันเสาร์ ลุงเหมืองมักจะออกไปทุ่งนาในช่วงสายเพื่อหาปูหาปลา แต่วันนี้ในระหว่างที่เขาปั่นจักรยานไปทุ่งนานั้น ลุงเหมืองได้เจอกับครูแอ๋วระหว่างทาง “ครูแอ๋วจะไปไหนเหรอ” “อ้าว สวัสดีจ้ะลุงเหมือง ฉันเพิ่งกลับจากซื้อของน่ะ” “ตั้งแต่ลาออกไปไม่เจอกันนานเลยนะครูแอ๋ว ธุรกิจใหม่เป็นยังไงบ้าง” “วันนี้ร้านปิดเลยแวะมาบ้านจ้ะลุง ที่ร้านก็ดีนะลุง ร้านกาแฟคนเยอะดี ฉันว่าจะทำพวกเค้กเพิ่มด้วย เพราะเด็กนักเรียนชอบกัน” “ดี ๆ ๆ ขอให้ธุรกิจราบรื่น ร่ำรวยนะครูแอ๋ว” “ขอบคุณนะจ๊ะลุงเหมือง” ครูแอ๋วคือครูที่เคยสอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา ภายหลังได้ลาออกจากราชการไปเปิดร้านกาแฟในตัวอำเภอเพราะมองเห็นลู่ทางในการทำธุรกิจร้านกาแฟ “อ้อ ลุงเหมือง ตอนเย็นไปหาฉันที่บ้านหน่อยนะลุง พอดีว่าฉันเห็นลุงชอบปลูกผัก ฉันได้เมล็ดพันธ์มะเขือเทศมาน่ะ เลยว่าจะเอาให้ลุง เพราะอยู่กับฉันก็คงได้วางไว้เฉยๆ ฉันคงไม่ได้ปลูก กลัวเสียของ” “ได้เลยครูแอ๋ว เดี๋ยวตอนเย็นจะแวะ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 กลิ่นหอมในกล่องข้าว
เช้าวันพฤหัสบดี ลุงเหมืองตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวใส่ปิ่นโตเพื่อเอาไปกินที่โรงเรียนในช่วงพักกลางวัน เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ นั่นก็คือไข่เจียว แต่วันนี้ลุงเหมืองหั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงไปด้วย กลิ่นหอมของไข่เขียวใส่มะเขือเทศแดงหวานตะวันออกแตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ นี่เป็นสิ่งที่หาในมะเขือเทศตามตลาดไม่ได้ กลิ่นที่หอมชวนหิว และรสชาติที่หวานอร่อยอย่างลงตัว เมื่อทำอาหารใส่ปิ่นโตเสร็จเรียบร้อย ลุงเหมืองก็ปั่นจักรยานไปโรงเรียนตั้งแต่ 6 โมงเช้า เปิดห้องเรียน ปัดกวาดทำความสะอาดตามห้องเรียนและอาคารเรียน หลังเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ เด็ก ๆ เข้าเรียน ลุงเหมืองก็ไปเก็บกวาดเศษใบไม้ ตัดหญ้า เก็บขยะ เผาขยะตามที่เคยทำ วันนี้ที่โรงครัวของโรงเรียนทำเมนูต้มจืดและไข่เจียงเป็นอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ ในช่วงพักเที่ยง เด็ก ๆ ต่างมาเข้าแถวเข้ารับอาหารกลางวัน ส่วนลุงเหมืองก็มานั่งกินมื้อกลางวันกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นแบบนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน “ลุงเหมือง ไข่เจียวลุงหอมจัง” เด็กคนหนึ่งทำจมูกฟุดฟิดพลางยื่นหน้าเข้าไปทางปิ่นโตอาหารของลุงเหมือง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ตลาดนัดวันศุกร์
วันศุกร์สุดสัปดาห์ เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน ลุงเหมืองตื่นแต่เช้าอย่างกระปรี้กระเปร่า ปั่นจักรยานคู่ใจพร้อมปิ่นโตอาหารกลางวันไปโรงเรียนดั่งเช่นทุกวัน ชายวัยกลางคนไล่เดินเปิดห้องเรียนและห้องพักครูจนครบทุกห้อง จากนั้นก็ทำการปัดกวาดทำความสะอาด ในช่วงเวลาที่เด็กนักเรียนเข้าแถวเคารถธงชาติและทำกิจกรรมหน้าเสาธง ลุงเหมืองก็ไปรดน้ำผักที่แปลงผักหลังโรงประชุมก่อนที่จะมีเก็บกวาดขยะและใบไม้บริเวณโรงเรียน “ลุงเหมือง ฉันเห็นที่แปลงผักที่ลุงปลูกมีมะเขือเทศลูกใหญ่มากเลย วันนี้ฉันว่าจะทำผัดเปรี้ยวหวานให้เด็ก ๆ เป็นมื้อกลางวันน่ะ แต่มะเขือเทศที่ซื้อมาจากตลาดมันน้อย ฉันขอเก็บมะเขือเทศมาเพิ่มสักหน่อยนะลุง” “เออเอาสิ เอ็งเอากรรไกรไปตัดล่ะ อย่าเอามือเด็ด” “ได้จ้ะลุง ฉันได้ยินเด็ก ๆ พูดกันว่ามะเขือเทศลุงอร่อย ใช่อันที่ฉันเห็นไหมจ๊ะ” “ก็อันเดียวกันนั่นแหละ ข้าปลูกไว้ที่บ้านน่ะ เลยแบ่งมาปลูกที่โรงเรียนด้วยนิดหน่อย” “ขอบคุณนะจ๊ะลุง งั้นฉันไปก่อนนะ ต้องรีบไปเตรียมมื้อกลางวันของเด็ก ๆ ต่อ” ทั้งสองจบบทสนทนากันเพียงเท่านั้น ต่างคนก็
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 เสียงร่ำลือจากแม่ค้าและชาวบ้าน
ช่วงเช้าของวันถัดมา ตลาดประจำอำเภอในตลาดเริ่มคึกคักตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง เสียงพ่อค้าแม่ค้าพูดจาหยอกล้อกันดังไปทั่วซอยทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างแผงขายของ กลิ่นของข้าวเหนียวหมูปิ้งและกลิ่นหอมของกาแฟโบราณโชยมาแตะจมูก อีกทั้งผักสดที่เพิ่งเก็บจากสวนผสมผสานกันเป็นกลิ่นเฉพาะของที่นี่ ทั้งอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บางคนมาที่ตลาดตั้งแต่ตีห้าครึ่ง แม้จะไม่ได้มาซื้อของอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากเดินเล่นรับลมเย็น ๆ ของบรรยากาศยามเช้าและสังเกตหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว และทันทีที่เดินผ่านแผงผักของป้าดาว ก็ได้ยินบทสนทนาที่ทำให้หยุดฟังโดยไม่ตั้งใจพลางเลือกดูผักที่แผงไปด้วย“วันก่อนฉันไปซื้อมะเขือเทศตาเหมืองคนในหมู่บ้านเดียวกันมากิน อร่อยมากเลยนะ เห็นบอกเป็นมะเขือเทศพันธุ์ใหม่”ป้าดาวเอ่ยขึ้นในขณะที่มือก็จัดเรียงผักในแผงขายให้เป็นระเบียบ“มันก็คงไม่ต่างกับที่เรา ๆ ขายอยู่หรอกมั้ง ยังไงก็มะเขือเทศเหมือนกัน”“ไม่เหมือน ๆ ฉันกล้ารับรองเลย มันอร่อยมากจริง ๆ นะ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว รสหวานกำลังดี เอาไปทำอาหารก็อร่อยกลมกล่อม ลูกสาวฉันเอาไปปั่นทำน้ำมะเขือเทศกิน รสชาติดีสุด ๆ เลย ต้องลองนะ วันนี้ฉันรั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 คุณนายพันดาว
แดดอ่อน ๆ ยามสายส่องผ่านกระจกหน้ารถเบนซ์สีดำมันวาวคันหรูที่แล่นมาตามถนนลาดยางในอำเภอเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หญิงวัยกลางคนผมสั้นเซตเข้าทรงอย่างประณีตนั่งอยู่บนเบาะหนังสีครีม ในมือถือแก้วอเมริกาโนเย็นจากร้านกาแฟชื่อดังไว้แน่นไม่ให้หก ถึงแม้จะขับออกมาต่างจังหวัดต่างอำเภอ แต่เธอก็ยังคงแต่งตัวเนี้ยบเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อนดูดีเธอชื่อ “พันดาว” หรือที่ใคร ๆ ในแวดวงร้านอาหารรู้จักกันในนาม “คุณนายพันดาว” เจ้าของร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองจังหวัดใกล้เคียง ร้านอาหารของเธอไม่ใช่แค่ร้านอาหารธรรมดา แต่เป็นร้านที่เน้นวัตถุดิบพรีเมียม ปรุงด้วยความประณีตและใส่ใจในรสสัมผัสจนได้รับรางวัลมานับไม่ถ้วนวันนี้คุณนายพันดาวไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยว แต่มีธุระต้องมาตรวจร้านกาแฟที่เปิดแฟรนไชส์ไว้ในอำเภอนี้ หลังจากที่จัดการเรื่องงานเสร็จ เธอก็ให้คนขับรถพาแวะตลาดประจำอำเภอเพื่อหาของสดติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพราะเธอเป็นคนที่ชอบลงมือทำกับข้าวกินเองในเวลาว่าง และที่สำคัญ คุณนายพันดาวเชื่อมาเสมอว่าแรงบันดาลใจในอาหารดี ๆ มักจะซ่อนอยู่ในของธรรมดา“คุณนายจะให้รอที่เดิมหรือวนรถไปจอดฝั่งโน้นด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 คิดคำนวณ
เช้าวันจันทร์วันนี้เป็นวันหยุดนักขัติฤกษ์ลุงเหมืองจึงไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน เป็นวันที่อากาศไม่ร้อนจัดเกินไป แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ที่หน้าต่างครัว ลุงเหมืองนั่งจิบกาแฟดำที่ชงเองจากกาต้มน้ำเก่า ๆ เขาไม่ได้ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมใด ๆ เพราะชอบรสขมเข้มแบบที่กระตุกความคิดให้ตื่นตัววันนี้ไม่ใช่เช้าแบบธรรมดา เพราะเมื่อวานหลังจากที่คุณนายพันดาวกลับไป ลุงเหมืองก็เอาแต่นั่งคิด นอนพลิกตัวไปมายังไงก็ไม่หลับอยู่เกือบชั่วโมงเต็มข้อเสนอของคุณนายพันดาวนั้นไม่ได้มีเพียงแค่คำชม แต่มาพร้อมตัวเลขราคากิโลกรัมละ 55 บาท สำหรับมะเขือเทศที่ลุงเหมืองเคยขายให้แม่ค้าในตลาดที่อำเภอก็เพียงแค่กิโลละ 40 บาทเท่านั้นนั่นหมายถึงว่า ส่วนต่างที่คุณนายพันดาวเสนอให้นั้น ได้มากกว่าถึง 55 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว นี่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ถ้าคิดจริงจังขึ้นมา มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย"ลุง ถ้าจะปลูกเพิ่ม หนูช่วยได้นะ"เสียงของแพรยังชัดเจนอยู่ในความคิดของลุงเหมืองเขาหยิบสมุดเล่มเล็ก ๆ ที่หน้าปกเปื้อนดินขึ้นมา แล้วเปิดหน้าว่างหน้าใหม่ ดินสอไม้แท่งสั้น ๆ ถูกเหลาจนพร้อมใช้งานบรรจงจ่อลงบนหน้ากระดาษลุงเหมืองเริ่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 เลือกเส้นทางที่ไม่มีใครเลือก
ดินสอไม้แท่งเดิมกับสมุดปกขาดที่ขอบยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทอดผ่านใบมะละกอหน้าบ้านตกกระทบกับหน้าโต๊ะอย่างพอดิบพอดี เสียงไก่ขันแว่วมาเป็นระยะ บรรยากาศยามเช้าในหมู่บ้านก็ยังคงเหมือนเดิมทุกวัน แต่ภายในหัวใจของลุงเหมืองกลับเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่กลับมาจากจังหวัดข้างเคียง ลุงเหมืองยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอเรื่องขอซื้อพันธุ์มะเขือเทศของคุณนายพันดาวทันที แม้จะเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจและให้เกียรติลุงเหมืองเป็นอย่างมาก แต่บางอย่างในใจลึก ๆ กลับกระซิบให้เขาลังเล กระซิบบอกว่า นี่ไม่ใช่ทางของเขา ลุงเหมืองคิดหนักอยู่หลายวัน คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และในที่สุด เขาก็ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่และหนักแน่น ลุงเหมืองกดมือถือโทรหาคุณนายพันดาวในตอนเช้าวันหนึ่ง ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นสูงน้ำเสียงของเขาไม่มีความลังเล“ผมขอบคุณคุณนายมากนะครับสำหรับโอกาสและความกรุณาทุกอย่าง แต่เรื่องขอซื้อพันธุ์ ผมขอเก็บไว้กับตัวเองดีกว่าครับ เพราะสำหรับผมแล้วมันไม่ใช่แค่เมล็ดพันธุ์ แต่มันคือรากของผมกับครอบครัว”ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเข้าใจ“ฉันเข้าใจค่ะลุง ขอบคุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 ฟาร์มเหมืองแดง
ท้องฟ้าในเช้าวันอาทิตย์นั้นสดใสอย่างน่าประหลาด เมฆสีขาวลอยล่องบนท้องฟ้ากว้าง มีแสงแดดอบอุ่นทอผ่านต้นไม้ที่ยืนต้นเงียบงันมาหลายปี ลุงเหมืองยืนมองผืนดินเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดอะไรบางอย่าง มีทั้งความผูกพัน ความคาดหวัง และความฝันที่เคยหล่นหายไปตามกาลเวลาที่ดินผืนนี้ไม่ใหญ่ มีพื้นที่เพียงราว ๆ หนึ่งไร่เท่านั้น อยู่เลยหลังบ้านของลุงเหมืองออกไปแค่หน่อยเดียว เมื่อก่อนพ่อของลุงเหมืองใช้ปลูกข้าว ปลูกพริก ปลูกถั่ว แต่แล้วหลังจากที่พ่อของลุงเหมืองเสียชีวิต พื้นที่ตรงนั้นก็ถูกปล่อยว่างไว้มาตลอดถ้าหากจะถามว่าทำไมลุงเหมืองไม่ใช้พื้นที่ตรงนั้นปลูกข้าว คำตอบง่าย ๆ ก็คือการปลูกข้าวต้องมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ไหนจะต้องมีแรงกำลัง แต่ลุงเหมืองตัวคนเดียว ยายคำแดงผู้เป็นแม่ก็แก่มากแล้ว จะให้มาทำนาปลูกข้างก็คงไม่ไหว พื้นที่ตรงนี้ลุงเหมืองเลยทำเพียงปลูกพืชผักสมุนไพรเล็กน้อยไว้กินไว้ใช้เท่านั้น ส่วนข้าวสารที่กินอยู่ทุกวัน ก็ใช้เงินเดือนภารโรงซื้อมากิน เพียงแค่สองคนแม่ลูกก็ไม่ได้กินใช้อะไรมากมายแต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว พื้นที่ตรงนี้กำลังจะได้รับการฟื้นฟูใหม่ เปลี่ยนแปลงใหม่“ลุงแน่ใจนะ ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 สงครามในฤดูฝน
เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้าสีหม่น บรรยากาศทั่วทั้งหมู่บ้านคล้ายกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านสีเทาเข้ม ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ห้าแล้ว น้ำฝนไหลรินลงมาตามชายคา สาดซัดใส่พื้นดินจนเละเป็นโคลน และลมก็พัดแรงขึ้นทุกวันเหมือนกับว่าโกรธเคืองบางสิ่งบางอย่างลุงเหมืองยืนมองฟาร์มเหมืองแดงจากใต้ชายคาบ้าน ร่างกายเปียกโชกจากฝนที่พึ่งกลับมาจากการตรวจแปลงตอนเช้า“ห้าวันติด มันตกไม่หยุดเลยจริง ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองพลางส่ายหัวไปมาต้นมะเขือเทศที่ออกผลแล้วหลายสิบต้นถูกลมแรงกระโชกพัดจนโยกซ้ายเอนขวาเหมือนจะหักคาแปลง ฝนตกกระหน่ำโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด ใบไม้ปลิวว่อนร่วงหล่นจากต้นลงสู่พื้นอย่างไร้ความปรานีในคืนวันที่หก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้ ๆ ราวกับส่งสัญญาณสงครามจากฟากฟ้า พายุลมหมุนที่ตามมาต่อจากฝนได้กวาดเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า ลุงเหมืองวิ่งออกไปถึงฟาร์มในความมืดโดยมีเพียงไฟฉายในมือ วิ่งฝ่าฝนและลมไปอย่างไม่คิดชีวิต“ขอให้ไม่เป็นอะไรมากนะ” เขาท่องในใจมาตลอดทางแต่เมื่อมาถึง สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้หัวใจของลุงเหมืองแทบหยุดเต้น แปลงมะเขือเทศที่เคยเขียวชอุ่มมีดอกออกผลให้ชื่นชม กล
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status