เข้าสู่ระบบใครจะคิดว่าแค่มะเขือเทศที่ปลูกเอาไว้เก็บกิน จะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต จากภารโรงประจำโรงเรียนเล็ก ๆ ในหมู่บ้านที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก กลับถูกมะเขือเทศนำพาให้กลายมาเป็นเจ้าของบริษัทส่งออกมะเขือเทศรายใหญ่ ระดับพันล้าน ที่มีผู้คนรู้จักมากมาย!
ดูเพิ่มเติม"Ini uang gajiku selama sebulan penuh, Kuberikan semuanya tanpa sisa. Janji jangan meminta lagi. Sebab, ini nafkah terakhir yang aku berikan. Maaf Alina, aku menjatuhkan talak atas dirimu saat ini juga."
Tak ada yang bisa menarik kata-kata itu di tengah suasana yang sebelumnya terlihat biasa saja. Meluncur bak anak panah terlepas dari busurnya. Alina, tak mampu lagi menopang bobot tubuhnya. Semula duduk di tepi ranjang, perlahan meluruh ke lantai.
"Tapi kenapa, Mas? Dosa sebesar apa yang sudah aku lakukan?"
Air mata terus mengucur tiada henti. Ia tak menyangka jika lelaki yang ia bangga-banggakan dihadapan teman-teman telah memberi jalan hidup tanpa pilihan. Tanpa sadar, amlop yang ada di tangannya terlepas. Siapa sangka jika gaji yang diberikan oleh Fatih merupakan nafkah terakhir.
"Tidak ada, Al. Tak ada yang salah darimu. Hanya saja, aku tidak tega melihat kamu dan ibuku terus bertengkar setipa harinya."
"Hanya karena itukah kamu menjatuhkan talak? Masalah sepele seperti itukah?"
"Bagiku ini masalah yang rumit, Al. Kamu nggak tau, betapa ibu sangat menyayangi kamu sejak awal, padahal pernikahan kita hanya sebuah kebetulan."
"Aku gak terima. Mestinya, Mas bilang dulu kesalahanku sebelumnya, supaya aku bisa berubah. Gak bisa seperti ini, Mas."
"Maaf, Al. Aku tak bisa lagi. Mempertahankan kamu sama dengan mengabaikan ibu. Kalian tidak bisa akur, selamanya tidak akan bisa."
"Mas!" Alina menarik lengan Fatih agar tetap duduk di sisinya.
"Maaf, Al. Aku tidak bisa lagi. Maaf!" Fatih menggenggam jemari Alina, dan memgembalikan ke pangkuan wanita yang sudah dinikahi selama enam bulan itu dengan hati yang sangat perih.
"Mas ...!" Bahkan teriakan istrinya tidak mampu lagi menghentikan langkahnya yang sudah pasti.
Keinginan menceraikan Alina sudah terbersit sejak dua bulan lalu. Ketika Meri, ibunda Fatih selalu mengeluhkan kondisi keuangan rumah yang morat-marit setelah dipegang oleh menantunya, Alina.
Ketidakmampuan Alina mengelola uang milik Fatih menjadikan Meri selalu uring-uringan. Menasehati Alina juga percuma. Sebab, Alina selalu bisa memberikan alasan yang masuk akal perihal kemana larinya uang yang diberikan Fatih. Tak jarang, Meri mendatangi kantor Fatih, hanya untuk sekadar meminta uang untuk membeli susu.
Awalnya, Fatih memaklumi tindakan sang istri sebagai wujud kehati-hatian dalam mengelola uang yang diamanahkan kepadanya, tetapi, lambat laun, Alina tidak lagi memberikan bagian uang belanja untuk ibunya.
*
"Mas mau ke mana?" tanya Alina ketika pagi menjelang, Fatih pulang dan langsung memasukkan pakaian ke dalam koper.
"Mas semalam nggak pulang. Kenapa tiba-tiba pulang dan mau pergi lagi bawa baju sebanyak ini?" Alina terus memberondong dengan pertanyaan-pertanyaan, tetapi Fatih tetap bergeming. Alina menyekal lengan Fatih agar menghentikan aksinya.
"Mas--"
"Hentikan, Al!" bentak Ilham. Alina terkesiap. Sebelumnya, Fatih tidak pernah sekasar ini, walaupun pernikahan mereka tidak di dasari atas cinta.
"Ingat, kamu bukan lagi istriku."
"Astagfirullah, Mas ...."
"Aku ... aku akan menghindari kamu, Al."
"Apa maksudmu, Mas?"
"Aku tidak sanggup melihatmu keluar dari rumah ini, aku tidak tega. Maka, berdiamlah di sini sampai kamu benar-benar siap pergi. Selama itu juga, jangan berharap bisa menemuiku. Soal persidangan, akan aku urus tanpa merepotkan kamu."
Tak mampu berkata-kata lagi, cengkeraman tangan pada lengan Fatih mengendur bersamaan dengan tubuhnya yang merosot ke lantai.
"Mas ...."
Fatih sudah menutup mata dan hatinya untuk tidak memandang Alina. Ia menutup lemari, menyambar koper dan menariknya dengan segera melewati mantan istrinya yang tidak sanggup lagi berkata-kata.
Sementara Fatih terus mengayunkan kaki tanpa menoleh. Bagaimanapun, keputusan sudah diambil. Ia tak mungkin mempertahankan wanita yang tidak bisa menyayangi ibunya.
Saat menghidupkan mesin mobil, handphone di dalam saku jasnya berdering.
"Halo, Sayang. Aku sudah bersiap-siap. Aku langsung ke apartemen, ya?"
:
:
Next
เช้าวันใหม่ที่บ้านดอนแดงพัฒนา สายลมอ่อนพัดไหวผ่านยอดไม้ เสียงนกเอี้ยงร้องระงมรับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ทอแสงอุ่นพาดผ่านบ้านไม้หลังเก่าที่ยังตั้งอยู่ในบริเวณบ้านเดิมของลุงเหมืองถึงแม้จะมีบ้านหลังใหม่ทันสมัยที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก แต่ลุงเหมืองก็ยังคงเก็บบ้านไม้หลังนี้ไว้ด้วยความรัก ที่แห่งนี้เป็นเหมือนหัวใจอีกดวงของเขา เป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในชีวิต บ้านที่ไม่ว่าจะมองไปที่ตรงมุมไหน ก็จะเห็นบรรยากาศความอบอุ่นที่ตราตรึงในความทรงจำอยู่เสมอเสียงรถกระบะคันใหม่สีแดงเข้มแล่นผ่านถนนลูกรังหน้าโรงเรียนบ้านดอนแดงพัฒนา ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมายกมือไหว้ทักทายลุงเหมืองด้วยรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคย “กลับมากวาดโรงเรียนอีกแล้วเหรอลุงเหมือง”เสียงของคำชัยที่ยืนพิงเสาไม้หน้าร้านขายของชำเอ่ยทักขึ้นมาลุงเหมืองยิ้มกว้างตอบกลับ “ใช่ ต่อให้ก้าวหน้าไปได้ไกลก็ไม่ลืมจุดยืนเดิมของตัวเองหรอกคำชัย”โรงเรียนยังคงเหมือนเดิม เด็กนักเรียนยังใส่ชุดนักเรียนสีขาวสะอาดเดินเข้าแถวหน้าเสาธง เด็กบางคนเหลียวมองชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวธรรมดา ก้มหน้ากวาดพื้นทาง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาที่ลานหน้าบริษัท เหมืองแดง อินเตอร์เทรด จำกัด พนักงานในชุดยูนิฟอร์มสีแดงอิฐเดินเข้าออฟฟิศกันอย่างเป็นระเบียบ เสียงพูดคุยทักทายเบา ๆ ดังคลอท่ามกลางเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว และกลิ่นดินหลังฝนเมื่อคืนที่เพิ่งหยุดตกโชยมาแตะจมูกภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ลุงเหมืองยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด มีแพรและหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ล้อมวงนั่งอยู่ด้านหน้า“อาทิตย์หน้าลุงจะต้องไปญี่ปุ่นเพื่อบรรยายที่เวทีระดับโลกนะครับลุงเหมือง”หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศพูดพลางเปิดแฟ้มงาน ลุงเหมืองพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่มั่นคง“แต่ก่อนที่ลุงจะไป ลุงอยากให้พวกเรากลับมาทบทวนว่าเราเดินมาถึงจุดนี้ได้ยังไง และเราจะเดินต่อไปแบบไหน”แพรเสริมขึ้นทันที “ใช่ค่ะ ลุงเหมืองพูดถูกที่สุด ทุกวันนี้เราไม่ใช่แค่ฟาร์มเล็ก ๆ แล้ว แต่เป็นบริษัทส่งออกที่มีพันธมิตรในหลายประเทศ มีคนไว้วางใจในคุณภาพมะเขือเทศของเรา นอกจากมะเขือเทศแล้ว เรายังมีผักอื่น ๆ อีกปลูกเพิ่มอีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ลืมว่าเราเริ่มจากตรงไหน”ลุงเหมืองหยิบแฟ้มเอกสารเล่มหนึ่งที่ปกข้างหน้ามีคำเขียนด้วยลายมือว่า “แผนชีวิตจากแปลงด
เช้าวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูหนาว แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องทำงานของลุงเหมืองภายในสำนักงานใหญ่ของบริษัท เหมืองแดง อินเตอร์เทรด จำกัด บนโต๊ะไม้เรียงรายไปด้วยแฟ้มงาน ปากกา และหนังสือเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจเกษตรสมัยใหม่ แต่ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่แสนยุ่งของบริษัท ในเช้าวันนี้กลับมีจดหมายฉบับหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษแพรเปิดซองจดหมายนั้นแล้วอ่านด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"ลุง เป็นจดหมายเชิญจากสำนักงานเกษตรจังหวัด เขาเชิญลุงไปเป็นวิทยากรพิเศษในงานมหกรรมเกษตรประจำจังหวัดปีนี้ค่ะ"ลุงเหมืองเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ เขามีสีหน้าประหลาดใจแต่ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน"เขาเชิญจริงเหรอ นึกไม่ถึงเลยว่า เขาจะเห็นค่าคนบ้านนอกอย่างลุง รู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ"แพรยิ้มก่อนจะเอ่ยตอบกลับ "เขาไม่ใช่แค่เห็นนะคะลุง เขายังแนบมาด้วยว่า จะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ลุงในฐานะบุคคลต้นแบบเกษตรกรของจังหวัด และมอบโล่เกียรติคุณให้กับบริษัทของเรา ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างซื่อตรงต่อผู้บริโภคด้วยค่ะ"ลุงเหมืองวางปากกาในมือลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มีทั้งความภูมิใจ ทั้งความซาบ
เช้าวันจันทร์อันเงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างบ้านไม้หลังเล็กในหมู่บ้านดอนแดงพัฒนา ในบ้านหลังเดิมที่ในตอนนี้เพิ่มเติมคือมีบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมตั้งอยู่บ้างกัน แม้จะปลูกบ้านหลังใหม่แล้ว แต่ลุงเหมืองก็ไม่ต้องรื้อบ้านไม้หลังเก่าออก นั่นก็เพราะที่นี่คือทุกความทรงจำวันนี้ลุงเหมืองตื่นขึ้นแต่เช้าตามนิสัยเดิม เขาเดินลงจากเตียง หยิบเสื้อเชิ้ตสีซีดที่รีดเรียบไว้เมื่อคืนขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกมายังเฉลียงหน้าบ้าน สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวกับตัวเองเบา ๆ"อีกวันแล้วสินะ อีกวันของการได้สู้ต่อ"ถึงแม้วันนี้ลุงเหมืองจะไม่ต้องตอกบัตรเข้าโรงเรียนเหมือนสมัยก่อนตอนที่ยังเป็นภารโรง แต่กิจวัตรของเขากลับยุ่งยากกว่าเดิมนับสิบเท่า ตอนนี้เขาเป็นผู้นำของบริษัทใหญ่ เป็นเจ้าของแบรนด์มะเขือเทศที่มีชื่อเสียงไปไกลถึงระดับโลก เป็นแรงบันดาลใจของชาวบ้าน และก็ยังเป็นคนของชุมชนเสมอลุงเหมืองเดินไปยังกระถางต้นมะเขือเทศที่ตั้งเรียงไว้ข้างเฉลียง ยื่นมือไปลูบเบา ๆ ที่ใบเขียวชอุ่มและยิ้มอย่างพอใจ“ทุกอย่างเริ่มจากเจ้าพวกนี้สินะ”เช้าวันนั้น ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท เหมืองแดง อินเตอร์เทรด จำกัด สาขา
สายลมของปลายฤดูหนาวพัดเอาใบไม้แห้งปลิวว่อนหน้าสำนักงานของบริษัทเหมืองแดง ในห้องประชุมชั้นสอง ลุงเหมืองนั่งอยู่หน้ากระจกเต็มบาน สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กางเกงสแล็กสีเข้ม และเนกไทเส้นบางที่แพรเป็นคนช่วยเลือกให้“ลุงไม่ตื่นเต้นเหรอคะ” แพรเอ่ยถามพร้อมกับบรรจงจัดปกเสื้อให้เขาอย่างเบามือ“จะว่าไม่ตื่นเต้น
เสียงลมยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนพัดมากระทบต้นไผ่พันุ์เตี้ยที่ปลูกเรียงกันข้างรั้วบริษัทเหมืองแดง ผืนดินที่เคยเป็นเพียงแปลงผักของคนธรรมดา บัดนี้กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหมายและการเรียนรู้ลุงเหมืองยืนมองไกลออกไปบนถนนสายเก่า เสียงรองเท้ายางที่เคยย่ำพื้นโรงเรียน บัดนี้กลายเป็นเสียงรองเท้าหนังที่เ
ลมหายใจของวันใหม่พัดผ่านใบไม้ที่ปลิวไสวรอบ ๆ ฟาร์มเหมืองแดง ขณะที่แสงแดดยามเช้าทอดเงายาวลงบนแปลงมะเขือเทศที่ยังชื้นฝนจากเมื่อคืนก่อน ลุงเหมืองยืนอยู่ตรงขอบแปลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด สายตาจับจ้องไปที่ผลมะเขือเทศสีแดงสดที่ไหวเอนเล็กน้อยตามแรงลมแพรเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ“ลุงนอนไม่หลับอีกแล้วเหรอคะ”
เสียงรถตู้ของทีมงานจากต่างประเทศแล่นเข้ามาจอดที่หน้าฟาร์มเหมืองแดงในยามเช้าตรู่ แสงแดดอ่อนของวันใหม่สาดส่องลอดผ่านต้นมะม่วงหน้าบ้าน เสียงไก่ขันดังแว่วอยู่ลิบ ๆ แต่เสียงนั้นกลับเบาไปถนัดตา เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นที่แผ่ซ่านไปทั่วหมู่บ้านดอนแดงพัฒนาในตอนนี้“ลุงเหมืองมาแล้ว สารคดีต่างประเทศมาแล้ว”เ