วิวาห์นี้ยากจะเลิก

วิวาห์นี้ยากจะเลิก

By:  แตงโมปั่นIn-update ngayon lang
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 Rating. 1 Rebyu
30Mga Kabanata
636views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

[ สาวสวยผู้มีสติและพึ่งพาตัวเอง × เจ้าพ่อสายดูแลสุดคลั่งรักและยึดติด ] [ แรก ๆ ดราม่าหนัก หลัง ๆ สะใจ + ความสัมพันธ์ขมฝาดชวนปวดใจ + ตามง้อเมียจนแทบมอดไหม้ ] ห้าปีต่อมา กู้จินเหิงกลับมาอีกครั้ง เมื่อหวนพบกันที่วัดจีหมิง เขาพาภรรยาและลูกมาเจอกับเธอที่อยู่ในระหว่างดูตัวโดยบังเอิญ พวกเขาเคยเป็นสามีภรรยากันนานถึงหนึ่งปี ความทรงจำถึงช่วงเวลาที่เคยพัวพันและหลงใหลกันอย่างบ้าคลั่งพลันถาโถมกลับมา ชายหนุ่มยังคงเย็นชา เย่อหยิ่ง และอยู่ไกลเกินเอื้อมดุจจันทร์บนฟากฟ้าเช่นเดิม เพียงแต่ข้อมือที่กำลังอุ้มเด็กไว้กลับมีลูกประคำเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น เขามองเธอ ภายนอกทำราวกับไม่รู้สึกรู้สา แต่ลับหลังกลับใช้วิธีมืดมนคอยทำลายการดูตัวของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่สนว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ เขาใช้ความแข็งกร้าวบุกเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง ความเจ็บปวดที่สะสมมานานหลายปีพลันปะทุ ฉู่จือจิ้นรู้สึกราวกับกำลังถูกเขากระชากกลับลงไปในเหวลึกอีกครั้ง ท้ายที่สุด ฉู่จือจิ้นก็ทนไม่ไหว ตะโกนไล่ให้เขาไสหัวไป แต่กู้จินเหิงกลับหัวเราะ นอกจากเขาจะไม่ไปแล้ว กลับบีบเธอจนถอยไปติดมุมห้อง ริมฝีปากยกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจพร้อมทั้งดวงตาแดงก่ำ “แค่ยอมรับว่าเธอยังแคร์ฉันอยู่ มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

ห้าปีหลังจากหย่ากัน ฉู่จือจิ้นได้พบกู้จินเหิงอีกครั้งที่วัดกู่จีหมิง

คู่เดทตั้งใจนัดเธอมาที่นี่โดยเฉพาะ ได้ยินว่าที่นี่มีผู้คนมาจุดธูปกราบไหว้กันอย่างล้นหลาม สามารถตัดวาสนาอันเลวร้ายและส่งเสริมวาสนาคู่ครองที่ดีได้

อีกฝ่ายเดินเข้าทุกวิหารที่ผ่าน ยกธูปสามดอกขึ้นสูงเหนือหว่างคิ้ว แล้วก้มกราบอย่างศรัทธา

ฉู่จือจิ้นเพียงยืนเงียบอยู่ข้างๆ หลุบตามองต่ำ สีหน้าเย็นชา ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย

เธอเป็นจิตแพทย์อาวุโส ประสบการณ์การทำงานหลายปีทำให้เธอเป็นคนมีเหตุมีผล ประกอบกับประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่น เธอไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเจ้าและเวรกรรมใดๆ เป็นคนที่ยึดมั่นในลัทธิอเทวนิยมอย่างแน่วแน่

อาจเป็นเพราะผู้คนบนโลกนี้ทุกข์ทรมานเกินไป ถึงได้ฝากความหวังไว้กับควันธูปเพียงน้อยนิด ทว่าสิ่งที่ตกถึงพื้นก่อนหัวเข่ากลับเป็นหยาดน้ำตา

“คุณก็ไหว้สักหน่อยสิ แม่ผมบอกว่าต้องไหว้ด้วยกันสองคนถึงจะได้ผลนะ”

อีกฝ่ายยื่นธูปมาให้หนึ่งดอก ดูท่าทางแล้วคงปัดผ่านไปไม่ได้

ฉู่จือจิ้นลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะรับมา

เธอคุกเข่าลงบนเบาะรอง ทว่าเมื่อมองพระพุทธรูป หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่กำลังจะปักธูปลงในกระถางธูป ควันสีเขียวเบื้องหน้าพระพุทธรูปพลันหมุนวน เธอเห็นกู้จินเหิงอุ้มเด็กคนหนึ่งเดินตรงมาเคียงข้างฉู่ฮั่ว

ฉู่ฮั่วเองก็ถือธูปเช่นกัน เธอยิ้มหวานพลางคิดจะคล้องแขนข้างที่ว่างอยู่ของกู้จินเหิง เด็กในอ้อมแขนก็ดิ้นไปมาพอดี กู้จินเหิงจึงยกมือไปประคองเขาตามสัญชาตญาณ ฉู่ฮั่วคล้องแขนเขาไม่สำเร็จ เลยได้แต่ตบศีรษะเด็กเบา ๆ พลางดุให้เขาอยู่นิ่ง ๆ อย่างเอ็นดู

ครอบครัวสามคน เป็นภาพที่ดูธรรมดาแต่กลับเผยให้เห็นความอบอุ่นอย่างล้นเหลือ

ฉู่จือจิ้นชะงักไปในทันที จนตอนที่คู่เดทเรียกให้เธอลุกขึ้น เธอก็ยังไม่ตอบกลับใด ๆ

กู้จินเหิงเปลี่ยนไปจากตอนที่ยังเป็นสามีภรรยากับเธอมาก เขาเป็นคนสุขุมและดูเป็นผู้ใหญ่มาโดยตลอด เหมือนหุ่นยนต์หน้าตายที่มีสีหน้าเพียงแบบเดียว ทว่าตอนนี้กลับมีความพึงพอใจจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นอยู่บนใบหน้า รวมทั้งความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘ความมีชีวิตชีวา’ ส่วนฉู่ฮั่วยังคงสูงส่งและโดดเด่น ใบหน้างดงามดุจดอกท้อ มองปราดเดียวก็รู้ว่าได้รับการทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี

เด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนกู้จินเหิงหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตา ร่าเริงสดใส ถอดแบบมาจากฉู่ฮั่วแทบทุกกระเบียดนิ้ว

ตอนถูกหย่าสายฟ้าฟาดเมื่อห้าปีก่อน ฉู่จือจิ้นถึงได้รู้ว่าที่แท้กู้จินเหิงแต่งงานกับเธอก็เพียงเพราะต้องการประชดรักแท้ของเขาเท่านั้น

กู้จินเหิงนอกใจระหว่างแต่งงาน ซ้ำยังมีลูกกับรักแท้ ต่อมาเพียงเพราะฉู่ฮั่วพูดลอย ๆ ประโยคหนึ่งว่า “คนที่พรากคู่รักออกจากกัน ทำให้ทุกคนต้องทุกข์ทรมาน มีสิทธิ์อะไรมาเป็นจิตแพทย์?”

กู้จินเหิงก็ใช้อิทธิพลและเส้นสายไล่เธอที่กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกจิตเวชออกจากงาน อีกทั้งยังยกโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่โรงพยาบาลจิตเวชมู่เฉิง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลกที่เธอได้มาด้วยความยากลำบากให้กับฉู่ฮั่วที่ไม่ใช่จิตแพทย์ เพียงเพื่อช่วยให้ฉู่ฮั่วได้พบกับดร.ไป๋ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเพื่อคลายปมในใจ

ฉู่ฮั่วเป็นนักเปียโนชื่อดัง แฟนคลับของเธอก็เกลียดชังฉู่จือจิ้นเช่นกัน ครั้งหนึ่งถึงขั้นขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว รุมด่าทอทางอินเทอร์เน็ต กระทั่งไปดักหน้าประตูและสาดสีใส่

ทั้งหน้าที่การงานและชีวิตถูกทำลายไปพร้อมกัน เธอที่จมอยู่กับความสิ้นหวังป่วยเป็นโรคเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรงอย่างหนัก จนถึงทุกวันนี้เธอก็ยังไม่กล้าหวนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาอันมืดมนในตอนนั้น...

อดีตสามีแบบนี้ก็ควรทำเหมือนเขาตายไปแล้ว

ใบหน้าฉู่จือจิ้นเย็นยะเยือกราวสายน้ำ เธอคิดจะหันหนีและทำเป็นไม่เห็น ทว่ากู้จินเหิงกลับเหมือนสัมผัสได้ ดวงตาดำขลับคมกริบราวเหยี่ยวกวาดมองมา สายตาของทั้งสองประสานกัน ต่างฝ่ายต่างชะงักไป

“พ่อมองอะไรอยู่เหรอ?”

เมื่อเห็นเขาหยุดกะทันหัน กู้อวี๋อวี๋ในอ้อมแขนก็หันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย กู้จินเหิงไม่ได้ตอบ เพียงวางเขาลงบนพื้นเท่านั้น

ตอนยืดตัวขึ้น เขาเห็นฉู่ฮั่วกำลังจ้องฉู่จือจิ้นอย่างระแวดระวังด้วยใบหน้าซีดขาว เขาจึงขยับไปยืนบังสายตาฉู่ฮั่วตามสัญชาตญาณ

ผู้มาสักการะด้านหลังเร่งเร้า ฉู่จือจิ้นลุกจากเบาะรอง ก่อนจะปักธูปลงในกระถางอย่างขอไปที แล้วหันหลังเดินออกจากวิหารไปพร้อมคู่เดทด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ฉู่ฮั่ว น้องสาวของเธอในนาม และเป็นลูกสาวตัวปลอมที่ตระกูลฉู่เลี้ยงดูมาหลายปี

หกปีก่อน ฉู่จือจิ้นบังเอิญพบว่ากรุ๊ปเลือดของตัวเองไม่ตรงกับพ่อแม่ และผลตรวจดีเอ็นเอก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของเธอเช่นกัน

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะออกตามหาครอบครัว ตระกูลฉู่กลับเป็นฝ่ายตามหาเธอเจอก่อน พวกเขาบอกว่าตอนนั้นคุณนายฉู่ไปตรวจงานที่ไซต์ก่อสร้างแล้วเกิดเจ็บท้องคลอด จึงจำเป็นต้องคลอดในสถานพยาบาลใกล้ ๆ ไม่คิดว่าพยาบาลจะทำพลาด อุ้มเด็กสลับตัวกัน พวกเขาเองก็เพิ่งพบปัญหาเรื่องกรุ๊ปเลือดในปีนี้ จึงแอบตามหามาโดยตลอด

เดิมทีตระกูลฉู่คิดจะเก็บลูกสาวทั้งสองคนไว้ อย่างมากก็แค่ให้เงินอีกฝ่ายก้อนหนึ่ง แต่ครอบครัวทางนั้นกลับยืนกรานว่าจะรับลูกสาวแท้ ๆ กลับไป ดังนั้นเพียงชั่วข้ามคืน ฉู่จือจิ้นก็เปลี่ยนพ่อแม่ ไม่นานก็มีคู่หมั้นจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพิ่มมาอีกหนึ่งคน นั่นก็คือกู้จินเหิง

ตระกูลฉู่กับตระกูลกู้เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน เมื่อยี่สิบปีก่อนก็ตกลงเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไว้แล้ว ทั้งสองตระกูลร่วมลงทุนในโครงการใหญ่หลายแห่ง นอกจากผลประโยชน์จะเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังได้ยินว่าคนรุ่นก่อนติดหนี้บุญคุณกันอยู่ ดังนั้นฉู่จือจิ้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแต่งงาน

แต่ในสายตาของฉู่ฮั่ว เธอคือผู้บุกรุกจากภายนอก ไม่เพียงแต่แย่งพ่อแม่ที่รักและเอ็นดูเธอไปเท่านั้น แต่ยังแย่งคู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กไปอีกด้วย

หลังจากเธอกับกู้จินเหิงแต่งงานกัน ฉู่ฮั่วเสียใจจนพักงาน ไปใช้ชีวิตปล่อยตัวอยู่ต่างประเทศ เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมสารพัดอย่าง ได้ยินว่าครั้งหนึ่งเกือบตกจนแขนหักและทำลายอนาคตในวงการ หลังจากกู้จินเหิงทั้งง้อทั้งเกลี้ยกล่อมให้กลับมา เธอก็มาคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้าฉู่จือจิ้น บอกว่าตัวเองท้องลูกของกู้จินเหิง ขอให้เธอปล่อยกู้จินเหิงไป และช่วยให้พวกเขาได้สมหวัง

ตอนนี้ชีวิตเพิ่งจะกลับมาเข้าที่เข้าทางด้วยความยากลำบาก เป็นเรื่องปกติอย่างยิ่งที่ฉู่ฮั่วจะระแวดระวังเธอ

ไม่คิดเลยว่าฉู่ฮั่วจะตามออกมา

“พี่จือจิ่น บังเอิญจังเลย พี่ก็มาขอพรให้ปลอดภัยเหมือนกันเหรอ?”

เสียงดังมาจากด้านหลัง ฉู่จือจิ้นชะงัก สุดท้ายก็หยุดฝีเท้า “อืม”

ฉู่ฮั่วกลับมาเป็นปกติแล้ว มือหนึ่งจับกู้อวี๋อวี๋ อีกมือคล้องแขนกู้จินเหิง เธอยิ้มอย่างมีความสุขเจิดจ้า “เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ พริบตาเดียวพวกเราก็ไม่ได้เจอกันห้าปีแล้วใช่ไหม? ไม่คิดเลยว่าพอกลับประเทศมาก็จะได้เจอพี่ ตอนก่อนจะไปต่างประเทศ จินเหิงเคยมาขอพรที่นี่ให้ฉันคลอดลูกอย่างปลอดภัย วันนี้พวกเรามาแก้บนน่ะ”

ฉู่จือจิ้นมองแขนของกู้จินเหิงที่ถูกคล้องไว้ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปเห็นลูกประคำที่ห้อยอยู่บริเวณข้อมือของชายหนุ่ม

ในความทรงจำ กู้จินเหิงก็ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เช่นกัน เขาเป็นคนเคร่งครัดและยึดกฎระเบียบมาโดยตลอด เขาเชื่อเพียงตัวเองในทุก ๆ เรื่อง เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนที่ยึดเหตุผลเหนือสิ่งอื่นใดแบบนี้ หากคุกเข่าอยู่หน้าพระเป็นเวลานาน ประนมมืออธิษฐานให้คนรักอย่างศรัทธา จะมีสภาพเป็นยังไง

“อย่างนั้นเหรอ?” ฉู่จือจิ้นได้สติ ก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ “งั้นก็ยินดีด้วยนะ”

เห็นได้ชัดว่าฉู่ฮั่วพอใจกับปฏิกิริยาของเธอ

จากนั้นเธอก็มองชายหนุ่มข้างฉู่จือจิ้นอย่างสงสัย “พี่คะ นี่คือ...แฟนของพี่เหรอ?”

ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ ใบหน้ากู้จินเหิงเย็นจัด เขาเหลือบมองฉู่จือจิ้นอย่างเฉยชา หลังจากไม่ได้พบกันหลายปี ใบหน้าที่งดงามประณีตของหญิงสาวยังคงเย็นชาและดื้อรั้นเหมือนเดิม ความรู้สึกห่างเหินยิ่งชัดเจนกว่าห้าปีก่อน เขาหยุดมองเพียงหนึ่งวินาที ก่อนจะละสายตากลับ

ภายในวัดที่ผู้คนเดินขวักไขว่ พื้นที่เล็กๆ ที่พวกเขายืนอยู่กลับอบอวลด้วยบรรยากาศประหลาด แม้แต่คู่เดทก็ยังสัมผัสได้

“คุณฉู่ครับ?”

ชายหนุ่มหันมามองเธอเป็นเชิงถาม

ฉู่จือจิ้นเอ่ยตามตรงโดยไม่ได้ปิดบังว่า “เพื่อนแนะนำมา ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทำความรู้จักกัน พวกเรายังมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ”

จากนั้นฉู่จือจิ้นก็เดินจากไปเคียงข้างชายหนุ่ม

กู้จินเหิงจ้องแผ่นหลังของทั้งสอง คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น พอหันหน้ากลับมา เขาก็สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจของฉู่ฮั่ว

สีหน้าฉู่ฮั่วดูเปราะบาง เธอใช้สองมือคล้องแขนท่อนล่างของเขาไว้แล้วถามเสียงเบา “จิ่นเหิง คุณ...ยังคิดถึงพี่อยู่เหรอ?”

“พูดจาเหลวไหลอะไร?”

กู้จินเหิงดึงแขนกลับอย่างจนใจ ก่อนจะโน้มตัวลงไปอุ้มกู้อวี๋อวี๋ “แก้บนเสร็จแล้วฉันจะพาเธอกลับไปบ้านแม่”

ฉู่ฮั่วยิ้มแย้มอย่างดีใจ ก่อนจะเดินตามกู้จินเหิงเข้าไปในวิหาร

……

ฤดูหนาวของจินหลิงทั้งชื้นและหนาวเย็นจนเข้ากระดูก ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดผ่าน ฉู่จือจิ้นจึงรวบเสื้อโค้ตบนตัวให้แน่นขึ้น

“ไปกินข้าวด้วยกันไหม? แม่ผมอยากวิดีโอคอลเห็นหน้าคุณสักหน่อย”

ครอบครัวฝ่ายชายทำธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ เมื่อเห็นว่าเธอรูปร่างหน้าตาโดดเด่น วางตัวเหมาะสม ทั้งยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาของตัวเอง จึงคิดว่าทั้งคู่เหมาะสมกันมาก

เธอส่ายหน้า ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว “คุณฟาง คนที่แนะนำอาจจะยังบอกรายละเอียดไม่หมด ฉันเคยแต่งงานและหย่ามาแล้ว ตอนนี้อยู่คนเดียว แล้วยังเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ฉันคงไม่รบกวนเวลาคุณแล้วค่ะ”

ชายหนุ่มชะงักไป สีหน้าสุภาพตามมารยาทพลันแข็งค้าง

ครู่ต่อมา เขาก็รักษามารยาทไว้ไม่อยู่ เดินโทรศัพท์ด่าทอ ก่อนจะจากไปอย่างหัวเสียด้วยสีหน้าย่ำแย่

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

Araya
Araya
สนุกดีค่ะ ลุ้นให้คนมาใหม่เป็นพระเอก อ่านมาถึงตอนนี้คนเดิมไม่ชัดเจน เลิกไปดูแลตัวร้ายตั้ง 5 ปีแล้วอย่าได้กลับมารักกับนางเอกนะ
2026-07-18 10:29:41
0
0
30 Kabanata
บทที่ 1
ห้าปีหลังจากหย่ากัน ฉู่จือจิ้นได้พบกู้จินเหิงอีกครั้งที่วัดกู่จีหมิงคู่เดทตั้งใจนัดเธอมาที่นี่โดยเฉพาะ ได้ยินว่าที่นี่มีผู้คนมาจุดธูปกราบไหว้กันอย่างล้นหลาม สามารถตัดวาสนาอันเลวร้ายและส่งเสริมวาสนาคู่ครองที่ดีได้อีกฝ่ายเดินเข้าทุกวิหารที่ผ่าน ยกธูปสามดอกขึ้นสูงเหนือหว่างคิ้ว แล้วก้มกราบอย่างศรัทธาฉู่จือจิ้นเพียงยืนเงียบอยู่ข้างๆ หลุบตามองต่ำ สีหน้าเย็นชา ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อยเธอเป็นจิตแพทย์อาวุโส ประสบการณ์การทำงานหลายปีทำให้เธอเป็นคนมีเหตุมีผล ประกอบกับประสบการณ์ในช่วงวัยรุ่น เธอไม่เคยเชื่อเรื่องเทพเจ้าและเวรกรรมใดๆ เป็นคนที่ยึดมั่นในลัทธิอเทวนิยมอย่างแน่วแน่อาจเป็นเพราะผู้คนบนโลกนี้ทุกข์ทรมานเกินไป ถึงได้ฝากความหวังไว้กับควันธูปเพียงน้อยนิด ทว่าสิ่งที่ตกถึงพื้นก่อนหัวเข่ากลับเป็นหยาดน้ำตา“คุณก็ไหว้สักหน่อยสิ แม่ผมบอกว่าต้องไหว้ด้วยกันสองคนถึงจะได้ผลนะ”อีกฝ่ายยื่นธูปมาให้หนึ่งดอก ดูท่าทางแล้วคงปัดผ่านไปไม่ได้ฉู่จือจิ้นลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะรับมาเธอคุกเข่าลงบนเบาะรอง ทว่าเมื่อมองพระพุทธรูป หัวใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่กำลังจะปักธูปลงในกระถางธูป ค
Magbasa pa
บทที่ 2
หลังจากผู้ชายคนนั้นจากไป ฉู่จือจิ้นก็ขึ้นรถเก๋งของตัวเองเมื่อรู้สึกว่าท่อนแขนสั่นเล็กน้อย ลมหายใจก็ติดขัดตามมา เธอรีบเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ ในรถทันที ก่อนเอนพิงพนักแล้วหลับตาสงบอารมณ์นี่คือผลข้างเคียงทางกายที่หลงเหลือจากอาการป่วยทางจิตใจฉู่จือจิ้นไม่อยากยอมรับว่าการได้พบกู้จินเหิงและฉู่ฮั่วอีกครั้ง ทำให้ช่วงเวลาในอดีตที่เธอถูกเลือกแล้วถูกทอดทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถาโถมกลับมาราวกับกระแสน้ำหลากเธอเติบโตมาในตระกูลซูตั้งแต่เด็ก แม้สามีภรรยาตระกูลซูจะร่ำรวยขึ้นมาจากการทำธุรกิจ แต่ความคิดยังคงหัวโบราณ ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาว เธอจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ในบ้านมาตั้งแต่เล็ก ทั้งที่บ้านมีเงินพอจะจ้างคนรับใช้ แต่กลับจงใจให้เธอรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมด ทุกคนมองเธอเป็นตัวภาระ เป็นลูกสาวที่เลี้ยงไปก็ขาดทุนกระทั่งตอนเธออายุห้าขวบ ซูเหวินเจ๋อ น้องชายของเธอถือกำเนิดขึ้น ตระกูลซูดีใจกันแทบคลั่ง ทั้งรักทั้งตามใจเขาสารพัด แต่กลับยิ่งเย็นชาและเข้มงวดกับเธอมากขึ้นโชคดีที่ซูเหวินเจ๋อคอยปกป้องเธอสุดหัวใจมาตั้งแต่เด็กเวลาคนในครอบครัวรังแกหรือดูถูกเธอ เขามักจะเท้าเอวยืนขวางอยู่ตรงหน้า เ
Magbasa pa
บทที่ 3
ฉู่จือจิ้นชะงักเล็กน้อย ก่อนยิ้มหยัน “รุ่นพี่รับงานดูดวงเป็นงานเสริมด้วยเหรอเนี่ย?”สิ้นเสียง ศีรษะของเธอก็ถูกตบเบา ๆ หนึ่งทีเส้าเวินเหยียนเหลือบมองเธอจากหางตา ก่อนจะดันแว่นขึ้น “ไม่รู้ตัวเหรอว่าสภาพตัวเองไม่ปกติ? ฉันเป็นจิตแพทย์ของเธอ เธอปิดบังฉันไม่ได้หรอก”หลังเงียบไปครู่หนึ่ง ฉู่จือจิ้นก็พยักหน้า “อืม”เส้าเวินเหยียนเป็นศิษย์เอกของดร.ไป๋ ใช้นามแฝงว่า เคียน เขามีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยและเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ อายุเพียงสามสิบปีก็ติดตามดร.ไป๋คว้ารางวัลใหญ่ระดับแนวหน้ามาแล้วนับไม่ถ้วน ผู้ที่เขารับรักษาล้วนเป็นมหาเศรษฐีระดับสูงและเชื้อพระวงศ์จากต่างประเทศ ทว่านับตั้งแต่ฉู่จือจิ้นกลับประเทศหลังไปฝึกอบรมที่โรงพยาบาลจิตเวชมู่เฉิง เขาก็อ้างว่าต้องการลงไปหาประสบการณ์ในระดับพื้นฐาน ปกปิดตัวตนและตามเธอมาทำงานที่ศูนย์ให้คำปรึกษา ขณะเดียวกันก็คอยให้คำปรึกษาและบำบัดสภาพจิตใจของเธอด้วยเขารู้เรื่องราวในอดีตของเธอ คอยยอมรับ ชี้แนะ และเยียวยาเธอมาตลอดทาง พูดได้เลยว่าหากไม่มีเส้าเวินเหยียน ก็คงไม่มีฉู่จือจิ้นในวันนี้เส้าเวินเหยียนจ้องมองเธออยู่นาน จู่ ๆ ก็ตบไหล่เธอเบา ๆ “จำไว้ว่าต้
Magbasa pa
บทที่ 4
ฉู่จือจิ้นชะงักฝีเท้า ก่อนแค่นหัวเราะ “ฉันเชื่อว่าตระกูลฉู่คงอธิบายให้ประธานกู้เข้าใจชัดเจนแล้ว”พ่อแม่แท้ ๆ ของซินซินเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งคู่ ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงทารกในห่อผ้าและกำลังจะถูกส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉู่จือจิ้นทนดูไม่ไหวจึงรับเธอมาเลี้ยงกู้จินเหิงมองเธออยู่หลายวินาที จู่ ๆ เขาก็กดดับก้นบุหรี่ ก่อนจะก้าวขายาวเดินมาหยุดข้างเธอ“ตอนนั้นพวกเรากำลังเตรียมมีลูก เธอมีโอกาสตั้งครรภ์ อายุของซินซินก็ตรงกันพอดี ฉันจะสงสัยก็เป็นเรื่องปกติ”สายตาที่กู้จินเหิงทอดมองจากเบื้องบนแฝงการพินิจพิเคราะห์ เขายังคงวางตัวในฐานะผู้มีอำนาจเหนือกว่าเช่นเดิม “ฉันมีวิธีตรวจสอบมากมาย แต่ฉันอยากได้ยินจากปากคุณฉู่เอง”ฉู่จือจิ้นสูดหายใจลึก ระงับความหงุดหงิดในใจ ก่อนเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ “ไม่ใช่”“ฉันไม่อยากพูดซ้ำถึงเรื่องชาติกำเนิดของซินซินอีก ส่วนประธานกู้จะตรวจสอบยังไง ฉันก็ห้ามไม่ได้ แต่ประธานกู้ลองคิดกลับกันดูบ้างก็ได้ ด้วยระดับความรักที่พ่อแม่ฉันมีต่อฉู่ฮั่ว ถ้าซินซินเป็นลูกของคุณจริง ต่อให้ต้องซ่อนพวกเราสองแม่ลูกไว้สุดขอบฟ้า พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเราปรากฏตัวออกมารบกวนชีวิตแต่งงานขอ
Magbasa pa
บทที่ 5
ด้านหลังเป็นรถมายบัครุ่นลิมิเต็ดสำหรับนักสะสม เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าราคาไม่ธรรมดาคนขับลงจากรถมาตรวจสอบแล้ว ฉู่จือจิ้นยกมือคลึงหน้าอกที่รู้สึกอึดอัด ก่อนเปิดประตูลงจากรถเช่นกัน อีกฝ่ายมีท่าทีสุภาพ หลังตรวจดูแล้วก็เสนอให้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ก่อน รอตำรวจจราจรมาตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายผิด เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นฝ่ายเปลี่ยนเลนแทรกเข้ามาก่อนฉู่จือจิ้นเหลือบมองเวลาพลางขมวดคิ้วแน่น ทำได้เพียงอดทนรออยู่ริมถนนสายตาเธอบังเอิญกวาดผ่านเบาะหลังของรถมายบัค ก่อนจะเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่งราง ๆ พร้อมกับความรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาฉู่จือจิ้นไม่ได้คิดให้ละเอียด เธอเปิดไลน์ของผู้ช่วย อธิบายสถานการณ์สั้น ๆ แล้วจัดแจงเรื่องงานขณะที่กำลังจดจ่อ กลิ่นหอมสะอาดเย็นของไม้พลันลอยเข้าสู่จมูก วินาทีต่อมา มือใหญ่ข้อนิ้วชัดเจนข้างหนึ่งก็ยื่นเข้ามาในสายตาพร้อมนามบัตรปั๊มทองใบหนึ่ง“ไม่ได้เจอกันนานนะครับคุณฉู่”ฉู่จือจิ้นประหลาดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนขับรถที่เดิมยืนอยู่ข้างเธอ ไม่รู้เปลี่ยนเป็นคนอื่นตั้งแต่เมื่อไรชายหนุ่มสวมสูทสีแดงเข้ม คอเสื้อแหวกออกเล็กน้อยอย่างสบาย ๆ หางตาเชิดขึ้นโดยธรรมชาติ
Magbasa pa
บทที่ 6
เมื่อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเธอดูไม่ดี เขาก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงลุกขึ้นเดินไปยังมุมชงชาไม่นาน ชาขาวอุ่นกำลังดีหนึ่งแก้วก็ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานของเธอ“สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลย วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยแล้วกลับบ้านไปพักดีไหม? เคสที่เหลือเดี๋ยวฉันรับช่วงต่อเอง”“...ไม่ต้องหรอก” ฉู่จือจิ้นประคองแก้วชาขึ้นจิบ ก่อนจะเปิดแฟ้มเคสบนโต๊ะอย่างลวก ๆ “บ่ายสองครึ่งยังมีผู้ป่วยอีกหนึ่งคน ดูเคสนี้เสร็จ วันนี้ก็จบแล้ว”เส้าเวินเหยียนไม่ได้ฝืน เขาทำเหมือนคุยเรื่อยเปื่อยถึงวิธีการรักษาแบบใหม่จากวารสารฉบับหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เบนหัวข้อไปยังแผนการรักษาต่อเนื่องของผู้ป่วยบนดาดฟ้าคนนั้นฉู่จือจิ้นตอบรับเป็นระยะ อารมณ์ก็ค่อย ๆ สงบลงเมื่อเส้าเวินเหยียนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเธอ ถึงได้ลดเสียงลงและเอ่ยเตือน “จินนี่ เธออย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียวสิ”ไอร้อนในแก้วชาจางหายไปกว่าครึ่งนานแล้ว ฉู่จือจิ้นหลุบตามองปากแก้วโดยไม่ได้ตอบอะไรบรรยากาศเงียบไปหลายวินาที เส้าเวินเหยียนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่โทรศัพท์กลับสั่นเสียก่อนเขาเหลือบมองหน้าจอก่อนจะลุกขึ้น “ฉันออกไปรับสายก่อน ผู้ป่วยตอนบ่ายสองครึ่งใ
Magbasa pa
บทที่ 7
ขณะที่พูด คุณท่านสวี่ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย “หนูฉู่ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือหลานชายไม่ได้เรื่องของฉัน สวี่โจวหล่าน โจวหล่าน คนนี้คือ...”“ฉู่จือจิ้น คุณฉู่ ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณปู่ผมด้วย ยินดีที่ได้พบครับ”สวี่โจวหล่านยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางเอ่ยแทรกขึ้นเองเขาได้ยินมานานแล้วว่าหมอเจ้าของไข้คนใหม่ที่คุณปู่เปลี่ยนมาคราวนี้มีความสามารถทางวิชาชีพสูง ทั้งยังมีความรับผิดชอบมาก เขาตั้งใจมานานแล้วว่าจะหาโอกาสมาพบ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฉู่จือจิ้นดูท่าระหว่างพวกเขาคงมีวาสนาต่อกันไม่น้อยจริง ๆฉู่จือจิ้นยิ้มตอบ แต่ในใจกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย“เอาล่ะ ๆ จะยืนกันอยู่ตรงนั้นทำไม? โจวหล่าน แกยังไม่รีบเชิญหนูฉู่เข้ามาคุยข้างในอีก!” ดวงตาคุณท่านสวี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มดูจากท่าทางแล้ว สองคนนี้น่าจะยังมีโอกาส...เมื่อเห็นรอยยิ้มบางบนใบหน้าฉู่จือจิ้น ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับไม่มีใครอยู่รอบข้างไม่รู้ว่าเป็นเพียงความรู้สึกไปเองของฉู่จือจิ้นหรือไม่ สีหน้าของกู้จินเหิงที่เคยเย็นชาและสูงส่งจนยากจะเข้าใกล้เริ่มดูไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาเล็กน้อย“คุณท่านสวี่ ไม่ต้อง
Magbasa pa
บทที่ 8
ไม่นานนัก รถโรลส์-รอยซ์ก็จอดชิดข้างทางตรงแยกที่ใกล้ที่สุดตามความต้องการของฉู่จือจิ้น ฉู่จือจิ้นผลักประตูรถออก ลมยามค่ำคืนพัดกรูเข้ามา ท่อนแขนที่สั่นเล็กน้อยของเธอค่อย ๆ สงบลง ลมหายใจที่อึดอัดก็กลับมาราบรื่นวินาทีที่เท้าเหยียบลงบนพื้น เสียงของกู้จินเหิงก็ดังมาจากด้านหลัง “ฉู่จือจิ้น”เธอชะงักไปเล็กน้อย “ขอบคุณประธานกู้ที่มาส่งค่ะ”เสียงปิดประตูรถเบามากรถโรลส์-รอยซ์สีดำจอดอยู่ด้านหลังเธอนานมากกว่าจะขับจากไป เธอไม่ได้หันกลับไปมอง……สามวันต่อมาฉู่จือจิ้นกำลังจัดทำรายงานประเมินการฟื้นฟูระยะล่าสุดของคุณท่านสวี่อยู่ในศูนย์ให้คำปรึกษา โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นสองครั้งเป็นข้อความไลน์จากเมิ่งหว่านชิง แม่ของเธอ[ จิ้นจิ้น วันเสาร์พาซินซินกลับมากินข้าวที่บ้านนะ จะฉลองวันเกิดให้ลูก ]ด้านหลังยังตามมาด้วยสติกเกอร์รูปเค้กหนึ่งอันฉู่จือจิ้นจ้องข้อความบรรทัดนั้นอยู่นานหลายวินาทีฉลองวันเกิดให้เธอครั้งล่าสุดที่คนตระกูลฉู่เป็นฝ่ายพูดถึงวันเกิดของเธอเองคือเมื่อไรกันนะ? อ้อ จริงสิ ปีแรกที่เธอถูกรับกลับตระกูลฉู่เพียงแต่ฉู่ฮั่วร้องไห้สองครั้ง ความสนใจของคนทั้งบ้านก็พากันไปตกอยู่ที่ “น้องสาวผ
Magbasa pa
บทที่ 9
“แม่คะ หนูรู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง อาจเป็นเพราะกินของผิดสำแดงตอนบ่ายที่โรงพยาบาล” ฉู่จือจิ้นถือจานเดินกลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “วันนี้คงฉลองวันเกิดกับทุกคนไม่ได้แล้ว หนูพาซินซินกลับก่อนนะคะ”“พี่จือจิ้นไม่พอใจเหรอคะ?”“อย่าโกรธแม่เลยนะ จินเหิงเขา...เขารู้สึกว่าหลายปีมานี้ฉันลำบากมามาก เลยอยากให้ทุกคนมากินข้าวด้วยกันสักมื้อ เพียงแต่บังเอิญกำหนดวันตรงกับวันเกิดฉันพอดี”ฉู่ฮั่วดึงแขนเธออย่างสนิทสนม แต่มือกลับออกแรงอย่างแนบเนียน“เปล่า” ฉู่จือจิ้นยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะดึงแขนออกอีกครั้ง แล้วจูงซินซินจากไปกู้จินเหิงสินะ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะอย่างไรเสีย ฉู่ฮั่วก็คือรักแรกฝังใจที่เขาเฝ้าคะนึงหาอยู่ตลอดนี่นา......หลังจากฉู่จือจิ้นพาซินซินกลับถึงอพาร์ตเมนต์ เธอก็อาบน้ำอุ่นให้เจ้าตัวน้อยก่อน จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าครัวจนป่านนี้พวกเธอยังไม่ได้กินข้าว เจ้าตัวน้อยคงหิวแย่แล้วในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นเธอเช็ดมือแล้วเดินมาเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือพนักงานส่งอาหารในชุดยูนิฟอร์มฉู่จือจิ้นเปิดดูถึงได้พบว่าข้างในเป็นเค้กมูสก้อนเล็กสีขาวนวลหนึ่งก้อน กั
Magbasa pa
บทที่ 10
หลังจากส่งเงินโอนไป ฉู่จือจิ้นก็คว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนเดินไปตัดมูสเค้กให้ตัวเองหนึ่งชิ้นบลูเบอร์รีหวานมากหลังจากกินเค้กและเก็บของเรียบร้อย ฉู่จือจิ้นก็กล่อมซินซินจนหลับ หลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จแล้วก็กลับเข้าห้องนอนและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใต้ข้อความสลิปโอนเงินในไลน์ยังคงเงียบสนิท ไม่มีการตอบกลับใด ๆหน้ารายละเอียดการโอนเงินยังขึ้นสถานะว่า “รอรับเงิน”เธอขมวดคิ้ว ไม่อยากพัวพันกับกู้จินเหิงมากเกินไป จึงวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่คิดอะไรอีกก่อนจะปิดไฟและนอน……อีกด้านหนึ่งกู้จินเหิงกำลังเปิดอ่านเอกสารควบรวมกิจการฉบับหนึ่งอยู่ในห้องทำงาน โทรศัพท์ก็พลันสว่างขึ้นหางตาของเขาเหลือบเห็นการแจ้งเตือนของข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอว่า [ ฉู่จือจิ้นโอนเงินให้คุณ 5,000 บาท ]หมายเหตุ: ค่าเค้กเขาจ้องคำนั้นอยู่นานมาก แม้จะมีสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ในดวงตาที่เคยสงบนิ่งราวผิวน้ำกลับเหมือนมีบางสิ่งเพิ่มขึ้นมาในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น หุ่นยนต์อัจฉริยะรุ่นใหม่ตัวหนึ่งถือถาดเข้ามาวางนมที่เพิ่งอุ่นเสร็จลงตรงมุมโต๊ะ “คุณผู้ชาย ถึงเวลาเตรียมตัวเข้านอนแล้วครับ”เสียงจักรกลเ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status