LOGIN“ฉันก็ไม่อยากจะได้เธอมาเป็นเมียหรอก รสนิยมกูไม่ชอบกินกล้วยบวชชีเหมือนยัยป้าเฉิ่มนั่น!” เพราะไม่อยากเสียบริษัทตัวเองให้คู่หมั้นตามสัญญา เจมส์ จีรกิตต์ จำใจแต่งงานกับน้ำค้าง นรินดา ลูกสาวเพื่อนสนิทของป๊าเขาด้วยพันธะสัญญาการหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็ก การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแต่งเพื่อธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง ครบสัญญาหนึ่งปีเมื่อไหร่ เขาหย่ากับเธอแน่! เธอชอบเขา แต่เขาไม่ชอบ เธอยิ้ม เขาทำหน้าบึ้ง เธอชอบกินลูกอม เขาชอบกินสาวสวย เธอไม่ตรงสเปค แต่เขากลับตกตะลึงความสวยจากข้างในของนอกสเปคคนนี้...
View Moreบนชั้นสองของไนต์คลับอลองเซส ซึ่งข้างในแยกห้องนอนส่วนตัวของเจ้าของคลับหรูชื่อดังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เจมส์ตวัดขายาวพาดลงจากเตียงยับยู่ยี่ หัวคิ้วเข้มขมวดเป็นปมบ่งบอกว่าเขากำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง
“Shit! แม่งเอ๊ย!”
พลางเดินเข้าห้องน้ำด้วยสภาพเปลือยเปล่าทั้งตัว แผ่นหลังกว้างที่มีรอยเล็บขีดข่วนจากพวกผู้หญิงชั่วข้ามคืน อีกมือคว้าจับผ้าขนหนูมาเช็ดตัวลวกๆ หลังจากอาบน้ำให้ตัวเขาสดชื่น
เจมส์เปลี่ยนชุดลำลองใหม่กลายเป็นชุดเสื้อยืดคอกลมพร้อมกับกางเกงสแล็กส์สีดำ เงยหน้ามองดูเส้นปัดนาฬิกาที่บอกเวลาตอนนี้ว่าเกือบครึ่งค่อนวัน
“เมื่อคืนนี้ปวดเอวชะมัด เห็นทีต้องหาหมอนวดสวยๆ มานวดให้หายปวดเอวเสียแล้วสิ”
ใกล้จะเที่ยงแล้ว แต่เสือเพลย์บอยตัวพ่อยังไม่หิว ว่าจะเข้าไปตรวจเช็คบัญชีของไนต์คลับเสียหน่อยอย่างที่เคยทำประจำ
เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งติดต่อกัน สงสัยคงจะเป็นเรเปล คนสนิทของเขา ก่อนจะตวัดขายาวเดินไปเปิดประตูห้องออกพร้อมพ่นคำพูดเสียงห้วน
“มึงมีอะไรวะ?” เขาโวย
“ขอโทษครับคุณเจมส์ แต่ผมขัดคำสั่งคุณท่านไม่ได้ คือ...คุณท่านต้องการให้คุณเจมส์ช่วยกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ตอนนี้ครับ ไม่อย่างนั้นคุณเจมส์จะต้องเดือดร้อน”
เรเปล ลูกน้องคนสนิทหันมองรอบห้องซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าพริ้ตตี้สาวหมวย ผิวขาวที่เจ้านายหิ้วขึ้นมากินข้างในไม่อยู่ในห้อง และปกติเจมส์จะชอบออกไปพาสาวยังคอนโดฯ ส่วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการจับตาดูของพ่อ
แต่ด้วยเรื่องอย่างว่าไม่เข้าใครออกใคร เสือผู้หญิงอดทนรอไม่ไหว พาพริ้ตตี้หมวยผิวขาวเนียนนุ่มขึ้นไปหาความสุขใส่ตัว ความสัมพันธ์น้ำแตกแล้วแยกทาง จ่ายด้วยเช็คเงินสด วินกันทั้งสองฝ่าย
ซึ่งเขาชอบแบบนั้น...
“ป๊ากู?” แค่นหัวเราะทำเหมือนไม่อยากเชื่อหู
เรเปลพยักหน้ารับ “ครับคุณเจมส์”
“คิดเหรอว่ากูจะกลับบ้านง่ายๆ วะ?”
เพราะพันธะสัญญาบ้าบอที่เขาไม่ต้องการอะไรนั่น ทำเอาเจมส์ต้องหมกตัวอยู่ข้างในไนต์คลับ ติดพันเรื่องเซ็กซ์ ปลดปล่อยอารมณ์เหมือนผู้ชายกลางคืนทั่วไป
ส่วนหนึ่งก็เพราะต้องเข้าร้าน ดูแลธุรกิจตัวเอง อีกส่วนก็เพราะป๊ากรอกหูอยู่ทุกวันตั้งแต่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจนจบ ว่าจัดงานแต่งงานกับคู่หมายตามสัญญารุ่นพ่อ
ป๊ากรอกหูว่าจะเอาน้ำค้างมาเป็นเมียเขา
แค่คิดก็ขนอ่อนลุกวาบ!
และเรื่องนี้ทำเอาเจมส์ทะเลาะกับพ่อทุกวัน เพราะเขาเคยเจอลูกสาวเพื่อนสนิทครั้งหนึ่ง หลังสิบกว่าปีที่ต้องย้ายบ้าน หลีกเลี่ยงเด็กแก่แดดขโมยจูบแรกวัยเด็ก จำได้ว่าตอนนั้นเขาต้องใช้ผ้าขยี้เช็ดหลายรอบกว่าจะลบรอยหาย
‘เด็กเฉิ่ม ใส่แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกกี่ปีก็ยังคงเชยเหมือนเดิม พวกผู้หญิงในโลกหมดแล้วรึไง ป๊ากับพ่อหล่อนถึงทำสัญญาการหมั้นหมายไว้ตั้งแต่เด็ก เรื่องบ้าเหี้...อะไร ถ้าเป็นผู้หญิงสวย เขาเต็มใจแต่ง แต่นี่อะไรเด็กแก่แดด ป้าเฉิ่มแว่นหนาเตอะ ใส่ชุดปกปิดลงไปถึงข้อเท้าเล็ก’
ถ้าจะเป็นขนาดนี้ ไปบวชชีเถอะ!
“แต่ครั้งนี้คุณท่านเจต์เอาจริงจังมากเลยครับ ขนาดน้ำเสียงสั่งที่กรอกใส่หูผมยังทำให้ผมแอบร้อนๆ หนาวๆ กลัวแทนคุณเจมส์เลยครับ”
“เออ! กูกลับบ้านก็ได้!”
ถึงอย่างไรพ่อผู้ชอบคลุงถุงชนการแต่งงานก็ต้องมาลากตัวลูกชายดื้อรั้นกลับบ้านอยู่ดี
จะกลับตอนนี้หรือยื้อเวลายาวไปอีกเรื่อยๆ ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน
เรเปลก้มค้อมศีรษะ “ครับคุณเจมส์”
เจมส์ถอนหายใจยืดยาว หันกลับเข้าไปข้างในห้องอีกครั้ง สักพักก็คว้าหยิบเอากุญแจรถสปอร์ตคันหรู ก้าวขายาวๆ เดินผ่านลูกน้องคนสนิทไปเลย
“อ้อ มึงไม่ต้องตามกูไป อยู่เฝ้าที่นี่แหละ อีกไม่นานกูก็กลับมาแล้ว” ยังไม่วายออกคำสั่งกำชับ เรเปลน้อมรับคำสั่งอย่างไม่อิดออด
ลองไม่ทำตามดูสิ เขาตบลูกน้องให้หัวแตกแน่!
จากนั้นเจมส์เดินผ่านทางด้านหลังไนต์คลับอลองเซส รถคันหรูซึ่งเป็นลูกรัก ที่เขาเพิ่งถอยรถสปอร์ตป้ายแดงใหม่เอี่ยม ผ่านมาไม่ถึงสิบนาทีก็มีเสียงรถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาอยากจะรู้นักว่าเธอประจบประแจงวิธีไหน ป๊าเขาถึงได้ส่งคู่หมั้นคู่หมายที่เขาเห็นแล้วอยากจะอ้วก มาคอยควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนของตน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...หลายครั้งแล้วที่เธอกับเขาเคยโต้กลับดุเดือด ป้าเฉิ่มจืดชืด แว่นหนาเตอะ เจอกันอีกทีก็ยังแต่งตัวเหมือนเดิม
คิดเหรอว่าเขาจะเอารสนิยมจืดชืดมาทำเมีย อย่างนี้ก็เสียภาพลักษณ์หนุ่มโสดสุดฮ็อตน่ะสิ...
“แสบนักนะ น้ำค้าง!”
บ้านของเจมส์มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย แต่เขาไม่ค่อยชอบกลับมาบ้านใหญ่หรือเรียกมันว่าคฤหาสน์เสียเท่าไหร่ ทว่าบ้านจะหรูหราหรือสวยงามมากขนาดไหน แต่ถ้าใจอยู่ไม่เป็นสุข คิดหรือว่าชายหนุ่มจะอยู่ให้จับคู่กับคนที่เขาไม่ได้รัก“คุณท่าน คุณเจมส์กลับมาแล้วค่ะ”
ร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคาย ผิวขาวเนียนกว่าพวกผู้หญิงเหล่านางแบบที่ชอบดูแลตัวเองเสียที อาจเป็นเพราะหลายเดือนมาเขาหมกตัวอยู่แต่ภายในไนต์คลับ กิน หลับ นอนและเที่ยว เพื่อหลบเลี่ยงคนของพ่อเขาลากกลับมาบ้าน
แล้วทำไมวันนี้เจมส์ถึงยอม...
ไม่ใช่เชิงว่ายอมหรอก ก็แค่จะมาคัดค้านเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับผู้หญิงเชยเฉิ่ม ไร้เสน่ห์ดึงดูดนั่นต่างหาก
“สวัสดีครับคุณท่าน ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีมั้ยครับ”
เจมส์ยกมือไหว้พ่อตัวเองลวกๆ เสื้อยืดคอกลมเก่าคร่ำครึก กางเกงสแล็กส์และที่สำคัญ จากรองเท้าสูทกลายเป็นว่าใส่รองเท้าแตะหูหนีบขาดๆ ทำเอาคนเป็นพ่อเกือบเป็นลม เดือดร้อนเลขาสาวเฉิ่มเบอะเข้ามารับประคองเอาไว้
“ฉันจะเป็นลม หนูน้ำค้างดูคู่หมั้นของหนูสิ ตัวเองเป็นทายาทสายตรงของบริษัทยักษ์ใหญ่โตซะเปล่า กลับแต่งตัวเหมือนยาจกขอทาน นี่ฉันมีลูกชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
คนถูกถามไม่ตอบกลับยิ้มแหยๆ เหลือบสายตาหันมองคู่หมั้นคู่หมายไว้ ความจริงน้ำค้างก็ไม่อยากแต่งงานกับคนที่เขาไม่รักเธอหรอก ทว่าเพราะเป็นความต้องการของฝ่ายผู้ใหญ่สองคนทำเอาเธอหลีกเลี่ยงมันไม่ได้
และมีเหตุผลส่วนหนึ่งด้วย...
“พอรู้ว่าผมกลับมาก็รีบแจ้นออกมาต้อนรับเลยหรือครับป๊า”
สภาพทายาทคนเดียวคงเป็นยากจนอย่างที่พ่อเขาว่า รองเท้าแตะหูหนีบกาวตราช้างดาวก็เห็นในถังขยะข้างทรงก็เลยเอามาใส่เล่นๆ
เขาอยากจะรู้นักว่าคู่หมั้นหน้าเงินมาเห็นสภาพยาจกแบบนี้ ไม่มีเงินสด(มีแต่ฝากไว้ในบัญชี)แบบนี้ ยังจะกล้าหน้าด้านหน้าทนแต่งงานกับทายาทมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยไหม
“แกอย่ามายอกย้อนฉัน เข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วมาคุยกันกับฉันที่ห้องทำงาน”
“ผมไม่เปลี่ยน! ยังไงซะผมก็ต้องกลับคลับของผมอยู่ดี” เขาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเข้ม ส่งสายตาเขียวปัดมาทางเลขาเฉิ่มเบอะของป๊า
“ไอ้เจมส์!” ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกโดยสายเลือด เจต์คงป้องตบเข้ากกหูลูกชายหัวดื้อด้านสักที!
ก่อนที่สองพ่อลูกจะทำสงครามเย็นกัน คนกลางอย่างน้ำค้างสอดแทรกบทสนทนาหวังให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ต้นเหตุที่เขาไม่ค่อยถูกกับพ่อตัวเองก็เพราะเธอเสียมากกว่า
“ป้าญาวีรบกวนช่วยพาคุณเจต์เข้าไปข้างในก่อนดีกว่าค่ะ ส่วนทางนี้น้ำค้างขอคุยกับเขาสักครู่”
เธอขอเกลี้ยกล่อมคู่หมายตัวเอง หันมาเผชิญหน้ากับเขาทั้งๆ ที่ใจเต้นตุบๆ
ไม่ใช่เพราะหัวใจเต้นแรง...แต่เพียงสั่นกลัวเล็กน้อย
“เธออยากแต่งงานเอาเงินจากป๊าฉันมากสินะ ถึงได้ใช้หน้าที่ตำแหน่งเลขาของป๊าประจบประแจงเพื่อให้ได้สิ่งที่หล่อนต้องการ ลองหัดส่องกระจกดูตัวเองบ้างว่าหน้าเฉิ่มแบบนี้ ใครเขาจะเอาเธอมาทำเป็นเมีย!”
คำด่าแต่ละคำจากปากผู้ชายร้ายกาจพ่นออกมาใส่ตรงหน้าเธอ...น้ำค้างยิ้มรับเข้าสู้ ค่อนข้างชินชาแล้ว หลายครั้งที่เธอยอมทำตามคำสั่งท่านประธานของบริษัทJKL Group คนปัจจุบันไปควบคุมพฤติกรรมส่ำสอนลูกชายท่าน
และเธอก็ไม่ใช่เลขาเฉิ่มเบอะที่มีดีแค่เรื่องงาน ฝีปากโต้กลับคู่หมั้นปากเสียก็ไม่แพ้กัน
“แล้วใครกันที่ไม่อยากแต่งงานกับน้ำค้าง ทำไมถึงยอมกลับมา ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะต้องถูกคุณท่านจับแต่งงานอยู่ดี”
คนถูกย้อนจากยัยเด็กปากกล้าสะอึก “นี่เธอ!” ว่าพลางชี้นิ้วมาทางร่างบางยืนกอดอก จ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว
“น้ำค้างเองก็ไม่อยากแต่งงานหรอกค่ะ ถ้าคนนั้นไม่เคยรักตอบกลับ”
ว่าจบกลับตวัดขาเรียวยาวเดินหายเข้าไปข้างในบ้านจรูญเพทาย ตั้งแต่พ่อของน้ำค้างเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุสิบแปดปีก็ถูกเพื่อนสนิทของพ่อให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่พร้อมเจอกับเจอลูกชายปากเน่า ปากเสีย
แต่ก่อนเคยโง่ที่เผลอปลื้มลูกชายท่าน แต่...ตอนนี้น้ำค้างกลับหายโง่แล้ว
เจมส์กำมือแน่น หัวเสียอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าตอบโต้กลับได้เท่านี้อีกแล้ว
น้ำค้าง...คือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะไม่แต่งงานด้วย
ถ้าเขาได้แต่งงานกับเธอ มหัตภัยของจริงแน่!
น้ำค้างนอนพักรักษาตัวตามคำสั่งของคุณหมอ รวมระยะเวลากว่าถุงน้ำเกลือถุงนี้จะหมดก็นับได้สามวัน ทว่าคนกระตือรือร้นอย่างเลขาสาวต้องการทำงาน ถึงแม้ว่าพ่อสามีจะส่งคนมาทำงานแทนก็ตามที แต่คนไม่ชอบกลิ่นคลื่นเหียนโรงพยาบาลคงกระอักกระอ่วนเต็มทน เมื่อรู้จากคุณหมอว่าจะได้กลับบ้าน มีแต่พ่อสามีมารับด้วยความห่วงใย ส่วนสามีตัวดีน่ะเหรอ อย่าคาดหวัง ตื่นจากฝันได้แล้ว น้ำค้าง “ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะหนูน้ำค้าง” ส่วนเจ้าตัวที่เอ่ยถึงกลับแค่นยิ้มสมเพชเวทนาให้กับตัวเอง กวาดสายตาหันมองรอบบ้านจรูญเพทายแล้วใจหายยังไงอย่างบอกไม่ถูก เหลือเวลาอีกไม่มาก เธอกำลังจะขนย้ายข้าวของออกจากที่นี่แล้วสินะ “หนูเป็นอะไร” พ่อสามีถาม ทั้งๆ ที่แต่ก่อนยังเห็นลูกสะใภ้ยังดีๆ อยู่ “หรือว่าลูกชายฉันแอบพาผู้หญิงคนอื่นมาคอนโดฯ ให้หนูต้องเจ็บช้ำใจเหมือนแต่ก่อน” คนถูกย้อนถามถึงกับไปต่อไม่เป็น น้ำค้างส่ายหน้าพัลวันพร้อมเดินเข้าไปข้างในบ้านของสามีเพื่อเป็นการให้คำตอบ เรื่องนั้น อยู่ที่เจ้าตัวตัดสินเองจะดีกว่า ก่อนที่ความอดทนของเธอจะขาดสะบั้นลง! ทว่าขายังไม่ทันก้าวผ่านเข้าไปตรงจุดอื่น กลับหยุดชะงักเมื่อเห็นสามีตัวเองนั่งรอภ
เหนื่อยที่จะเถียงกับคนพูดจาไม่รู้เรื่อง น้ำค้างเจ็บสะบักสะบอม ที่ผ่านมาเธอยอมอดทน มอบความรักที่อีกฝ่ายไม่เคยสนใจให้ ต่อจากนี้จะไม่ทนอีกต่อไป “นี่เธอกล้าเถียงกับผัวตัวเองงั้นเหรอ” เจมส์จับลาดไหล่ของเธอทั้งสองข้างหันมาสบตาเขา มีอย่างที่ไหนภรรยากล้าเถียงกับสามี ถึงอย่างไรสถานะเธอกับเขายังคลุมเครืออยู่แบบนี้ สาวเจ้าคิดจะมีชู้ใหม่เย้ยหยันต่อหน้าผัวเหรอ ไม่มีทางให้เธอสมหวัง “หย่ากันมั้ยคะ” สุดท้ายคนมีความอดทนเก่งอย่างน้ำค้างตัดสินใจหันหน้ามาคุยกันตรงๆ ก็ในเมื่อตอนนี้เขากับเธอแต่งงานปราศจากความรัก พันธะสัญญาของรุ่นพ่อก็คงไม่จำเป็นต้องเอามาเป็นประเด็นยื้อรั้งไว้ เพราะคนเจ็บมากสุดก็คือตัวเธอเอง... “เธอพูดว่าอะไรนะ?” เดี๋ยวนะ! คำพูดพวกนี้ต้องเอ่ยออกจากปากเขาเองตั้งแต่แรก ทว่าเธอกลับพูดมันตรงๆ และเป็นครั้งแรกที่เจมส์ถึงกับไปไม่เป็นกับเมียจำใจแต่งคนนี้ ใจกล้ากว่าหญิงอื่นที่เพลย์บอยเคยควงด้วย “น้ำว่าพี่เจมส์คงไม่หูหนวกเกินกว่าจะเรียกหมอมาตรวจอาการดูที่นี่หรอกนะ” แล้วเจมส์ต้องรู้สึกยังไงที่ถูกเมียด่าทางอ้อม จะหาว่าตัวเองเลวหรือสันดานมักมากเรื่องผู้หญิงบนเตียงก็ได้ เขายอมรับ แต่นั่น
‘มารีน่า’ น่าจะเป็นชื่อผู้หญิงในสต็อกของเพลย์บอยร้ายของเขา แต่ใครกันล่ะ... “หนูน้ำค้าง” เสียงเรียกของพ่อสามีทำให้คนแอบคิดมากสะดุ้งจนตัวโยน หญิงสาวเลือกหันมาส่งยิ้ม ขณะลืมคิดสนิทว่าตอนที่เรามีอะไรกัน พอจำได้เลือนรางว่าเขาใส่เครื่องป้องกันหรือเปล่า ถึงแม้ว่าสถานะเราจะเป็นสามีภรรยาต่อกัน มีแค่บางอย่างไม่เหมือนกันซึ่งคือความรัก เขาเห็นเธอเป็นของเล่นไร้ค่า เมียตัวเองนอนป่วยอยู่แท้ๆ ยังนัดกับผู้หญิงคนอื่น ใจเธอก็รักเป็น เจ็บเป็น... “คะคุณพ่อ” เสียงสั่นๆ ตอบรับ “หนูโอเคใช่มั้ย” พ่อสามีคงหมายถึงเธอทนไหวได้หรือเปล่ากับการต้องอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รักเรา ทว่าเธอยิ้มน้อยๆ เรื่องหัวใจไม่สามารถบังคับชอบใครได้ แต่ปัจจุบันขอทำมันให้ดีที่สุด “โอเคค่ะ” “ถ้าเกินกว่าลูกชายป๊าชอบทำให้หนูน้ำค้างพบเจอแต่ความเจ็บปวด เสียใจจนหนูทนไม่ไหวรีบมาบอกป๊าทันที ไม่ต้องเกรงใจ” “ขอบคุณมากค่ะคุณพ่อ” เจต์มองเห็นบางอย่างจากตัวลูกสะใภ้คนโปรด บ่งบอกว่าเธอนี่แหละจะมาปราบเพลย์บอยตัวพ่อให้อยู่หมัด และตอนนี้น้ำค้างไม่ใช่สาวสุดเฉิ่มเหมือนที่ลูกชายเขาเคยสบประมาท เขาเชื่อใจเธอ “ให้ป๊าเฝ้าหนูน้ำค้างมั้ย หรือว่าหน
น้ำค้างเป็นห่วงงานมากกว่าห่วงตัวเอง หน้าที่เลขาของท่านประธานเจมส์ต้องมาก่อนตำแหน่งเมียครอบครองใบทะเบียนสมรสเฉยๆ แต่ไม่ได้ครอบครองหัวใจเพลย์บอยตัวร้ายอย่างเขา เลขาสาวหยัดกายเปลือยเปล่าลุกจากเตียง ตามเนื้อตัวขาวเนียนกลับมีรอยจ้ำ รอยดูดเต็มร่องรอยไปหมด แสดงชี้ชัดให้เห็นว่าเธอเป็นของใคร ไม่ได้การแล้ว เกเรกับงานมาหลายชั่วโมง เธอต้องรีบออกไปทำงานสมกับเงินเดือนที่ได้รับ ความรู้สึกแรกเมื่อได้สติคือเมื่อยขบไปทั้งตัว “จะไปไหน” เจ้าของมือหนาคว้าหมับเข้าไว้ต้นแขนเรียวเล็กเอ่ยปากถาม “น้ำต้องรีบออกไปทำงานค่ะ” ก่อนจะลากพาร่างกายแสนอ่อนเพลียถอยห่างจากสามีจอมตะกละเรื่องเซ็กซ์ สารภาพว่ากลิ่นกายของเขาชวนเธอแทบมึนเมาจริงๆ “เธอตัวร้อน!” ครั้นเขาจะแกล้งวอแวเมียเด็กอีกรอบ แต่เพียงสัมผัสเนื้อตัวร้อนรุ่ม ความรู้สึกข้างในบางอย่างกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก เพิ่งนึกได้ว่าเขารังแกคนที่กำลังหายป่วย “ไม่ต้องมายุ่งกับน้ำ” “อย่าดื้อได้มั้ย” คนที่เนื้อตัวเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มปิดกายท่อนล่างใช้แรงกระชากปลิวตัวเมียชอบขัดคำสั่งสามีตัวเอง รวบตัวกอดเอาไว้ “ฉันไม่รู้ว่าเธอมีไข้ ถ้ารู้ก่อน ฉันจะไม่รังแกเธอ”