INICIAR SESIÓN“วันนี้ทำไมยัยมาริสาปล่อยตัวมาได้ล่ะ” โยทะกากล่าวค่อนแคะน้องชายทันทีที่โผล่หน้ามาถึง
“ไม่เกี่ยวอะไรกับริสานี่ครับ”
“แน่ใจหรือที่พูด”
“ก็ได้ ริสามีส่วนทำให้ผมไม่ได้ไปไหนจนต้องติดอยู่ที่ไซต์งาน วันนี้เธอออกไปเที่ยวผมเลยมาหาพี่ที่บ้านได้ พอใจหรือยังครับ” ชานนท์อธิบายปนประชด แต่สายตากลับมองหาใครสักคนไปรอบๆ บ้าน
“มองหาชมพูนุชหรือไง ไม่อยู่หรอกเพื่อนชายเขารับไปตั้งแต่เช้า”
“เพื่อนชาย มันเป็นใคร”
“พูดให้เกียรติเขาหน่อยสิตานนท์ คุณต้นเขามารับมาส่งชมพูนุชไปเรียนเป็นประจำ รู้จักเข้ามาขออนุญาต ทั้งที่บ้านเราไม่ใช่ผู้ปกครอง ท่าทางจะเอาจริง”
“มันคงไม่รู้ว่านุชเคยมีผัวมาก่อน”
“ปากร้ายจังตานนท์... แล้ววันนี้จะอยู่นานไหม”
“ผมตั้งใจว่าจะค้างที่นี่ อยากพักผ่อนเต็มที่สักวัน ไม่ได้นอนเต็มตื่นมาเกือบอาทิตย์” ชานนท์เอ่ยพร้อมตบต้นคอเบาๆ รู้สึกเพลียอย่างบอกไม่ถูก
“นี่อย่าบอกนะ ว่าแกกับมาริสา”
“ผมไม่บ้าขนาดนั้นพี่โย ผมกับเธอยุติความสัมพันธ์กันตั้งแต่นุชไปเจอแล้วครับ”
“แต่ทำไม มาริสาถึงเกาะแกแจล่ะนนท์”
“ผมเคยพลั้งปากประชดนุชว่าจะแต่งงานกับริสาสิครับ แต่ผมก็อธิบายให้ริสาฟังไปแล้วและเธอก็เข้าใจดี”
“แกคิดว่ามาริสาเข้าใจหรือ ถ้าเข้าใจทำไมถึงยังเกาะแกเป็นปลิงไม่ยอมปล่อยแบบนี้นนท์ พี่ล่ะเครียดแทนแกจริงๆ”
“เดี๋ยวเขาหาที่หมายใหม่ได้ คงไปเองแหละครับ...แล้วพี่แต่งตัวจะออกไปไหนครับ กระเป๋าเดินทางนั่นด้วย”
“พี่จะพาเด็กๆ ไปเยี่ยมคุณแม่ที่เมืองไทยหน่อย โทร.มาอ้อนว่าป่วย” โยทะกากล่าวขำๆ เพราะรู้ว่ามารดาไม่ได้ป่วยจริง แถมยังบอกให้พาหลานๆ ไปด้วย ถึงแม้เอรีนน่ากับเอรินน่าไม่ใช่สายเลือดเดียวกับเธอ แต่ท่านก็เมตตาเสมือนอีกฝ่ายเป็นหลานในไส้
“แล้วคุณซาโตล่ะครับ ไม่ได้ไปด้วยเหรอ”
“ติดงาน แต่บอกว่าจะรีบเคลียร์งานแล้วตามไป... พี่คงไปสักสองอาทิตย์ ป้านวลก็จะไปด้วย”
“อืม... แสดงว่าพี่โยให้อภัยคุณซาโตแล้วใช่ไหมครับถึงใจอ่อนพาไปเยี่ยมคุณป้า”
“ลูกกับพ่อคนละส่วนกันนะ”
“เกลียดตัวกินไข่... แปดปีไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับพี่โย ให้อภัยได้ก็ให้อภัยเถอะ”
“แล้วแกล่ะ ให้อภัยชมพูนุชหรือเปล่า” โยทะกาสวนกลับทำเอาอีกฝ่ายถึงกับนิ่งเงียบไปชั่วขณะ
“ก็เขาไม่ได้รักผมเหมือนพี่โยกับคุณซาโตนี่ครับ ผมเจ็บนะพี่โย เจ็บมากเมื่อคนที่เรารักไม่เห็นคุณค่า”
“ถ้าเขารักแกล่ะนนท์ แกจะกลับไปหาเขาไหม”
“ไม่มีทาง เขาไม่มีวันรักผมหรอก ขนาดริสาโผล่มาเขายังเฉยชาไม่รู้สึกรู้สาอะไร” เขาเจ็บทุกครั้งกับแววตาอันเฉยชาของอีกฝ่าย
“แกก็ลองดูดีๆ สิ เฉยชาหรือแค่เก็บอาการ พี่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของแกมาก เดี๋ยวซาโตจะมาบ่นพี่อีก”
“คุณน้า/คุณน้า” สองแฝดวิ่งเข้ามากอดคุณน้าหนุ่มด้วยความดีใจ บทสนทนาก็ต้องพักเก็บไป
“แต่งตัวสวยจะไปไหนกันครับเนี่ย”
“จะไปหาคุณยายค่า รีนน่าจะไปพูดภาษาไทยกับคุณยาย” แฝดผู้พี่อวดคุณน้าด้วยภาษาไทยแม้จะไม่ชัดแต่ก็พอเข้าใจภาษา
“เห็นแล้วใช่ไหมพี่โย” ชานนท์หันไปพูดกับญาติผู้พี่ถึงความน่ารักของเด็กแฝด
“จ้า ไม่ต้องมาย้ำว่าฉันใจร้ายแค่ไหน... ถ้าว่างก็แวะมาที่บ้านบ้างก็แล้วกัน” โยทะกาบอกกับน้องชายเป็นนัยๆ ก่อนหันไปจูงมือลูกเลี้ยงเดินออกไป
ชานนท์ถึงกับคลายรอยยิ้มลง เพราะที่บ้านหลังนี้คงเหลือแค่ซาโตชิกับชมพูนุชเพียงสองคน บ้านพักลูกจ้างก็ถูกจัดเป็นสัดส่วน หลังเสร็จงานจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ย่างกรายเข้ามาบนตึกเด็ดขาด เห็นทีเขาคงหาทางขัดขวางแต่จะขัดขวางด้วยวิธีไหนกัน หากมาริสาไม่อยู่เขาคงจัดการได้สะดวกขึ้น
“จริงสิมาริสา เราลืมไปได้ยังไงกัน”
ชื่อมาริสาจุดประกายความคิดของแผนการอันแยบยล ไวเท่าความคิดชายหนุ่มเดินตรงไปที่รถพร้อมโทรศัพท์หาหญิงสาว ซึ่งปรากฏว่าอีกฝ่ายกำลังซื้อของอยู่ในห้างดัง เขาจึงขับรถตามไปที่หมายทันที
“ริสาดีใจที่คุณตามมา” มาริสาเข้ามาเกาะแขนชายหนุ่มด้วยความดีใจ เขาคงแคร์เธอบ้างละ งั้นคงไม่รีบตามมาแน่
“ผมก็อยากผ่อนคลายบ้าง”
“งั้นไปช่วยริสาเลือกชุดหน่อยสิคะ สวยๆ แบรนด์ดังทั้งนั้น”
“ไปสิอยากได้ชุดไหนบอก เดี๋ยวผมจ่ายให้” ชานนท์กล่าวเอาใจจนมาริสาหันมามองอย่างแปลกใจระคนตื่นเต้น
“จริงๆ นะคะ คุณนนท์ไม่โกหกริสาใช่ไหม”
“จริงสิ ผมจะโกหกคุณทำไมล่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้า เพียงเท่านั้นมาริสาก็ลากชายหนุ่มเข้าร้านเสื้อชื่อดัง ซึ่งเธอแวะสำรวจแต่ไม่มีเงินพอจะซื้อ โชคดีเหลือเกินที่ชานนท์ตามมา ก่อนจะชะงักเมื่อชุดที่เธอหมายตากำลังถูกชมพูนุชแย่งชิงไปแถมกำลังยื่นให้กับพนักงาน
“เอ๊ะ!” เสียงมาริสาดังขึ้นพอทำให้ชมพูนุชหันไปมอง
“ใจตรงกันอีกแล้วคุณนุช ชุดที่คุณเลือกเป็นชุดที่ริสาหมายตาไว้แล้ว คงเหมือนคุณนนท์” มาริสาเอ่ยพลางกระตุกยิ้มราวเย้ยหยัน ชมพูนุชเหลือบสายตามองตัวต้นเรื่องที่ยืนนิ่งราวกับเธอไม่มีตัวตน
“อยากได้เหรอคะ”
“ค่ะอยากได้มาก” มาริสาพยักหน้า
“เอาไปสิ ฉันไม่อยากได้มันแล้ว และไม่ชอบใช้ของร่วมกับใครด้วย” ชมพูนุชส่งชุดที่ตนเลือกไว้ให้กับมาริสา ก่อนเดินผ่านหน้าทั้งคู่ไป แม้จะทำตัวเข้มแข็งแต่ใครจะรู้ว่าเธอกำลังร้องไห้ เพียงพ้นร้านออกไปเท่านั้นถึงกับต้องทรุดตัวลงนั่งยกสองมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้เงียบๆ
“นี่ครับ” เสียงที่ดังขึ้นเหนือศีรษะดึงสติหญิงสาวกลับคืนมา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพบว่าเป็นนที
“คุณต้น” หญิงสาวครางเรียกชื่อก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าอีกฝ่ายไว้พร้อมกล่าวคำขอบคุณเบาๆ
“นุชคิดว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีกค่ะ”
“วันนี้ทำไมยัยมาริสาปล่อยตัวมาได้ล่ะ” โยทะกากล่าวค่อนแคะน้องชายทันทีที่โผล่หน้ามาถึง“ไม่เกี่ยวอะไรกับริสานี่ครับ”“แน่ใจหรือที่พูด”“ก็ได้ ริสามีส่วนทำให้ผมไม่ได้ไปไหนจนต้องติดอยู่ที่ไซต์งาน วันนี้เธอออกไปเที่ยวผมเลยมาหาพี่ที่บ้านได้ พอใจหรือยังครับ” ชานนท์อธิบายปนประชด แต่สายตากลับมองหาใครสักคนไปรอบๆ บ้าน“มองหาชมพูนุชหรือไง ไม่อยู่หรอกเพื่อนชายเขารับไปตั้งแต่เช้า”“เพื่อนชาย มันเป็นใคร”“พูดให้เกียรติเขาหน่อยสิตานนท์ คุณต้นเขามารับมาส่งชมพูนุชไปเรียนเป็นประจำ รู้จักเข้ามาขออนุญาต ทั้งที่บ้านเราไม่ใช่ผู้ปกครอง ท่าทางจะเอาจริง”“มันคงไม่รู้ว่านุชเคยมีผัวมาก่อน”“ปากร้ายจังตานนท์... แล้ววันนี้จะอยู่นานไหม”“ผมตั้งใจว่าจะค้างที่นี่ อยากพักผ่อนเต็มที่สักวัน ไม่ได้นอนเต็มตื่นมาเกือบอาทิตย์” ชานนท์เอ่ยพร้อมตบต้นคอเบาๆ รู้สึกเพลียอย่างบอกไม่ถูก“นี่อย่าบอกนะ ว่าแกกับมาริสา”“ผ
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต







