تسجيل الدخولฉัตรวีสาวน้อยวัย 22 ปี ที่เพิ่งจบใหม่ สาวน้อยที่ดูใสซื่อแต่ร้ายลึก ดูเหมือนอ่อนแอภายนอก แต่ร้ายกาจไม่เบาเมื่อถูกกดดัน กับหนุ่มใหญ่วัยถึกอย่างตรีภพ เขาอายุ 38 ปี แต่ยังไม่เคยมีแฟน แต่เรื่องบนเตียงเหมือนช่ำชองมาก ทำตัวอ่อนโยนแค่กับเธอ แต่ภายนอกนิ่งขรึมพูดน้อย ไม่ชอบความวุ่นวาย มีเหตุให้ทั้งคู่ต้องมาข้องเกี่ยวกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลที่จำเป็น และมีสัมพันธ์กันชั่วข้ามคืนโดยที่ไม่ได้ผูกมัดกัน ตรีภพได้กลับมาเจอเธอโดยบังเอิญอีกครั้ง และครั้งนี้เขาไม่ยอมปล่อยผ่าน ทำทุกทางเพื่อให้ได้เธอมา เป็นความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน จึงขอคบเธอเป็นแฟน แต่เขาก็หนักใจไม่น้อยเมื่อผู้เป็นแม่ เร่งให้เขาหาแฟนแต่ต้องอยู่ในเงื่อนไข ข้อตกลงที่เธอตั้งไว้ ว่าที่ลูกสะใภ้ของเธอต้องมีชาติตระกูล ฐานะเท่าเทียมมีหน้ามีตาในสังคม และที่สำคัญต้องเข้ากับแม่ผัวอย่างเธอได้ คุณสมบัติพวกนี้เธอต้องคัดกรองด้วยตัวเองอีกรอบ แต่คุณปทุมทิพย์ก็มีว่าที่ลูกสะใภ้ในใจไว้แล้ว เธอเป็นนักเรียนนอกอายุ 28 ปี เป็นลูกสาวของเพื่อนสนิท และวางแผนไว้สำหรับลูกชายทั้งสองคน
عرض المزيدเมื่อเลิกเรียนสองสาวคู่ซี้ก็ชวนกันไปกินข้าวกันรดาภรณ์จูงมือฉัตรวี เดินตรงเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยนัก เมื่อเดินเข้ามาในร้านอาหารสองสาวยังไม่ทันได้นั่ง ก็บังเอิญเจอกับญาติผู้ใหญ่ของรดาภรณ์ สองสาวเลี่ยงไม่ได้ที่จะทักทายตามมารยาท รดาภรณ์จึงจูงมือฉัตรวีเข้าไปทักทาย "สวัสดีค่ะคุณอา"รดาภรณ์ทักขึ้นเมื่อเห็นหนุ่มใหญ่ร่างสูงโปร่ง แต่งตัวภูมิฐานเดินเข้ามาในร้าน "หวัดดีรดา "เขาเอ่ยเสียงทุ้มฟังดูรื่นหูพร้อมรอยยิ้มอ่อน "นี่ฉัตรวี...เพื่อนรดาเองค่ะ"รดาภรณ์แนะนำเพื่อนสนิทให้รู้จักกับคุณอา เมื่อบังเอิญมาทานข้าวแล้วเจอกัน ฉัตรวีเงยขึ้นมองหน้าชายวัยกลางคนที่เพื่อนเรียกคุณอาช้าๆ ดูแล้วผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะถึงสี่สิบอย่างมากก็คงอายุมากกว่าพวกเธอแค่ไม่กี่สิบปี หน้าตาคมคายหล่อเหลาเอาการทีเดียวเสียงทุ้มละมุนหู "สวัสดีค่ะ...คุณอา"ฉัตรวีเอ่ยออกมาแบบไม่เต็มเสียงนัก เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ แค่เหลือบมองครู่หนึ่งแล้วก้มหน้าลง แต่ก็ทันได้เห็นความหล่อเหลาคมเข้มบนใบหน้านั้น ก่อนจะก้มหน้าลงมองที่มือตัวเอง "หวัดดี...ไว้เจอกันนะอามีนัดสำคัญ ต้องไปก่อน"ตรีภพเอ่ยขึ้นพร้อมขอตัว เขามีนัดกับลูกค้าที่ร้านอาหารแห่งนี้ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว จึงทักทายพวกเธอตามมารยาทเท่านั้นแล้วขอตัวไปทำธุระต่อ หลังจากวันนั้นฉัตรวีก็ไม่เคยเจอกับคุณอาของรดาภรณ์อีกเลย จนเธอเรียนจบผ่านไปเกือบสองปีฉัตรวีได้ไปสมัครงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นรดาภรณ์ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทั้งคู่จึงต้องแยกกันฉัตรวีต้องไปสมัครงานตามลำพัง "โชคดีนะที่ได้งานที่นี่...ไม่งั้นคงแย่แน่"ฉัตรวีบ่นกับตัวเองเธอหางานมาหลายที่ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าเธอไม่มีประสบการณ์ แต่ที่บริษัทนี้กลับบอกเธอว่าประสบการณ์หาได้ แค่ไม่เลือกงานขยันซื่อสัตย์และอดทนก็พอ สัมภาษณ์งานเสร็จเธอก็ตรงไปที่ห้องเช่าเลยเพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ยังไม่ทันได้เรียกรถกลับเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น "ตื๊ด...ตื๊ด..ตื๊ด"หญิงสาวหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมารับก็ได้ยินเสียงต้นสายดังขึ้นเหมือนกำลังตกใจ เสียงสั่นเครือด้วยความตกใจ "พี่แย่แล้ว!...พ่อ พ่อโดนรถชน!" หนุ่มน้อยปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจเขาเองก็เพิ่งรู้ข่าวจากแม่ ตอนนี้พ่ออยู่ที่โรงพยาบาลในห้องฉุกเฉินเป็นตายเท่ากัน ฉัตรวีวางสายก็รีบเรียกแท็กซี่ไปที่โรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เจอน้องกับแม่นั่งรอที่หน้าห้องฉุกเฉิน ส่วนพ่อของเธอหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ไม่นานนักหมอก็เดินออกมา "พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ต้องผ่าตัดด่วน"คุณหมอบอกญาติคนไข้แล้วให้แม่ของเธอเซ็นเอกสารบางอย่าง แล้วเรียกให้ญาติเข้าไปฟังรายละเอียดที่ห้องทำงาน "อาการของคุณผาสุขไม่น่าเป็นห่วง พ้นวิกฤติไปแล้วเหลือแค่ผ่าตัด แต่ญาติต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดไว้ด้วยนะครับ ราวๆ หนึ่งแสนเก้าหมื่นบาท"คุณหมอยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ฉัตรวี "ถ้าอ่านเข้าใจแล้วก็เซ็นเถอะครับ ผมจะจองผ่าตัดให้เร็วที่สุดมันจะเป็นผลดีกับผู้บาดเจ็บครับ" เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแม่กับน้องก็กลับบ้าน ส่วนฉัตรวีเธอยิ่งกลุ้มใจหนักกว่าใครๆ ตอนนี้ต้องหาเงินค่าผ่าตัดให้พ่อ ฐานะทางบ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไรพ่อขับวินมอไซด์ส่วนแม่ทำขนมขายอยู่หน้าปากซอย ส่วนน้องชายยังเรียนอยู่ปีหนึ่งเธอเองก็เพิ่งเรียนจบ "เพื่อนๆ ฉันอยากหางานพิเศษ ขอเงินดีๆ นะต้องใช้เงินด่วน" ฉัตรวีส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มให้เพื่อนแนะนำงานให้ส่วนใหญ่ เพื่อนสนิทหลายคนก็ไม่ได้ฐานะดีต้องทำงานและเรียนไปด้วย "งานดีได้เงินเยอะน่ะเหรอ...ก็มีนะฉัตรแต่...."เพื่อนสาวส่งข้อความมาแค่นั้น ยังไม่ทันได้รู้เรื่องกดออกจากแชท "อะไรของมันนะ อยู่ๆ ก็ออกจากแชทเฉยเลย"เพื่อนคนหนึ่งส่งข้อความมา "งั้นฉันไปแล้วนะ ทิ้งข้อความไว้แล้วกันถ้ามีงานเงินดีน่ะ" ฉัตรวีบอกเพื่อนๆ ในกลุ่มแล้วก็ออกจากแชทเช่นกัน ไม่ถึงห้านาทีบัวชมพูก็โทรเข้าฉัตรวีเดาไว้ไม่ผิดต้องเป็นเรื่องงานแน่ แต่บัวชมพูอาจคุยในแชทไม่ได้จึงออกจากแชท เพื่อคุยกับเธอส่วนตัว "งานอะไรหรือบัว...ฉันรู้ว่าเธอลำบากจะคุยในกลุ่ม"ฉัตรวีพูดขึ้นอย่างรู้ทัน "คือเฮียเจ้าของร้านฉัน อยากได้เด็กเสริฟหน้าใหม่น่ะอาทิตย์หน้าจะมีแขกวีไอพีมาที่ร้าน"บัวชมพูพูดตามความจริงลูกค้าคนสำคัญมา เฮียเจ้าของร้านจึงอยากได้เด็กสาววัยใสมาไว้บริการ ดูแลแขกวีไอพียิ่งสะอาดยิ่งดี "อืมฉันเข้าใจความหมายของเธอนะบัว ขอบใจนะที่หางานให้ ฉันรับงานนี้เงินค่าผ่าตัดของพ่อยังต้องหาอีกเยอะเลย" ฉัตรวีเอ่ยอย่างหนักใจ "เธอลองดูก่อนนะฉัตร งานแบบนี้ได้ทิปหนักเธออาจโชคดีก็ได้นะถ้าเจอลูกค้าใจดี" บัวชมพูเอ่ยให้กำลังใจเพื่อนเพราะงานแบบนี้ ทำให้เธอมีเงินได้เรียนมหาลัยเหมือนคนอื่นๆ ถึงจะไม่มีเกียรติแต่เธอก็เรียนจบเหมือนเพื่อนคนอื่น เช้าวันต่อมาฉัตรวีก็ได้เริ่มงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเธอเริ่มต้นแค่เด็กฝึกงานระดับล่าง แต่เงินเดินก็ถือว่าได้เยอะ พอเลิกงานฉัตรวีก็ไปทำงานพิเศษที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านเดียวกันกับบัวชมพูเพื่อนของเธอทำอยู่ ห้อง vip... ฉัตรวีเดินเข้ามาพร้อมกับเหล้าขวดหนึ่งซึ่งแพงกว่าค่าตัวเธอเสียอีก เธอเสริฟเหล้าให้แขกวีไอพีเหล่านั้นอย่างสุภาพ ผ่านไปเกือบชั่วโมงผู้คนเหล่านั้นเริ่มเมาได้ที่ มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องวีไอพีในขณะที่คนอื่นเริ่มเมากันหมดแล้ว "อ้าวภพ...มาๆ นั่ง มาสายตลอดเลยนะเพื่อน"ชายหนุ่มวัยกลางคนชวนเพื่อนนั่ง ครั้งนี้เพื่อนเก่าสมัยเรียนมารวมตัวกันเกือบครบ ตรีภพปฎิเสธไม่ได้จึงจำใจต้องมาร่วมด้วย เพื่อนๆ ของเขาแต่งงานกันไปเกือบหมดแล้วเหลือเพียงไม่กี่คน และยังมีตรีภพอีกคนที่ยังโสดสนิทอายุสามสิบแปดแล้วยังไม่มีแม้กระทั่งแฟน เพื่อนๆ ของเขาจึงถือโอกาสนี้หาผู้หญิงมาปรนนิบัติเขา ยอมวางยาปลุกเซ็กลงในแก้วเหล้าของตรีภพ "มาช้านะมึง...ดื่มเหล้าแก้วนี้ให้หมดนะถือว่าเป็นการลงโทษที่มึงมาช้า" ยศกรเอ่ยขึ้นพร้อมยกแก้วเหล้าส่งให้เพื่อน แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย "เฮ้สาวๆ ...มาๆ นั่งกับเฮียเขาหน่อย" ภูฤทธิ์เรียกสาวๆ ที่เตรียมไว้เข้ามาในห้อง แล้วบอกสาวสวยสองสามคนเข้าไปดูแลตรีภพ ตรีภพยกเหล้าแก้วนั้นขึ้นดื่มจนหมดแก้ว แต่เขากลับปฎิเสธสาวสวยพวกนั้นไล่ให้พวกเธอออกไปห่างๆ เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา เขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงเลยสักครั้งตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย จนทุกวันนี้เขาก็ยังไม่เคยคบกับผู้หญิงคนไหนเลย "เอาน่าภพ...สนุกบ้างคลายเคลียดมั่งเถอะ มาๆ น้องมาดูแลเฮียเขาหน่อย"ผ่านไปไม่ถึงห้านาทียาก็เริ่มออกฤทธิ์ ตรีภพไล่สาวสวยเหล่านั้นอีกครั้ง เมื่อพวกเธอเริ่มเข้ามาวุ่นวายกับเขา สายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยกเหล้าเข้ามาเพิ่ม เป็นรอบที่สองเขาลุกขึ้นเดินเข้าไปคว้าข้อมือเรียวไว้ เมื่อเธอจัดวางขวดเหล้าเหล่านั้นลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว "โอ๊ยยย.."หญิงสาวร้องเสียงดังด้วยความเจ็บเมื่อถูกมือใหญ่รวบที่ข้อมือเธอแรงๆ
หญิงวัยกลางคนสาวเท้าเดินเข้าไปหยุดที่ปลายเตียงกว้าง ยืนกอดอกหันหลังให้ พร้อมไถ่ถามความเป็นมาของฉัตรวี จะบอกว่าซักประวัติก็ไม่เกินจริง"เธอกับตาภพเป็นอะไรกัน"เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว บ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ในใจของเธอตอนนี้ยังคิดว่าฉัตรวีคือสะใภ้ ที่ตรีภพลูกชายของเธออุปโหลกขึ้นมาอย่างที่ ธิตยากล่าวอ้างเธอจึงอยากรู้ความจริงขึ้นมา เลยลุกขึ้นมาสวมบทแม่ผัวจอมโหด บีบเค้นเอาความจริงจากปากฉัตรวี "แล้วคุณแม่..อยากให้เป็นอะไรล่ะคะ " เธอตอบเสียงนิ่งเรียบ บ่งบอกถึงการพร้อมที่จะเผชิญหน้า เธอจะยอมแค่คนที่ดีกับเธอเท่านั้นถึงจะเป็นแม่ผัวก็เถอะ ถ้ายุ่งกับเธอจนเกินเหตุเธอก็ต้องปกป้องตัวเองบ้าง"ปากคอเลาะร้ายไม่เบาเลยนี่ ถึงกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉัน...ว่าที่แม่ผัวเธอ" หญิงวัยหกสิบปลายหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ ต่อว่าเธอแบบไม่เกรงใจเธอก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อยากรู้นักว่าจะมีพิษสงสักแค่ไหนฉัตรวียิ้มบางเมื่ออีกฝ่ายหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ เธอไม่พูดอะไรยืนรอฟังว่าแม่ผัวเธอจะร้ายแค่ไหนกันดูจากท่าทางแล้วก็ไม่ได้ดูเลวร้ายสักเท่าไหร่ เธอจึงคอยดูท่าทีก่อนถ้าเธอไม่ล้ำเส้นจนเกินไป คนอย่างฉัตรวีก็ไม่ได้คิ
ร่างบางระหงษ์สวมชุดเดรสสีดำแขนกุด สั้นเหนือเขาคอเสื้อตกแต่งด้วยลูกไม่สีตัดกัน เธอเกล้าผมด้วยยางมัดผมสีเดียวกัน แต่งหน้าอ่อนเบาบางสวมรองเท้าสีดำสูงสามนิ้ว มองเป็นธรรมชาติดูธรรมดาเรียบง่ายแต่ดูแพงขาเรียวก้าวลงจากรถเมื่อตรีภพเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ คฤหาสน์หลังใหญ่โต แต่กลับดูเงียบเหงาเมื่อมีแค่หญิงชราอยู่เพียงคนเดียว จะคึกคักหน่อยก็แค่ตอนรวมญาติที่ดูยุ่งเหยิง เมื่อหลายครอบครัวมารวมตัวกัน"เข้าไปข้างในเถอะ"เขายื่นแขนออกมาให้เธอ สาวน้อยคล้องแขนเขาเหมือนพระเอกกับนางเอกในซีรี่ ที่เธอเคยดูอยู่บ่อยๆ"ใครทำให้เธอไม่พอใจละก็ วีนได้เต็มที่ฉันจะหนุนหลังเธอเอง'"เขาเอียงคอมากระซิบข้างหูเธอ ก่อนเดินก้าวข้ามผ่านประตูเข้าไปดูเหมือนทุกคนจะมากันพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงตรีภพที่มาช้าที่สุดทุกคนบนโต๊ะอาหาร หันมาที่ฉัตรวีเป็นตาเดียวเธอตกเป็นเป้าสายตาของคนในห้องอาหาร เเบบไม่ทันตั้งตัว"มาแล้วหรือ...แกมาช้าขนาดนี้ไม่เห็นหัว ลุงป้าและอาแกอยู่ในสายตาเลยหรือยังไง" อาทิตย์ลุงใหญ่พี่ชายของพ่อคนโตโวยวายขึ้น อย่างไม่พอใจเขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอหน้าตรีภพเหตุผลก็คือเขาเป็นคนเก่งบริหารบริษัท ได้ผลกำไรต่อปีหลายหม
เธอมองคนหน้าตรงหน้าด้วยความเครียดแค้น เด็กสองคนนั้นเป็นลูกในใส้เขาแท้ๆแล้วทำไมยังเอาพวกเขา มาเป็นข้อต่อรองอีก เธอยอมรับข้อเสนอเขาหากเธอต้องอยู่และทำงานที่นี่ ยังไงก็ต้องเผชิญหน้ากับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จำต้องรับปากเขาไปส่งๆ ค่อยหาทางออกทีหลังตอนนี้เขากำลังโกรธ"ตกลงค่ะ...ฉันรับข้อเสนอของคุณ แต่คุณห้ามเข้าไปยุ่งกับลูกๆของฉัน" เธอยืนประจันหน้ากับเขาตรงๆพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เธอจะไม่ทำตัวอ่อนแอให้เขาเห็นอีกตาต่อตาฟันต่อฟันเธอไม่รู้ว่ามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกำลังใช้ชีวิตมีความสุขอยู่กับลูกๆ อยู่ดีๆเขาก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เรื่องพ่อของลูกเธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง"ลูกๆของเราต่างหาก...ฉันอยากทำลูกเพิ่มอีกสักคนสองคน เธอคงไม่มีปัญหานะ" พูดจบร่างสูงก็ขยับตัวดึงเธอเข้าไปกอด เขามองเธอไม่ละสายตาอยากมองเธอให้ชัดๆอีกครั้ง แขนแข็งแรงรวบเอวคอดเข้ามาจนชิด อกกว้างเบียดเข้ากับสองเต้าอวบนุ่มนิ่ม เขาก้มลงจูบเธออย่างตั้งใจ บดขี้เรียวปากอิ่มครั้งเเล้วครั้งเล่าอย่างโหยหา มันเป็นรสจูบที่หอมหวานดุเดือดเร่าร้อนที่สุดในรอบปีเขาไม่ปล่อยให้เธอได้หยุดพักระดมจูบลงมาที่ต้นคอระหงส์ ทำรอยจ้ำแดงไว้เด่นชั
ฉัตรวีกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อคืนพลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบควานหาโทรศัพท์ตามเสียงแล้วรับทันที"คุณฉัตร...เมื่อคืนลำบากคุณแล้วพักผ่อนเถอะครับ...วันนี้ผมให้คุณพักหนึ่งวันคุณทำได้ดีมาก"ธานินหัวหน้าของเธอโทรมาบอกให้หยุดพักได้หนึ่งวัน เพราะสัญญาความร่วมมือกับสุชาติลุล่วงแล้วเมื่อคืนธานินเองก็เป็นห่วงเธอไม่น้อยจึงให้คนไปคอยช่วยเธอ ทว่าไปถึงห้องอาหารกลับไม่เจอคน มีแค่เพียงแฟ้มเอกสารที่เซ็นเรียบร้อยแล้ววางอยู่เขาคิดว่าเธอคงกลับแล้วอาจเมามากเลยลืมแฟ้มเอกสาร วางทิ้งไว้แต่สุดท้ายก็คือเธอที่ทำสำเร็จ ธานินยังให้ผู้ช่วยไปตรวจสอบกล้องที่โรงแรมเพราะเป็นห่วงฉัตรวีเธอคือคนที่โนอาร์ฝากฝังไว้จึงดูแลให้เป็นพิเศษ พอเห็นมีคนช่วยเธอไปแล้วก็วางใจเพราะผู้ชายคนนั้น ก็ฐานะไม่ธรรมดาคงไม่ทำให้เธอเสื่อมเสียธานินรู้จักเขาเป็นอย่างดีและยังรู้อีกว่าเขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหน เธอยิ่งปลอดภัย"หยุดพักหรือคะ...อ่อเข้าใจแล้วค่ะหัวหน้า" เธอเออออไปตามที่เขาบอก ถึงให้ไปทำงานตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วเพราะจะแปดโมงครึ่งอยู่แล้วเธอมองไปรอบห้องที่แปลกตาก็เห็นเสื้อผ้าของเธอ พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบที่โต๊ะข้างเตียงเธอลุก
ร่างสูงอุ้มเธอวางลงที่ขอบอ่าง เขาก้มลงดูดจุกสีชมพูนั้นต่อ ใช้ลิ้นสากเลียวนรอบสองเต้า อย่างหมั่นเขี้ยวตรีภพแค่อยากแกล้งเธอ ในใจก็อยากให้เธอรีบอาบน้ำให้เส็รจกลัวเธอเป็นหวัดแต่ก็อดใจไม่ไหวเขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าเนียนชัดๆ แล้วบอกให้เธอรีบอาบน้ำ ส่วนตัวเขาก็รีบอาบเช่นกัน ผ่านมานานขนาดนี้ฉัตรวีคงหิวแล้วแน
ฉัตรวีใช้กำปั้นเล็กทุบที่อกกว้างแรงๆเธอเริ่มหายใจไม่ทันหอบ แทบขาดลมแต่เขายังพยายามจูบตวัดปลายลิ้นเข้าไปในโพลงปากเล็กอย่างต่อเนื่อง "ตุบ.ตุบ..ผลั่ก"เธอผลักอกเขาเมื่อไม่ยอมถอนริมฝีปากบางออก "โอ้ย!" ตรีภพหยุดชะงักรีบปล่อยให้เธอเป็นอิสระ เมื่อถูกฟันคมกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างอย่างจังจนเลือดซิบ เธอพยาย
"อ๊ะ...ขะ คุณอา"ฉัตรวีขยับถอยออกห่างผลักอกเขาออกเต็มเเรง เมื่อเบิกตาทั้งสองข้างมองจนชัดแล้วว่าเป็นเขาตรีภพ คุณอาที่เธอยอมค้างคืนด้วยเพื่อแลกกับเงินค่าผ่าตัดของพ่อเธอ "เธอเป็นอะไรหรือเปล่า"เขาเอ่ยหลังจากปล่อยข้อมือเธอแล้ว "ไม่เป็นไรค่ะคุณอา...ขอโทษนะคะที่ซุ่มซ่ามไปชนคุณอาเข้า"ฉัตรวีเอ่ยขอโทษที่ชน
"นี่ๆ ...พวกเธอว่าท่านประธานหล่อไหม ได้ยินว่ายังโสดอยู่นะโครตหล่อเลยอ่ะ"พิมรี่สาวสวยตัวเก็งของแผนกพูดขึ้นพร้อมทำท่าจริตจะก้าน อย่างออกรสออกชาติทั้งๆที่เป็นเวลางาน"หล่อสิ...ทั้งล่ำทั้งสูงขาก็ยาวอยากมีบุญจัง ได้ปีนขึ้นเตียงท่านประธานคงฟินน่าดู"คำพูดที่สองสาวคุยกันฉัตรวีได้ยินทั้งหมดเธอเองก็เผลอคิด





